สุดปลายเส้นด้ายสีแดง

    สุดปลายของด้ายแดง

            สายลมที่เย็นยะเยือก ถึงแม้ว่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายของฤดูหนาวแล้ว แต่เนื่องจากเป็นลมหนาวที่พัดจากตอนเหนือของไท่โจวที่ยังคงมีอุณหภูมิเย็นจัด พัดผ่านยอดเขาที่ยังปกคลุมด้วยหิมะและเกล็ดน้ำแข็ง พัดเอาไอความหนาวเย็นกระทบดวงพักตร์หวานซึ้ง หากไม่สามารถทำให้สายพระเนตรเคลื่อนไหวไปจากดอกไม้สีชมพูบนต้นไม้ที่ทรงประทับเหม่อมองมันมาครู่ใหญ่แล้ว พระหทัยล่องลอยกลับไปสู่คืนวันพระจันทร์สว่าง ใต้ศาลาเล็ก ๆ ริมน้ำ ข้างบ้านลุงจ้าว เสียงทุ้ม อบอุ่นแว่วมาในโสตประสาท...


    “ขอช่อดอกไม้นี้แทน ‘ความรู้สึก’ ทั้งหมดที่พี่มีต่อเจ้า ถึงแม้เวลาที่เราสองคนได้รู้จักกันจะน้อยนิด แต่ความรู้สึกในหัวใจพี่กลับชัดเจนกระจ่างเสียยิ่งกว่าแสงจันทราในคืนนี้ ... พี่จึงขอเพียงเก็บความอบอุ่นจากมือน้อย ๆ ของเจ้าเอาไว้ปลอบใจยามว้าเหว่และโดดเดี่ยว ในภายภาคหน้า ไม่ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบทำให้พี่จำจะต้องมีหญิงใดมาเคียงข้าง ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าจะมีเพียงเจ้าที่เป็นสายธารที่หล่อเลี้ยงหัวใจของพี่ ตลอดไป”


            ดอกไม้สีชมพู...พระหัตถ์บางขาวจนเกือบซีด เปิดไปที่กลางสมุดเล่มหนาที่ ‘เขา’ ให้ไว้เป็นตัวแทน เพื่อหยิบช่อดอกไม้แห้งที่ทรงสอดเก็บไว้ ทรงยกดอกไม้ช่อนั้นแนบพระอุระโดยมิได้ถอนสายพระเนตรจากดอกไม้สีชมพูบนต้นที่ยืนตระหง่านท่ามกลางหิมะเลย ถ้าฝังมันเข้าไปในเนื้อหัวใจได้..คงจะดี

     

            ใกล้เวลาที่เจ้าชายรัชทายาทจะเสด็จกลับจากเฉิงโจวแล้ว พิธีอภิเษกได้กำหนดฤกษ์ใหม่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า พี่หยางคะ..หญิงคงต้องกลบฝังความรู้สึกระหว่างเราเอาไว้ใต้ความหนาวเย็นของหิมะแล้ว หญิงต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ไปทำหน้าที่ที่ต้องทำ มันเหมือนการเอามีดกรีดหัวใจตัวเองจนค่อย ๆ สูญสิ้นความรู้สึกของการมีชีวิต แต่หญิงก็ต้องกล้ำกลืนฝืนมีชีวิตอยู่และทำหน้าที่ต่อไปให้ได้ หญิงไม่ควรผิดต่อเจ้าชายรัชทายาท ทั้งท่านอ๋อง พระชายา และทุกคนที่นี่ดีให้การต้อนรับหญิงอย่างอบอุ่นเหลือเกิน แต่หญิงก็ไม่รู้จะลืมได้อย่างไร หัวใจของหญิงได้มอบให้ท่านไปแล้ว โอ...ท่านเฒ่าจันทรา...หากท่านผูกด้ายแดงให้หญิงกับเจ้าชายรัชทายาท ทำไมท่านถึงยอมให้หญิงมอบหัวใจให้ชายอื่น ท่านช่างใจร้ายเหลือเกิน

            

            สายลมอีกระรอกพัดกระโชกแรงผ่านหมู่ไม้ จึงเกิดเป็นเสียงอื้ออึงกลบเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ลมเย็นพัดโอบล้อมร่างบางทำให้วรกายที่แม้มีเครื่องทรงกันหนาวอยู่แล้วก็ยังต้องโอบพระกรรอบองค์เอง พร้อมห่อไหล่บางหลบความหนาวเย็น แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มทรงพลังเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง ปลุกเจ้าหญิงหนิงอันให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์

            “ยินดีที่ได้พบ เจ้าหญิงเวยหนิงอัน.. หม่อมฉันมาต้อนรับช้าไปเสียหน่อย ต้องขอประทานอภัยด้วย”

     

            ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยวาจา ดวงเนตรหม่นพลันเบิกกว้าง พระโลหิตในกายเย็นเฉียบอย่างฉับพลัน พระหทัยเต้นรัว ลมหายพระทัยหอบถี่ โอ..ท่านผู้เฒ่าจันทรา ท่านกำลังล้อเล่นอะไรกับเรา .. ทรงรำพึงอยู่ในใจ .. เสียงนี้..เราไม่มีวันลืมไปจากหัวใจ ทำไมช่างเหมือนเหลือเกิน.. วรองค์พลันนิ่งงันเสมือนเป็นอัมพาต ไม่สามารถขยับหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นได้

            “จะไม่ทรงหันมาต้อนรับหม่อมฉันที่เป็นพระคู่หมั้นหน่อยหรือพระเจ้าค่ะ” ถ้อยคำเหมือนประชดประชัน หากน้ำเสียงอ่อนหวานจนเกือบจะเป็นการ ‘ออดอ้อน’ เสียด้วยซ้ำ

            เจ้าหญิงหนิงอันทรงสูดลมหายพระทัยลึก ก้มพระพักตร์ต่ำลง กะพริบพระเนตรให้น้ำพระเนตรที่คลอเบ้าหยดไหลลงตามพระปรางนวล แล้วทรงหมุนองค์กลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียงทรงอำนาจนั้น เมื่อทรงหันกลับมาเต็มองค์ จึงย่อองค์ถวายความเคารพ แล้วกลั้นพระทัย ค่อย ๆ เงยพักตร์ขึ้นสบเนตรขรึมดุ...ที่แสนจะคุ้นเคย...

            เสมือนโลกหยุดหมุน… ทั้งสองพระองค์ต่างหยุดหายพระทัยไปชั่วครู่ ก่อนเจ้าชายรัชทายาทจะขยับพระบาททีละก้าวช้า ๆ จนมาประทับต่อหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้าคะนึงหามาตลอดทั้งยามหลับหรือยามตื่น หัตถ์แกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นจับพระอังสาบาง แล้วจ้องเข้าไปในดวงเนตรที่มีน้ำพระเนตรเอ่อคลอ

            “จิงจิง...เป็นเจ้าจริง ๆ ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่ ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตา”

            “เพคะ...หม่อมฉันเองเพคะ ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หม่อมฉันได้พบกับพี่หยาง...เอ่อ...องค์ชายอีกครั้งเพคะ” สุรเสียงเบาเอ่ยพร้อมกับน้ำพระเนตรที่ไหลอาบลงบนพระพักตร์ผ่องนวล สัมผัสกับนิ้วพระหัตถ์ใหญ่ที่ไล้เช็ดหยาดน้ำพระเนตรให้อย่างทนุถนอม

            “บาดแผลเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง พี่เสียใจที่เข้าไปช่วยเจ้าไว้ไม่ได้”

            “หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้วเพคะ ว่าแต่...องค์ชายเป็นอย่างไรบ้างเพคะ ทรงโดนฟันหลายแผล พระพักตร์ยังดูซีดเซียว อิดโรยอยู่เลยนะเพคะ”

            “เรียกองค์ชาย เหมือนข้าเป็นคนแปลกหน้าเลย เรียกพี่หยางเหมือนเดิมดีกว่านะเจ้า พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว นี่พอแผลเริ่มสมานดี ข้าก็เร่งกลับมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเจ้าจริง ๆ ถ้าไม่เกรงพระทัยเสด็จพ่อของเจ้าที่ทรงเป็นห่วงบาดแผล ข้าคงรีบมาหาเจ้าตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว”

            “ทรงทราบได้อย่างไรเพคะ ว่าหม่อมฉันคือเวยหนิงอัน”

            “เจ้าจำนางกำนัลที่ช่วยเจ้าให้หนีมาจากกวงเฟยหลงได้หรือไม่ ถ้าข้าจำไม่ผิดนางชื่อตงเหม่ยลี่”

            เจ้าหญิงหนิงอันทรงเงยพระพักตร์ทันทีที่ได้ยินชื่อตงเหม่ยลี่ “จำได้เพคะ ทรงได้เจอนางหรือเพคะ!นางเป็นอย่างไรบ้าง หม่อมฉันกลัวนางโดนเจ้าชายทำร้าย เพราะช่วยเหลือหม่อมฉัน”

            “นั่นล่ะ ตอนที่ข่าวลือบ้า ๆ นั่นแพร่ออกไปทั่ว นางเกรงว่าจะเกิดสงครามขึ้น นางจึงไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อและเสด็จตาของเจ้าที่เฉิงโจว เพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมด พี่ลองประมวลเรื่องที่นางเล่า และที่เจ้าเคยเล่าให้พี่ฟัง ประกอบกับช่วงเวลาในวันที่เจ้าวิ่งหนีจนมาชนพี่ที่ตลาดในเมือง พี่ก็มั่นใจว่าต้องเป็นเจ้าแน่ ๆ”

            “แสดงว่านางปลอดภัยดีใช่ไหมเพคะ”

            “นางปลอดภัยดี ข้าขอให้นางเดินทางกลับมาที่ไท่โจวเป็นนางกำนัลของเจ้าอีกคน อย่างน้อยเจ้าก็น่าจะคุ้นเคยกับนางบ้าง...ดีไหม...นางเองก็ไม่มีใครแล้ว บิดามารดาสิ้นไปหมดแล้ว เหลือพี่ชายคนเดียวก็..เอ่อ สิ้นไปพร้อมกับกองทหารที่ป้อมเป่าฮู่” ทรงชะงักเมื่อแววเนตรกลมหม่นลงเมื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญนั้น

            หัตถ์ใหญ่จึงเอื้อมไปคว้า หัตถ์บาง แล้วบีบเบา ๆ ปลอบใจ แล้วจึงทรงตรัสพร้อมรอยยิ้มขัน “นางตัวคนเดียวไม่มีใครดูแล ... แต่ดูเหมือนเจ้าเจียลี่มันจะสมัครเป็นผู้ดูแลหัวใจนางแล้ว” ทรงเบี่ยงความสนใจออกจากความหม่นหมอง

            “เจียลี่? พระสหายอีกคนใช่ไหมเพคะ หม่อมฉันเคยได้ยินเสด็จพี่กับพี่เฟินเอ่ยถึงชื่อนี้”

            “ใช่ เจ้าเจียลี่นี่ล่ะ เห็นทีนางกำนัลของเจ้าทั้งสองคน จะมีคนสมัครดูแลหัวใจเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงว่าจะโดดเดี่ยวในไท่โจวนี่แล้วล่ะ” ตรัสแล้วก็ก้มพักตร์ลงกระซิบข้างพระกรรณด้วยสุรเสียงทุ้มและอ่อนโยนอย่างยิ่ง

            “ไม่รู้ว่าเจ้าหญิงเวยหนิงอันจะทรงดีพระทัยที่ได้พบกับเจ้าชายพระคู่หมั้นไหมหนอ...แล้วจะทรงยินยอมให้ฟางมู่หยางสมัครดูแลหัวใจพระองค์หรือไม่?

            ไม่มีสุรเสียงตอบจากเจ้าหญิงหนิงอัน หากวรองค์บางค่อย ๆ เอียงซบกับพระอุระแกร่งและพระกรที่เอื้อมมาดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด สุรเสียงทุ้มเอ่ย “ระหว่างเรา..ด้ายแดงตัดไม่ขาด ทรงมอบหัวใจให้หม่อมฉันได้ทนุถนอมดูแลไปตลอดชีวิตได้ไหม”

            ยังคงไม่มีสุรเสียงตอบ หากร่างน้อยในอ้อมแขนใหญ่ผงกศีรษะรับเพียงเล็กน้อย แล้วซุกดวงพักตร์ที่บัดนี้เป็นสีชมพูเรื่อเข้ากับอกกว้างซ่อนรอยยิ้มเอียงอาย ทำให้อ้อมกอดอุ่นกระชับแน่นขึ้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านจนแม้ลมหนาวจะพัดกระโชกมาอีกระลอก ความหนาวเย็นก็ไม่สามารถสอดแทรกระหว่างชายหญิงทั้งสองได้


    มิต้องหาวจีใดมาเอ่ยอ้าง

    มิต้องสร้างคำรักพรอดคำหวาน

    เพียงสบเนตร ดวงหทัยก็เบ่งบาน

    ด้ายแดงผูกประสาน มิคลาดกัน

     

    อีกหนึ่งเดือนต่อมา...

            ที่ระเบียงกว้าง ด้านข้างของห้องบรรทมของเจ้าชายรัชทายาท ซึ่งได้กลายเป็นห้องหอของบ่าวสาวคู่ใหม่ ที่เพิ่งผ่านพระราชพิธีอภิเษกสมรสในวันนี้ เจ้าหญิงหนิงอันเงยพระพักตร์ทอดพระเนตรมองจันทร์เต็มดวงที่สาดแสงนวลสว่างไปทั่วฟ้า ยังทรงอยู่ในชุดเจ้าสาวผ้าไหมทอมือสีแดงสด ทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีเดียวกันปักลายด้วยดิ้นทองเป็นรูปมังกรตัวใหญ่ที่พาดยาวจากด้านซ้ายไปจรดด้านขวา โดยอ้อมผ่านด้านหลังทับลายหงส์ขาวไข่มุกขนาดเกือบเท่าความยาวของชุด จึงดูเหมือนมังกรตัวนี้ใช้ร่างโอบกอดหงส์ขาวเอาไว้อย่างสง่างาม

            หัตถ์ใหญ่อ้อมมาด้านหน้า เพื่อสวมสร้อยให้กับพระชายา เวยหนิงอันทรงก้มพระพักตร์ และทรงหยิบจี้ที่ห้อยกับสร้อยขึ้นมาเพ่งดู จี้หยกขาวบริสุทธิ์ที่ทรงคุ้นเคย มีเส้นไหมสีแดงสดถักเป็นตาข่ายและพันล้อมรอบส่วนกลางของจี้หยกเอาไว้อย่างสวยงาม ทรงหันพักตร์กลับไปยิ้มให้กับพระสวามีแล้วตรัสถามว่า

            “ให้สร้อยหญิงทำไมอีกเพคะ เครื่องประดับสินสอดที่ทรงประทานให้มากมายจนใส่เป็นปียังไม่ซ้ำกันเลย แล้วนี่...หยกขาวที่ทรงรับซื้อจากหญิงไปไม่ใช่หรือเพคะ”

            “ใช่ หยกชิ้นนั้นแหละ เสด็จพ่อของหญิงทรงเล่าว่าพระชายาพระราชทานให้หญิง และหญิงรักมันมาก ห้อยติดตัวตลอดเวลา ใช่ไหม”

            “ใช่เพคะ แต่ตอนนั้นหญิงไม่มีเงินเลย หญิงจำเป็นต้องตัดใจเพื่อเอาตัวรอดเพคะ นี่หญิงยังคิดว่าจะขอมันคืนจากเสด็จพี่อยู่เลย” ทรงยิ้มกว้างประจบพระสวามี

            “พี่เก็บมันไว้กับตัวตลอด ตอนนั้นตั้งใจว่าจะใช้มันเป็นตัวแทนของเจ้ายามคิดถึง”

            “แล้วทำไมเอาไหมแดงมาพันไว้ล่ะเพคะ?”

            “เพราะมันเป็น ‘ด้ายแดงแห่งความรัก’ ที่นำพาเราสองคนมาคู่กัน แล้วที่มอบให้หญิงวันนี้ เพราะอยากให้เป็นของขวัญสำหรับวันพิเศษของเราสองคน เป็นสิ่งแทนความรักที่ท่านผู้เฒ่าจันทราได้ถักทอผูกพันเราไว้ด้วยกันตลอดไป”

     

            เวยหนิงอันเอนพระปฤษฎางค์พิงไปกับวรองค์สูงใหญ่ที่กระชับอ้อมแขนแข็งแกร่งสวมกอดจากทางด้านหลัง พักตร์เข้ม โน้มลงประทับรอยจุมพิตแผ่วเบาที่พระปรางนวล รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับริมโอษฐ์ของทั้งคู่ เจ้าหญิงทรงเงยพักตร์ขึ้น แล้วตรัสกับดวงจันทร์บนฟ้า...

            “ขอบคุณท่านผู้เฒ่าจันทรา ที่ผูกด้ายแดงแห่งความรักให้กับเราสองคน”

     

            ในชั่ววินาที แสงจันทร์เหมือนจะเจิดจรัส สว่างไสวไปยิ่งกว่าเดิม เหมือนจะกะพริบตอบรับและให้พรในคืนสมรักของทั้งคู่ สองพระองค์ทรงถอนพระปัสสาสะเบา ๆ ด้วยความสุข มั่นใจว่าด้วยด้ายแดงแห่งความรักนี้ ทั้งเขาและนางจะผูกพัน รักมั่นกันตลอดไป

     

    “แม้นชะตาพาห่างกันเป็นพันลี้

    ฟ้าลิขิตให้มีจิตพิศมัย

    ด้ายแดงเชื่อมรักผูกพันสองฤทัย

    ไกลแสนไกลก็มิวายมาคู่กัน”

     

    你我之间红线不断...ระหว่างเรา ด้ายแดงตัดไม่ขาด.

    -------------- heart --------------

     จบบริบูรณ์


    ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านนะคะ ชอบ ไม่ชอบ อย่างไร แนะนำ ติ ชม ได้เลยนะคะ ยินดีรับฟังด้วยใจค่ะ 

    คล้ายกับเรื่องสุดปลายเส้นด้ายสีแดง ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245