Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    60 ไม่อยู่บ้าน

    “ โซลฟอร์ดระดับ 4 ทั้งหมด 15 ชิ้นทางเรารับซื้อชิ้นละ 3,000,000  เท่านั้นนะคะ รวมแล้วเป็นเงิน 45,000,000 เหรียญ”


    แอ็กเซลพยักหน้ารับ สถานที่แรกที่เขาเข้าใช้งานคือร้านค้าของสถาบัน ต่อให้ราคาขายโซลฟอร์ดระดับ 4 จะถูกเป็นอย่างมาก เขากลับจำเป็นต้องขายเพราะการมีมันเอาไว้ในครอบครองมากถึง 15 ชิ้นไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่ง รวมแล้วตอนนี้เขามีเงินเก็บในบัญชี 56,000,000 เหรียญ สำหรับแต้มกาแล็กซี่  106,100 แต้ม มากพอให้ซื้อทักษะระดับ 5 เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้จะเสริมสิ่งใดต่อจากนี้


    ทักษะโจมตีลูนาร์แฟลชเป็นระดับ 5 แล้วและยังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของมัน ขั้นที่มีเพียง 3 เขากลับฝึกสำเร็จไปถึง 4 ขั้น สำหรับทักษะธันเดอร์รัชต่อให้จะเป็นระดับ 4 ดาวก็ตาม เขากลับฝึกทักษะจนขั้นเลื่อนไปที่ 5 หรือก็คือเลเวล 5  ความทรงพลังที่แสดงออกมาสูงกว่าแชมเปี้ยนระดับ 4 ต่อให้เขาจะยังไม่ได้ปะทะกับระดับ 5 แอ็กเซลคิดว่าการหนีคงไม่ใช่เรื่องยาก หากเขาใช้แต้ม 100,000 ไปกับทักษะเท้าคงไม่เห็นความต่างมากนัก 


    แอ็กเซลจึงมองไปที่ทักษะระดับ 6 ที่ต้องใช้แต้มสูงถึง 500,000 หน่วย ด้วยจำนวนแต้มเท่านี้ทำให้เขารู้สึกท้อเป็นอย่างมากเพราะมอนสเตอร์หายาก การจะหาแต้มยากยิ่งกว่าปีนป่ายภูเขา


    “ มาถึงทางตันแล้วเหรอ ” 


    สิ่งที่แอ็กเซลเห็นในตอนนี้คือการเพิ่มเลเวลทักษะที่มีไปเรื่อยๆด้วยการทุ่มยาไปกับมัน อย่างไรก็ตามเขากลับมองไม่เห็นอนาคตเลยว่าตนเองจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน มันต่างจากการฝึกทักษะระดับ 7 หรือสูงกว่า


    การทุ่มทรัพยากรไปกับทักษะระดับ 4 และ 5 ดาวอาจจะเสียเปล่าเพราะเมื่อเขามีทักษะระดับสูงกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนไปฝึกทักษะนั้น ทักษะเดิมที่มีจำเป็นต้องละทิ้งมัน หากเป็นเช่นนี้เขาจะสูญเสียทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทุกครั้งที่เขาได้ทักษะใหม่ๆจะต้องเริ่มต้นเสมอแอ็กเซลจึงพยายามมองให้กว้างมากขึ้นเพื่อไม่ให้ตนเองหลงทาง


    “ ถ้าไม่อยากให้เปลืองมาก ต้องหาทักษะระดับสูงสักอย่างมาเป็นฐานเหยียบสินะ สลิงเกอร์เป็นระดับ 7 ดรากอนส์ไวทาลิตี้เป็นระดับ 7 สองอย่างนี้ทุ่มเงินไปกับมันได้ เหลือก็แค่หาทักษะเท้าดีๆมาทุ่มเงิน อย่างน้อยทักษระดับ 7 ก็น่าจะทรงพลังกว่าระดับ 4 มันน่าจะพาเลื่อนระดับไปเป็นแชมเปี้ยนระดับ 9 หรือสูงกว่านั้นได้ ”


    การเปลี่ยนทักษะจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แอ็กเซลจึงพยายามหาทางไม่ให้ตนเองเปลี่ยนทักษะบ่อยเกินไปเพราะเขาจะใช้ทรัพยากรเยอะกว่าคนอื่นๆ ถึงแม้จะอัพเลเวลทักษะได้เร็วกว่าแชมเปี้ยนคนอื่นๆก็ตาม เขาไม่อยากทำอะไรซ้ำๆบ่อยครั้งจึงต้องวางแผนให้ดี ซึ่งตอนนี้เขาไม่มีหนทางหาทักษะระดับ 7 มาใช้งาน ยกเว้นว่าเขาจะเจอผลไม้ธาตุแล้วขอแลกเปลี่ยนกับแชมเปี้ยนระดับ 5 ดาวที่ต้องการมัน


    “ เบอร์ใครล่ะเนี่ย ”


    แอ็กเซลมองดูข้อความภายในโทรศัพท์ มีเบอร์แปลกติดต่อมาหาเขาด้วยการทิ้งข้อความเอาไว้ อย่างไรก็ตามเขาให้ความสนใจข้อความของแม่ที่อยู่ต่อท้ายก่อน เนื่องจากอีกฝ่ายทิ้งข้อความเอาไว้ให้เขาตั้งแต่ 5 วันก่อน


    เมื่อข้อความของแม่เปิดขึ้น แอ็กเซลถึงขั้นเลิกคิ้วด้วยความสงสัย แม่ของเขาเดินทางไปในอวกาศไม่ได้ระบุตำแหน่งว่าจะไปที่ใด รู้แค่ว่าเดินทางไปหาพ่อเพียงเท่านั้น 


    [  แอ็กเซลจ๊ะ ช่วงนี้แม่ไม่อยู่บ้านนะจ๊ะเพราะต้องไปช่วยพ่อทำงาน  แม่จะให้ลูกไปอยู่กับป้าก่อนนะจ๊ะ  รักป้าให้เหมือนกับรักแม่นะรู้ไหม เป็นเด็กดีด้วยล่ะ แค่นี้นะจ๊ะ ]


    แอ็กเซลหลับตาดึงความทรงจำออกมาดู แม่เคยพูดถึงป้าบ่อยครั้งและเขาคนก่อนเคยพบหน้าป้าบ่อยครั้ง อีกฝ่ายมีลักษณะภายนอกเหมือนกับแม่ทุกอย่าง เพียงแต่ว่าดูใจเย็นกว่าและดูเงียบกว่า ราวกับป้าของเขาเป็นผู้คุมกฎในสถาบัน


    หลังจากอ่านข้อความแม่เสร็จแล้ว แอ็กเซลจึงเปิดดูข้อความที่ไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้ ก่อนที่เขาจะพบว่าภายในข้อความบอกให้ติดต่อกลับ ป้าของเขาได้เปลี่ยนเบอร์ใหม่และส่งข้อความหาเขาเพื่อรับไปอยู่ด้วย แอ็กเซลจึงต้องติดต่อป้าตามที่แม่สั่งก่อนจะเดินทางไปหาพ่อ


    ตู๊ด!


    “ สวัสดีครับ ใช่ป้าแครอลไหมครับ ผมแอ็กเซลนะครับ ลูกแม่เมลด้า ”


    แอ็กเซลแนะนำตัวหลังจากที่ปลายทางรับสาย อีกฝ่ายแสดงท่าทางตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าหลานโทรมาหา


    “ แอ็กเซลเหรอจ๊ะ นี่เบอร์ป้าแครอลเองจ้ะ ช่วยบันทึกใหม่หน่อยนะจ๊ะ ว่าแต่ตอนนี้แอ็กเซลอยู่ที่ไหน ป้าจะไปรับ ”


    “ ผมอยู่ในสถาบันครับกำลังจะกลับบ้าน เห็นแม่ส่งข้อความมาหาเมื่อวันก่อน แล้วจากนั้นก็มีข้อความของป้าส่งตามมาในอีก 1 วันให้หลัง ผมพึ่งติดอยู่ในพื้นที่ล่าจึงไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่ายก็เลยไม่ได้ติดต่อกลับให้เร็วกว่านี้ ”


    “ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ป้าจะไปรับนะ ”


    “ ป้าครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ” แอ็กเซลสามารถกลับบ้านของเขาได้ เพียงแต่ว่าแม่ของเขากลับจะให้ไปอยู่กับป้า เขาจึงสงสัยเล็กน้อยเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหากับพ่อ


    “ เดี๋ยวป้าเล่าให้ฟังก็แล้วกัน เก็บของที่จำเป็นก็พอนะ ช่วงนี้ให้มาอาศัยอยู่กับป้าก่อน ”


    “ ครับ แค่นี้นะครับป้าแครอล ”


    แอ็กเซลวางสายแล้วมองไปยังโทรศัพท์ของตนเอง ไม่มีใครติดต่อมาอีกแล้วเขาจึงเก็บลงไปในกระเป๋ากางเกงจากนั้นก็เดินกลับห้อง ยังเหลืออีกหนึ่งสิ่งที่เขาต้องทำนั่นคือเลื่อนระดับให้นกน้อย มันติดอยู่ระดับ 2 หลายวันแล้ว เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสได้เดินทางกลับมาซื้อแก่นพลังงานว่างเปล่า


    “ เอาล่ะ กินทั้งสองก้อนเข้าไปเลย แล้วแกก็จะวิวัฒนาการ ”


    แอ็กเซลวางคอร์มอนสเตอร์ระดับ 3 ไว้บนโต๊ะตามด้วยวางแก่นพลังงานว่างเปล่าที่ซื้อมาเอาไว้ด้านข้าง นกน้อยจึงเข้ามาจิกกินก่อนที่มันจะล้มลงไปนอนดิ้นบนพื้นชี้ขาขึ้นฟ้าหลังจากร่างกายเข้าสู่การเลื่อนระดับ


    [ เดรย์ฟลอร่า (Draeflora) ]

    [  มอนสเตอร์ธาตุ : ไม้ ]

    [  ระดับ : 3 ดาว ]

    [  พลังโจมตี :  3,000   ]

    [  สกิล : [สอดส่อง][เชื่อมจิต][ขนเหล็ก][พรางตัว][กรีดร้อง]]

     

    “ ครั้งนี้ได้สกิลกรีดร้องมาสินะ ”


    นกน้อยขนาดเท่ากำปั้นขยายร่างใหญ่ ความสูงของมันใกล้เคียง 1 ไม้บรรทัดหรือก็คือ 30 เซนติเมตร แอ็กเซลยังมองไม่เห็นความจริงเหมือนในข้อมูลที่บอกว่ามันสามารถขยายร่างได้มากถึง 100 เมตร ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่เร่งรีบมากเพราะมันคือสิ่งที่เขาไว้ใช้ในการสอดแนม


    หลังจากเลื่อนระดับเสร็จสิ้นเขาจึงใช้งานสกิลแตกหน่อ ด้วยระดับเพียงเท่านี้มากพอแล้ว เขาจึงต้องเพิ่มจำนวนพวกมันเพื่อให้การสอดส่องง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม นกน้อยทั้งสองที่เจอหน้ากันต่างฝ่ายต่างเอียงคอด้วยความสงสัยที่มีบางอย่างคล้ายกับมัน เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเผ่าเดียวกัน ต่างฝ่ายจึงต่างอยู่เงียบๆรอคอยคำสั่ง


    “ เหลืออีก 4 ชั่วโมง น่าจะพอให้ค้นบางอย่าง ”


    แอ็กเซลเดินทางไปยังห้องสมุดของสถาบัน มันคือสถานที่รวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลเอาไว้เพื่อให้นักศึกษาได้ค้นคว้า  ถึงอย่างนั้นภายในห้องสมุดกลับไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้อายุของเขาหยุดลงที่ 20 ปีและปลุกคอร์ไดฟ์ไม่ได้ ร่างเดิมของเขาเคยตามหาวิธีทำลายเชื้อนี้ออกแล้ว ภายในห้องสมุดกลับไม่มีคำตอบนั้น 


    เมื่อเดินเข้ามาข้างในหนึ่งในตึกของสถาบัน แอ็กเซลก็พบเข้ากับตู้หนังสือจำนวนมากตั้งเรียงกันราวกับว่ามันไร้ที่สิ้นสุด  ภายในชั้น 1 มีโต๊ะจำนวนมาก มันถูกกั้นเอาไว้เพื่อให้นักศึกษามีความเป็นส่วนตัวในการอ่านหนังสือ  ตั้งแต่ชั้นที่ 2 ขึ้นไปเต็มไปด้วยตู้หนังสือที่ไม่รู้ว่ามีทั้งหมดกี่ตู้ 


    แอ็กเซลที่ยืนอยู่กลางห้องสมุดจึงพยายามกวาดตามองชั้นหนังสือแต่ละชั้นที่ตั้งเรียงกันสูงขึ้นไป นับว่าการจัดหมวดหมู่ที่นี่เรียบง่าย ทำให้เขาสามารถค้นหาหมวดหมู่ที่ต้องการได้เพียงแค่ยืนอยู่ใจกลางห้องสมุด ทันใดนั้นเขาก็เจอเข้ากับหมวดที่ต้องการ หมวดร่างกายคือสิ่งที่เขาอยากได้ข้อมูลมาทำความเข้าใจ การจะสร้างท่อพลังงานด้วยการใช้วงจรเวทอันตราย เขาจึงต้องศึกษาร่างกายให้ดีกว่านี้ก่อน ถึงแม้ข้อมูลร่างกายในช่วงที่เขาเป็นจอมเวทจะมีอยู่มาก การหาข้อมูลเพิ่มกลับให้ผลที่ดียิ่งกว่า เทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ล้ำหน้าไปไกล เขาจึงต้องพัฒนาความรู้ตามไปด้วยเช่นกัน


    เมื่อมาถึงชั้น 5 แอ็กเซลพบว่าหน้าตู้หนังสือที่มีอยู่หลายร้อยตู้มีหน้าจอขนาด 32 นิ้วตั้งอยู่ เขาสามารถค้นหาข้อมูลหนังสือได้จากการกรอกสิ่งที่ต้องการเข้าไป แอ็กเซลจึงกรอกข้อมูลหนังสือที่ต้องการโดยเน้นไปที่หมวดร่างกาย หลังจากนั้นหนังสือราว 95 เล่มที่ตรงตามความต้องการของเขาก็ถูกโหลดลงไปบนหนึ่งในหน้าจอที่วางซ้อนทับกัน แอ็กเซลจึงหยิบหน้าจอนั้นออกมาจากชั้นวางแล้วนำมันไปที่ชั้น 1 เพื่ออ่านเนื้อหาภายในหน้าจอนี้  ต่อให้ที่นี่จะเต็มไปด้วยหนังสือก็ตามที ทุกอย่างกลับถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หนังสือจึงเป็นแค่เครื่องตกแต่งเท่านั้น


    เพียงแต่ว่าข้อมูลไม่สามารถนำออกไปจากห้องสมุดได้เพราะมันเป็นสิ่งต้องห้ามไม่ให้ส่งถึงมืออาชญากร ดังนั้นเขาจึงต้องนำหน้าจอลงไปอ่านที่ชั้น 1 แล้วนำกลับมาคืนที่เดิมตามกฎ


    “ ดวงตารู้แจ้ง ”


    นัยน์ตาทั้งสองข้างปรากฎวงเวทซ้อนทับกันอยู่ข้างใน โดยไม่สามารถมองเห็นได้ หากมีแว่นขยายซูมเข้าไปจะพบวงเวทมากมายซ้อนทับกันเกิดเป็นการเสริมพลังให้ดวงตาจนสามารถวิเคราะห์และทบทวนสิ่งที่มองเห็นได้


    หลังจากเปิดหนังสือเล่มแรกแอ็กเซลก็เริ่มทำความเข้าใจกับเนื้อหาร่างกาย แม้เขาจะได้หนังสือมาทั้งหมด 95 เล่มก็ตาม เนื้อหาภายในเล่มราว 60 - 80 % ของหนังสือแต่ละเล่มล้วนเหมือนกัน เขาจึงต้องพยายามหาส่วนที่ไม่เหมือนกันของทุกเล่มแล้วนำความรู้ทั้งหมดมาทำความเข้าใจ ซึ่งการจะวิเคราะห์ยังทำไม่ได้ด้วยเวลาที่เหลือก่อนป้าจะมารับ เขาจึงพยายามจดจำหนังสือแต่ละเล่มเอาไว้ให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยลงมือทำความเข้าใจ

    ---------------------------------------------------------------


    “ เมสัน เป็นอะไรทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น ”


    คิ้วทั้งสองขมวดเข้าชนกันจนเห็นรอยย่นระหว่างคิ้ว ทีมที่ล่าด้วยกันเกิดความสงสัยเกี่ยวกับท่าทางของเมสัน พวกเขาจึงสอบถามเพราะถ้าหากมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นในสนามรบปฐมภูมิพวกเขาจะได้หยุดล่าเพิ่มอีก 1 - 2 วัน


    “ ไม่เกี่ยวกับสนามรบปฐมภูมิครับ”


    “ แล้วเกี่ยวกับใครล่ะ ”


    เมสันไม่ตอบคำถาม เขาเลือกที่จะติดต่อหาเพื่อนแทนเพราะต้องรีบบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัว ตอนนี้นักศึกษาจากดาวโนวากำลังพูดถึงตัวตนหัวขโมยแห่งแสง  เมสันเชื่อว่าดวงดาวอื่นๆจะต้องพูดคุยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เขาจึงต้องเตือนเพื่อนให้ทราบ ถ้าหากไม่อยากลำบากจะต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้


    “ บ้าจริง มันอยู่ไหนนะทำไมไม่รับสาย ”.