“เปล่าปาน เปล่าจริงๆ”
“เราไม่เชื่อ หอมแรกจูบแรกเรา เธอไม่มีสิทธิ”คนพูดเอาสองมือปิดแก้มปิดปากตัวเองทันที ส่วนคนหวังดีก็ใไม่น้อยเช่นกัน
“เราก็ครั้งแรกนะ เรามาเป็คนแรกกันและกันไหมปานระพี”คราวนี้ใบหน้าคมคายยื่นมาชิดใบหูจนคนบนเตียงต้องใช้เท้าถีบจนสุดแรงเท่าที่มี
“โอ๊ย!ถีบทำไม โดนหน้าเราเต็มๆเลย แรงเยอะขนาดนี้ปล้ำเลยดีไหม”
“มาสิ จะถีบสองข้างพร้อมกันเลยเข้ามาสิไอ้ทัต”
“กลัววะ เมื่อก่อนบอกชอบก็ผลักซะกระเด็น ตอนนี้จะปล้ำถีบหน้าอีก หมดอารมณ์”
“อย่านะศิวาทัต เราไม่ธรรมดานะไม่กลัวเธอด้วยบอกไว้ก่อน” ปานระพีคว้ามีดเล่มเล็กที่ซ่อนไว้บนหัวเตียงยื่นขู่ด้วยความกลัวด้วยการอยู่คนเดียวจำเป็ต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัวมีดเล่มเล็กนี่ล่ะเหมาะสุดๆ
“ปานระพีครับ เราเพื่อนกันครับ เราจะกล้าทำอะไรเธอเหรอ ปานคิดดูสิ”
“ไม่รู้ไม่เชื่อแล้ว กลัว เดี๋ยวแทงไส้แตกเลย”
“เราแค่จะหยิบหนังสือออกแล้วเธอตื่นก่อนแค่นั้นเอง”
“แล้วถ้าเราไม่ตื่นล่ะจะเป็ยังไง”
“ถามได้ หอมสิ!” ชายหนุ่มยิ้มอย่างชอบใจที่ได้แกล้งเพื่อนสาว
“นั่นไง เพื่อนชั่ว!” คราวนี้มีดเล่มน้อยยื่นมาแทบชิดใบหน้าศิวาทัตจนเขาเองยังแอบกลัวในความบ้าบิ่นของเพื่อนสาว
“เราพูดเล่น ดูปากชัดๆเราพูดเล่นเราไม่หักหาญน้ำใจเธอหรอกนะ”
“แน่ใจนะ ไม่งั้นเราแทงจริงด้วย”
“แทงใจดำเหรอ” คนยั่วโมโหยังคงพูดตอแยไม่ลดละสักที
“อือ จะเชื่อใจอีกครั้งมีครั้งต่อไปเราเลิกเป็เพื่อนกับเธอแน่นอน”หญิงสาวเก็บมีดเล่มเล็กไว้ที่หัวเตียงเช่นเดิมก่อนจะหาวอีกครั้งแล้วทิ้งตัวลงนอน
“เลิกเป็เพื่อนสนิท แต่มาเป็แฟนกันก็ดีนะเราชอบขาโหดแบบนี้มันถึงใจดี”คราวนี้หมอนใบใหญ่ถูกปาลอยละลิ่วมาที่ศีรษะคนที่กำลังล้มตัวลงนอนข้างประตูไม่ทันได้หลบทัน หมอนข้างก็ลอยตามมาสมทบ
“เก็บมาคืนเราด้วยจะนอน!”คนออกคำสั่งทำสีหน้าเอาจริงจังจนอีกคนต้องรีบเก็บหมอนและไปคืนทั้งที่ปามาใส่ตัวเองแท้ๆ
“เห็นว่าชอบเหรอ ถึงเอาแต่ใจสั่งอะไรก็ได้เหรอ นึกว่ากลัวเหรอปาน”
“แล้วกลัวไหมล่ะ”
“กลัว กลัวไม่รักครับ”
“เพื่อนบ้า!สวดมนต์แล้วนอนซะ” เสียงพูดหายไปประมาณสิบนาทีจนศิวาทัตต้องลุกมาดูอีกรอบเพื่อนสาวหลับสนิทจริงๆเขาคงไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่ามองห่างๆไม่งั้นเขาคงหายไปจากโลกของปานระพีอย่างแน่นอน ความเชื่อใจเท่านั้นที่จะทำให้ปานระพีจะไม่มีวันตัดเขาออกจากชีวิตค่ำคืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดียันเช้า อย่างน้อยได้อยู่ใกล้ๆคนที่แอบชอบมาหลายปีแค่นี้ก็มีความสุข รอแค่เวลาจะเปลี่ยนใจของอีกคนให้มารู้สึกเหมือนกัน
เช้าตรู่ของวันใหม่
เสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้องแต่ไร้วี่แววเ้าของห้องจะลุกไปรับยังคงดึงผ้าห่มมาคลุมโปงพร้อมเอาหมอนข้างมาทับตัวเองอีกศิวาทัตงัวเงียตื่นรีบลุกไปรับสาย
“ฮัลโหล” เสียงอู้อี้เหมือนคนง่วงนอนทำให้ปลายสายเกิดความสงสัย
“ใครเหรอ เสียงคุ้นๆใช่ห้องปานหรือเปล่า” การะเกดขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ห้องปานครับ นอนหลับอยู่บนเตียงมีอะไรไหมจะนอนต่อง่วงมาก”
“เสียงทัตนี่ ใช่ทัตไหมไปนอนที่นั่นได้ไง นี่เกดเองนะ”การะเกดพยายามเก็บอาการตัวเองเพื่อตั้งสติถามหาความจริงเหตุใดศิวาทัตถึงได้ไปนอนที่นั่นได้
“เื่มันยาวเดี๋ยวเล่าได้ไหมง่วงมากขอตัวนอนก่อนนะ” ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะถามอะไรต่อศิวาทัตก็วางสายแล้วเดินไปนอนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การะเกดนั่งกอดเข่าราวกับคนสิ้นหวังยิ่งนัก ในหัวครุ่นคิดไปสารพัดเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนทั้งสองคนชายหญิงอยู่ด้วยกันทั้งคืน แค่คิดน้ำตาก็ไหลเอ่อง่ายดายเหลือเกินร่างบางค่อยๆลุกขึ้นเดินไปข้างๆเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจบสิ้นกันซะทีความรักที่มีมานาน
ในขณะที่คนต้นเหตุทั้งสองยังคงหลับสนิทโดยไม่มีใครปลุกใครจนกระทั่งเที่ยงวัน
“ตายๆทัตตื่นๆแกไม่มีเรียนเหรอตื่นๆ” เรียกะโใส่คนตรงประตูคงไม่ดังพอ หมอนหนุนหมอนข้างผ้าห่มทุกอย่างถูกปามาโดยเร็วจนคนหลับสนิทสะดุ้งโหยงด้วยความใ
“อะไรไฟไหม้เหรอเสียงเอะอะไปแปดบ้าน”
“ดูเวลาสิกี่โมงแล้วไม่ไปเรียนเหรอ”
“มีเรียนบ่ายสองไปทันแค่นี้เองเดี๋ยวเราต้องไปขอกุญแจสำรองก่อนเข้าห้อง”
“งั้นไปได้แล้วเราจะอาบน้ำ” เ้าของห้องลุกจากที่นอนพร้อมบิดตัวไปมาสองสามทีจนอีกคนอดมองตามอย่างอดเสียมิได้
“เมื่อเช้าเกดโทรมานะ เรารับสายแต่ไม่ได้คุยอะไร”
“เหรอ มีอะไรหรือเปล่าโทรมาเช้า”ปานระพีทำหน้าครุ่นคิดสักพักก่อนจะคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำแล้วชะโงกหน้าออกมาสั่งให้เพื่อนชายกลับไปเสียที
“กลับไปได้แล้วเราจะอาบน้ำล็อกประตูให้ด้วยตอนออกกดปุ่มด้านในสีขาวก็เปิดประตูออกได้เลยนะ”เ้าของห้องสั่งจบก็ปิดประตูห้องน้ำปัง!ได้ยินแต่เสียงน้ำจากฝักบัวดังสลับเสียงฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดีนี่ขนาดมีผู้ชายอยู่ในห้องยังไปอาบน้ำหน้าตาเฉยคนอะไรช่างไม่ระวังตัวเอาเสียเลยศิวาทัตรู้สึกหงุดหงิดทันทีนี่ถ้าไม่ใช่เขาปานระพีจะเป็ยังไงบ้าง
“เราจะล็อกประตูแล้วนะ กลับแล้วนะปาน”เสียงเคาะประตูห้องน้ำปังปังจนคนด้านในอดไม่ไหวะโสวนออกมา
“เออๆไปซะที!เคาะอยู่ได้ประตูพังพอดี”
ปัง!เสียงปิดประตูพร้อมกับคนที่พันตัวด้วยผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ ปานระพีสำรวจรอบๆห้องสายตาไปหยุดที่กองผ้าห่มและที่ถูกพับอย่างเรียบร้อยวางไว้ที่เตียงนอนของตัวเอง
‘ทัตเรียบร้อยขนาดนี้เลยเหรอเพิ่งรู้ว่าเรียบร้อยกว่าเราอีก’
การะเกดกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อมาดักรอศิวาทัตหลังเลิกเรียนหญิงสาว้าคำตอบของเื่เมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นไม่งั้นคงคิดอะไรฟุ้งซ่านไปทั้งวัน
“อ้าว!เกดมาทำอะไรที่นี่ เรียนตึกนี้เหรอ” ศิวาทัตทักทายเพื่อนสาวทันที
“มารอทัต มีเื่ถาม เื่เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นทำไมไปค้างห้องปานได้”