ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่261 เปิดม่านสงครามเทพสวรรค์

  เทพสวรรค์องค์อื่นๆ ที่เห็น ปรากฏการณ์ฟ้าดินร่ำไห้ ให้กับการจากไปของเทพสวรรค์ แสงเทพสีทองที่สาดส่อง ส่งดวงวิญญาณ ไปถึง3วันสามคืนเต็ม พวกเขาไม่ได้มีท่าทีเสียใจแม้แต่น้อย เฝ้ามองด้วยความยินดีเสียด้วยซ้ำ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาเหล่าเทพสวรรค์ จะต้องเปิดศึกปะทะกันในสักวันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ เทพสวรรค์ครึ่งก้าวอีกองค์ ดันถือกำเนิดยังพื้นโลกเบื้องล่างแห่งนี้ เฝ้ารอเรื่องสนุกต่อจากนี้อย่างใจจดใจจ่อ ว่าใครจะเป็นผู้มองเหยียดหยามทุกสรรพสิ่ง ดูถูกดูแคลนผู้คน บนโลกล่างแห่งนี้



  ก่อนเทพสวรรค์ องค์หนึ่งจะตะโกนออกมาก้องฟ้า น้ำเสียงแฝงด้วยความเดือดดาล ออกไปไกลหลายร้อยแคว้น น้ำเสียงนั้นสะท้านใจของเหล่าผู้คนเป็นอย่างมาก ประชาชน ที่คืบคลานอยู่บนพื้นดินเบื้องล่าง ต่างพากันตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อพวกเขาได้ยินน้ำเสียงที่เดือดดาล หลายๆ คนก็เฝ้าภาวนา ขอให้มีใครสักคนมาช่วยปลดแอกพวกเขาออกไป


 

   "เจ้าช่างอ่อนแอยิ่งนักเทพสวรรค์ สุยเยว่หนาน ฉากการต่อสู้ที่แสนดุเดือดเร้าใจ ได้ถูกเปิดม่านขึ้นแล้ว เหล่าผู้คนจะต้องล้มตายเป็นผักปลา ปฐพีจะต้องอาบย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน แม่น้ำใหญ่จะกลายเป็นสายธารโลหิต ฟ้าดินจะต้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พิรุณ จะต้องร่วงหล่นเป็นสายเลือด ให้กับสงครามของเทพสวรรค์ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น"


 

"ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้ครอบครองดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้ พวกเจ้าเหล่าเทพสวรรค์ รอดูกันได้เลย ว่าจะเป็นพวกเราทั้งสามสำนักใหญ่จากดินแดนเบื้องบนที่จะกำชัยชนะ หรือเทพสวรรค์ครึ่งก้าวผู้มาใหม่ ใครจะอยู่เหนือทุกสรรพชีวิตภายในโลกหล้าแห่งนี้"

 

*********

 

 

 

   เมื่อเทพสวรรค์ สุยเยว่หนานตายตกลงไป มันก็มีของบางสิ่งที่ไม่สลายไปกับตัวนางด้วย มันก็คือเจดีย์น้อย ที่อี้เฉินเคยเจอกับมันมาก่อน เมื่อในยามอดีต ตอนที่เขาได้วิชาหมื่นโลกภายในสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลมา ก็เพราะเขาได้ถูกเจดีย์น้อยอันนี้ดูดเข้าไปภายในตัวของมัน ก่อนที่มันจะปล่อยเขาออกมาแล้วหนีหายออกไปอย่างฉับพลัน ไม่คิดตัวเขาจะได้เจอกับมันอีกครั้ง


 

   ในยามนี้ เจดีย์น้อยไม่ได้ส่องแสงสีทองพร่างพราวขึ้นมาเหมือนแต่ก่อน ทั่วเจดีย์เต็มไปด้วยลอยแตกร้าว ราวถ้วยแก้วพร้อมจะแตกสลายลงทุกเมื่อ เหมือนว่าเจดีย์น้อยในยามนี้จะเสียหายอย่างหนัก ยากที่จะใช้งานมันได้อีกต่อไป แม้แต่เรี่ยวแรงที่มันจะหนี ก็ยังไม่มีแม้แต่น้อย ปล่อยให้อี้เฉินเข้าไปเก็บมาไว้ในการครอบครองของเขา อย่างง่ายดาย


 

อี้เฉินเขาที่เก็บเจดีย์น้อยกลับมา หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับตัวเขาในภายภาคหน้า พอจะช่วยอะไร ตัวเขาได้บ้างเมื่อยามวิกฤตมาถึง


 

ในยามนี้ ทะเลความรู้หลายๆ ส่วนของเขา เสียหายอย่างหนัก ถูกไฟเทพเผาผลาญกลืนกิน ไปหลายส่วน แม้แต่ต้นโพธิ์ใจกลางทะเลความรู้ที่ตัวเขาให้กำเนิด ยังถูกไฟเทพเผาผลาญกลืนกินจนมอดไหม้ ดั่งทะเลเพลิงอันโชติช่วง แต่ก็พร้อมจะโรยราไปในเวลาเดียวกัน

 



   อี้เฉินเขาไม่คิดรั้งรออยู่ที่แห่งนี้อีกต่อไป พิษที่ตัวเขาได้รับนั้นอันตรายอย่างมาก หากไม่รีบนำมันออกมา เกรงว่าตัวเขาอาจจะไม่รอด ในเวลานี้เพียงเขาก้าวเดินไม่กี่ก้าวตัวเขาก็พุ่งหายออกไปไกลหลาย10ลี้ ในพริบตา ก่อนมาหยุดอยู่ด้านหน้า หลินเฟย ในยามนี้เขายังไม่ได้ถอดหน้ากากของเมี่ยนจือ  ออก เตรียมที่จะพานางกลับหมู่บ้านลมหวน ให้นางช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้


 

   ทันที ที่หลินเฟย กับผู้อาวุโสคนอื่นๆ เห็นเด็กหนุ่มผมสีขาวมีหน้ากากหยกปิดบังใบหน้า ยืนประจันหน้ากับพวกเขา พวกเขาก็ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว กายาเย็นเยือกอย่างฉับพลัน รีบลงไปยังพื้นเบื้องล่างด้วยความหวั่นเกรง ไม่กล้ายืนเสมอกับเด็กหนุ่มผมขาวอีกต่อไป แม้แต่มือยังคำนับมาที่ตัวของเขาด้วยความยำเกรง หากเด็กหนุ่มผมขาว คิดจะลบดินแดน5อาณาจักรแห่งนี้ เพียงกวาดฝ่ามือก็สามารถ ทำลายทั้ง5อาณาจักรได้อย่างง่ายดาย ไม่มีผู้ใดกล้าแข็งข้อกับตัวเขาอีกต่อไป

 


แต่ในทันใดพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่ง พุ่งเข้าไปสวมกอด เด็กหนุ่มผมขาวที่สวมหน้ากากหยกไว้ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วย น้ำตาที่ไหลริน นางก็คือหลินเฟย

 


   หลินเฟย ตัวนางรู้ได้ในทันที ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้านางนั้นก็คืออี้เฉิน นางเฝ้ามองอี้เฉินต่อสู้ด้วยความห่วงหาอาทร กลัวอี้เฉินจะตายตก แต่เมื่อนางเห็นอี้เฉิน อีกครั้งมันก็ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะเข้ามาลูบคลำ กายาของเขา อยากจะรู้อี้เฉินบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แต่เมื่อนางเห็น หัวไหล่ด้านซ้าย ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ของอี้เฉิน มันก็ทำให้นางรู้สึกหวั่นใจ พิษนั้นจะต้องร้ายแรงอย่างมากเป็นแน่ เอ่ยถามอี้เฉินออกไปด้วยความเป็นห่วง"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่อี้เฉิน เหมือนว่าพิษที่เจ้าได้รับไม่ธรรมดาเลยนะ รีบไปรักษาเถอะข้าจะรักษาบาดแผลให้เจ้าเอง"

 


แต่เมื่อหลายๆ คนเห็น หญิงสาวเข้าไปสวมกอดเทพสวรรค์ครึ่งก้าว ก็ไม่มีทีท่าว่านางจะถูกฆ่าสังหาร เหล่าฝูงชนจึงเบาใจไปบ้าง อย่างน้อยๆ เทพสวรรค์ครึ่งก้าว องค์นี้ก็ยังสามารถพูดคุยได้

 


แต่ทันใดที่อี้เฉินถอดหน้ากากหยกของเมี่ยนจือ ออก เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจเหตุใดใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาวถึงดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเคยเห็นตัวของเขาที่ไหนมาก่อน จนเหล่าผู้คนพากันพูดคุย


 

เจ้าสำนักมังกร ต่างตัวแข็งค้าง ตะโกนออกมาก้องฟ้า "เจ้า เจ้า อี้เฉินเองหรือ เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวได้"


 

เหล่าผู้เฒ่าชรา ที่ได้ยินเจ้าสำนักมังกรเอ่ยพูดขึ้นมา มันก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจไม่คิด เจ้าสำนักมังกร หวังซง จะรู้จักกับเทพสวรรค์ครึ่งก้าวผู้นั้น แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเสียมารยาทเหมือนกับเจ้าสำนักมังกร ไต่ถามออกไปเช่นนั้น


 

   ทันทีที่เจ้าสำนักมังกรบินทะยานขึ้นไปคิดจะไปไต่ถามอี้เฉิน ก็ถูก หลินเฟยนางห้ามปรามเอาไว้ ในยามนี้อี้เฉินดวงตาของเขา บ่งบอกถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป ทำให้เจ้าสำนักมังกร หวังซง ไม่ได้เอ่ยถามคำใดออกมาอีกต่อไป "อี้เฉิน เจ้าไปสำนักมังกรของข้าก่อน เหมือนว่าเจ้าในยามนี้จะไม่ค่อยสู้ดีนัก"


 

อี้เฉินที่ได้ยินเขาพยักหน้ารับในทันที ก่อนวาดมือกลางอากาศ ใช้ปราณพลังล้อมพันกายาพวกเขาทั้ง3คนไว้ แล้วบินทะยานหายออกไปจากที่แห่งนี้อย่างฉับพลัน โดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่ด้านล่างอีกต่อไป


 


....เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ลูกบอลแสงก็พา ร่างของพวกเขาทั้ง3คน มาหยุดอยู่ด้านหน้าศาลากลางแม่น้ำภายในสำนักมังกร ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปภายในศาลาแห่งนั้น

 


หลินเฟย นางไม่รอช้าอีกต่อไป  เข้าไปตรวจดูพิษจากบาดแผลของอี้เฉินในทันที เมื่อน้ำแข็งที่อี้เฉินสร้างขึ้น ถูกหลินเฟยละลายไปทีละน้อย เลือดในร่าง ส่วนหัวไหล่ของอี้เฉินก็กลับมาสูบฉีดอีกครั้ง พิษจึงเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

 


  หลินเฟย นางที่ใช้ปราณพลังรักษา อยู่หลายลมหายใจ ก็ไม่อาจสกัดพิษให้อี้เฉินได้เพียงชะลอ พิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจเท่านั้น เวลาผ่านไปไม่กี่สิบลมหายใจตัวนางเริ่มมีใบหน้าที่เบี้ยวบูด พิษที่อี้เฉินได้รับแข็งแกร่งเกินไป แม้แต่ตัวนางก็ไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้ หางตาของนางเริ่มมีน้ำตาไหลรินเป็นหยดน้ำ กลัวอี้เฉินจะตายจากไป

 


อี้เฉินเขาที่เห็นจึงถอนหายใจยาวออกมา "เจ้าไม่ต้องคิดมาก หลินเฟย หากเจ้ารักษาไม่ได้ข้าก็ยังพอมีวิธีรักษา แต่ข้าต้องนำพิษนั้นออกมาก่อน ไม่เช่นนั้นข้าจะรักษาบาดแผลไม่ได้"

 


หลินเฟย นางเม้มปากจนแน่น ไม่คิดความรู้ที่นางมีจะไม่สามารถช่วยเหลืออี้เฉินได้ เฝ้ามองใบหน้าอี้เฉินที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อยากจะเข้าไปช่วยรับความเจ็บปวดแทนตัวของอี้เฉินสักครึ่งก็ยังดี "เจ้าจะให้ข้าช่วยอะไรว่ามาอี้เฉิน หากข้าทำมันได้ข้าจะทำเพื่อเจ้า"


 

"เจ้าช่วยเปิดบาดแผลของข้าออกได้หรือไม่ หากเป็นไปได้ ช่วยโจมตีส่วนที่ติดพิษทั้งหมดทิ้งไป ก่อนที่ข้าจะสำแดง เต๋าแห่งการเกิดใหม่สร้างกายเนื้อขึ้นมาอีกครั้ง"


 

เมื่อพวกเขาทั้งสองได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน