โรงพยาบาลลมเหนือ
หน้าห้องผ่าตัด
“พ่อคะ”เสียงร้องเรียกจากรุ้งและฟ้าที่ตามมาถึงโรงพยาบาล
พอนายศิวกรหันไปก็พบลูกสาว2คนเดินมาอย่างรวดเร็วโดยมีมะลิเดินตามหลังมา
“พี่ลมเป็นยังไงบ้างพ่อ”รุ้งถามด้วยความกังวล
“อยู่ในห้องผ่าตัดหมอพยายามช่วยอยู่”พ่อของเธอตอบ
“แปลว่าตอนนี้ทำได้แค่รอหรอ”ฟ้าพูดน้ำเสียงซึม
“หมอสมัยนี้เก่งจะตายเดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อยน่า”ออสดึงฟ้าเข้ามาหา
นายศิวกรเห็นแต่ก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร
“แล้วจูนหละออส”ฟ้าถาม
“ขึ้นไปคุยกับพวกระดับผู้บริหารโรงพยาบาลให้ ด้วยฐานะเธอแล้วทางโรงพยาบาลต้องดูแลพี่ชายของฟ้าอย่างดีแน่”ออสตอบ
หลังจากที่ลมโดนเข็นเข้าห้องผ่าตัดแล้วจูนก็แยกตัวออกไปโดยบอกว่าจะไปคุยกับทางโรงพยาบาลให้ว่าลมเป็นญาติเธอซึ่งด้วยฐานะของเธอทางโรงพยาบาลต้องให้ความสำคัญกับลมอย่างมากแน่นอน
“คุณ ลม ลม โดนยิงได้ยังไง ฉันไม่อยู่แค่แปปเดียวลูกโดนยิงได้ยังไง”ระหว่างนั้นเองแม่ของฟ้าก็มาถึง
นางสายหมอกกรีดร้องถามทันทีที่มาถึง
เธอแยกตัวไปดูที่สำนักช่วยคราวของร่างทรงสมศักดิ์แค่ไม่ถึงชั่วโมงก็มีคนวิ่งมาบอกว่าขอให้เธอมาด้วยเพราะลูกชายเธอโดนยิง โดย2คนนั้นคือคนที่อีฟส่งไปเช็คเธอว่าปลอดภัยหรือไม่ในตอนหลัง
ตอนแรกนางสายหมอกยังไม่เชื่อเลยโทรหาสามีแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริงเธอแทบจะล้มทั้งยืนตรงนั้น หลังจากตั้งสติได้เธอก็รีบตามทั้ง2คนมาที่โรงพยาบาล
“นั่นสิ รุ้งพี่แกโดนยิงได้ยังไง”ผู้เป็นพ่อหันไปถามลูกสาว
“ไอ้พวกนั้น ไอ้พวกที่จับก้นหนูแล้วโดนที่ลมไล่ไปมันกลับมาพอพี่ลมส่งหนูเสร็จก็โดนมันรุม หนูเห็นพี่ซัดคนนึงล้มแล้ววิ่ง ไอ้คนที่ล้มลุกขึ้นมาก็ยิงเลย”พี่ร้องสะอึกสะอื้นเล่าออกมาทั้งน้ำตา
พอได้ยินนายศิวกรก็อึ้งไป
“ไอ้พวกระยำ ตอนนั้นน่าจะกระทืบมันให้เละ”
“ไอ้พวกชั่ว ฉันจะไปฆ่ามัน”นายสายหมอกร้องออกมาแล้วก้ทำท่าจะลุกออกไป
“คุณจะไปฆ่ามันยังไง”นายศิวกรรั้งเมียตัวเองเอาไว้ก่อน
“ฉันรู้ว่าคุณซ่อนปืนไว้ที่ไหน มันยิงลูกฉันงั้นฉันก็ยิงมัน”นางสายหมอกพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
“หยุดเลย คุณรู้หรอว่าเด็กพวกนั้นมันอยู่ที่ไหน ปล่อยให้ตำรวจจัดการเถอะหนะ ต่อให้คุณยิงมันจริงลูกฟื้นมาจะดีใจหรอที่แม่ติดคุกหนะ”นายศิวกรหว่านล้อมเมียตัวเองทั้งๆที่ตัวเองก็แค้นจนแทบคลั่ง
“แล้วจะไม่ทำอะไรรึไง”
“ทำสิ รอลูกปลอดภัยก่อนผมพอจะรู้จักเพื่อนเก่าที่เป็นทนายอยู่”เขาบอกกับเมีย
จริงๆแล้วนายศิวกรก็อยากจะฆ่าไอ้เด็กนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่มันทำไม่ได้
ถ้าเขาติดคุกแล้วลูกๆที่เหลือหละ
“แต่ฉันทนรออยู่เฉยๆไม่ได้นี่”พอถึงตอนนี้นางสายหมอกที่โดนรั้งเอาไว้ก็เริ่มทำหน้าจะร้องไห้ออกมา
“ไปไหว้สิ ผมเห็นรูปปั้นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลข้างล่างถ้าจำไม่ผิดเจ้าของรุ่นแรกของโรงพยาบาลนี่เสียไปหลายปีแล้ว”นายศิวกรรู้ว่าถ้าให้อยู่เฉยๆตอนนี้เมียเขาทนไม่ไหวแน่นอน ก็เลยให้เธอไปทำสิ่งที่จะทำให้เธอสบายใจ
“จริงด้วยเดี๋ยวฉันมา คุณรอที่นี่ถ้ามีอะไรรีบโทรมาเลยนะ”พอถึงตรงนี้นางสายหมอกก็มีความหวังขึ้นมาเธอรีบเดินกลับออกไปทันที
“จะดีหรอครับ”ออสที่ฟังอยู่หันไปถาม เนื่องจากก็รู้ว่าพ่อของฟ้านั้นไม่เชื่ออะไรแบบนี้แล้วก็อยากให้เมียตัวเองเลิกเชื่อด้วย
“โธ่เว้ย”นายศิวกรสบดออกมาก่อนหันไปชกกำแพงด้วยความแค้นเคือง
“ตอนนี้ถ้าทำแล้วสบายใจก็ปล่อยเขาทำไปเถอะอย่างน้อยก็มีอะไรยึดเหนี่ยวได้”เขาหันมาตอบแล้วนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ"จะได้ไม่โกรธจนแทบบ้าเหมือนฉัน"
…
หลายชั่วโมงต่อมาประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ทุกคนที่รออยู่ลุกพรวดขึ้นเพื่อฟังว่าลมเป็นยังไงบ้าง
"พ้นขีดอันตรายแล้ว หมอเอากระสุนออกแล้วเดี๋ยวจะส่งไปห้องผู้ป่วยหนักเพื่อรอดูอาการ ถ้า24ชั่วโมงไม่มีอะไรผิดปกติก็น่าจะวางใจได้ครับ"
พอได้ยินหมอพูดครอบครัวของฟ้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"หมอ ผมขอเยี่ยมลูกได้มั้ยครับ"
"นี่ดึกแล้ว หมอว่าครอบครัวกลับไปพักผ่อนดีกว่าครับระหว่างนี้โรงพยาบาลจะดูแลให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาเยี่ยมแต่เช้า"หมอบอกกับนายศิวกร
"แต่..."
"พ่อคะนี่จะตี1แล้วหมอบอกแล้วว่าพี่ลมรอดแล้ว ปกติเวลานี้มันก็เยี่ยมไม่ได้อยู่แล้ว ฟ้าว่าเรากลับก่อนเถอะ"ฟ้าหว่านล้อมถึงเธอจะรู้ว่ามีจูนกับออสอยู่ตรงนี้ด้วยถ้าจะเยี่ยมจริงๆยังไงต่อให้ไม่ใช่เวลาเยี่ยมโรงพยาบาลก็ต้องยอมแต่เธอไม่อยากรบกวนเพราะพี่เธอคงต้องพึ่งพวกเจ้าหน้าที่ไปอีกพักใหญ่
“ไม่ต้องห่วงครับ ทางผู้บริหารโทรมาย้ำกับผมแล้วว่าให้ดูแลญาติคุณจูนให้ดีที่สุด”คุณหมอพูดก่อนจะยิ้มให้จูน
“ขอบคุณค่ะ”จูนตอบกลับ
ไม่นานลมก็โดนเข็นออกมาพ่อกับแม่ของเขาเข้าไปดูหน้าลูกชายเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข็นไป
“ไปเรากลับกันเถอะ”
…
หลายชั่วโมงก่อน
บ้านหลังหนึ่งในตัวเมืองช่วงที่พวกของออสกำลังรอผลการผ่าตัดอยู่
เพี๊ยะ
“แกบ้าไปแล้วรึไง ยิงคนกลางเมืองในงานเทศกาลเนี่ยนะ”ชายวัยกลางคนตบหน้าของลูกชายตัวเองจนหน้าหัน
เด็กหนุ่มคนนี้ก็คือคนที่ยิงลมและอีกหลายๆคนนั่นเอง
“โถ่พ่อก็มันถีบผมก่อน ผมก็โมโหดิ”เด็กหนุ่มเถียงโดยไม่ได้มีท่าทีรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“ยังจะมาเถียงอีก”ชายคนเดิมตวาดอย่างหัวเสีย
“พ่อไม่เห็นต้องซีเรียสเลยผมอายุไม่ถึง15ยังไงก็ไม่โดนอะไรอยู่แล้วนี่”
“แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่โดน แกเอาปืนฉันไป แถมลูกผู้กำกับยิงคนตายแกคิดว่ามันจะไม่มีผลกับหน้าที่การงานเลยรึไงวะ”พ่อของเด็กหนุ่มตะคอกอย่างหัวเสีย
“จะมีเรื่องชกต่อยหรือทำอะไรก็ทำไปเสือกใช้ปืนทำไมวะ”ผู้กำกับยังคงสบดด้วยคามหงุดหงิด
“แม่งเอ้ย แล้วพ่อจะให้ทำไงก็ผมยิงไปแล้ว ใครใช้ให้แม่งมาห้าวใส่เพื่อนผมหละ แล้วใครใช้ให้แม่งสู้วะ”
“หุบปาก”ผู้กำกับตวาดก่อนโทรไปเช็ตสถานการณ์
“อ่า เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันไป”มีคนตาย1คน สาหัสอีก4 แล้วก็บาดเจ็บที่ขาอีก1 ผู้กำกับมีสีหน้าเคร่ดเครียดเป็นอย่างมาก
“แกฟังนะยังไงกฏหมายก็เอาผิดแกไม่ได้ เพราะงั้นต่อไปแกต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง เข้าใจนะ”ผู้กำกับเริ่มวางแผนในหัวว่าจะทำยังไงให้กระทบกับงานตัวเองให้น้อยที่สุด