รถตำรวจ รถพยาบาล และรถกู้ภัยจอดอยู่บนถนนคดเคี้ยวสายนี้
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ลงจากรถกู้ภัยเข้ามาหาพร้อมกับเปลหามแล้วพูดกับฉินลู่ว่า“ตอนนี้ผู้บาดเจ็บอยู่ที่ไหน”
ฉินลู่ชี้ไปทางด้านรถบีเอ็มดับเบิลยูแล้วพูดว่า “ตอนนี้อยู่ในรถรอให้พนักงานกู้ภัยงัดรถเปิดออกมา”
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินสวมหน้ากากอนามัยสังเกตเห็นว่าฉินลู่สวมชุดกาวน์น่าจะเป็นบุคลากรทางการเเพทย์ ดังนั้น จึงถามฉินลู่ว่า“ตอนนี้อาการของผู้บาดเจ็บเป็นยังไง”
“ยังไหวอยู่เลือดหยุดไหลแล้ว” ฉินลู่ตอบไปตามจริง
“คุณเป็นคนห้ามเลือดหรือ”เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมองฉินลู่ขึ้นลง
ฉินลู่พยักหน้า
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินก็พยักหน้าให้จากนั้นเปิดประตูผู้โดยสารของรถบีเอ็มดับเบิลยูแล้วมองไปยังด้านใน พบว่าผู้บาดเจ็บเต็มไปด้วยเข็มเงินทั่วร่างจึงหันไปมองฉินลู่ด้วยความงุนงง “คุณใช้การฝังเข็มในการห้ามเลือด”
ฉินลู่พยักหน้าอีกครั้ง“ใช่”
“คุณเป็นแพทย์แผนจีน”
“ใช่”
“การฝังเข็มสามารถห้ามเลือดได้หรือ”
“ได้”
“คุณต้องหลอกผมแน่ๆ”
“ใช่”
“ฮะ”
ฉินลู่ตอบกลับไปด้วยสีหน้าทะมึน“ผมหลอกบ้านคุณน่ะสิ ห้ามเลือดได้หรือไม่คุณเองมองไม่เห็นหรือไง”
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมองไปยังทางผู้บาดเจ็บอีกครั้ง“เห็นแล้ว เลือดหยุดไหลแล้วจริงๆ”
เมื่อครั้นเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่สวมหน้ากากอนามัยนึกอยากจะพูดอะไรอีกครั้งนักกู้ภัยที่มาถึงก็ผลักเขาออกไป เริ่มนำคีมใหญ่และเลื่อยไฟฟ้าขนาดใหญ่ออกมาแล้วเริ่มดำเนินการตัดบีเอ็มดับเบิลยูคันนี้
“ฉื่อๆๆ !”
ภายใต้ประกายไฟชั่วระยะเวลาหนึ่งรถบีเอ็มดับเบิลยูก็ถูกตัดเปิดออก
เมื่อกู้ภัยถอยออกมาพยาบาลจึงปรี่เข้าไปคิดจะนำชายหนุ่มคนนั้นออกมา แต่ทว่าพอเห็นร่างของเขาที่เต็มไปด้วยเข็มก็คล้ายเจอเม่นที่มีหนามปกคลุมอยู่ทั้งตัวไม่อาจลงมือ
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่สวมหน้ากากอนามัยคนนั้นเดินไปตรงหน้าฉินลู่“เข็มนี้ทำยังไงดี ผมเกรงว่าจะสัมผัสโดน ดึงออกก่อนได้ไหม”
ฉินลู่เหลือบมองทางเขาแล้วพูดว่า“ถ้าผมดึงมันออกมา คุณมั่นใจว่าจะห้ามเลือดได้ภายในสามนาทีหรือเปล่า”
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินพูดว่า“ดูจากอาการบาดเจ็บแล้ว ผมไม่สามารถห้ามเลือดได้ ภายในห้านาทียังยากมากเลย”
“ในเมื่อทำไม่ได้งั้นก็ปักเอาไว้แบบนี้หลังจากดำเนินการผ่าตัดค่อยดึงเข็มออก”
“แต่ว่า...”เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกังวลเล็กน้อย “ถ้าไม่ดึงเข็มออก ก็ยากที่จะลากผู้บาดเจ็บออกมาหากขยับแรงเข็มเงินก็อาจเคลื่อนได้”
“อืม”ฉินลู่พยักหน้า จากนั้นไปหาผู้รับผิดชอบหน่วยกู้ภัย “สวัสดีครับผมเป็นหมอที่รักษาผู้บาดเจ็บในรถ”
ผู้รับผิดชอบหน่วยกู้ภัยเป็นชายวัยกลางคนหัวล้านเขาลูบหัวไปมา ยื่นมือออกไปหาฉินลู่และพูดว่า “สวัสดีๆคุณตามหาผมมีเรื่องอะไรครับ”
“คือแบบนี้”ลู่ฉินชี้ไปที่รถบีเอ็มดับเบิลยูทางด้านหลัง“สถานการณ์ในตอนนี้ของผู้บาดเจ็บค่อนข้างร้ายแรงผมปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการห้ามเลือดแล้ว แต่ว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอนผู้บาดเจ็บไม่สามารถฝืนตัวให้เคลื่อนไหวได้ ฉะนั้นผมอยากให้พวกคุณผ่าเปิดรถออกทั้งคันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมีพื้นที่เพียงพอในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บครับ”
“เข้าใจแล้ว”ชายหัวล้านพยักหน้า ตะโกนไปทางนักกู้ภัยที่อยู่ข้างหลัง “พวกนาย ทำงานเลื่อยเปิดรถคนนี้ออกมาให้พี่หน่อย”
สิบกว่านาทีหลังจากนั้นรถบีเอ็มดับเบิลยูก็ถูกเลื่อยเปิดออกทั้งคัน เหล่าพนักงานฉุกเฉินจึงมีพื้นที่เพียงพอในการหามชายหนุ่มขึ้นเปลโดยระวังไม่ให้สัมผัสกับเข็มจากนั้นก็ส่งชายหนุ่มเข้าไปในรถพยาบาล
ชายหนุ่มที่หายใจแผ่วๆพยายามเงยหน้าขึ้นมองฉินลู่ แล้วยกนิ้วก้อยให้
ฉินลู่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรจึงยกนิ้วก้อยตัวเองเช่นกัน
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่สวมหน้ากากอนามัยเดินมาด้านหน้าฉินลู่“หมอครับ คุณก็ไปโรงพยาบาลกับพวกเราเถอะ”
“ไม่ละ ตอนนี้เขาสถานการณ์คงที่แล้วไม่น่ามีอันตรายร้ายแรงแล้ว” ฉินลู่โบกมือ
“แต่ว่า...”พนักงานฉุกเฉินกล่าวอย่างลำบากใจ “แต่ว่าเข็มพวกนั้นที่อยู่บนร่างกายของเขาหลังผ่าตัดเสร็จแล้ว จะดึงออกยังไงล่ะ”
ฉินลู่มองเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินอย่างประหลาดใจแล้วพูดว่า“ดึงออกยังไง ก็ใช้มือดึงออกไง”
“ไม่...ไม่เกิดผลร้ายแรงอะไรใช่ไหม”
“ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงคุณก็แค่ดึงมันออกมาเหมือนตะปูก็พอ ไม่ใช่ทิ่มเข้าไปอีก” ฉินลู่กล่าว
พนักงานฉุกเฉิน“...”
รถพยาบาลมาถึงแล้วตำรวจที่รอให้การช่วยเหลือกู้ชีพเสร็จสิ้นก็รีบเข้ามา เดินมาด้านหน้าฉินลู่ต้องการทำความเข้าใจสถานการณ์
“โย่! คุณคนนั้น”
เมื่อฉินลู่กำลังคุยกับตำรวจคนหนึ่งอยู่แต่จู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังเขา
ฉินลู่หันหน้าไปตามสัญชาตญานพบว่าเป็นคนที่รู้จัก
ที่แท้เป็นชุยฮุ่ยฮุ่ยที่รู้จักกันที่งานเลี้ยงวันเกิดคุณยายของซุนอิง
“ว้าวคุณเป็นตำรวจนี่เอง”ฉินลู่มองไปยังชุดเครื่องแบบตำรวจที่มียศประดับบนตัวของชุยฮุ่ยฮุ่ยพร้อมพูดอย่างประหลาดใจ
“แน่นอน ทำไมดูคุณเหมือนประหลาดใจมากเลยนะ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดยิ้มๆ
“ไม่ใช่ๆ ”ฉินลู่ส่ายหัวไปมา
“เสี่ยวฮุ่ย เธอรู้จักหมอคนนี้เหรอ”ตำรวจที่คุยกับฉินลู่ยิ้มและพูดกับชุยฮุ่ยฮุ่ย
“ใช่เขาเป็นเพื่อนฉันเอง” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า
“ก็ดี งั้นยกเขาให้เธอสอบปากคำแล้วกัน”ตำรวจพูดพลางนำปากกาและหนังสือเล่มเล็กในมือให้ชุยฮุ่ยฮุ่ย
“โอเคพี่จางไปช่วยอย่างอื่นก่อนเถอะ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยรับสมุดบันทึกและปากกามาแล้วหันกลับมาหาฉินลู่กล่าวอย่างยิ้มๆ ว่า “เดี๋ยวไว้พวกเราค่อยคุยกันต่อ”
“เข้าใจแล้ว”
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงสถานการณ์ที่เกิดเหตุก็จบลงด้วยดี
ฉินลู่กลับไปที่รถอาวดี้ของเซี่ยหลิงอีกครั้ง
ชุยฮุ่ยฮุ่ยยืนอยู่ข้างหน้าต่างรถโบกมือให้กับฉินลู่พลางกล่าวว่า “มีเวลาเดี๋ยวฉันโทรหา ตอนนี้ฉันค่อนข้างยุ่งกลับดีๆ ละ”
“ได้ว่างแล้วค่อยโทรคุยกัน” ฉินลู่พยักหน้าให้กับชุยฮุ่ยฮุ่ย จากนั้นก็สตาร์ตรถ ปรับกระจกรถขึ้น
ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์รถอาวดี้ค่อยๆ หายไปบนถนนที่คดเคี้ยว
ชุยฮุ่ยฮุ่ยมองตามรถอาวดี้ที่ออกไปจนลับสายตาจากนั้นก็เดินย่องๆ ไปยังหลังต้นไม้ หยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออก
“ตู๊ด...”
“ตู๊ด...”
“ฮัลโหลฮุ่ยฮุ่ยเหรอ ทำไมโทรหาฉันดึกแบบนี้” เสียงหวานลอยมาจากปลายสายอีกฝั่ง
ถ้าฉินลู่อยู่ตรงนี้เขาต้องฟังออกว่านี่คือเสียงของซุนอิงแน่นอน
“ฮัลโหลเสี่ยวอิง เมื่อครู่ฉันเจอฉินลู่ด้วย” ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำเป็นพูดกระซิบกระซาบ
“ฉินลู่ เจอที่ไหน”
“อยู่บนถนนตรงสวนสาธารณะซานตงที่เกิดเหตุรถชน”
“อะไรนะ! ฉินลู่รถชน!”เสียงอุทานดังมาจากอีกด้านของปลายสาย
ชุยฮุ่ยฮุ่ยโบกมืออย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า“ไม่ๆ ไม่ใช่เขาที่รถชนหรอก เป็นเขาที่ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บจากรถชน แล้วฉันก็เจอเขา”
“ไอ้...! ชุยฮุ่ยฮุ่ย!” เสียงปลายสายดูโมโหนิดๆ“นายก็อย่าพูดซะโอเวอร์สิ ทำฉันตกใจหมดเลย!”
“ฮิฮิ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงประหลาดว่า “ทำไมเหรอเธอเป็นห่วงคนรักตัวน้อยอยู่หรือไง”