ชิงเซียนในชุดกระโปรงผ้าไหมสีอ่อนดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ เธอเดินสำรวจห้องโถงที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จใหม่ๆ สายตาของเธอสะดุดเข้ากับชายสองคนที่ดู "ผิดที่ผิดทาง" ที่สุดในคฤหาสน์มหาเศรษฐี คนหนึ่งสวมชุดโปโลส้มแปร๊ดแถมยังถือพาวเวอร์แบงค์รุ่นเก่า ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเหมือนยาจกพายเป้ใบเขื่องที่มีกลิ่นธูปจางๆ
"เอ่อ... ขอโทษนะคะคุณพี่อี้" ชิงเซียนหันไปหาพี่ชายคนโตด้วยสีหน้าสงสัย "สองท่านนี้คือใครเหรอคะ? มาล้างแอร์หรือมาซ่อมท่อน้ำหรือเปล่า? แต่ดูท่าทาง... เหมือนจะหลงทางมาจากศาลเจ้าแถวไหนซักแห่งนะคะ"
อาจารย์ไป๋เสวี่ยถึงกับสำลักน้ำชาที่เพิ่งจิบ "นังหนู! เจ้าเรียกข้าว่าคนซ่อมท่อน้ำเรอะ?! ข้านี่แหละอาจารย์ที่สอนเจ้ากางพัดตบ..."
"เอ่อ... ตบยุงครับ!" หวังอี้รีบพุ่งเข้าไปปิดปากอาจารย์ไป๋เสวี่ยทันที "เอ่อ... ชิงชิงจ๊ะ สองท่านนี้คือ... 'ที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยและจิตวิญญาณ' ระดับวีไอพีที่พี่จ้างมาดูแลบ้านเราในช่วงนี้น่ะ พอดีบ้านเราเพิ่งเจอเหตุการณ์แผ่นดินไหว พี่เลยกังวลเรื่องทิศทางลม"
"ใช่ๆ ชิงชิง" หวังลั่ว (พี่รอง) เสริมพลางขยับแว่น "ช่วงนี้น้องสุขภาพไม่ค่อยดี หน้ามืดบ่อยๆ ท่านอาจารย์... เอ่อ คุณลุงทั้งสองท่านนี้มีความรู้เรื่องสมุนไพรโบราณ พี่เลยอยากให้พวกเขาพักอยู่ที่เรือนรับรองหลังบ้านซักพัก เผื่อมีเหตุฉุกเฉินน้องจะได้มีคนดูแลไงจ๊ะ"
ชิงเซียนมองอาจารย์ทั้งสองด้วยสายตาเคลือบแคลง "ที่ปรึกษาฮวงจุ้ย? ใส่ชุดโปโลสีส้มเนี่ยนะคะ? แต่เอาเถอะค่ะ ในเมื่อพี่ๆ ว่าดี หนูก็ไม่ขัดค่ะ"
เมื่อ "เทพสงคราม" สวมบท "คู่หมั้นสายเปย์"
หลังจากวันนั้น ชีวิตของชิงเซียนก็เปลี่ยนไป เธอไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาในหัวอีกต่อไป ความทรงจำเรื่องการเหาะเหินเดินอากาศกลายเป็นเพียงความรู้สึกเหมือนฝันกลางวันสั้นๆ แต่สิ่งที่เข้ามาเติมเต็มความสงบนั้นกลับกลายเป็น "เฟยหลง"
ทุกเช้า รถลีมูซีนคันหรูจะมาจอดหน้าคฤหาสน์ พร้อมกับช่อดอกไม้ที่ใหญ่จนแทบจะปิดหน้าคนส่ง เฟยหลงเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่วงท่าของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่สายตาที่เขามองชิงเซียนนั้นกลับดู "หิวโหย" และ "โหยหา" อย่างบอกไม่ถูก
"คุณเฟยหลง... วันนี้มาอีกแล้วเหรอคะ?" ชิงเซียนเอ่ยทักพลางรับช่อดอกไม้ "เราเป็นแค่คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่คุยกันไว้เฉยๆ ไม่เห็นต้องลำบากขนาดนี้เลยค่ะ"
"ไม่ลำบากเลยครับชิงชิง" เฟยหลงยิ้มมุมปาก ท่าทางจู่โจมแบบนี้เขาไม่ได้เรียนมาจากตำรามาเฟีย แต่เขาจำได้ว่า 'ยัยเซียนรั่ว' เคยแอบชมว่าเขาเท่แค่ไหนในใจ "ในฐานะคู่หมั้น ผมมีหน้าที่ต้องดูแลคุณให้ดีที่สุด โดยเฉพาะหลังจากที่คุณ... เอ่อ... ล้มป่วยคราวก่อน"
เฟยหลงเดินเข้าไปใกล้จนชิงเซียนต้องถอยหลังไปชิดกำแพง เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมจางๆ และไออุ่นจากร่างกายเขาทำให้มุกที่คอของชิงเซียนเริ่มอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
"คุณจำได้ไหม... ว่าครั้งหนึ่งคุณเคยบอกว่าชอบ 'งานดีๆ' แบบผม?" เขากระซิบเสียงพร่า
"งานดี? งานโครงการไหนเหรอคะ?" ชิงเซียนถามกลับด้วยสีหน้าใสซื่อ แต่หัวใจเธอกลับเต้นผิดจังหวะ "หนูไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจของคุณเฟยหลงเท่าไหร่ค่ะ"
[ในมุมของเฟยหลง: (กัดฟันกรอด) โถ่ชิงชิง... ถ้าคุณรู้ว่าไอ้ 'งานดี' ที่คุณเคยชมมันไม่ใช่เรื่องธุรกิจ คุณคงหน้าแดงยิ่งกว่านี้แน่! ผมจะทำให้คุณจำให้ได้ ต่อให้ต้องจีบคุณใหม่วันละร้อยรอบผมก็ยอม!]
พักรบมาพบรัก... แต่เงายังแฝงตัว
แม้บรรยากาศจะดูสีชมพูหวลซึ้ง แต่ในเรือนรับรองหลังบ้าน สองอาจารย์กำลังทำหน้าเครียด อาจารย์ไป๋จวินกางยันต์ตรวจจับพลังงานรอบบ้าน "ศิษย์พี่... มุกในท้องนังหนูมันถูกผนึกไว้ แต่มันกำลังสั่นเป็นจังหวะตามการเข้าใกล้ของเจ้าเฟยหลง"
"นั่นเพราะดวงจิตเทพสงครามในตัวเจ้าเฟยหลงมันคือ 'กุญแจ' เดียวที่จะปลุกพลังเซียนในตัวนางได้" อาจารย์ไป๋เสวี่ยตอบพลางกดชาร์จพาวเวอร์แบงค์อาคม "แต่เราต้องระวัง... เพราะถ้าพลังเซียนตื่นขึ้น จอมมารใต้ดินก็จะสัมผัสได้ทันที ตอนนี้ให้นังหนูมีความสุขไปก่อนเถอะ ให้มันเป็น 'ความสงบก่อนพายุใหญ่' ก็แล้วกัน"
ขณะที่ในห้องนั่งเล่น ชิงเซียนกำลังนั่งกินขนมเค้กที่เฟยหลงป้อนให้ เธอรู้สึกเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างพยายามจะแทรกขึ้นมาในหัว... รูปภาพของพัดหยก... เสียงคำราม... และแผ่นหลังที่กว้างขวางของใครบางคนที่ยืนกันดาบให้เธอ
"คุณเฟยหลงคะ..." ชิงเซียนพึมพำ "ทำไมหนูถึงรู้สึกว่า... แผ่นหลังของคุณมันดูคุ้นๆ จังเลยล่ะคะ?"
เฟยหลงชะงักมือที่ป้อนขนม เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ถ้าคุณรู้สึกคุ้น... งั้นเรามา 'ใกล้ชิด' กันมากกว่านี้ดีไหมครับ? เผื่อความจำของคุณจะกลับมาเร็วกว่าเดิม"