สู่เหนือสรรพสิ่ง

    ตอนที่ 39 จบเสียที!

    หลี่ซวนในตอนนี้ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว แม้ร่างกายของเขาจะเหนื่อยล้าจนแทบอยากจะฟุบลงกับพื้น หรือเจ็บปวดจากบาดแผลจนอยากจะเดินออกจากสนามแล้วเอ่ยยอมแพ้เสียตอนนี้...


    แต่เขากลับไม่ทำ! นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทุ่มเทสู้จนได้รับบาดเจ็บหนักหนาถึงเพียงนี้


    เขารู้สึกสนุกที่ได้ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเบื้องหน้า ได้เห็นกระบวนท่าแปลกใหม่ที่ตนไม่เคยพบเจอ เขาอยากรู้ว่าขีดจำกัดของตนเองในตอนนี้อยู่ที่ใด ทว่าลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากแพ้เช่นกัน เพราะสำหรับเขาแล้ว หากพ่ายแพ้บนเวทีนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการตายในชีวิตจริง!


    เขาไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียอีกแล้ว!


    'ข้า... ไม่มีสิ่งใดต้องเสียอีกต่อไปแล้ว!'


    วูบ!


    ดวงตาสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มเป็นครั้งที่สี่! จิตสัมผัสอันทรงพลังขยายกว้างขึ้นครึ่งเท่า การควบคุมกระบี่ของหลี่ซวนไม่เพียงแต่ละเอียดปราณีตขึ้น ทว่ายังเฉียบคมและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม


    กระบี่บินที่กำลังปะทะกันอยู่นั้น จากเดิมที่หลี่ซวนเคยเสียเปรียบ บัดนี้กลับโต้ตอบและกดดันอีกฝ่ายทันที!


    "เกิดอันใดขึ้น!"


    หลินเซวียนตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง อยู่ ๆ กระบี่ของหลี่ซวนก็มีขุมพลังมหาศาลขุมหนึ่งต้านกลับมา จนกลายเป็นฝ่ายกดดันเขาอย่างหนัก


    ตัวเขาในตอนนี้ไม่เหลือพลังวิญญาณอีกแล้ว ทั้งยังมีกฎว่าไม่อาจใช้ยารักษาหรือฟื้นฟูพลังขณะประลองได้


    'ไม่... นี่ข้ากำลังจะแพ้งั้นหรือ!'


    ทว่า ในขณะที่กระบี่ของหลี่ซวนกำลังกดดันจนแทบจะเข้าถึงตัวหลินเซวียนอยู่นั้นเอง...


    "อ๊ากกกกกก!!"


    เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดพลันดังออกมาจากปากของหลี่ซวน!


    หลี่ซวนกุมดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้แน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาอย่างรุนแรงจนภาพเบื้องหน้ามืดดับแทบมองไม่เห็นสิ่งใด


    ปัง!!


    กระบี่ทั้งสองเล่มที่กำลังปะทะกันพลันส่งเสียงระเบิดดังกึกก้อง แรงอัดซัดกระบี่บินทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ก่อนจะร่วงลงกระทบพื้นดินเสียงดัง แกร๊ง!


    หลินเซวียนทอดร่างคุกเข่าลง ใช้มือยันพื้นไว้เพื่อยึดเหนี่ยวร่างที่หมดสิ้นแรงกาย


    ส่วนหลี่ซวนในตอนนี้ แทบจะลืมตาไม่ขึ้น ร่างกายไร้เรี่ยวแรงโดยสมบูรณ์ ทว่าเขากลับยังฝืนลุกขึ้นยืนด้วยจิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยว แม้ดวงตาจะพร่ามัวมองเห็นเพียงภาพลาง ๆ และทนรับความเจ็บปวดแทบทลวงสมองก็ตาม


    เมื่อหลินเซวียนเห็นว่าหลี่ซวนยังคงลุกขึ้นมาได้ ตัวเขาในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่แรงจะกระดิกตัว ได้แต่จับจ้องไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาอันหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด


    'สัตว์ประหลาดชัด ๆ... แกมัน...'


    หลี่ซวนค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาหลินเซวียนทีละก้าว ทีละก้าว... จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้าของหลินเซวียนที่กำลังคุกเข่าหมดสภาพ


    หลี่ซวนง้างหมัดขึ้น พยายามจะชกออกไปสุดแรงที่มีอยู่


    ฟึ่บ!


    ทันใดนั้น เสียงของชายชราพลันดังขึ้นข้างหู พร้อมกับยื่นมือออกมาจับแขนอันอ่อนปวกเปียกของหลี่ซวนเอาไว้


    "พอแล้วล่ะ... เจ้าชนะแล้ว เจ้าเด็กนั่นสลบไปแล้ว"


    เมื่อหลี่ซวนพยายามฝืนลืมตาอันเจ็บปวดขึ้นมอง ก็พบว่าหลินเซวียนสลบไสลนอนกองอยู่กับพื้นไปแล้วจริง ๆ


    หลี่ซวนที่แทบจะยืนหยัดต่อไปไม่ไหว ได้ยินเพียงเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงตื่นตะลึงของผู้คนนับร้อยดังระงมไปทั่วบริเวณ...


    ก่อนที่ภาพทุกอย่างและโลกทั้งใบจะดับมืดลง แล้วเขาก็สลบร่างร่วงลงซบอ้อมแขนของชายชราไปในทันที!


    …


    ...


    เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็ม...


    ภายในเรือนไม้หลังใหญ่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยพืชพรรณและสมุนไพรนานาชนิดที่ถูกปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบ ด้านในมีเตียงไม้ตั้งเรียงราย พร้อมชั้นวางตำราและสมุดบันทึกวางชิดกำแพง กลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรโชยอบอวลไปทั่วทั้งหลัง เพียงสูดดมเข้าไปเบา ๆ ก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที


    ณ ที่แห่งนั้น ชายชราในชุดยาวสีน้ำเงินกำลังนั่งพูดคุยกับนกตัวน้อยสีขาวสะอาดตาอย่างสนิทสนม มันเป็นนกตัวเล็กน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง ชายชราเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงขี้เล่น


    "เฮ้อ... เจ้านกน้อย วันนี้เจ้าก็มาอีกแล้วงั้นหรือ จะมาขโมยสมุนไพรกับผลไม้ของตาแก่อย่างข้าอีกแล้วล่ะสิท่า ฮึ ๆ ข้าเห็นว่าเจ้าตัวเล็กหรอกนะถึงยอมปล่อยไป"


    นกน้อยสีขาวบนฝ่ามือเปล่งเสียง จิ๊บ ๆ พลางเอียงคอน่าเอ็นดูใส่ชายชรา


    "นี่... ไม่ต้องมาทำตัวน่ารักใส่ข้าเลยนะ เจ้ากินผลไม้วิญญาณของข้าไปหลายผลแล้ววันนี้ หากยังกินอีก ข้าจะเอาสมุนไพรพวกนี้ไปมอบให้ผู้อาวุโสในสำนักได้อย่างไร กลับไปได้แล้ว"


    ชายชราแสร้งสะบัดหน้าหนี ทว่าเจ้านกตัวน้อยกลับส่งสายตาอ้อนวอนชวนสงสาร ชายชราที่ทนลูกอ้อนไม่ไหวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้


    "เฮ้อ... ช่างเถอะ ๆ โดนด่าอีกสักทีจะเป็นไรไป ถึงอย่างไรเจ้าก็คงกินไม่เยอะหรอกกระมัง ไปเถิด"


    กล่าวจบ ชายชราก็ยกมือขึ้น เจ้านกน้อยส่งเสียงร้องอย่างยินดี ก่อนจะบินตรงเข้าสู่แปลงสมุนไพรทันที


    ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น


    ก๊อก ๆ


    ชายชราแผ่จิตสัมผัสออกไปตรวจสอบที่หน้าประตูก่อนพบว่าเป็นคนที่คุ้นเคยแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


    "เข้ามา"


    เมื่อประตูเปิดออก ก็ปรากฏร่างของหญิงสาววัยเยาว์อายุราวสิบเจ็ดถึงสิบแปดปี ใบหน้าของนางงดงามแฝงความขี้เล่น เดินเข้ามาหาชายชราด้วยท่าทีสนิทสนมทว่าเปี่ยมด้วยความเคารพ


    "อาจารย์! ท่านเอาอีกแล้วนะเจ้าคะ!" นางเอ่ยขึ้นทันที "เหตุใดท่านถึงยอมให้เจ้านกตัวนั้นไปกินผลไม้วิญญาณที่จะต้องนำไปส่งให้ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาอีกเล่า หากท่านผู้อาวุโสโกรธขึ้นมา ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ"


    ชายชราได้ยินดังนั้นก็รีบทำสีหน้าตีเนียนราวกับไม่ได้ยินเรื่องราว


    "ปะ... เปล่านะ อาจารย์ของเจ้าแค่อนุญาตให้มันกินไปเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง"


    "นิดหน่อยงั้นหรือเจ้าคะ!" หญิงสาวทำแก้มป่องใส่ผู้เป็นอาจารย์ "ท่านก็รู้ว่าเดือนนี้เจ้านั่นกินเยอะแค่ไหน มันมาขอท่านกินผลไม้จนพวกเราส่งของไม่พอแล้วนะเจ้าคะ!"


    "ฮะ ๆ... ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจะกินเยอะถึงเพียงนั้น แต่มันออกจะน่ารักน่าเอ็นดู ให้มันกินไปบ้างจะเป็นไรไป" ชายชราหัวเราะแก้เขิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนประเด็น "ว่าแต่เจ้าเถอะ มีธุระอันใดถึงมาหาข้าที่นี่ล่ะ"


    "ข้าก็มาดูท่านอาจารย์น่ะสิเจ้าคะ ว่าหมกตัวอยู่กับสมุนไพรพวกนี้จนกลายเป็นต้นสมุนไพรไปแล้วหรือยัง" หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเบือนสายตาไปมองยังเตียงไม้ด้านข้าง "แล้วคนที่นอนอยู่ตรงนั้นคือใครกันหรือเจ้าคะ ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย"


    "ฮ่า ๆ ๆ เห็นว่าเป็นศิษย์ใหม่าน่ะ ตอนแรกพามาส่งสองคน แต่อีกคนบาดเจ็บไม่มากเลยออกไปก่อนแล้ว ส่วนเจ้าเด็กนี่... ไม่รู้จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ผ่านมาหนึ่งวันเต็ม ๆ แล้ว ข้าทั้งใช้ทักษะแพทย์และสมุนไพรไปตั้งไม่น้อยเพื่อรักษาบาดแผล แต่เจ้าหมอนี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย"


    และผู้ที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงไม้ในยามนี้... ก็คือ หลี่ซวน นั่นเอง!