'เอิ่ม…อ่านแค่บทนำก็รู้ว่าจูเหม่ยเซียนนี่นางร้ายชัดๆ เธอจะเหมาสองคนเลยเรอะ? นี่เค้าเรียกว่าคนหวงของใช่มั้ย? ขออ่านให้จบไปเลยเถอะดูว่าตอนจบเธอจะเป็ยังไงคิดชั่วั้แ่เด็กเลยนะหล่อน' น้องไอคิดในใจและนอนอ่านหนังสือเพลินจนถึงกลางเล่มก็ทำหน้างงเพราะเนื้อเื่จากกลางเล่มจนถึงหน้าสุดท้ายไม่มีตัวหนังสือให้อ่านสักตัวเดียว ว่างเปล่า..... หน้ากระดาษขาวสะอาดหมดจดไม่ว่าจะพลิกกี่รอบก็เป็แบบเดิมนึกแล้วก็โมโหขึ้นมา ‘พี่ชายเราโดนหลอกขายหนังสือมีตำหนิพิมพ์ไม่จบมาแหงๆ มิน่าล่ะถึงไปอยู่ในร้านขายของเก่าพรุ่งนี้ตื่นนอนต้องไปบอกซะหน่อยว่าโดนหลอกแล้ววว’ ปิดหนังสือวางไว้บนหัวเตียงเสร็จก็ล้มตัวลงนอนนึกถึงเื่ราวในนิยายที่กำลังอ่านถึงตอนสำคัญ ‘นางร้ายกำลังไปดักรอเล่นงานนางเอกที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์อีกครั้ง’ จะสำเร็จมั้ยจะมีใครตายรึปล่าว..เฮ้อออ เสียดายจังเลย คิดๆ แล้วก็เผลอหลับไป
๑---------------------๑
เช้าวันใหม่มาถึง
“พี่อาร์มขา” เสียงวิ่งตึงตังดังมาจากชั้นสองของบ้านอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ก้าวพลาดตกบันไดไปหลายขั้นด้วยเสียงใของคนทั้งบ้านเื่ราวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทุกคนวิ่งเข้ามารับร่างบางไว้ไม่ทัน
"ว้ายยยยยย!!! น้องไอ" คุณแม่ร้อง
“ไอ!!!” เสียงพี่อาร์ม
“ระวังลูกกก” คุณพ่อใะโเสียงดัง ตุ้บๆๆๆๆ ขลุกๆๆๆ!!! เสียงน้องไอกลิ้งม้วนลงมาหลายตลบและสลบไป บนหัวมีรอยบวมปูดแตกเืไหลออกมา ในอกกอดหนังสือนิยายปกดำไว้แน่น
๑--------------------๑
‘อาาาาา….เจ็บเป็บ้าเลย’ เราตกบันไดเหรอเนี่ย กระพริบตาสองสามทียกมือขึ้นจับตรงหน้าผากคลำดูก็พบรอยนูนขนาดใหญ่เท่าลูกมะนาวสบถเบาๆ ‘ดีนะที่แค่โน’ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ หันมองรอบตัวก็เจอหนังสือปกดำที่จำได้ว่าถือลงมาหาพี่ชายก่อนจะตกบันไดวางอยู่ข้างๆ เห็นประตูบานพับมีลวดลายรูปดอกอะไรสักอย่างหน้าต่างก็เป็บานพับลายเดียวกัน ที่นอน เก้าอี้และสิ่งของทุกสิ่งภายในห้องล้วนแปลกตาเหมือนของโบราณ ‘นี่โรงพยาบาลรึปล่าวเนี่ย?’ คิ้วขมวดด้วยความสงสัยและลุกขึ้นยืนเดินไปข้างหน้าเพื่อที่จะเปิดประตูเผื่อว่าข้างนอกอาจจะมีพี่ชาย คุณแม่รึว่าคุณพ่อยืนคุยกับคุณหมออยู่ตรงนั้นไวเท่าความคิดมือบอบบางดึงประตูให้เปิดกว้าง แอ้ด…ดดดดดด ฉับพลันนั้นก็มีเสียงเรียกอย่างใดังอยู่หน้าห้อง
“คุณหนู!”
ภาพหญิงสาวอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปี หน้าตาสะอาดสะอ้านเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมอ่างใส่น้ำแล้วกล่าวว่า "คุณหนู้าสิ่งใดเหตุใดไม่เรียกบ่าวเ้าคะด้านนอกอากาศเย็นอาจจะป่วยไข้ขึ้นมาอีก เมื่อคืนบ่าวเช็ดตัวให้คุณหนูทั้งคืนคุณหนูตัวร้อนราวกับไฟลนบ่าวกลัวไปหมดเลยเ้าค่ะ นี่เพิ่งยามเหม่า (5.00-7.00) เดี๋ยวบ่าวพยุงเข้าไปด้านในนะเ้าคะ" พูดจบก็วางอ่างน้ำลงแล้วพยุงคุณหนูของตนเข้าเรือนโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของนางเลยสักนิด ‘ทำไมถึงพูดภาษาจีนล่ะ’
หลังจากนั่งลงบนที่นอนน้องไอซึ่งหายจากอาการมึนงงได้หันหน้าไปถามคนที่เรียกตัวเองว่าบ่าว
"ที่นี่โรงพยาบาลใช่มั้ย เธอเป็ผู้ช่วยพยาบาลเหรอแต่งตัวแปลกๆ นะแล้วทำไมพูดภาษาจีนล่ะมาจากที่ไหนน่ะ" คนที่เรียกตัวเองว่าบ่าวนั่งมองคุณหนูของตัวเองพูดจาประหลาดด้วยสีหน้าโง่งม “เธอชื่อบ่าวเหรอ???” จบคำถามที่ไม่มีคำตอบกลับ ผู้หญิงชื่อบ่าวก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นจนคนถามใ!!!
“ฮือออออ…คุณหนูของบ่าว สติของคุณหนูคงเลอะเลือนไปแล้วใช่หรือไม่เ้าคะเหตุใดจึงพูดจามิรู้ความเช่นนี้ เอ๊ะ!! รึว่ายาที่ทาไปเมื่อคืนยังไม่ออกฤทธิ์เ้าคะ คงจะปวดอยู่เป็แน่ใช่หรือไม่คุณหนูจึงมีอาการหลงๆ ลืมๆ" ว่าจบก็รีบเดินไปหยิบกระปุกยาสีเขียวกลับมา น้องไอนึกสงสัยท่วงท่า การกระทำ คำพูดของคนที่เธอคุยด้วย เธอเหลือบมองรอบห้องเห็นกระจกก็นึกเอะใจจึงชี้ออกไปพร้อมกับบอกเป็ภาษาจีน
"เอากระจกมาให้เราด้วย"
บ่าวผู้นั้นมีสีหน้างุนงง “เรา…หรือเ้าคะ”
“_” ??
“คุณหนูจะแทนตนเองว่าข้า หาใช่เรา” บ่าวคนนั้นกล่าวคำและยื่นกระจกใบเล็กให้คุณหนูของนาง….