บทที่ 164
ผู้เข้าร่วมการประลอง
วันที่สองเริ่มขึ้นงานประลองขนาดใหญ่ที่เป็นงานประลองของผู้ที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะที่ถูกเชิญมาจากเมืองต่างๆกำลังจะเริ่มขึ้น
ในวันนี้บรรยากาศแตกต่างจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง
ในวันแรกของงานการชุมนุมผู้คนมากมายที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พวกเขานั้นงานเลี้ยงพูดคุยสนทนากันอย่างมีความสุข
แต่ว่าในวันที่สองมันแตกต่างออกไปวันที่สองบริเวณใจกลางหมู่บ้านมันถูกจัดงานเอาไว้อย่างใหญ่โต
โดยงานที่ถูกจัดเอาไว้อย่างใหญ่โตเป็นล้านการประลองขนาดใหญ่
บริเวณลานการประลองประกอบไปด้วยโต๊ะนั่งของเหล่าผู้คนมากมายที่จะเข้าร่วมการประลอง
โต๊ะบริเวณใจกลางลานกว้างขนาดใหญ่ถูกตั้งเรียงเป็นห้าแถวแถวรับประมาณหกตัวรวมแล้วคนที่เข้าร่วมมีประมาณสามสิบ
คนที่เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้คืออัจฉริยะจากเมืองต่างๆที่ถูกคัดเลือกและถูกเชิญมาเป็นอย่างดี
โดยภายในสถานที่แห่งนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ตามคำเชิญของหมู่บ้านไผ่หยก
ในปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้คนมากมายรวมตัวกันเพื่อที่จะมาร่วมประลองงานศิลปะ
ในงานนี้ถูกจัดขึ้นเพราะว่าผู้เฒ่าสืออยากจะพบเห็นหรืออยากจะเห็นความสามารถของเหล่าคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นหลัง
เพราะแบบนั้นจึงมีงานแบบนี้ถูกจัดขึ้นมา
อันที่จริงแล้วงานศิลปะนั้นไม่สามารถประเมินค่าได้เพราะแบบนั้นเลยไม่ค่อยมีผู้คนจัดแข่งขันงานแบบนี้สักเท่าไหร่
แต่ว่านี้เองก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งสีสันของงานชุมนุมครั้งนี้เช่นเดียวกันเพราะว่าในทุกๆปีหรือว่าทุกๆครั้งที่ถูกจัดขึ้นมามันเองก็เป็นเพียงแค่งานชุมนุมที่ถูกจัดขึ้นโดยที่มีรายละเอียดของงานชุมนุมเพียงแค่การมานั่งสนทนากันเท่านั้นซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปแล้ว
ผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มีคนมากมายมาชมการประลอง
ที่นั่งของเหล่าแขกถูกจัดเอาไว้บริเวณทางด้านซ้ายและขวามีอาหารและมีเครื่องดื่มทุกอย่างผู้ที่มานั่งชมการประลองในครั้งนี้ครบอย่างเสร็จสรรพ
งานประลองจะถูกเริ่มขึ้นในช่วงยามบ่ายของวัน
บริเวณช่วงยามเช้าเหล่าผู้แข่งขันทั้งหมดต่างพากันเตรียมตัว
ช่วงเวลานั้นเดินทางผ่านมาถึงช่วงยามบ่ายของวันงานการแข่งขันและการประลองกำลังจะเริ่ม
เหล่าผู้ที่เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ต่างพากันเดินทางมาบริเวณใจกลางลานกว้างของหมู่บ้านที่ถูกจัดงานชุมนุมขึ้นมา
เหล่าอัจฉริยะที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะจากเมืองต่างๆนั่งลงตามที่นั่งต่างๆภายในสถานที่แห่งนี้
พวกเขาพากันนั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ที่นั่งแต่ละที่นั่งตำแหน่งแต่ละตำแหน่งล้วนแล้วแต่มีพวกชื่อและก็รายละเอียดของเจ้าของที่นั่งถูกจัดเตรียมเอาไว้
เหล่าผู้ที่กำลังนั่งชมเหตุการณ์การประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นพวกเขาต่างพากันเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อกับสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า
นี่เป็นงานประลองครั้งแรกที่จะเริ่มขึ้นเหล่าอัจฉริยะรวมตัวพวกเขานั่งประจำตำแหน่งของตนเอง
จางหมิงเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังนั่งอยู่ในจุดที่เรียกว่าเป็นผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันเช่นเดียวกัน
เขานั่งอยู่บริเวณโต๊ะตัวที่สามแถวที่สามซึ่งถือว่าเป็นบริเวณใจกลาง
ดวงตาของเขามองไปบริเวณรอบๆมองดูพวกเราผู้ที่เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้โดยผู้ที่เข้าร่วมการประลองในครั้งนี้มันไม่ได้มีเพียงแค่คนในรุ่นราวคราวเดียวกันเขาเท่านั้น
คุณชายหลงแห่งเมืองหลวงเองก็เข้าร่วมด้วยเช่นเดียวกัน
คนผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์แม้ว่ามันจะอายุสามสิบแต่เมื่อเทียบกับจิตรกรคนอื่นๆแล้วมันยังถือว่าเป็นคนที่มีอายุน้อย
เพราะแบบนั้นมันก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ได้
ไม่ได้มีเพียงแค่ทางด้านของคุณชายเท่านั้นเฉินจื่อผู้ที่มีงานฝีมือในการเย็บปักลงผ้าไหมเองก็เข้าร่วมด้วยเช่นเดียวกันเขาเองก็เป็นคนคนนึงที่ชื่นชอบในด้านศิลปะและถูกเชิญมาในฐานะอัจฉริยะแห่งเมืองหนานโจว
จางหยวนบริเวณใจกลางการแค่เขามองพวกคนที่อยู่บริเวณรอบๆและคิดภายในใจของตนเอง“ ดูเหมือนว่าคนที่เข้าร่วมงานการประลองในครั้งนี้จะมีมากกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก”
“ ผู้คนที่เข้าร่วมมีจำนวนมากกว่าที่คิดเอาไว้แต่ว่าคนเหล่านี้ที่เข้าร่วมต้องการชื่อเสียงหรือว่าต้องการของรางวัลกันแน่”
ในขณะที่กำลังคิดเช่นนั้นบริเวณด้านหน้าผู้เฒ่าสือเดินออกมาตรงหน้าของเหล่าผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมมากมาย
เหล่าผู้แข่งขันที่อยู่ภายในบริเวณนี้พากันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับพวกผู้ชมที่อยู่บริเวณรอบๆ
พวกเขาทั้งหมดก้มศีรษะของตนเองคารวะแก่ผู้อาวุโสที่ปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
เอาทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้พูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง “คารวะผู้เฒ่าสือ!!! ”
ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าตอบรับกลับมาทำให้พวกเขานั้นค่อยๆนั่งลงตรงตำแหน่งเดิมของตนเอง
เมื่อพวกเขานั่งลงตรงตำแหน่งของตนเองเรียบร้อยแล้วผู้อาวุโสที่อยู่ด้านหน้าที่เป็นผู้ที่จัดงานในครั้งนี้ขึ้นมาก็เริ่มทำการพูด“ในครั้งนี้อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของจากหลายๆเมืองเดินทางมาตามคำเชิญของข้ารวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้”
“ วันนี้ถือว่าเป็นวันดีทีเราอัจฉริยะมากมายมารวมตัว”
“ และวันนี้เองก็จะเป็นวันที่ข้าอยากจะให้เหล่าอัจฉริยะภายในสถานที่แห่งนี้ได้แสดงฝีมือด้วยเช่นเดียวกัน”
“ ในวันนี้งานการแข่งขันที่ถูกจัดขึ้นไม่มีอะไรมากกดดันเองก็ไม่มีอะไรมากด้วยเช่นเดียวกัน”
“ เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากเมืองต่างๆที่รวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ข้าอยากจะให้พวกเจ้ารังสรรค์ภาพวาดขึ้นมาหนึ่งภาพ”
“ แน่นอนภาพวาดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาไม่มีกฎเกณฑ์หรือว่าไม่มีหัวข้ออะไรทั้งสิ้นให้พวกเจ้านั้นทำการวาดภาพขึ้นมาตามใจที่ตนเองนั้นอยากจะวาด”
“ โดยภาพวาดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจะถูกประเมินจากเราผู้ที่มีความสามารถภายในสถานที่แห่งนี้”
“ หมู่บ้านไผ่หยกได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่รวมอัจฉริยะมาหลายรุ่นมีกรรมการที่คอยตัดสินเกี่ยวกับภาพวาดที่ดีที่สุดภายในงานแห่งนี้”
“ กำหนดเวลาสองชั่วยามให้พวกเจ้าทำการรังสรรค์ภาพวาดของตนเองออกมา”
“ แน่นอนในเมื่อขึ้นชื่อว่าการแข่งขันย่อมมีของรางวัลและของรางวัลที่ตัวของข้าจะมอบให้กับผู้ที่ชนะกับการแข่งขันในครั้งนี้มันก็คือ….”
ผู้เฒ่าสือใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังผู้ติดตามที่ยืนอยู่ข้างกาย
ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ข้างกายของมันก้าวเท้าของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะส่งของสิ่งหนึ่งให้กับท่านผู้เฒ่าที่กำลังยืนอยู่
ท่านผู้เฒ่าหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมาก่อนที่จะยกขึ้นมาภายในมือของตนเองโดยของที่อยู่ภายในมือของท่านผู้เฒ่าในตอนนี้มันคือตำราเล่มหนึ่งที่มีปกตำราเป็นสีขาว
มันเป็นตำราที่หนามากกว่าตำราทั่วไปถึงสองเท่า
จางหยวนมองเห็นเจ้าของสิ่งนั้นคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันคิดภายในใจ“ ในตอนแรกคิดว่าเป็นของล้ำค่าที่มีมูลค่ามากมายนี่อย่าบอกนะว่าตัวของข้าจะต้องมาแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำราเล่มนี้”
จางหยวนคิดแบบนั้นภายในใจเมื่อมองถึงการลงแรงแล้วการที่ลงทุนลงแรงในการแย่งชิงตำราเล่มเดียวถือว่าเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์
แต่ในขณะที่เขาคิดแบบนั้นผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆกลับไม่ใช่เหล่าผู้คนบริเวณรอบๆแสดงท่าทางตื่นตาตื่นใจกับตำราที่อยู่ภายในมือของผู้เฒ่าสือ
พวกเขาแสดงท่าทางตื่นตาตื่นใจจนจางหยวนนั้นประหลาดใจว่าคนพวกนี้ตื่นเต้นอะไรกัน
“ นั่นมันตำราโบราณแห่งราชวงศ์!!! ”
“ ข้ามองไม่ผิดใช่หรือไม่เจ้านั่นมันของที่มีเพียงชิ้นเดียวในแผ่นดินของล้ำค่าหายาก!!! ”
ผู้คนมากมายบริเวณรอบๆดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นจนจางหยวนนั้นคิดภายในใจ“ สรุปแล้วตำราเล่มนั้นเป็นของล้ำค่าอย่างนั้นหรือ?”
จบบท