เสียงเม็ดสายฝนโปรยปราย ตกหนักเป็ระยะในตอนเช้าวันใหม่ เมฆหมอกอันมืดครึ้มได้กระจายไปทั่วทั้งนคร คือสัญญาณบ่งบอก การสลับสับเปลี่ยนของฤดูกาล จากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็ทางการ ทำให้่นี้มีฝนตกบ่อยมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็อุปสรรค ในการเดินทางสัญจรเท่าไร เพราะนครสยามมีระบบการระบายน้ำที่ดีเป็อันดับต้น ๆ ของโลก ประชาชนเมืองนี้ ต่างก็มีความรับผิดชอบ คัดแยกขยะก่อนทิ้ง และไม่ทิ้งขยะเรี่ยราดตามทาง นครสยามจึงเป็เมืองในฝันของใครหลายคน ที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต
ใน่ที่ฝนตกหนัก ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งทางนครสยามก็มีกฎหมายสำคัญ ที่เอื้อประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด นั้นคือการอนุญาตให้พนักงานเลือกทำงานที่บ้านได้ เพราะในยุคสมัยนี้ มนุษย์เราสามารถทำงานออนไลน์ได้เกือบทั้งหมดแล้ว ยกเว้นบางอาชีพที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านอยู่ ตำรวจสืบสวนก็เช่นกัน ที่้าสืบค้นหาหลักฐานสำคัญ เพื่อนำมาใช้พิจารณาคดี
ซึ่งตอนนี้หัวข้อหลักบนโลกโซเชียล ถูกพูดถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเื่คดีโรงเรียนเอกระ ที่ทางกรมตำรวจนครสยาม ยังออกมาให้คำตอบกับประชาชนไม่ได้ ทำให้คดีนี้จึงกลายเป็คดีสำคัญ ที่ทางกรมตำรวจ ต้องเร่งปิดคดีให้ไว้ที่สุด
ทางสารวัตรสืบสวนตุลยากรเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด เข้ามาประชุมภายในสำนักงานตำรวจ โดยเกิดการประชุมอย่างเคร่งเครียดกันั้แ่เช้า นอกจากนี้ยังเปิดตัวสมาชิกใหม่ ก็คือชิงพลบ ที่มารับผิดชอบจัดการดูแลข้อมูล และเอกสารให้ภายในทีม
แต่จริง ๆ แล้วเขานั้นเป็เหมือนกับเ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ โดยจะรับหน้าที่สำคัญในการช่วยตำรวจ ตามหาศพของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ที่หายไปให้ได้โดยเร็ว เมื่อสารวัตรตุลยากรแนะนำชิงพลบกับทีมเสร็จสิ้น ก็มุ่งเข้าเื่สำคัญว่าตอนนี้ ทางเ้าหน้าที่มีเบาะแสเพิ่มเติมอะไรบ้าง ซึ่งจากข้อมูลที่ได้แทบไม่ต่างกับที่สารวัตรตุลยากรรู้มากนัก หรือบอกได้อีกอย่างคือ ไม่มีเบาะแสอย่างอื่นเพิ่มเติมเลย ทั้งจากทางโรงเรียน และทางโรงพยาบาลตำรวจ
ชิงพลบเองก็ยังไม่เข้าใจในเื่การทำงานของตำรวจเท่าไร แต่ตัวเขาก็มีแผนอยู่ในใจ สำหรับวิธีการตามหาศพ ซึ่งเป็หลักฐานสำคัญไว้แล้วเช่นกัน รอแค่สารวัตรเอ่ยถามขึ้นมาเท่านั้น
เมื่อประชุมทีมรวมเสร็จ ทางสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร ก็กลับมาในห้องสืบสวนพร้อมกับชิงพลบ โดยทั้งสามกำลังอ่านรายงานสำคัญ ที่พอจะเปิดเผยกับชิงพลบได้ ให้ชิงพลบได้ทราบถึงรายละเอียดของผู้ตาย และการคาดเดาสาเหตุของการตายครั้งนี้ เนื่องจากทางทีมแพทย์ยังไม่ได้ชันสูตรศพ แต่ศพดันหายไปเสียก่อน ทำให้ทางตำรวจยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ได้แต่สมมติฐานไปต่าง ๆ นาน ๆ
โดยรายงานการตายได้เขียนสรุปไว้ว่า ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ด้วยการหักคอตัวเอง เพราะมีรอยนิ้วมือทั้งสองข้าง ที่บริเวณลำคอของผู้ตาย แต่ก็เป็เื่ที่น่าพิศวงอย่างมาก เมื่อร่องรอยสิ่งแวดล้อมโดยรอบที่ผู้ตายเสียชีวิต เป็ร่องรอยของการต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง ดูได้จากรอยเท้าที่เดินขึ้นหน้าสาม ถอยหลังสอง ที่ดูไม่ต่างจากคนเมา ทว่ารอยเท้าที่เดินถอยหลัง เป็รอยที่ถูกฉุด ถูกลากเป็ทางกลับมาแทน ทำให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานยังหาคำตอบให้กับเื่นี้ไม่ได้
พอชิงพลบได้อ่านรายงาน และคำบอกเล่าจากทางรองสารวัตรณัฏฐพรแล้ว เขาไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะเขาคิดว่าใน่นั้น รองผู้อำนวยการวสุนันท์ กำลังต่อสู้กับิญญาหุ่นพยนต์ ที่้าสิงสู่เข้าในร่าง หลังจากที่เธอได้ขุดห่อผ้าสีแดง จนเกิดการต่อสู้กัน ระหว่างสองดวงิญญาในร่างเดียว
แต่ิญญาปกติไหนเลย จะสู่ิญญาที่มีพลังคุณไสยได้ จนทำให้ร่างกายของเธอถูกยึดครอง และบังคับร่างให้กระทำเหมือนฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา ซึ่งิญญาที่ทำแบบนี้ได้ ต้องเป็ิญญาที่มีความอาฆาตแค้นในระดับสูง แล้วถูกเลี้ยงด้วยพลังคุณไสยเท่านั้น
ชิงพลบจึงอยากจะตอบข้อสงสัย ให้กับทางสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร ได้ทราบถึงมุมมองของผู้มีวิชาคุณไสยอาคม ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
“คุณตำรวจเชื่อเื่ิญญามั้ยล่ะครับ” ชิงพลบสอบถามอย่างใจเย็น เกี่ยวกับความเชื่อในเื่ิญญากับตำรวจทั้งสอง
“ใช่ิญญา ที่เหมือนกับในหนังหรือเปล่า ผมเชื่อแค่สิ่งที่ตัวเองเห็น และััได้เท่านั้น” สารวัตรตุลยากร ตอบด้วยน้ำเสียงเข้ม ที่ดูจริงจัง เพราะเวลานี้เขาอยากได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างชิงพลบมากที่สุด ส่วนรองสารวัตรก็พยักหน้าตามกับคำพูดของสารวัตร ที่เธอก็เห็นด้วยกับเื่นี้เช่นกัน
“มันก็คล้าย ๆ แหละครับ ซึ่งิญญาประเภทนี้ ไม่ใช่ิญญาคนตายทั่วไป แต่เป็ิญญาที่ถูกสะกดด้วยพลังคุณไสย เหมือนกับที่สารวัตรสงสัยว่า เส้นผม ตะปูเก่า เข้าไปอยู่ในร่างกายของสารวัตรได้อย่างไร ? เพราะใช้ิญญาคุณไสย เป็สื่อกลางในการนำพาสิ่งของพวกนี้ ให้เข้าไปอยู่ในร่างกายของสารวัตร” ชิงพลบพูดอธิบายถึงเื่ิญญา ให้ตำรวจทั้งสองได้เข้าใจเสียก่อนว่าิญญามีความแตกต่างกัน ระหว่างิญญาธรรมดา และิญญาที่เกิดขึ้นจากคุณไสยมนต์ดำ ซึ่งเป็สื่อกลางสำคัญ เพื่อใช้เป็อาวุธในการทำร้ายคน
“โห! แบบนี้คนทั่วไปไม่แย่เลยหรือคะ ถ้า้าฆ่าคนก็ใช้ิญญาคุณไสย แค่นี้ตำรวจก็หาหลักฐานไม่ได้แล้ว” รองสารวัตรณัฏฐพรถามขึ้นด้วยอาการตื่นใ เพราะการใช้ิญญาทำร้ายหรือฆ่าคนได้ เป็สิ่งที่น่ากลัวมากกว่า ผู้ก่อการร้ายชื่อดังเสียอีก แต่ทำไมเพิ่มจะมีเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก และตามประวัติของคดี แทบไม่เจอเื่พวกนี้บันทึกไว้เลย
“ไม่ถึงขนานนั้นหรอกครับ เพราะผู้มีพลังคุณไสย จนสั่งการให้ทำร้ายคนได้ ต้องเป็พวกระดับจอมขมังเวทย์เท่านั้น ซึ่งสมัยนี้มันหายากมาก ทั้งชีวิตที่ผมเคยเจอ ยังมามีไม่ถึง 10 คนเลย และส่วนใหญ่ก็เป็นักบวชกันเกือบหมดแล้ว” ชิงพลบพูดตอบคำถามกลับไปถึงเื่ที่รองสารวัตรณัฏฐพรสงสัยว่าทำไม เหตุการณ์แบบนี้ถึงไม่เคยมีคดีขึ้นเลย
พอสารวัตรตุลยากรได้ยินเื่ราวต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้มีพลังคุณไสยอาคม ก็รู้สึกใเป็อย่างมากกับการดำรงอยู่ของคนพวกนี้ ที่แทบไม่อาจรู้เลยว่าในสังคมปัจจุบัน มีคนที่อยู่ในระดับจอมขมังเวทย์มากน้อยแค่ไหนกัน