“เจ้าจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่?”
“อีกสามวันขอรับท่านปู่ หลานขอเตรียมตัวอีกสามวันหลานจะเริ่มโต้กลับเอาคืนพวกเฟยอ้าวซวงข้าจะทำให้พวกมันได้รู้ว่าทำกับครอบครัวของข้าแล้วต้องชดใช้ยังไง....”
เฟยหลงแจ้งข่าวไปยังกองกำลังกลุ่มเงาสังหารในทันทีงานนี้หากทำสำเร็จกลุ่มเงาสังหารจะสามารถสร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้และพวกเขาอาจจะได้รับใช้อาณาจักรใด อาณาจักรหนึ่งอย่างแน่นอนเมื่อหลินเจิ้นหลงผู้นำกลุ่มเงาสังหารได้รับข้อความจากเฟยหลง เขารีบจัดเตรียมกองกำลังในทันที
ตอนนี้กองกำลังของกลุ่มเงาสังหารนั้นมีอยู่จำนวนสามพันห้าร้อยคนหลังจากศึกครั้งก่อนหลินเจิ้นหลง ได้รับคนเร่ร่อนมาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องพวกเขากลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับกองกองทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจำนวนหนึ่งหมื่นคนเลยก็ว่าได้ แม้จะมีจำนวนที่ไม่มากนักแต่ทุกคนต่างมีทักษะเฉพาะตัว และฝีมือที่เฉียบคม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานในครั้งนี้
สามวันต่อมาทุกอย่างได้ถูกเตรียมพร้อมกองกำลังจากกลุ่มเงาสังหารเองก็มารวมตัวกันเฟยหลงได้ขอซื้อเรือรบจากกษัตริย์ฮุ้ยเจินจำนวนสิบลำด้วยกันซึ่งเป็นเรือรบขนาดกลางที่สามารถบรรจุคนได้ลำละห้าหมื่นคน
กองกำลังชุดแรกคือกองกำลังกลุ่มเงาสังหารเฟยหลงแบ่งกองกำลังทั้งหมดออกเป็นสิบกลุ่มด้วยกันแต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคนในการควบคุมดูแลคนของตนเองจำนวนสามร้อยห้าสิบคน เรื่อรบค่อยๆ แล่นออกจากอาณาจักรรุ่งอรุณเมืองแรกที่เขามุ่งหน้าไปคือเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ไกลที่สุดในอาณาจักรกาลเวลา
พวกเขาใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ในการเดินทางไปยังเมืองอู่กองกำลังกลุ่มแรกถูกส่งออกไปเพื่อลอบเข้าไปยังตำหนักเจ้าเมืองในทันทีพวกเขาปลอมตัวเป็นกลุ่มพ่อค้าและชาวบ้านเพื่อเข้าไปในเมืองอู่การลักลอบเข้าไปในตำหนักของเจ้าเมืองไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา
กองกำลังกลุ่มเงาสังหารใช้เวลาเพียงไม่ถึงสามชั่วโมงก็สามารถจับกุมตัวเจ้าเมืองได้อู๋ซวงและเฟยหลงจึงทะยานออกไปในทันที่เมื่อได้รับทราบข่าว
เมื่อมาถึงกลุ่มเงาสังหารได้จับกุมเจ้าเมืองพร้อมทั้งขุนนางภายในเมืองเอาไว้เรียบร้อยแล้วโดยที่ทหารที่เฝ้าอยู่ไม่กล้าที่จะทำอะไรหลังจากที่เจ้าเมืองและขุนนางระดับสูงถูกจับเอาไว้เมื่อทหารพวกนั้นเห็นเฟยหลงและอู๋ซวงเดินมา พวกเขารีบหลีกทางให้แต่โดยดี
เฟยหลงและอู๋ซวงเดินไปด้านหน้าของเจ้าเมืองและขุนนางทั้งหลายที่ถูกจับอยู่โดยมีกองกำลังกลุ่มเงาสังหารคอยหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ
“ข้าจะให้โอกาสกับพวกท่านยอมจำนนต่อพวกเราเสียจะได้ไม่เกิดการสูญเสีย ข้าเฟยหลง บุตรชายของเฟยอู่หลานองค์รัชทายาทเมื่อสิบหกปีที่แล้ว ข้าต้องการบัลลังก์ของพระบิดาของข้าคืนหากเจ้ายังขัดขืน ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมดรวมถึงครอบครัวของเจ้าด้วย”
“ได้โปรดเถิดองค์ชายเมืองอู่ของพวกเราไม่เคยบาดหมางกับใครที่ต้องยอมรับกษัตริย์องค์ปัจจุบันก็เพื่อป้องกันตนเองและประชาชนภายในเมืองไม่ให้เดือดร้อนขอองค์ชายโปรดปราณีพวกเราด้วยเถิด”
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้ายอมจำนนและส่งกองกำลังของพวกเจ้าจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายพร้อมกับบุตรชายของท่านเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกเราเสียหากเจ้าไม่ยอมจำนน ข้าเองก็ไม่อาจจะปราณีพวกเจ้าได้”
ในตอนแรกเจ้าเมืองอู่ยังคงคิดหนักเขาไม่อยากเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อดาบพิทักษ์มังกรของเฟยหลงพาดอยู่ที่บ่าของเขาพร้อมที่จะตัดศีรษะของเขาอย่างแน่นอนเขาทำได้เพียงยอมเชื่อฟังและทำตามเท่านั้น
“ขอรับองค์ชายข้าน้อยยอมจำนนพวกท่านพร้อมกับจัดกองกำลังจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายให้กับพวกท่านด้วย”
“พวกเจ้าได้ยินหรือยังรีบไปจัดกองกำลังจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายโดยเร็วที่สุด และบอกให้ลูกชายของข้าติดตามองค์ชายเฟยหลงไป”
“ขอรับท่านเจ้าเมือง”
ด้วยความหวาดกลัวเจ้าเมืองอู่จึงรีบสั่งการรวบรวมกองกำลังอย่างเร่งด่วนเพราะหากไม่ยอมจำนนต่อองค์ชายเฟยหลง แม้แต่หน้าลูกเมียของเขาก็ไม่อาจจะได้เห็นอย่างแน่นอน
“เช่นนั้นก็ดีเอาหละปล่อยพวกเขาไป พวกเจ้าอย่าได้คิดส่งข่าวให้เมืองอื่นทราบโดยเด็ดขาดหาไม่แล้วพวกเจ้าคงรู้ดีนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าข้าไม่ใช่คนที่ใจดีสักเท่าไหร่กับศัตรูแต่หากข้าทำงานนี้สำเร็จพวกเจ้าก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมและข้าสัญญากับพวกเจ้าว่าจะไม่มีการกดขี่ข่มเหงและขูดรีบชาวบ้านเหมือนดังกษัตริย์คนปัจจุบันอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณองค์ชายขอบคุณองค์ชาย”
หลังจากนั้นกองกำลังทั้งหนึ่งหมื่นห้าพันนายพร้อมกับบุตรชายของเจ้าเมืองอู่จึงได้เข้าร่วมกองกำลังของเฟยหลงเรือรบลำแรกยังสามารถบรรจุคนได้อีกมาก แต่เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เฟยหลงจึงได้แบ่งกองกำลังออกเป็นสิบกลุ่มกลุ่มละหนึ่งพันห้าร้อยนายและให้ไปรวมกับกลุ่มเงาสังหารที่แต่เดิมมีกลุ่มละสามร้อยห้าสิบคน
กลุ่มหนึ่งให้ปู่ของเขาอู๋ซวงนำกองกำลังจำนวนห้ากลุ่มพร้อมกับเรือรอบทั้งหมดห้าลำติดตัวไปด้วยพวกเขาเดินทางมุ่งหน้าแยกเป็นสองเส้นทาง เฟยหลงไปทางทิศเหนือส่วนปู่อู๋ซวงของเขาไปยังทิศใต้ โดยมีกองกำลังห้ากลุ่มย่อยติดตามพวกเขาไป
เรือรบมุ่งหน้าไปยังเมืองใหญ่เมืองต่อไปเมืองที่สองที่เฟยหลงไปถึงพวกเขาใช้วิธีการเดิมเจ้าเมืองและขุนนางต่างยอมจำนนแต่โดยดีเมื่อผ่านวันแรกไปกองกำลังของเฟยหลงสามารถทำให้เมืองต่าง ๆ ยอมจำนนได้สามเมืองด้วยกันและทางด้านปู่อู๋ซวงเองก็ทำให้เมืองใหญ่ยอมจำนนได้จำนวนสองเมืองทำให้วันแรกพวกเขาทำให้เมืองใหญ่ต่าง ๆยอมจำนนไปแล้วห้าเมือง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจากระยะทางและการทำงานของเฟยหลงและอู๋ซวงพวกเขาจะสามารถทำให้เมืองใหญ่ทั้งหมดสามสิบห้าเมืองยอมจำนนภายในเวลาหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น
พวกเขายังคงเดินทางอย่างไม่หยุดพักแม้แต่ในตอนกลางคืนพวกเขาก็ยังคงเดินทางไปยังเมืองใหญ่เมืองอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทางด้านเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลายังคงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดแต่มีข่าวหนึ่งแพร่กระจายออกมาอย่างรวดเร็วว่าทางด้านอาณาจักรรุ่งอรุณได้ส่งกองกำลังกว่าสิบล้านคนมาประชิดชายแดนของอาณาจักรกาลเวลาในเวลานี้แล้ว
“รายงานฝ่าบาทกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณราว ๆสิบล้านคนเข้ามาประชิดแนวชายแดนทางด้านทิศตะวันออกของอาณาจักรเราแล้วพะยะค่ะ”
“อะไรนะอาณาจักรรุ่งอรุณคิดยังไงถึงได้ส่งกองกำลังจำนวนมากเช่นนี้มาหรือว่าพวกเขาคิดจะเปิดศึกกับอาณาจักรกาลเวลาของพวกเรา”
“ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงไหนแล้ว”
“เรียนฝ่าบาทตอนนี้พวกเขาตั้งค่ายอยู่ใกล้ๆ แนวชายแดนของพวกเราห่างไปราวสิบกิโลเมตรพะยะค่ะ”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ส่งกองกำลังออกไปจำนวนสิบห้าล้านคน คอยตรึงกำลังเอาไว้อย่าได้ให้พวกเขาล่วงล้ำมาอย่างเด็ดขาดหากพวกมันกล้าที่จะบุกเข้ามาก็สังหารพวกมันให้สิ้น”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมปีนี้มีแต่เรื่องวุ่น ๆ มากวนใจข้าจริง ๆ อยู่ ๆกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณก็เตรียมตัวมาบุกอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นนี้”
“ฝ่าบาทหรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับอู๋ซวงพะยะค่ะ”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเชิญท่านผู้อาวุโสฉางหมิงมาที ข้าต้องการปรึกษาเขา”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
เช้าวันที่สองกองกำลังของเฟยหลงที่มีอยู่กว่าเกือบสี่หมื่นคนเดินทางมาถึงยังเมืองซานกุ้ยซึ่งเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งที่มีกองกำลังที่แข็งแกร่ง เฟยหลงใช้กองกำลังทั้งหมดล้อมเมืองซานกุ้ยเอาไว้ พร้อมกับนำกลุ่มเงาสังหารเข้าควบคุมตัวเจ้าเมืองเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น
เฟยหลงต้องเสียเวลากว่าครึ่งวันในการทำให้เจ้าเมืองซานกุ้ยยอมจำนนในตอนแรกเจ้าเมืองซานกุ้ยคิดจะสู้สุดกำลังเพียงแต่ว่าพอเขาทราบว่าเฟยหลงเป็นบุตรชายขององค์รัชทายาทเฟยอู่หลานเขาพร้อมกับขุนนางภายในเมืองจึงได้ยอมจำนนแต่โดยดีเพราะเขาเองก็ไม่ชอบการกระทำของเฟยอ้าวซวง กษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
อีกอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขาต้องสูญเสียเงินจำนวนกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองให้กับเฟยอ้าวซวงไปพร้อมกับโอสถอีกเป็นจำนวนมากทำให้ตอนนี้แต่ละเมืองภายในอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้เริ่มขัดสน
พวกเขาจึงไม่ต้องการที่จะทำสงครามกันในตอนนี้เพียงแค่นี้ประชาชน ชาวบ้านธรรมดาก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่แล้วเจ้าเมืองใหญ่แต่ละเมืองจึงไม่อยากที่จะสร้างความลำบากให้กับชาวเมืองอีกต่อไป
ถึงแม้จะเสียเวลาไปกว่าครึ่งวันแต่ก็นับว่าคุ้มค่าเพราะเจ้าเมืองซานกุ้ยยอมติดตามเขามาด้วยตนเองพร้อมกับกองกำลังอีกกว่าสองหมื่นนายพร้อมกับเรือรบขนาดกลางอีกจำนวนสามลำอีกทั้งเจ้าเมืองซานกุ้ยยังอาสาไปพูดกับเจ้าเมืองคนอื่น ๆ ให้เฟยหลงอีกด้วยทำให้การทำงานของเฟยหลงง่ายยิ่งขึ้น
ทางด้านอาณาจักรกาลเวลาห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูง พวกเขาถูกเรียกให้มาปรึกษาอย่างเร่งด่วนถึงกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณที่นำกองกำลังตั้งค่ายอยู่ไม่ไกลจากชายแดนอาณาจักรกาลเวลาของพวกเขา
“นี่ก็สามวันแล้วมีรายงานความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม?”
“รายงานฝ่าบาทกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณยังคงไม่เคลื่อนไหวเหมือนพวกเขากำลังรออะไรบางอย่างอยู่พะยะค่ะ”
“ยังไม่ยอมบุกเช่นนั้นหรือท่านผู้อาวุโสฉางหมิงในฐานะที่ท่านเป็นถึงปราชญ์จอมเวทของอาณาจักรกาลเวลาของพวกเรา พวกเราคงต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสช่วยไปสอบถามกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณให้ทีว่าพวกเขาต้องการทำอะไร หรือว่าต้องการทำสงครามกับพวกเราจริง ๆ”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”