ในขณะนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็สัมผัสได้ถึงพลังลมปราณอันน่ากลัวของทั้งหกคนที่พุ่งเข้ามารับรู้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวหกคนโจมตีมาหาเขาในนั้นมีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งสองคนระดับพลังเช่นนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้เกินคลื่นลมพายุได้ มีอานุภาพที่น่าขวัญผวามาก!
ขณะที่อันตรายใกล้เข้ามาถึงตัว ตู้เซ่าฝู่กลับหลับตาทั้งสองข้างราวกับว่าลืมไปว่าตนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไรเขารวบรวมพลังด้วยฝ่ามือ มีพลังปราณไหลเวียนรอบกาย รอบตัวราวกับว่ามีอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมาด้วย
อักษรยันต์นี้ไม่เหมือนกับอักษรยันต์ที่เป็นของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองทว่ามีความดุดันร้ายกาจเช่นเดียวกัน
ในขณะนั้น ตู้เซ่าฝู่เลือกที่จะถึงกระบวนวิชาลับวิชาแรกมาใช้กระบวนวิชาลับวิชาแรกก็คือสิ่งที่เขาบรรลุได้มาจากแท่นศิลาโบราณที่ใช้เวลามานานถึงสิบปีวิชานั้น
กระบวนวิชาลับวิชาแรกที่อยู่บนแท่นศิลาไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูชีพจรลมปราณ ยังสามารถช่วยทำให้เขาฝึกจนมีพลังปราณออกมาได้ผลลัพธ์จากการบรรลุมีมากมาย เปลี่ยนชีวิตเขาไปได้มากเป็นความอัศจรรย์ไม่เหมือนสิ่งใดบนโลก
ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยใช้กระบวนวิชาลับวิชาแรกทว่าเขาชัดเจนมากว่ากระบวนวิชาลับที่เป็นวิชาแรกนี้ แข็งแกร่งกว่าหมัดคลื่นซัดสะท้านฉบับปรับปรุงแล้วมากหลายเท่า
หรืออาจจะบอกได้ว่าหมัดคลื่นซัดสะท้านไม่ใช่ระดับวิชาที่จะเอามาเทียบกับกระบวนวิชาลับวิชาแรกได้เลย
“ตึงโครม……!”
หกคนร่วมมือกันเงาของทั้งหกคนกระโจมเข้าไปโจมตีสุดกำลัง พลังปราณอันน่าสยองขวัญโถมเข้าหาตู้เซ่าฝู่
คลื่นพลังที่น่ากลัวคุกรุ่นท่วมท้นเกิดคลื่นพลังสั่นสะเทือนอย่างแรงรอบบริเวณนั้น
“เซ่าฝู่ ระวัง!”……
บนลานกว้างที่ท้องถนน ทุกสายตาจับจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่อย่างลุ้นระทึกบ้างก็เป็นห่วง
เมื่อเงาทั้งหกคนกำลังโจมตีไปถึงตู้เซ่าฝู่ทันใดนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็ตะโกนออกมาเสียงดัง……
“แกว่ก!”
เสียงร้องดังดั่งเขย่าฟ้าของเขาราวกับเสียงร้องของวิหคในตำนาน
ตู้เซ่าฝู่ที่หลับตาลืมตาพรึบออกมาในทันใดดวงตาอันสุกสกาวของเขามีประกายแสงไฟแวบขึ้นมารอบกายของชายชุดม่วงคนนี้สั่นอย่างแรง จากนั้นกายของเขาเป็นจุดศูนย์กลางของพลังจู่ๆ รอบวงรัศมีออกจากฝ่าเท้าของเขาก็มีรอยแยกที่พื้นร้าวออกไปเรื่อยๆ
ขณะนั้นเองฟ้าดินร้องสนั่นโครมครามและสั่นไหวพลังอานุภาพร้ายกาจโถมกระหน่ำเดือดดาลปะทุออกมาสู่พื้นโลก……
ภาพที่ปรากฏขมุกขมัวมีเพียงยอดฝีมือที่มีพละกำลังและระดับความสามารถสูงถึงขั้นจึงสามารถมองเข้าใจเหตุการณ์ได้ขณะที่ตู้เซ่าฝู่เสียงร้องดังสนั่นฟ้าราวกับเสียงร้องของวิหคในตำนาน เขาก็วาดแขนไปมาพร้อมกับมีอักษรยันต์ไหลว่อนออกมาเป็นคลื่น มีพลังฝ่ามือมากมายแวบขึ้นมาดั่งสายฟ้าแลบหลายเส้น……
“วิ้ง!”
จากนั้นมีเสียงประหลาดราวกับเสียงดนตรีประกอบบทสวดมนต์ดังขึ้นอักษรยันต์ที่มีประกายแวบๆไหลเรียงเป็นสายยาวพร้อมกับตวัดออกไปเป็นเส้นสาดใส่ทั้งหกคนนั้นในครั้งเดียวอย่างแรง
“ตึงโครม!”
การปะทะของพลังนี้เกิดเป็นเสียงกระแทกดังราวกับฟ้าผ่าแผ่นฟ้าผืนดินสั่นไหวขึ้นในทันใด……
ขณะนั้นมีคลื่นพลังอันน่ากลัวแผ่ออกจากวงรัศมีเป็นคลื่นยักษ์ซัดออกเป็นวงกว้างเกิดพายุหมุนโดยรอบโดยจุดศูนย์กลางของพลังคือตาพายุ
พายุหมุนที่เกิดขึ้นราวกับสามารถกลืนกินมนุษย์เข้าไปได้พลังที่เห็นทำให้สยองจนขนหัวลุก ขนลุกซู่เหงื่อออกทั้งตัว!
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากคลื่นพลังงานที่พัดผ่านทันใดนั้นก็สงบลงทว่าแววตาตกตะลึงตาค้างของผู้ที่พบเห็นยังไม่หายไป
“เปราะๆ……”
คนส่วนใหญ่ยังตั้งสติไม่ทันก็ได้ยินเสียงดังทุ้มมาจากคนหกคนนั้นเป็นเสียงคลับคล้ายว่าจะเป็นเสียงกระดูกแตกร้าว
ผู้คนที่พบเห็นมึนงงตาลาย เห็นเพียงว่าเงาของร่างคนหกคนนั้นกระเด็นลอยไปราวกับว่าวที่โดนลมพัดจากนั้นพวกเขาก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรงในจุดที่ห่างจากจุดเดิมหลายสิบเมตร
เกิดแผ่นดินไหวพื้นดินมีรอยแตกแยกยาวเป็นเส้นๆ!
ในหกคนนั้นมียอดฝีมือของบ้านสกุลฉินสามคนและก็มียอดฝีมือจากจังหวัดหลิวอวิ๋นสามคนทั้งหกคนกระเด็นกระแทกพื้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ต่างบาดเจ็บเลือดไหลนองทั่วร่างไร้เรี่ยวแรงที่แม้แต่จะคลานขึ้นมายืนยังไม่ไหวจากนั้นลมปราณของพวกเขาก็ค่อยๆ จางจนดับสูญไป
“ตายแล้ว!”
ทุกคนต่างมองไปที่ร่างไร้วิญญาณของหกคนนั้นจากนั้นก็หันกลับไปมองชายหนุ่มชุดม่วงท่าทางอาจหาญคนนั้นด้วยสีหน้าแววตาประหลาดใจจนถึงขีดสุด
ยอดฝีมือขั้นชีพจรพลิ้วไหวถูกฆ่าตายในกระบวนท่าเดียว!
ยอดฝีมือขั้นชีพจรพลิ้วไหวตายได้อย่างไรไม่มีใครมองเห็นชัดเจน
ทว่าที่ทุกคนรับรู้กันอย่างชัดเจนคือเมื่อกี้ตู้เซ่าฝู่ระเบิดพลังอันน่ากลัวออกมาจนทำให้ปฐพีสั่นไหวจนเกิดเสียงดังแม้แต่อากาศยังเกิดคลื่นลมปริศนาขึ้นมาด้วย!
“กึกๆ……”
ทุกคนที่ตะลึงและงงงวยหันซ้ายขวามาหน้ากันต่างตาโตไม่กะพริบตาด้วยความประหลาดใจ ขนลุก บางจนสยองจนตอบสนองด้วยการกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ทุกคนเห็นเองกับตาทว่าก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง!
ทว่าคนของบ้านสกุลฉินแต่ละคนเริ่มสั่นด้วยความกลัว
ขนาดยอดฝีมือระดับสุดยอดของบ้านสกุลฉิน ตู้เซ่าฝู่ใช้เพียงพลังกระบวนท่าเดียวก็ตายไปแล้วจำนวนครึ่งหนึ่ง
“ฟู่ดๆ……”
ฉินจงฉยงที่กำลังร่วมมือกับไป๋ซวี่หรูรุมโจมตีเยี่ยเป่าหลินเสียใจจนเลือดลมไหลเวียนผิดปกติสำลักพ่นเลือดออกมา
“ตึงๆ!”
ตู้เซ่าฝู่เซถอยหลังมานิดหน่อยรอบกายเขายังคงมีประกายแสงอ่อนๆ บนชุดม่วงบริเวณหน้าอกมีรอยเลือดที่ไหลหยดมาจากมุมปาก
กระบวนวิชาลับวิชาแรกต้องใช้พลังปราณในการขับเคลื่อนดังนั้นพลังปราณทั้งหมดในร่างจึงถูกดึงไปใช้พลังถูกดึงออกมาจากจุดทุกจุดในร่างในการใช้เพียงครั้งเดียว และเพียงครั้งเดียวตู้เซ่าฝู่ก็ใช้พลังออกไปหมดจนในตอนนี้เหนื่อยแทบไร้เรี่ยวแรงแล้ว
ทว่าอานุภาพของกระบวนวิชาลับวิชาแรกทำให้ตู้เซ่าฝู่พอใจอย่างมาก
เขามองไปที่ศพของผู้มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวทั้งหกคนนั้นหากระดับฌานของเขาสูงกว่านี้หน่อย บรรลุถึงระดับที่แข็งแกร่งกว่านี้ อานุภาพของกระบวนวิชาลับวิชาแรกก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกไม่รู้ว่าถึงเท่าไร
“ฆ่า!”
นักสู้จากบ้านสกุลเยี่ยกับบ้านสกุลตู้ต่างเริ่มฮึกเหิมขึ้นมาเมื่อยอดฝีมือระดับแนวหน้าของบ้านสกุลฉินและจังหวัดหลิวอวิ๋นตายไปเหลือเพียงครึ่งแรงกดดันของบ้านสกุลเยี่ยลดลงมาอย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญกว่าคือขวัญกำลังใจ การปรากฏตัวของตู้เซ่าฝู่ที่มีพละกำลังและฝีมือสุดล้ำสามารถกำจัดศัตรูที่มาขวางได้ทั้งปวงทำให้กองทัพของบ้านสกุลตู้และบ้านสกุลเยี่ยต่างตื่นเต้นมีกำลังใจในการต่อสู้มากขึ้น
กลับกันขวัญกำลังใจของนักสู้บ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้นลดลงฮวบฮาบในใจต่างเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“เจ้าหนุ่มนั่นคือตู้เซ่าฝู่ที่โจมตีฉี่ไท่จนได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่!”
เฉาเทียนหมั่งที่กำลังร่วมมือกับไป๋เหว่ยรุมโจมตีเยี่ยกวังจ้องมองตู้เซ่าฝู่จากที่ไกลๆเขาคิดไม่ถึงว่าสถานการณ์ที่พลิกแพลงจากการคาดการณ์มากมายเป็นเพราะเพียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ใช้เพียงพละกำลังของตัวเองเปลี่ยนสถานการณ์ในสงครามครั้งนี้ดีหากยังไม่รีบจัดการให้จบๆ ไป เกรงว่าจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก
และเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องสังหารให้ได้หากให้เติบโตต่อไป ในเวลาอีกมานานเขาจะกลายเป็นภัยต่อจังหวัดหลิวอวิ๋นที่อาจแข็งแกร่งจนเขาเองก็ไม่สามารถกำราบได้
“รีบจัดการให้จบไวๆ!”
ในใจของเฉาเทียนหมั่งเริ่มคิดวางแผนในใจในมือของเขารวบรวมพลัง รอบกายมีอักษรยันต์ไหลเวียนเกิดเป็นเงายาวๆ คล้ายงู สุดท้ายก่อตัวเป็นงูเหลือมยักษ์สีดำตัวหนึ่ง
รอบตัวของงูเหลือมยักษ์สีดำมีเกล็ดแข็งเป็นสีดำขลับมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวไหลวนรอบกายของเฉาเทียนหมั่ง จากนั้นเงาสายสีดำนั้นพุ่งไปหาเยี่ยกวังรวดเร็วดั่งฟ้าแลบ
เมื่อเห็นเฉาเทียนหมั่งกระตุ้นวิญญาณติดชีพจรเยี่ยกวังก็ขมวดคิ้ว เขากวาดมือไปมาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มีอักษรยันต์มีประกายแสงแวบๆพรั่งพรูออกมาก่อตัวเกิดเป็นอสูรเสือดาวสายฟ้าตัวหนึ่งที่มีพละกำลังอานุภาพร้ายกาจมากมันร้องคำรามและพุ่งกระโจนไปหางูเหลือมยักษ์สีดำ
“โฮก!”
ทั้งสองคนปะทะกันอย่างแรงกำลังของทั้งสองคนมีพอๆ กัน พลังอานุภาพรุนแรงของทั้งสองกระแทกกันจนท้องฟ้าเขย่าสนั่นหวั่นไหวพลังใกล้เคียงกันมากจนไม่รู้ว่าใครเหนือกว่า เงาของทั้งสองคนเซถอยหลังไปพร้อมกัน
“โฮก!”
ไป๋เหว่ยเองก็รุดหน้าเข้าไป กระตุ้นวิญญาณติดชีพจรหมีน้ำแข็งที่เป็นอสูรที่มีพละกำลังแข็งแกร่งมากพร้อมกับกระโจนไปหาเยี่ยกวัง
ทันใดนั้นเองไป๋เหว่ยที่กระโจนไปทางเยี่ยกวัง ขณะที่เฉาเทียนหมั่งกำลังเซถอยหลังสีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้น วิญญาณติดชีพจรหมีน้ำแข็งร้องคำรามท่ามกลางสายตาของทุกคน อุ้งตีนอันแข็งแรงของหมีตะปบไปที่ร่างของงูเหลือมสีดำ
“ตูม……”
เมื่ออุ้งตีนหมีโจมตีใส่งูเหลือมยักษ์สีดำที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกโจมตีจนแหลกเป็นชิ้นๆสลายเป็นอักษรยันต์สีดำ
“ฟู่ด!”
เฉาเทียนหมั่งสีหน้าซีดในทันใดร่างที่กำลังโซเซพ่นโลหิตออกมา
“ฝ่ามือสายฟ้าฟาด!”
เยี่ยกวังขยับตัวอีกครั้งราวกับว่าเป็นไปตามที่คาดไว้เขาส่งพลังปราณออกทางเท้าเร่งความเร็วฝีเท้าจนถึงขีดสุดมีเงาพลังหลายเส้นลอยขึ้นฟ้า มีพลังแสงประกายไฟฟ้าห่อหุ้มทั่วมือฝ่ามือนั้นโจมตีไปที่ร่างของเฉาเทียนหมั่งจังๆ
“ปึง!”
แรงดันจากพลังฝ่ามือสายฟ้านี้ทำให้อากาศตรงนั้นบีบอัดเป็นวงโค้งสี่วงพร้อมกับมีเสียงระเบิดดังขึ้น เสียงระเบิดดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานานพลังนั้นโถมกระหน่ำใส่ร่างของเยี่ยกวัง
“พลังหมัดระเบิดคลั่ง!”
เฉาเทียนหมั่งก็เป็นยอดฝีมือที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งขณะที่กำลังตื่นตระหนก เขาก็ยังรวบรวมพลังส่งพลังหมัดโจมตีเยี่ยกวังกลับไปเช่นกัน
“ฟู่ด……”
เฉาเทียนหมั่งบาดเจ็บหนักอีกครั้งเขาพ่นโลหิตออกจากปาก ร่างของเขาร่วงหล่นจากฟ้าและกระแทกพื้นอย่างแรง
“ฟู่ด!”
เยี่ยกวังเองก็ถูกโจมตีกระเด็นกระอักและพ่นเลือดออกจากปากเช่นกัน
ทว่าหลังกระเด็นถอยหลังเยี่ยกวังก็ไม่ได้ร่างโหม่งลงพื้นอาการบาดเจ็บของเขาน้อยกว่าเฉาเทียนหมั่งอยู่หน่อยทว่าก็ยังถือว่าเป็นการพ่ายแพ้บาดเจ็บไปทั้งสองฝ่าย
“ปึงๆ!”
ต่อมาในเวลาติดๆ กัน ไป๋ซวี่หรูที่ร่วมมือกับฉินจงฉยงรุมโจมตีเยี่ยเป่าหลินถือโอกาสที่ฉินจงฉยงกำลังงงงวยก็รวบรวมพลังอันร้ายกาจซัดฝ่ามือใส่ฉินจงฉยงจากทางด้านหลังทำให้ฉินจงฉยงเซเขย่งไปด้านหน้า
“โครม!”
เยี่ยเป่าหลินเองก็เตรียมพลังฝ่ามือไว้แล้วรีบฉวยโอกาสนี้อย่างรวดเร็ว ซัดพลังหมัดใส่กลางอกฉินจงฉยงอย่างแรก
“ฟู่ด!”
ฉินจงฉยงพ่นเลือดออกจากปากปริมาณมากเขาที่ถูกโจมตีจนบาดเจ็บในพริบตา สีหน้าเปลี่ยนในทันใด
ทั้งความคนมีฝีมือที่ใกล้เคียงกันทว่าการประมาทไปนิดเดียว ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนได้ในพริบตา
แววตาของทุกคนบนลานกว้างตกใจมากทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆ บ้านสกุลไป๋จะเปลี่ยนพรรคพวกไม่แวบเดียวก็กระโจนใส่บ้านสกุลฉินโดยไม่มีใครตั้งตัว
ไป๋ซวี่หรูสะบัดชายเสื้อตะโกนออกคำสั่งเสียงดัง “พี่น้องบ้านสกุลไป๋ฟังคำสั่ง บ้านสกุลฉินชักจูงหายนะเข้าสู่บ้านเกิดเมืองนอนของเราถือเป็นภัยแก่เมืองสือเฉิง บ้านสกุลไป๋ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองสือเฉิงจะมาช่วยเหลือคนชั่วกระทำผิดได้อย่างไร ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรฆ่าล้างพวกกบฏบ้านสกุลฉินฆ่าศัตรูจากต่างเมืองแล้ว ปกป้องเมืองสือเฉิงไว้!”
“ฆ่า!”
นักสู้ของกองทัพบ้านสกุลไป๋ตะลึงจากนั้นก็ตั้งสติมาได้ในทันใด แต่ละคนเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป้าหมายต่างกระโจนเข้าหาคนของบ้านสกุลฉินและคนของจังหวัดหลิวอวิ๋นที่อยู่ใกล้ๆ
สงครามนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคนของบ้านสกุลอั้น บ้านสกุลฉินและคนจากจังหวัดหลิวอวิ๋นต่างตั้งสติคิดเหตุการณ์ตามแทบจะไม่ทันกัน