ร่างของอาร์คพุ่งทะยานตัดผ่านม่านหมอกควันขึ้นสู่ผืนฟ้ายามราตรี พลังงานสีดำสลับแดงปะทุเดือดพล่านห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้จนดูราวกับดาวตกทมิฬที่แฝงไปด้วยประกายไฟแห่งความพินาศ
เบื้องหน้าของเขาคือดวงตะวันจำลองสีทองอร่ามขนาดยักษ์ที่แผ่ไอรังสีความร้อนมหาศาลบิดเบือนห้วงมิติจนสั่นไหว พลังทำลายล้างที่โซลบีบอัดเอาไว้นั้นอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่รุนแรงพอจะบดขยี้และลบแนวกำแพงคอนกรีตฝั่งเหนือทั้งหมดรวมถึงชีวิตของผู้รอดชีวิตนับแสนให้หายไปในพริบตา
"ระดมยิงสนับสนุน! หยุดยั้งแรงกระแทกนั่นให้ได้!" กัปตันเฉินแผดเสียงตะโกนสั่งการอย่างบ้าคลั่งผ่านวิทยุสื่อสารจนเสียงแหบพร่า
ทว่าบนแนวกำแพงสูงกลับไม่มีทหารคนใดขยับเขยื้อน ปืนใหญ่และอาวุธทุกชนิดที่มนุษย์มีบัดนี้ช่างดูเปราะบางและไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัจธรรมแห่งพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติ ไม่มีใครสามารถแทรกแซงการปะทะระดับราชันย์นี้ได้เลย... สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ในวินาทีนี้ คือการเบิกตากว้างและภาวนาต่อปาฏิหาริย์ที่ริบหรี่
ท่ามกลางกระแสลมกรดที่กรีดพัด โซลที่ลอยตัวอยู่เหนือสนามรบยกยิ้มมุมปากอย่างอหังการเมื่อเห็นเงาร่างทมิฬพุ่งตรงเข้ามา "งดงามยิ่ง... เจ้ายังคงเลือกวิถีอันแสนอ่อนแออย่างการปกป้องงั้นรึ อาร์ค!"
ราชันย์ซอมบี้กำหมัดแน่น ทันใดนั้น ทรงกลมแสงสีทองพลันสั่นสะเทือนส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ก่อนจะถูกผลักพุ่งทะยานสวนทางตรงเข้าหาอาร์คด้วยความเร็วแสง ฟากฟ้ายามราตรีคล้ายกับถูกฉีกแยกออกเป็นสองซีกอย่างเด่นชัด—ข้างหนึ่งคือแสงสว่างสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ทว่าโหดเหี้ยม อีกข้างคือความมืดมนสีดำแดงอันดุดัน... เป็นการเผชิญหน้าระหว่างการทำลายล้างอย่างไร้ความปราณี และเจตจำนงแห่งการปกป้องอันแรงกล้า!
อาร์ค!
สุ้มเสียงอ้อนวอนอันคุ้นเคยดังสะท้อนกังวานก้องผ่านเครือข่ายจิตวิญญาณ มันไม่ใช่เพียงแค่เสียงเรียก หากแต่อัดแน่นไปด้วยกระแสความรู้สึกทั้งหมดที่หลินเยว่มีส่งตรงเข้าสู่ห้วงลึกของหัวใจชายหนุ่ม ทั้งความหวาดกลัวต่อความสูญเสีย ความเชื่อใจอย่างหมดเปลือก และความปรารถนาเดียวอันแสนบริสุทธิ์... ได้โปรด... อย่าทิ้งฉันไป
ประสาทสัมผัสของอาร์คสั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวใจที่เคยเยือกเย็นและว่างเปล่าราวก้อนหินของเขาพลันบีบรัดด้วยความเจ็บปวดอันแสนอบอุ่น
ครั้งหนึ่ง... เขาเคยสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปท่ามกลางเถ้าถ่านแห่งวันสิ้นโลก ทั้งชื่อเสียง อดีต และแม้กระทั่งตัวตนความเป็นมนุษย์ ทว่าในวินาทีนี้ที่เขาได้สบตากับดวงตาสีครามคู่นั้นบนยอดกำแพง เขากลับตระหนักได้ว่าตนเองมีบางสิ่งที่สำคัญและมีค่ามากกว่าความทรงจำทั้งหมดที่ขาดหายไป
เขามีคนสำคัญที่ต้องปกป้อง... และนั่นคือเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขาหยัดยืนอยู่ตรงนี้!
"ฉันเคยสัญญาไว้แล้ว..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นของอาร์คส่งสัญญาณตอบกลับผ่านเครือข่ายจิต "ว่าจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป"
ในวินาทีนั้น ราวกับมีผนึกบางอย่างในก้นบึ้งดวงจิตของอาร์คฉีกขาดออก ความกลัวที่จะต้องสูญเสียเด็กสาวตรงหน้า ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นโล่กำบัง และความรู้สึกรักที่ยังไม่เคยเอ่ยปากบอกออกไป ทั้งหมดถั่งโถมหลอมรวมกันกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้พลังงานสีดำแดงทั่วร่างของเขาระเบิดปะทุพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจภูเขาไฟที่ตื่นจากการหลับใหล!
อินเตอร์เฟสสีครามของระบบ Genesis Core ในส่วนลึกของสมองของหลินเยว่สว่างวาบและกะพริบแจ้งเตือนด้วยรหัสสีทองถี่รัว:
[ตรวจพบการวิวัฒนาการขั้นก้าวกระโดดของแกนกลางราชันย์ (KING CORE EVOLUTION DETECTED)] [อัตราการจัดตำแหน่งประสาทสัมผัสร่วมทางจิตใจเพิ่มขึ้นในระดับวิกฤต (RESONANCE INDEX SPIKE)] [ระดับความเข้ากันได้ระหว่างผู้ใช้ระบบและราชันย์อาร์ค: $47\% \rightarrow 63\%$]
หลินเยว่เบิกตากว้าง หยาดน้ำตารื้อขึ้นที่ขอบตาอย่างไม่อาจห้าม เธอสัมผัสได้ผ่านเครือข่ายจิตวิญญาณ... อาร์คกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่การกลายพันธุ์ที่ขับเคลื่อนด้วยไวรัสที่บ้าคลั่ง ทว่ามันคืออานุภาพแห่งเจตจำนงที่ตื่นรู้เพราะอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้งของความเป็นมนุษย์!
ตูมมมมมมมมม—!!!
เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้านแผ่นดินดังสนั่นจนโลกทั้งใบราวกับจะหยุดหมุน อาร์คพุ่งเข้ากระแทกปะทะกับทรงกลมสีทองจำลองโดยตรง แรงบดเคี้ยวและหักล้างของสองพลังงานระดับคอสโมก่อเกิดเป็นแสงสว่างวาบสีขาวนวลขนาดมหึมาที่กลืนกินทัศนียภาพรอบข้างไปจนหมดสิ้น
บนกำแพงเมือง เหล่าทหารและพวกพ้องต่างพากันยกแขนขึ้นบดบังใบหน้าจากแสงอันเจิดจ้าและคลื่นกระแทกพายุหมุนที่กวาดทำลายล้างพื้นดินเบื้องล่างจนซอมบี้นับหมื่นตัวปลิวสลายกลายเป็นธุลี หลินเยว่ถูกแรงลมพัดจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ทว่าสองตาของเธอยังคงจับจ้องฝ่ากระแสแสงเจิดจ้านั้นไปที่ใจกลางสนามรบโดยไม่ยอมกะพริบตาแม้เพียงเสี้ยววินาที
"อาร์ค...!"
เมื่อแสงสว่างอันบ้าคลั่งค่อย ๆ มอดดับลงและจางหายไป ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนที่เฝ้ามองต้องลืมหายใจ
ร่างของอาร์คลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลลึกจนเห็นเนื้อในสีดำแดงที่กำลังสมานตัวอย่างเชื่องช้า ทว่าใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ และในฝ่ามือขวาที่อาบไปด้วยโลหิตของเขานั้น... กำลังบีบอัดและตรึงแกนกลางพลังงานสีทองของโซลเอาไว้จนมันส่งเสียงแตกร้าวละเอียด
แววตาของโซลเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก รอยยิ้มอหังการบนใบหน้าที่เคยมีอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย "เป็นไปไม่ได้...! เจ้า... ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของไวรัสไปได้อย่างไรกัน?!"
อาร์คเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังอันบ้าคลั่งหรือสัญชาตญาณสัตว์ป่าของซอมบี้ทั่วไปอีกต่อไป ทว่ามันกลับนิ่งสงบและแน่วแน่ดุจขุนเขาอันเยือกเย็น เป็นดวงตาของผู้ที่ได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่
"พลังของแก... มีไว้เพื่อช่วงชิงและครอบครองทุกสิ่ง" อาร์คเอ่ยเสียงต่ำกังวาน ก่อนจะใช้นิ้วมือทั้งห้าออกแรงบีบขยี้แกนพลังงานดวงตะวันสีทองจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงละอองแสงร่วงหล่นลงสู่แผ่นดิน
"แต่พลังของฉัน... มีไว้เพื่อเหนี่ยวรั้งและปกป้องชีวิตของเธอ!"
สิ้นคำประกาศ อาร์คสปริงร่างพุ่งตรงดิ่งเข้าหาโซลอีกครั้งท่ามกลางฟากฟ้าที่พังทลาย ด้วยดวงใจของราชันย์ผู้หยัดยืนสู้และไม่มีวันยอมถอยหลังกลับอีกต่อไป!