ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 96 เฟยหลงเริ่มเคลื่อนไหว

            “เจ้าจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่?”

            “อีกสามวันขอรับท่านปู่ หลานขอเตรียมตัวอีกสามวันหลานจะเริ่มโต้กลับเอาคืนพวกเฟยอ้าวซวงข้าจะทำให้พวกมันได้รู้ว่าทำกับครอบครัวของข้าแล้วต้องชดใช้ยังไง....”

            เฟยหลงแจ้งข่าวไปยังกองกำลังกลุ่มเงาสังหารในทันทีงานนี้หากทำสำเร็จกลุ่มเงาสังหารจะสามารถสร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้และพวกเขาอาจจะได้รับใช้อาณาจักรใด อาณาจักรหนึ่งอย่างแน่นอนเมื่อหลินเจิ้นหลงผู้นำกลุ่มเงาสังหารได้รับข้อความจากเฟยหลง เขารีบจัดเตรียมกองกำลังในทันที

            ตอนนี้กองกำลังของกลุ่มเงาสังหารนั้นมีอยู่จำนวนสามพันห้าร้อยคนหลังจากศึกครั้งก่อนหลินเจิ้นหลง ได้รับคนเร่ร่อนมาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องพวกเขากลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับกองกองทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจำนวนหนึ่งหมื่นคนเลยก็ว่าได้ แม้จะมีจำนวนที่ไม่มากนักแต่ทุกคนต่างมีทักษะเฉพาะตัว และฝีมือที่เฉียบคม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานในครั้งนี้

            สามวันต่อมาทุกอย่างได้ถูกเตรียมพร้อมกองกำลังจากกลุ่มเงาสังหารเองก็มารวมตัวกันเฟยหลงได้ขอซื้อเรือรบจากกษัตริย์ฮุ้ยเจินจำนวนสิบลำด้วยกันซึ่งเป็นเรือรบขนาดกลางที่สามารถบรรจุคนได้ลำละห้าหมื่นคน

            กองกำลังชุดแรกคือกองกำลังกลุ่มเงาสังหารเฟยหลงแบ่งกองกำลังทั้งหมดออกเป็นสิบกลุ่มด้วยกันแต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคนในการควบคุมดูแลคนของตนเองจำนวนสามร้อยห้าสิบคน เรื่อรบค่อยๆ แล่นออกจากอาณาจักรรุ่งอรุณเมืองแรกที่เขามุ่งหน้าไปคือเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ไกลที่สุดในอาณาจักรกาลเวลา

            พวกเขาใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ในการเดินทางไปยังเมืองอู่กองกำลังกลุ่มแรกถูกส่งออกไปเพื่อลอบเข้าไปยังตำหนักเจ้าเมืองในทันทีพวกเขาปลอมตัวเป็นกลุ่มพ่อค้าและชาวบ้านเพื่อเข้าไปในเมืองอู่การลักลอบเข้าไปในตำหนักของเจ้าเมืองไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา

            กองกำลังกลุ่มเงาสังหารใช้เวลาเพียงไม่ถึงสามชั่วโมงก็สามารถจับกุมตัวเจ้าเมืองได้อู๋ซวงและเฟยหลงจึงทะยานออกไปในทันที่เมื่อได้รับทราบข่าว

            เมื่อมาถึงกลุ่มเงาสังหารได้จับกุมเจ้าเมืองพร้อมทั้งขุนนางภายในเมืองเอาไว้เรียบร้อยแล้วโดยที่ทหารที่เฝ้าอยู่ไม่กล้าที่จะทำอะไรหลังจากที่เจ้าเมืองและขุนนางระดับสูงถูกจับเอาไว้เมื่อทหารพวกนั้นเห็นเฟยหลงและอู๋ซวงเดินมา พวกเขารีบหลีกทางให้แต่โดยดี

            เฟยหลงและอู๋ซวงเดินไปด้านหน้าของเจ้าเมืองและขุนนางทั้งหลายที่ถูกจับอยู่โดยมีกองกำลังกลุ่มเงาสังหารคอยหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ

            “ข้าจะให้โอกาสกับพวกท่านยอมจำนนต่อพวกเราเสียจะได้ไม่เกิดการสูญเสีย ข้าเฟยหลง บุตรชายของเฟยอู่หลานองค์รัชทายาทเมื่อสิบหกปีที่แล้ว ข้าต้องการบัลลังก์ของพระบิดาของข้าคืนหากเจ้ายังขัดขืน ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมดรวมถึงครอบครัวของเจ้าด้วย”

            “ได้โปรดเถิดองค์ชายเมืองอู่ของพวกเราไม่เคยบาดหมางกับใครที่ต้องยอมรับกษัตริย์องค์ปัจจุบันก็เพื่อป้องกันตนเองและประชาชนภายในเมืองไม่ให้เดือดร้อนขอองค์ชายโปรดปราณีพวกเราด้วยเถิด”

            “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้ายอมจำนนและส่งกองกำลังของพวกเจ้าจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายพร้อมกับบุตรชายของท่านเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกเราเสียหากเจ้าไม่ยอมจำนน ข้าเองก็ไม่อาจจะปราณีพวกเจ้าได้”

            ในตอนแรกเจ้าเมืองอู่ยังคงคิดหนักเขาไม่อยากเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อดาบพิทักษ์มังกรของเฟยหลงพาดอยู่ที่บ่าของเขาพร้อมที่จะตัดศีรษะของเขาอย่างแน่นอนเขาทำได้เพียงยอมเชื่อฟังและทำตามเท่านั้น

            “ขอรับองค์ชายข้าน้อยยอมจำนนพวกท่านพร้อมกับจัดกองกำลังจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายให้กับพวกท่านด้วย”

            “พวกเจ้าได้ยินหรือยังรีบไปจัดกองกำลังจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันนายโดยเร็วที่สุด และบอกให้ลูกชายของข้าติดตามองค์ชายเฟยหลงไป”

            “ขอรับท่านเจ้าเมือง”

            ด้วยความหวาดกลัวเจ้าเมืองอู่จึงรีบสั่งการรวบรวมกองกำลังอย่างเร่งด่วนเพราะหากไม่ยอมจำนนต่อองค์ชายเฟยหลง แม้แต่หน้าลูกเมียของเขาก็ไม่อาจจะได้เห็นอย่างแน่นอน

            “เช่นนั้นก็ดีเอาหละปล่อยพวกเขาไป พวกเจ้าอย่าได้คิดส่งข่าวให้เมืองอื่นทราบโดยเด็ดขาดหาไม่แล้วพวกเจ้าคงรู้ดีนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าข้าไม่ใช่คนที่ใจดีสักเท่าไหร่กับศัตรูแต่หากข้าทำงานนี้สำเร็จพวกเจ้าก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมและข้าสัญญากับพวกเจ้าว่าจะไม่มีการกดขี่ข่มเหงและขูดรีบชาวบ้านเหมือนดังกษัตริย์คนปัจจุบันอย่างแน่นอน”

            “ขอบคุณองค์ชายขอบคุณองค์ชาย”

            หลังจากนั้นกองกำลังทั้งหนึ่งหมื่นห้าพันนายพร้อมกับบุตรชายของเจ้าเมืองอู่จึงได้เข้าร่วมกองกำลังของเฟยหลงเรือรบลำแรกยังสามารถบรรจุคนได้อีกมาก แต่เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เฟยหลงจึงได้แบ่งกองกำลังออกเป็นสิบกลุ่มกลุ่มละหนึ่งพันห้าร้อยนายและให้ไปรวมกับกลุ่มเงาสังหารที่แต่เดิมมีกลุ่มละสามร้อยห้าสิบคน  

            กลุ่มหนึ่งให้ปู่ของเขาอู๋ซวงนำกองกำลังจำนวนห้ากลุ่มพร้อมกับเรือรอบทั้งหมดห้าลำติดตัวไปด้วยพวกเขาเดินทางมุ่งหน้าแยกเป็นสองเส้นทาง เฟยหลงไปทางทิศเหนือส่วนปู่อู๋ซวงของเขาไปยังทิศใต้ โดยมีกองกำลังห้ากลุ่มย่อยติดตามพวกเขาไป

            เรือรบมุ่งหน้าไปยังเมืองใหญ่เมืองต่อไปเมืองที่สองที่เฟยหลงไปถึงพวกเขาใช้วิธีการเดิมเจ้าเมืองและขุนนางต่างยอมจำนนแต่โดยดีเมื่อผ่านวันแรกไปกองกำลังของเฟยหลงสามารถทำให้เมืองต่าง ๆ ยอมจำนนได้สามเมืองด้วยกันและทางด้านปู่อู๋ซวงเองก็ทำให้เมืองใหญ่ยอมจำนนได้จำนวนสองเมืองทำให้วันแรกพวกเขาทำให้เมืองใหญ่ต่าง  ๆยอมจำนนไปแล้วห้าเมือง

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจากระยะทางและการทำงานของเฟยหลงและอู๋ซวงพวกเขาจะสามารถทำให้เมืองใหญ่ทั้งหมดสามสิบห้าเมืองยอมจำนนภายในเวลาหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น

            พวกเขายังคงเดินทางอย่างไม่หยุดพักแม้แต่ในตอนกลางคืนพวกเขาก็ยังคงเดินทางไปยังเมืองใหญ่เมืองอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

                ทางด้านเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลายังคงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดแต่มีข่าวหนึ่งแพร่กระจายออกมาอย่างรวดเร็วว่าทางด้านอาณาจักรรุ่งอรุณได้ส่งกองกำลังกว่าสิบล้านคนมาประชิดชายแดนของอาณาจักรกาลเวลาในเวลานี้แล้ว

                “รายงานฝ่าบาทกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณราว ๆสิบล้านคนเข้ามาประชิดแนวชายแดนทางด้านทิศตะวันออกของอาณาจักรเราแล้วพะยะค่ะ”

                “อะไรนะอาณาจักรรุ่งอรุณคิดยังไงถึงได้ส่งกองกำลังจำนวนมากเช่นนี้มาหรือว่าพวกเขาคิดจะเปิดศึกกับอาณาจักรกาลเวลาของพวกเรา”

                “ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงไหนแล้ว”

                “เรียนฝ่าบาทตอนนี้พวกเขาตั้งค่ายอยู่ใกล้ๆ แนวชายแดนของพวกเราห่างไปราวสิบกิโลเมตรพะยะค่ะ”

                “ท่านแม่ทัพใหญ่ส่งกองกำลังออกไปจำนวนสิบห้าล้านคน คอยตรึงกำลังเอาไว้อย่าได้ให้พวกเขาล่วงล้ำมาอย่างเด็ดขาดหากพวกมันกล้าที่จะบุกเข้ามาก็สังหารพวกมันให้สิ้น”

                “พะยะค่ะฝ่าบาท”

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมปีนี้มีแต่เรื่องวุ่น ๆ มากวนใจข้าจริง ๆ อยู่ ๆกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณก็เตรียมตัวมาบุกอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นนี้”

                “ฝ่าบาทหรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับอู๋ซวงพะยะค่ะ”

                “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเชิญท่านผู้อาวุโสฉางหมิงมาที ข้าต้องการปรึกษาเขา”

                “พะยะค่ะฝ่าบาท”

                เช้าวันที่สองกองกำลังของเฟยหลงที่มีอยู่กว่าเกือบสี่หมื่นคนเดินทางมาถึงยังเมืองซานกุ้ยซึ่งเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งที่มีกองกำลังที่แข็งแกร่ง เฟยหลงใช้กองกำลังทั้งหมดล้อมเมืองซานกุ้ยเอาไว้ พร้อมกับนำกลุ่มเงาสังหารเข้าควบคุมตัวเจ้าเมืองเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น

                เฟยหลงต้องเสียเวลากว่าครึ่งวันในการทำให้เจ้าเมืองซานกุ้ยยอมจำนนในตอนแรกเจ้าเมืองซานกุ้ยคิดจะสู้สุดกำลังเพียงแต่ว่าพอเขาทราบว่าเฟยหลงเป็นบุตรชายขององค์รัชทายาทเฟยอู่หลานเขาพร้อมกับขุนนางภายในเมืองจึงได้ยอมจำนนแต่โดยดีเพราะเขาเองก็ไม่ชอบการกระทำของเฟยอ้าวซวง กษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

                อีกอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขาต้องสูญเสียเงินจำนวนกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองให้กับเฟยอ้าวซวงไปพร้อมกับโอสถอีกเป็นจำนวนมากทำให้ตอนนี้แต่ละเมืองภายในอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้เริ่มขัดสน

                พวกเขาจึงไม่ต้องการที่จะทำสงครามกันในตอนนี้เพียงแค่นี้ประชาชน ชาวบ้านธรรมดาก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่แล้วเจ้าเมืองใหญ่แต่ละเมืองจึงไม่อยากที่จะสร้างความลำบากให้กับชาวเมืองอีกต่อไป

                ถึงแม้จะเสียเวลาไปกว่าครึ่งวันแต่ก็นับว่าคุ้มค่าเพราะเจ้าเมืองซานกุ้ยยอมติดตามเขามาด้วยตนเองพร้อมกับกองกำลังอีกกว่าสองหมื่นนายพร้อมกับเรือรบขนาดกลางอีกจำนวนสามลำอีกทั้งเจ้าเมืองซานกุ้ยยังอาสาไปพูดกับเจ้าเมืองคนอื่น  ๆ ให้เฟยหลงอีกด้วยทำให้การทำงานของเฟยหลงง่ายยิ่งขึ้น

                ทางด้านอาณาจักรกาลเวลาห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยขุนนางชั้นสูง พวกเขาถูกเรียกให้มาปรึกษาอย่างเร่งด่วนถึงกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณที่นำกองกำลังตั้งค่ายอยู่ไม่ไกลจากชายแดนอาณาจักรกาลเวลาของพวกเขา

                “นี่ก็สามวันแล้วมีรายงานความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม?”

                “รายงานฝ่าบาทกองกำลังอาณาจักรรุ่งอรุณยังคงไม่เคลื่อนไหวเหมือนพวกเขากำลังรออะไรบางอย่างอยู่พะยะค่ะ”

                “ยังไม่ยอมบุกเช่นนั้นหรือท่านผู้อาวุโสฉางหมิงในฐานะที่ท่านเป็นถึงปราชญ์จอมเวทของอาณาจักรกาลเวลาของพวกเรา พวกเราคงต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสช่วยไปสอบถามกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณให้ทีว่าพวกเขาต้องการทำอะไร หรือว่าต้องการทำสงครามกับพวกเราจริง ๆ”

                “พะยะค่ะฝ่าบาท”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258