พโยอิลซูกับอีจุนฮักมองหัวหน้าอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็ไง การแสดงของฉัน! ตีบทแตกไปเลยใช่ไหมล่ะ”
หัวหน้าอันจองกยูที่ทำหน้าเคร่งในตอนแรกยิ้มพร้อมเอ่ยอย่างนั้นทำให้พโยอิลซูถึงกับะเิเสียงหัวเราะออกมา
“อะไร...อะไรกันครับ! หัวหน้าก็! โอ๊ย...จริง ๆ เลย”
อีจุนฮักพยายามสุดฤทธิ์เพื่อไม่ให้หลุดขำออกมาขณะที่คิมชอลซูกลับมองอันจองกยูอย่างเงียบ ๆ
ชะตาของฉันกับนายขึ้นอยู่กับเ้านี่แล้วคำพูดนี้ไม่ใช่เื่ล้อเล่น
ในเมื่อเป็หัวหน้าแล้วจึงไม่ค่อยมีเื่ให้ล้อเล่นแบบนี้เท่าไรนัก
สิบแปดปีก่อนคิมชอลซูที่ทำงานไม่ได้เื่เลยจึงได้อันดับสุดท้ายเป็ประจำส่วนฮวังแดฮุนของฝ่ายบุคคลก็ได้ที่หนึ่งไป
อันจองกยูมองพโยอิลซูกับอีจุนฮักที่กำลังหัวเราะกันแล้วหันมามองคิมชอลซูที่กำลังเหม่อมองตัวเองแล้วก็ส่ายศีรษะพลางคิดในใจ
ขนาดเราเองยังคิดว่านี่เหลวไหลเลยไม่มีทางเป็ไปได้หรอก น่าอายจะตายถ้าบอกว่าเื่นี้มีการเลื่อนตำแหน่งของเราเป็เดิมพันเพราะเป็ศักดิ์ศรีของหัวหน้านี่แหละ!
“ชอลซู เอาหนังสือพวกนี้ไปวางไว้ที่ชั้นหนังสือซะ ฉันได้ยินมาจากฝ่ายอบรมเขาบอกว่าจะมีการสอนเื่ 6-Sigma ให้กับพนักงานใหม่และจะมีการประเมินด้วย ถ้าเป็ลูกผู้ชายก็ต้องได้ที่หนึ่งใช่ไหม”
คิมชอลซูสังเกตได้ถึงนํ้าเสียงของอันจองกยูที่เน้นคำว่าที่หนึ่งมากๆ
ที่หนึ่งเหรอ
“ครับ! หัวหน้า”
ระหว่างที่คิมชอลซูเอาหนังสือไปเก็บเข้าชั้นผู้จัดการพโยอิลซูก็ถามขึ้น
“6-Sigma คืออะไรเหรอครับ”
“ไอ้พวกนี้นี่ ไม่ดูทีวีกันเลยหรือไง โฆษณาก็มีไม่ใช่เหรอ”
“โอ๊ย ในโฆษณาน่ะ รู้จักสิครับหมายถึงว่าทำไมถึงต้องสอนพวกพนักงานใหม่ล่ะครับ”
ได้ยินแบบนั้นอันจองกยูก็ทำสีหน้าจริงจัง
ฮึ่ม
“ผู้จัดการพโย”
นํ้าเสียงของอันจองกยูทำเอาพโยอิลซูถึงกับหยุดยิ้ม
“ครับ หัวหน้า”
“จะทำยังไงก็ได้ ไปหามาให้ได้ว่า 6-Sigma คืออะไรแล้วเขียนรายงานมาให้ฉันภายในพรุ่งนี้”
“เอ่อ คือ...”
“ทำไมไม่ตอบ”
“ครับ...หัวหน้า จะส่งรายงานให้ภายในพรุ่งนี้ครับ”
อันจองกยูตัดจบสถานการณ์เท่านั้นแล้วจึงเริ่มประชุมงาน
การประชุมจบลงหลังผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีอันจองกยูบอกว่าจะไปพบผู้ซื้อคนสำคัญที่มาจากอังกฤษ ก่อนจะเดินออกไป
พโยอิลซูซึ่งปกติก็งานยุ่งมากอยู่แล้วและยังต้องมาทำงานที่ไม่คาดคิดแบบนี้อีก เขาจึงเรียกอีจุนฮัก
อีจุนฮักที่ได้ยินเสียงเรียกก็ทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“ผู้จัดการพโย วันนี้ผมมีประชุมอีกสามครั้งแล้วต้องไปบริษัทของซัปพลายเออร์อีกสองที่เลยนะครับ”
“โอ๊ย วันนี้ฉันก็ยุ่งมากจริง ๆ และต้องไปพยองแทกด้วยไม่มีเวลาทำเื่พรรค์นี้หรอก”
ทันใดนั้นอีจุนฮักก็ชี้ไปทางคิมชอลซูซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ
“หัวหน้าบอกว่าขอแค่ทำมาส่ง จะทำยังไงก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ”
“เอ้อ! ใช่! จริงสิ มีชอลซูด้วยนี่”
พอพโยอิลซูเรียกคิมชอลซูเขาก็รีบพุ่งตัวเข้าไปทันที
“ชอลซู ได้ยินที่หัวหน้าบอกแล้วใช่ไหม”
“ครับ! ผู้จัดการพโย”
“ไปสรุปมาแบบคร่าว ๆ ว่า 6-Sigma คืออะไรแล้วส่งมาที่อีเมลฉัน เข้าใจไหม”
“ครับ ผู้จัดการพโย”
“แล้วก็รับโทรศัพท์ภายในเหมือนที่ทำเป็ประจำถ้ามีโทรศัพท์ข้างนอกเข้ามาก็ขอให้ทีมอื่นช่วยรับ แล้วจดโน้ตไว้ด้วยหรือถ้ามีเื่ด่วนให้รีบติดต่อฉันนะ”
“ครับ ไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผู้จัดการพโย”
พโยอิลซูพูดพลางเตรียมกระเป๋าเอกสารก่อนตบบ่าอีจุนฮักสองสามทีและเอ่ยปากชวน
“สูบบุหรี่สักมวนแล้วค่อยออกไปกันเถอะ”
“ครับ ผู้จัดการ”
อีจุนฮักหยิบกระเป๋าเอกสารแล้วหันมาพูดกับคิมชอลซู
“อย่าทำพลาดล่ะ ต้องทำให้เรียบร้อย วันนี้นายอยู่คนเดียวนะถ้ามีเื่อะไรที่ไม่รู้ต้องโทร.หาฉันทันที”
“ครับ! ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“ฉันจะคอยจับตาดูว่าทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ นายตายแน่”
อีจุนฮักแกล้งขู่คิมชอลซูแล้วเดินตามพโยอิลซูไปเมื่อเขาเห็นดังนั้นก็เอาหนังสือ 6-Sigmaทั้งหมดออกมากางไว้บนโต๊ะ
หากมีโอกาสได้แสดงความสามารถในระหว่างการทำงานต้องรีบคว้าไว้และคราวนี้ก็เหมือนกัน นี่คือการแข่งขัน
การต่อสู้ของพวกพนักงานใหม่มีแค่พนักงานใหม่เท่านั้นที่เข้าร่วม เป็โอกาสที่จะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่โดยไม่โดนอิจฉาริษยาโดนเขม่นหรือขัดขา
คิมชอลซูเปิดหนังสือทิ้งไว้และเริ่มทำพาวเวอร์พอยต์ทันที
งานนี้สบายมาก!
คิมชอลซูในอดีตได้ทำ6-Sigma มาเป็ระยะเวลาห้าปีและได้สายเขียวในปีที่สองกับสายดำในปีที่สี่ เรียกว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญ 6-Sigmaตัวจริง
การสรุปว่า6-Sigma คืออะไรจึงเป็งานง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ขณะที่กำลังจะทำงานอันจองกยูซึ่งบอกว่าจะออกไปพบผู้ซื้อ จู่ ๆ ก็กลับเข้ามาออฟฟิศแม้นี่เป็งานที่ผู้จัดการพโยอิลซูสั่งก็จริง แต่การสรุป 6-Sigma ไม่ใช่หน้าที่ของเขาคิมชอลซูจึงรีบปิดหนังสืออย่างรวดเร็ว
อันจองกยูที่เห็นการกระทำนั้นจึงพูดกับคิมชอลซู
“ไม่ ไม่เป็ไร ทำต่อเลย”
“ครับ! หัวหน้า”
อันจองกยูฟังคิมชอลซูตอบแล้วเปลี่ยนจากสลิปเปอร์มาสวมรองเท้าแทน
“ไม่มีเื่อะไรใช่ไหม”
“ครับ! ไม่มีครับ หัวหน้า”
“อื้ม”
อันจองกยูเดินออกมาจากทีมขายห้าพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม
ผู้จัดการพโย...ไอ้เ้านี่ฉันว่าแล้วว่านายต้องทำอย่างนี้
จางยูมีจับเครื่องถ่ายเอกสารที่ตอนนี้ใช้งานไม่ได้แล้ว และรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนี้
“ทำไมเวลาฉันถ่ายเอกสารต้องเป็แบบนี้ตลอดเลย!”
ถ้าพูดถึงเ้านายที่น่ากลัวที่สุดในฝ่ายขายละก็ต้องเป็ผู้ช่วยผู้จัดการพัคดงจินแน่นอนลำพังแค่หน้าตาก็น่ากลัวอยู่แล้ว ยังนิสัยใจร้อนอีกและมีข่าวลือว่าเขาเคยเป็นักมวยสมัครเล่นด้วย
พอเครื่องถ่ายเอกสารใช้การไม่ได้จางยูมีจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เพราะพัคดงจินชอบตวาดใส่และคอยจับผิดในทุกเื่ทำให้เธอแทบจะเป็โรคประสาทอยู่แล้ว
ไม่ได้!ถ้านานกว่านี้ต้องโดนลากเข้าไปด่าในห้องประชุมแน่ ๆ! แบบนั้นไม่เอานะ!
สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของจางยูมีมีแค่การขอร้องคิมชอลซูที่เคยซ่อมเครื่องถ่ายเอกสารได้อย่างสบายๆ
เธอรีบวิ่งออกจากห้องถ่ายเอกสารอย่างรวดเร็วราวกับเป็นักวิ่งร้อยเมตรพุ่งตรงไปยังทีมขายห้าที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
“คุณ...”
จางยูมีที่กำลังจะเรียกคิมชอลซูกลับเห็นและได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับผู้ซื้อเป็ภาษารัสเซียอย่างคล่องแคล่ว
หืมอะไรน่ะ
หูของจางยูมีผู้เรียนจบเอกภาษารัสเซียมาได้ยินภาษารัสเซียของคิมชอลซูที่สมบูรณ์แบบ แถมยังใช้ได้เก่งกว่าเธอด้วยซํ้าไป
“...ถ้าอย่างนั้นกำหนดการขนส่งข้าวสาลีของเรือบัลค์[1] จากวลาดีวอสตอคคือวันที่5 เมษายนใช่ไหมครับ ไม่รู้ว่าเรือบรรทุกจะมาถึงเมื่อไหร่ยังไงวันที่ 1 เมษายน ช่วยโทร.มาตรวจสอบอีกครั้งนะครับและรบกวนส่งอีเมลมายืนยันด้วยครับ ถ้าโทร.มาอย่างเดียวอาจมีปัญหาด้านการสื่อสารได้เพราะงั้นคุณต้องส่งอีเมลมานะครับ!”
คิมชอลซูจบการสนทนาด้วยคำว่า‘สปาซีบา’ ส่งท้ายแล้วก็วางหูโทรศัพท์
เนื่องจากทีมขายสี่กับทีมขายหกไม่มีใครอยู่เขาเลยต้องรับโทรศัพท์อย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะหันมาเห็นจางยูมีกำลังเบิกตากลมโตจ้องมองตัวเองอยู่
เวรละ!
จางยูมีสบตากับคิมชอลซูแล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาทำไม
“เอ่อ พอดีว่าเครื่องถ่ายเอกสารมีปัญหา รบกวนช่วยหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมช่วยครับ”
คิมชอลซูตามจางยูมีไปที่ห้องถ่ายเอกสารเพื่อดูเครื่องถ่ายเอกสารไม่มีกระดาษติด แต่ที่หน้าจอมีข้อความระบุให้เปลี่ยนตลับหมึกอยู่
เขาเปิดเครื่องถ่ายเอกสารและหยิบตลับหมึกออกมาเขย่าแรงๆ สองสามทีก่อนใส่เข้าไปใหม่เพียงเท่านั้นเครื่องถ่ายเอกสารก็กลับทำงานได้ปกติอีกครั้ง
“ได้แล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
คิมชอลซูทำท่าจะกลับไปที่ออฟฟิศแต่จางยูมีถามขึ้นมาเสียก่อน
“ปกปิดทำไมเหรอคะ”
“ไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดหรอกครับ แต่ว่ามันเป็แบบนั้นไปเองครับ ยังไงผมก็ช่วยคุณไว้ตั้งสองครั้งเพราะงั้นช่วยเก็บเื่นี้เป็ความลับได้ไหมครับ”
“...ค่ะ”
“ที่ออฟฟิศไม่มีใครอยู่นอกจากผม เพราะงั้นขอตัวก่อนนะครับ”
เมื่อคิมชอลซูออกจากห้องถ่ายเอกสารไปจางยูมีก็มองเอกสารที่ออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสารพร้อมกับความสงสัย
เก่งขนาดนั้นหากบอกว่าใช้เป็ภาษาแม่ยังเชื่อเลย ทักษะภาษารัสเซียขนาดนั้นถ้าได้ไปอยู่ทีมขายสองที่ดูแลเื่แร่น่าจะดีกว่าอยู่ทีมขายห้า
จู่ๆ ความอยากรู้อยากเห็นในตัวคิมชอลซูก็มากขึ้นแต่เพราะเสียงะโของผู้ช่วยผู้จัดการพัคดงจินทำให้จางยูมีสะดุ้งโหยงแล้วหยุดคิดโดยฉับพลัน
“นี่! จางยูมี! ไปขี้ที่ห้องถ่ายเอกสารหรือไง!”
โอ๊ย...เกลียดว่ะ...จริงๆ เลย
วันต่อมา
อันจองกยูนั่งอ่านรายงานที่พโยอิลซูพรินต์มาให้ซึ่งถูกจัดไว้เป็ระเบียบจนคนที่เพิ่งเห็นครั้งแรกอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที
แม้จะไม่รู้ว่าพโยอิลซูเรียบเรียงใหม่หรือว่าคิมชอลซูทำไว้แบบนี้อยู่แล้วแต่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบจนไม่มีที่ให้ติ
“หมายความว่า 6-Sigma คือแิการพัฒนาที่ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานหรือควบคุมคุณภาพอย่างนี้ใช่ไหม”
“ครับ หัวหน้า”
“แล้ว DMAIC นี่คืออะไร”
“คือ Define (นิยาม) Measure (วัดผล)Analyze (วิเคราะห์) Improvement (พัฒนา)และ Control (ควบคุม) ครับ”
“เื่นั้นน่ะรู้อยู่แล้ว แต่ว่าแต่ละอันหมายถึงอะไร”
“ยังไม่ได้เตรียมถึงตรงนั้นเลยครับ”
“งั้นก็ทำรายงานมาส่งภายในพรุ่งนี้”
“เอ่อ พรุ่งนี้ผมมีไปทำงานข้างนอกครับ หัวหน้า”
“ก็เลยทำไม่ได้เหรอ”
“เปล่าครับ หัวหน้า”
“ภายในพรุ่งนี้นะ ถ้ามารายงานเองไม่ได้อย่างน้อยก็ทำเอกสารส่งมา”
“ครับ! รับทราบครับ หัวหน้า ผมจะทำครับ”
“ดี ฉันไปประชุมหัวหน้าทีมก่อน อย่าให้งานมีปัญหาล่ะ”
“ครับ! หัวหน้า”
เมื่ออันจองกยูออกไปแล้วพโยอิลซูก็เรียกคิมชอลซูทันที
“ชอลซู”
“ครับ! ผู้จัดการพโย”
“เฮ้อ จะบ้าตาย ได้ยินที่คุยกันเมื่อกี้ใช่ไหม”
“ครับ! ได้ยินครับ”
“งั้นวันนี้ก็ฝากด้วยนะ”
“ครับ! ผู้จัดการพโย”
“ทำให้เหมือนของวันนี้นะ”
“จะทำให้ดีที่สุดครับ ผู้จัดการพโย!”
พโยอิลซูถูกใจคิมชอลซูที่บอกว่าจะทำให้ดีที่สุดด้วยสีหน้าจริงจังแบบนั้นอย่างมาก
“อืม”
อีกด้านหนึ่งพัคจุนฮยองที่ตามอันจองกยูเข้ามาในห้องประชุมใหญ่เพราะมีการประชุมหัวหน้าทีมก็เอ่ยกับเขา
“รองผู้อำนวยการอัน ทำผิดกฎแบบนี้ไม่ได้สิ”
คำพูดของพัคจุนฮยองทำให้อันจองกยูเหลือบตามอง
“ผิดกฎอะไร”
“การให้พนักงานใหม่เรียนรู้เื่ 6-Sigma ในเวลางานผิดกฎไม่ใช่หรือไง”
“มีหลักฐานว่าฉันสั่งไหมล่ะ”
“ถ้าหายังไงก็เจอ”
“ก็ลองหาดูว่าจะเจอไหม”
“ไอ้นี่ พออ่อนข้อให้หน่อย ก็มาพูดจาห้วน ๆ กับผู้อำนวยการงั้นเหรอ”
“แกก็ไม่ใช่หัวหน้าสักหน่อย แล้วทำไมมาพูดจาห้วน ๆ กับหัวหน้าล่ะ”
“อะไรนะ ไอ้เวรนี่!”
พัคจุนฮยองคว้าคอเสื้ออันจองกยูอันจองกยูจึงคว้าคอเสื้อพัคจุนฮยองเหมือนกัน
“เฮ้ย! นั่น ทำอะไรกัน”
เมื่อรองกรรมการผู้จัดการบยอนซังอุกจากฝ่ายสนับสนุนงานบริหารมองมาพร้อมตวาดใส่ทั้งคู่จึงค่อย ๆ ผละมือออกจากกัน
“เปล่าครับ พอดีว่าดีใจที่ได้เจอก็เลยกอดกันแน่นน่ะครับ”
พัคจุนฮยองรีบเปลี่ยนเสียงหวานแล้วรีบวิ่งไปปะเหลาะรองกรรมการผู้จัดการบยอนทันที
อันจองกยูเองก็ส่ายก้นทำหน้าเริงร่าไปยืนติดอยู่กับรองกรรมการผู้จัดการบยอนด้วยเช่นกัน
“โอ๊ย...ไอ้พวกน่าขยะแขยงพวกนี้ เลิกทะเลาะกันสักทีได้ไหม!”
[1] เรือบรรทุกสินค้าเทกอง เป็เรือสำหรับบรรทุกสินค้าที่ไม่บรรจุในภาชนะ เช่นถ่านหิน แร่ ข้าว หรือสินค้าอื่น ๆ ที่มีปริมาณมาก