ตอนที่ 2 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (4)
เมื่ออาจารย์ของตนถูกด่าสาดเสียเทเสีย ทั้งคู่ต่างไม่มีใครยอมใคร เริ่มลงไม้ลงมือกันโดยตรง เหลียนเชวี่ยสบโอกาสคิดเผ่นหนี แต่ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงคนนั้นดันจับได้เสียก่อน เขายื่นมือออกมาจับตัวมันกลับไปอีก “เป็เพราะเ้าทั้งนั้น เกือบทำให้สัตว์ปีศาจนี่หนีไปแล้ว!”
ผู้บำเพ็ญเพียรตัวเตี้ยคนนั้นก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ถึงขั้นหยิบกระบี่ขึ้นมา “เ้าควรปล่อยมันั้แ่แรกแล้ว! หากเ้าไม่ปล่อยมันข้าก็จะสู้จนกว่าเ้าจะปล่อยมัน!”
“ใครจะสู้กับเ้า! ผิดกฎสำนัก! พวกเราไปหาหนานิจวินให้เขาตัดสิน!”
หนานิจวินหรือ เหมือนจะเคยได้ยินมาก่อน เหลียนเชวี่ยเพิ่งถูกบีบเกือบตาย ยังไม่ทันหายใจทั่วท้องก็ถูกผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงกำไว้ในมือ และเริ่มหายใจไม่เต็มปอดอีกครั้ง มันลองคิดมั่วๆ ก็คิดไม่ออกว่า ‘หนานิจวิน’ คือผู้ใด
แต่เมื่อเห็น ‘หนานิจวิน’ คนนั้นเหลียนเชวี่ยจำได้ทันทีว่าเขาคือเสิ่นอี้ชิงเ้าของั์ตาสีชาที่แทงปีศาจขนดำตาย ฟาดหญิงชั่วตาย และบีบตนจนตายคนนั้น
นี่ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เหลียนเชวี่ยยังคิดว่านอกจากดวงตาของเสิ่นอี้ชิงเป็สีชาแล้ว ตนก็จำอะไรไม่ได้อีก แต่เมื่อได้เจอกลับพบว่าตนเองจำได้แม่นยำเพียงนี้ ขนคิ้ว จมูก ริมฝีปาก ใบหู ไม่ตกหล่นสักเสี้ยว
ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงและผู้บำเพ็ญเพียรตัวเตี้ยทะเลาะกันอีกครั้งต่อหน้าหนานิจวิน ใจความยังคงเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เพียงแต่ไม่ได้ด่าทออาจารย์ของอีกฝ่ายแล้ว
“ตกลงแล้วควรหรือไม่ควรฆ่าสัตว์ปีศาจตนนี้กันแน่” ผู้บำเพ็ญเพียรน้อยทั้งสองเอ่ยถาม
“ปล่อยไปเถิด” หนานิจวินตอบ
“เหตุใดเล่า!” ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงะโไปพลางขณะรีบกระชับมือทันควัน เหลียนเชวี่ยคิดว่าอีกเดี๋ยวตนก็ใกล้ตายแล้ว ต้องไปเกิดใหม่ ละสังขารใหม่ และแบกรับทุกข์ครั้งใหม่อีกแล้ว
แต่หนานิจวินไม่ได้อนุญาตให้ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงบีบเหลียนเชวี่ยตาย เขาโยนพู่กันข้างมือใส่มือของผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูง ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงเจ็บจนปล่อยมือ เหลียนเชวี่ยรีบบินออกมา จากนั้นโรยตัวมาหยุดข้างมือหนานิจวิน แต่บังเอิญเหยียบแท่นฝนหมึก น้ำหมึกเปื้อนฉาบอุ้งเท้าสองข้าง มันรีบร้อนออกมาจากแท่นหมึกจนเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนกระดาษขาวที่อยู่ด้านข้าง
หนานิจวินไม่ได้สนใจกระดาษที่ถูกเหลียนเชวี่ยเหยียบเลอะเทอะแผ่นนั้น ทำเพียงตอบคำถามของผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูง “เ้าอยากให้นกตัวนี้ตาย แต่สือหนิงอยากให้นกตัวนี้รอดชีวิต นกตัวนี้เองก็ไม่อยากตายเช่นกัน หนึ่งต่อสอง นกตัวนี้ควรรอดชีวิต”
ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงไม่ยอมแพ้ “เหตุใดแค่หนึ่งต่อสองก็อธิบายเื่นี้ได้แล้ว! ไม่ตัดสินผิดถูกหรือ”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับมหามรรค ไม่มีถูกผิด พวกเ้าต่างฝ่ายต่างถูกผิดคนละครึ่ง ข้าตัดสินไม่ได้”
“เช่นนั้นหนานิจวินบอกให้พวกเราไปหาเซียนชั้นสูงท่านอื่นมาตัดสินแทนก็ได้ เหตุใดจึงเข้าข้างเขาไม่เข้าข้างข้า”
“ยึดติดกับเื่นี้มากเกินไปมีแต่ผลเสียไร้ซึ่งผลดี หากมุ่งมั่นขนาดนี้ไม่สู้คัดคัมภีร์หฤทัยสูตรเพิ่มอีกหลายๆ รอบ ฝึกยุทธ์ให้นานขึ้นอีกดีกว่า”
“หนานิจวินลำเอียง!”
“ไปคัดคัมภีร์หฤทัยสูตร พวกเ้าสองคนคัดด้วยกัน คนละสิบรอบ” หนานิจวินเอ่ยอย่างเรียบง่ายสบายๆ
สือหนิงผู้บำเพ็ญเพียรตัวเตี้ยก้มหน้าหลุบตายอมรับบทลงโทษ แล้วถอยออกไป ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงจนหนทาง จำต้องจากไปอย่างอับอายขายหน้าเช่นกัน เหลียนเชวี่ยเห็นอาการคับข้องใจของผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงผู้ยโสโอหังคนนั้นก็อดะเิหัวเราะออกมาไม่ได้
หนานิจวินมองมันปราดหนึ่ง แล้วเอ่ยถาม “ยังไม่ไปอีกหรือ”
เหลียนเชวี่ยร้องจิ๊บๆ อยู่พักหนึ่ง บ่งบอกว่าตนไม่อยากไป ไม่ใช่ว่าต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณหรือ ก่อนหน้านี้ท่านทำให้ข้าไม่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ ตอนนี้ท่านช่วยข้าไม่ให้ตายอย่างไม่เป็ธรรม ข้าก็ต้องอยู่ตอบแทนบุญคุณ
รอกระทั่งเหลียนเชวี่ยร้องเสร็จ หนานิจวินจึงเอ่ยปากเนิบนาบ “ที่แท้ยังพูดไม่ได้หรือ ข้าส่งเ้าออกไปดีกว่า ที่นี่มีคนชอบสังหารมารปีศาจเยอะแยะไปหมด”
หนานิจวินยื่นมือออกไปทางเ้านกน้อย เหลียนเชวี่ยกลับถอยหลังสองก้าว และร้องเสียงดังจิ๊บๆ อีก บ่งบอกว่าไม่อยากไป
“ยังฟังไม่ออกด้วยหรือ” หนานิจวินยื่นมือไปจับเหลียนเชวี่ย “ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง แล้วไปเอาไอมารเข้มข้นบนตัวเช่นนี้มาจากไหน”
ที่แท้หนานิจวินผู้นี้ฟังตนพูดไม่รู้เื่หรือ เหลียนเชวี่ยท้อแท้ เซียนไม่ใช่ว่าทำเป็หมดทุกอย่างหรือไร
หนานิจวินที่ฟัง ‘ภาษานก’ ไม่ออกจับเหลียนเชวี่ยเดินมาหยุดตรงหน้าประตููเา แล้วคลายมือให้เหลียนเชวี่ยบินไป แต่เหลียนเชวี่ยไม่อยากไป ทำเพียงเต้นเหยงๆ อยู่กลางฝ่ามือเขา แต่ไม่ยอมบิน
“ไม่อยากไปหรือ” หนานิจวินถาม
เหลียนเชวี่ยพยักหน้าหงึกๆ
หนานิจวินเข้าใจความหมายของเหลียนเชวี่ยแต่ยังคงโบกมือเบาๆ “หากมีคนอยากฆ่าเ้าอีกข้าจะไม่ปกป้องเ้าแล้ว ไปเถิด”
แต่เพราะการเคลื่อนไหวของหนานิจวิน เหลียนเชวี่ยจึงจำเป็ต้องสยายปีกขึ้น หนานิจวินปล่อยมือลงแล้วหมุนตัวเดินออกไป เหลียนเชวี่ยบินวนหนึ่งรอบเล็กแล้วรีบไล่ตามหลัง ร่อนลงไปเกาะบนบ่าของหนานิจวิน