เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 68 เเสงสุดท้าย

    นัยน์ตาเเดงก่ำของไฝเหมือนจะทะยานออกนอกเบ้า ไม่อยากเชื่อว่าสายฟ้าเส้นเขื่องหนาเเละรุนเเรง จะถูกต้านทานได้ด้วยเด็กทารกดูดนิ้วหัวเเม่มือเทียมน้ำนมมารดา ดัชนีถูกเร่งเร้าบ้าเลือด เพิ่มความต่อเนื่องให้สายฟ้าเทลงมาราวกับอุกกาบาตล้างปฐพี

    เห็นภูตน้อยร่ำร้องทรมานเจ็บปวด ภายในดวงใจของกงเฟินรวดร้าวเกินบรรยาย นี่คือวิญญาณล้ำค่าในตำนานจากยุคโบราณ มันเฝ้าถนอมฟูมฟักดุจดั่งลูกในไส้ เรื่องความผูกพันเป็นฉันใดคงไม่ต้องยกมากล่าวถึง

    ครั้งนั้นผู้ส่งสารของตระกูลได้พานพบซากโบราณสถานเก่าเเก่โดยบังเอิญ แอบซ่อนใน ' บุปผาสยบมิติ ' รูปลักษณ์ดั่งดอกไม้เปราะบาง ขึ้นเเซมในกกกอพฤกษาทั่วไป ทว่ายามใดค่ำคืนถูกอาบย้อมด้วยรัศมีแผดเผาเเห่งจันทราโลหิต ทุกกลีบใบจักเเปรเปลี่ยนรูปร่างคล้ายถนนคดโค้งน่าอัศจรรย์ กอปรกับเเสงดาวนำทาง เผยให้เห็นเสี้ยวมิติเเตกร้าวสู่สถานที่เร้นลับแปลกประหลาด มันถูกเรียกขานว่า ' ขุมสมบัติเเห่งไฟ ' เต็มไปด้วยบททดสอบสุดหฤโหดของผู้ใช้เอกะ เจ้าภูตน้อยคือสมบัติสสารวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวของกงเฟิน กว่าจะเก็บเกี่ยวมาได้เลือดตาเเทบกระเด็น ส่วนผู้อื่นยามเคียงไหล่บุกตลุยไปพร้อมมัน ล้วนพินาศสิ้นด้วยบทกลอนเเห่งนิมิตไร้กรอบปรารถนาไร้ก้นบึ้ง...

    หากปลดเปลื้องปีกดำไม่สมกับตัวมันออกไป ไม่ว่าใครต้องเเลเห็นเป็นเพียงทารกจ้ำม่ำ ผิวพรรณขาวกระจ่างนวลเนียน เรียกร้องให้ขับกล่อมนิทานยามนิทราน่าเอ็นดู ต่อเมื่อห้วงลึกของเหวนรกลืมตื่น บรรยากาศเก่าเเก่คล้ายเเทรกซึมอยู่ทุกท้วงทำนองเเห่งสุญญะ ภูตน้อยเข้าเเบกรับสายฟ้าทิ่มเเทงลงมาราวกับไม่มีวันหมดสิ้น กงเฟินนำตัวเองหลบอยู่ใต้ปีกดำบรรพกาล มันเหม่อมองเบื้องบนด้วยจิตใจเครียดขรึมเจ็บลึก เพราะสิ่งวิเศษสุดหวงเเหนพังทลายลงอย่างช้าๆ เพื่อรักษาหนทางรอดชีวิตให้เเก่มัน

    กงเฟินพึมพำเเผ่วเบาว่า ' ขอมอบกระดูกผุกร่อน ' อย่างยากลำบาก ร่างกายเหี่ยวเเห้งดั่งไม้เสียบผีถูกรีดเร้นจนบางเฉียบ ราวกับแผ่นกระดาษปลิดปลิวทุกเมื่อหากต้องลม ตรงกันข้ามกับทารกปีศาจ หลังได้ดูดกลืนพลังชีพมหาศาล จากเสียงร้องโหยไห้แปรเปลี่ยนเป็นเเข็งกร้าวกล้าเเกร่ง ชักนำสมดุลในการต่อสู้

    ไฝหมดคำจะกล่าวเช่นเดียวกับเล็กน้ำ พวกเขาคือ ' รุกกี้ ' ในดินเเดนเเห่งนี้ ตื้นหนาลึกบางเพิ่งเริ่มต้นตั่งไข่เท่านั้น เล็กน้ำยืนเยื้องอยู่ด้านข้าง ประกายตาราบเรียบไร้เเววตื่นตระหนก เขาดูใจเย็นอย่างน่าประหลาด ผิดกับไฝ ดวงตาเฉียบคมมีเส้นเลือดฝอยลงรากลึก ริมฝีปากบิดเบี้ยวขบเม้ม บดกัดฟัดจนเกิดเสียงระส่ำภายในศีรษะ

    เเส้สายฟ้ายามอยู่ในโดมเเก้วสวยงามยิ่งนัก พวกมันเริงระบำติดตามล้างผลาญกงเฟินไม่ว่าจะหลบลี้ไปทางใด ต่างถูกภูตน้อยต้านไว้ได้อย่างหมดจด หากลำดับต่อไปความเป็นตาย การตัดสินใจต้องเด็ดขาด ไฝรู้ดีเรี่ยวเเรงประคองพลังมหาศาลน้อยลงทุกที จึงเร่งประสานสัญลักษณ์โบราณรูปดวงดาวห้าเเฉก ขับเคลื่อนเมฆกำเนิดสายฟ้าให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง วงเวทย์กลุ่มดาวก่อตัวไม่เร็วไม่ช้า ประกายเเสงทองเจิดจ้าตัดความมืดมิดราวกับอยู่ในห้วงฝัน สุ้มเสียงลั่นระงมลาลับเหลือเพียงความเงียบงันอันเวิ้งว้าง

    สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ถูกโดมเเก้วปิดกั้นจนหมดสิ้น เเต่ไร้ผลต่อตราประทับสถิตจิตวิญญาณ อีกช่วงอึดใจดอกรักใกล้จะถึงเเล้ว ใบหน้าซีดขาวร้าวรานเเปรเเปลี่ยนเป็นกระหยิ่มได้ใจ นัยน์ตาเขียวเข้มชั่วร้ายกวาดมองพวกเล็กน้ำด้วยความอาฆาตเยียบเย็น ทว่าความวาดหวังถูกปลุกให้รู้สึกตัวจากสดับเสียงสงัด คล้ายมีหนามเเหลมทิ่มเเทงในสำนึกอันเเข็งเเกร่ง แก้วตามรกตไหวระริกจับจ้องมวลเมฆเบื้องบนไม่กระพริบ

    ก้องเฟินคำราม ' เเย่เเล้ว ' สุดเสียง ตามติดด้วยบทสวดกรรมฐาน ' ขอมอบดวงวิญญาณอีกครึ่งเสี้ยว ' อย่างลนลาน ละอองสีขาวนวลจากร่างกายดั่งเศษกระดาษ ถูกภูตน้อยดูดขึ้นไปเหมือนลมใต้ปีก ส่งเสริมให้มันโหวกเหวกบ้าเลือดดั่งเเม่ทัพกรำศึก สายฟ้าผ่าดังเปรี้ยง! ปีกบรรพกาลสะท้อนภัยร้ายกระจายไปรอบทิศอย่างง่ายดาย เส้นเเสงสว่างจ้ากระทบโดมเเก้วจนระยะกว้างไกลลดหลั่นลงอย่างน่าใจหาย

    ' รีบเกินไป... ยังประสานกันไม่ดีพอ ' คิ้วเรียวยาวขมวดเเน่น ไฝคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว สองมือขีดเขียนผืนฟ้าบัญชาทุกจุดรวมเเสงทั้งห้าให้โยงใยทั่วถึง ' อีกครั้ง! '

    เปรี้ยง!!!

    หนนี้ปีกใหญ่ของภูตน้อยถูกเผาไหม้จนควันขาวโขมง บางส่วนเกิดรูโหว่จากเปลวเพลิงไม่มอดดับ เเต่มันกลับปราศจากอารมณ์เจ็บปวด รอยสักเเดงฉานคล้ายคมเขี้ยวอสรพิษฉีกกว้างยามกงเฟินเเสยะยิ้ม ท่อนเเขนบางเบากวาดขึ้น ภูตน้อยดั่งถูกปลุกจากความฝันอันเลือนลาง ใบหน้ากลมเกลี้ยงตื่นตัวจนดวงตาดำมืดเบิกโพลง เรียวปากจิ้มลิ้มคายบอลประหลาดสีม่วงเผาผลาญผนังเเก้วในพริบตา

    " กำจัดเเกก่อน ไอ้ไก่อ่อนตายซะ! "

    กระโหลกผีผลาญตัวสุดท้าย ร้องไห้พยาบาท บินตัดความว่างเปล่าเข้าหาเล็กน้ำราวกับดอกศรหลุดจากสาย เเต่เหมือนชายหนุ่มในชุดคลุมดำถูกความโอหังลำพองห่อหุ้ม เขาไร้ทีท่าปัดป้อง ไม่เเม้เเต่ชำเลืองมองด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งค่อยๆ กลืนหายเป็นหนึ่งเดียวในบรรยากาศ ก่อนผีผลาญดุร้ายจะทะยานมาเข่นฆ่าในเสี้ยวใจ

    กงเฟินถูกเส้นเเสงเฉียบคมนอกโดมเเก้วร้องเรียกให้เหลียวมอง ประกายคมกล้าเเหวกผืนผสุธาอย่างเร็วเเรง ตวัดเฉือนเนื้ออ่อนใต้ลำคอเป็นเเผลฉกรรจ์ กรีดยาวจนลำไส้ล้นทะลัก บดขยี้ขั้วหัวใจให้เเหลกเละ โลหิตมหาศาลจากเดรัจฉานกินซาก อาบรดเล็กน้ำจนกรุ่นกลิ่นคาวคละคลุ้ง เฮือกสุดท้าย มันปัดหางเข้าอกเขาเต็มเเรงจนกระดูกเเตกละเอียด ลอยละลิ่วเป็นดาวตกไม่รู้เป็นตาย ดอกรักคอตกพับเกยเนินดินก่อนจะถึงโดมเเก้วเพียงสามก้าว ด้านเดียวกันกับไฟบรรลัยกัลป์โหมไหม้

    " ดอกรัก!! " คลับคล้ายประกายเเก้ว เหลื่อมเร้นจากใต้ปีกกว้างด้วยความเร็วปานเเสงส่อง " ไม่จริง!! ไม่จริง!! ไม่จริง!! " สถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ ช่างเป็นไปตามเเผนที่ไฝเฝ้าคอยอย่างจดจ่อ ดั่งถูกจุดชนวน เมฆมรสุมทุกมุมรวมพลังฟาดกระบองเเสงใส่กงเฟิน

    ทุกอย่างสว่างวาบ กงเฟินร่างกายเเตกละเอียดเป็นจุณไม่เหลือชิ้นดี เสี้ยวอึดใจต่อจากนั้น กาลเวลาเสมือนหยุดเดิน ลมหายใจคล้ายขาดห้วงนิ่งหาย โคมบงกชระเบิดเป็นเสี่ยงๆ บางชิ้นส่วนมีเปลวไฟลุกไหม้ติดตามไป ภูตน้อยหายวับ เพลิงพระกาฬดับลงอย่างรวดเร็ว ยันต์ผนึกผสุธาลดระยะเหลือเพียงสี่สิบวาเท่านั้น เเต่มวลเมฆเบื้องบนยังเปล่งเเสงจ้าเจิดจรัส

    ไฝจิตใจหนักอิ้ง ในครรลองจักษุเห็นเพียงความว่างเปล่าเหมือนกันหมด หากเมฆสีทองยังคงอยู่ หมายถึงวิญญาณของศัตรูยังไม่ดับดิ้น ยามนี้แผ่นหลังของมันเปียกชื้นชุ่มเหงื่อ เรี่ยวเเรงเรียกสายฟ้าเหลือเเค่อีกครั้ง ชายหนุ่มสูดหายใจยาวลึก ดุนลิ้นเช็ดเลือดตรงมุมปาก จากนั้นนัยน์ตาบ้าระห่ำปิดลง รีดเร้นเอกะอย่างบ้าคลั่ง พยายามควบรวมเส้นใยจิตสัมผัสให้เชื่อมต่อกับมวลเมฆเทวทัณฑ์เบื้องบน จิตวิญญาณสูงล้ำเปิดกว้างขึ้นทันตา

    เพียงชั่วครู่ประกายตาคมกล้าลุกวาว จิตสัมผัสเล็กละเอียดรับรู้ถึงเเรงกระเพื่อมเบาบางตรงมุมหนึ่ง หลบเร้นในความว่างเปล่า เเรงกระตุกเพียงเล็กน้อยได้กระตุ้นความต้องการล่าสังหารอย่างรุนเเรง ทัณฑ์สวรรค์สุดท้ายผนึกพลังมหาศาลฟาดฟันจนโดมโค้งเเตกสลาย เหลือเพียงฝุ่นดินดำตลบฟุ้งปนควันขาว ราวกับผืนดินเเละแผ่นฟ้าหลอมรวมกัน...

    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน