เจียงอิ๋งอิ๋งก้าวขึ้นรถไปโดยไม่ลังเลเสิ่นเหยาซึ่งยืนอยู่ด้านนอกรถจึงขานเรียกเสียงเข้ม "เจียงอิ๋งอิ๋ง"
เจียงชิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ายังมีชายหนุ่มอีกคนตามมาด้วยเธอจึงกระซิบถามเจียงอิ๋งอิ๋งเบาๆ "คนนี้คือ...?"
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มพลางตอบว่า"สามีของฉันเองค่ะ"
เจียงชิงนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ดูเยาว์วัยเช่นนี้จะแต่งงานมีครอบครัวแล้วพลันทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้ที่คนในประเทศนี้แต่งงานกันเร็วเสียจริง"ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ให้เขาขึ้นรถมาด้วยเถอะยืนอยู่ข้างนอกจะสะดุดตาเกินไป"
เมื่อเสิ่นเหยาขึ้นมานั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับแล้วเจียงชิงจึงเริ่มออกคำสั่ง "กลับไปที่คฤหาสน์"
เจียงอิ๋งอิ๋งเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น"น้าเจียงคะ ลูกสาวของน้าไม่มาด้วยหรือคะ?"
"แกคอยอยู่ที่บ้านจ้ะ พอดีใกล้จะถึงวันแต่งงานแล้วช่วงสองสามวันนี้เลยค่อนข้างยุ่ง"
หลังจากเจียงชิงพูดจบก็ปรายตามองห่อผ้าขนาดใหญ่ในมือของหญิงสาว"พวกนี้คือเสื้อผ้าที่หนูเอามาทั้งหมดใช่ไหม?"
เจียงอิ๋งอิ๋งพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม"ใช่ค่ะ เดี๋ยวกลับไปถึงแล้วให้น้องเลือกดูได้เลยนะคะ"
ขณะที่รถเคลื่อนไปอย่างมั่นคงหัวใจของเสิ่นเหยากลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
รถยนต์...คฤหาสน์... งานแต่งงาน...
เขาพลันนึกถึงคำพูดของเถ้าแก่ร้านสมุนไพรเมื่อสองวันก่อนขึ้นมาได้
“ได้ข่าวว่าลูกชายของเลขาธิการพรรคประจำอำเภอเรากำลังจะแต่งงานเจ้าสาวเป็นลูกสาวที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเชียวนะ! ครอบครัวนั้นไม่ธรรมดาเลยหาเงินจากเมืองนอกมาได้ตั้งมากมาย!”
“เห็นว่ากำลังจะมาร่วมทุนกับโรงงานสักแห่งในอำเภอด้วย!”
ในเมื่อเป็นการเลือกเสื้อผ้าให้ลูกสาวทั้งยังพักอยู่ที่คฤหาสน์เช่นนั้นน้าเจียงผู้นี้ย่อมต้องเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่เดินทางกลับประเทศอย่างแน่นอน
ขณะนี้นโยบายของรัฐที่มีต่อชาวจีนโพ้นทะเลเริ่มผ่อนปรนมากขึ้นโดยเฉพาะทางตอนใต้ที่เริ่มมีการดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติหรือกระทั่งการลงทุนสร้างโรงงาน
แต่สำหรับคนอย่างพวกเขาแล้วคำว่า‘ชาวจีนโพ้นทะเล’ ยังคงเป็นศัพท์ที่ดูห่างไกลและแปลกใหม่ยิ่งนัก
รถยนต์จอดสนิทหน้าบ้านหลังเล็กทรงยุโรปสองชั้น
เจียงชิงเดินนำทั้งคู่เข้าบ้านไปการตกแต่งภายในแม้จะไม่หรูหราอลังการแต่หากเทียบกับบ้านตระกูลเสิ่นที่เธอพักอาศัยอยู่ก็เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
ในบ้านมีทั้งโซฟาและโต๊ะน้ำชาตรงกลางยังวางโทรทัศน์ขาวดำที่กำลังมีคนร้องเพลงปรากฏอยู่บนหน้าจอ
สาวน้อยในชุดกระโปรงลายสก็อตสีแดงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงเงยหน้าขึ้นมอง
"แม่กลับมาแล้วหรือคะ? แล้วเสื้อผ้าล่ะ?"เธอชะโงกหน้ามองไปข้างหลัง แล้วก็ได้พบกับเจียงอิ๋งอิ๋งและเสิ่นเหยา
"พวกเขาเป็นใครกันคะ?"
สาวน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัยปราศจากท่าทีประหม่าขัดเขินยามเจอคนแปลกหน้า
เจียงอิ๋งอิ๋งก้าวออกไปอย่างสง่าผ่าเผยและสุภาพ"สวัสดีค่ะ ฉันเอาเสื้อผ้ามาส่งให้คุณ ฉันชื่อเจียงอิ๋งอิ๋งค่ะ"
ความสวยโดดเด่นของเธอทำให้จี้ฝูเยว่อดไม่ได้ที่จะมองซ้ำอีกสองสามครา"คุณเป็นคนขายเสื้อผ้าหรือคะ?"
ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีใครกล้าเอ่ยคำว่า‘ขาย’ ออกมาอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มพลางแก้ว่า"แค่มาแลกเปลี่ยนของกับน้าเจียงนิดหน่อยค่ะ"
เจียงชิงเข้าใจสถานการณ์ภายในประเทศดีกว่าลูกสาวเธอรู้ว่าเมื่อผ่านพ้นฤดูร้อนนี้ไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิมจึงเอ่ยปนรอยยิ้มว่า "ฝูเยว่ลองดูสิว่าชอบตัวไหน?"
เจียงอิ๋งอิ๋งไม่รอช้าเธอคลี่ห่อผ้าออก แล้วเริ่มนำชุดเหล่านั้นออกมาวางแผ่เรียงกัน
ดวงตาของจี้ฝูเยว่เบิกกว้างแม้แต่เจียงชิงเองก็ยังอดชื่นชมออกมาไม่ได้ "สวยทุกตัวเลยจริงๆ"
สายตาของเสิ่นเหยาจับจ้องไปที่เสื้อผ้าเหล่านั้นเจียงอิ๋งอิ๋งยืนอยู่เบื้องหน้าจี้ฝูเยว่ผู้ซึ่งกลับมาจากเมืองนอกและสวมชุดสไตล์ตะวันตกกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย
เธอยิ้มละไมพลางแนะนำ"ชุดพวกนี้ฉันเป็นคนออกแบบเองทั้งหมดไม่กล้ารับประกันว่าข้างนอกจะไม่มีแบบที่เหมือนกันเลยแต่รับรองว่าหาได้ยากมากแน่นอนค่ะ"
พูดจบเจียงอิ๋งอิ๋งก็นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะหยิบชุดกระโปรงที่เธอเคยสวมในวันนั้นแยกออกมาต่างหาก"ชุดนี้ฉันเคยใส่ครั้งหนึ่งแล้วฉันจึงต้องแจ้งให้ทราบตามตรงค่ะ คุณเลือกตัวใหม่ๆ พวกนั้นเถอะค่ะ"
อันที่จริงผ้าชนิดนี้เธอเพียงแค่ซักด้วยน้ำเปล่าเมื่อแห้งแล้วจึงมองไม่เห็นร่องรอยการใช้งานเลยแม้แต่นิดทว่าการที่เธอชิงพูดออกมาเสียก่อนกลับทำให้เธอดูเป็นคนสัตย์ซื่อและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
เจียงชิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี"งั้นฝูเยว่ก็เลือกได้เลยจ้ะ"
จี้ฝูเยว่เริ่มคัดเลือกอย่างมีสมาธิสาวน้อยไม่มีแรงต้านทานต่อเสื้อผ้าสวยๆ อยู่แล้วยิ่งเธอเป็นลูกสาวคนเดียวที่ถูกตามใจมาโดยตลอดยิ่งแล้วใหญ่
ดังนั้นเธอจึงเลือกอย่างไม่ลังเล"ตัวนี้ ตัวนี้ แล้วก็ตัวนั้น เอาหมดเลยค่ะ!"
"กระโปรงตัวนี้ก็สวย เก็บไว้ด้วย!"
"ตัวนี้ด้วยค่ะ!"
เจียงชิงที่เดิมทีตั้งใจจะเอาเพียงห้าชุดถึงกับทำอะไรไม่ถูกลูกสาวของเธอไม่เคยซื้อเสื้อผ้าคราวละมากๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย
เจียงอิ๋งอิ๋งเตรียมเสื้อผ้ามาทั้งหมดสิบเอ็ดชุดแม่หนูนี่กลับกวาดไปถึงเจ็ดชุดแล้ว!
ส่วนอีกสี่ชุดที่เหลือนั้นจี้ฝูเยว่เริ่มมีท่าทีลังเล อันที่จริงแล้วเธออยากได้ทั้งหมดแต่การซื้อเสื้อผ้าทีละเยอะๆ แบบนี้ดูจะฟุ่มเฟือยเกินไปหน่อย
อีกทั้งเสื้อผ้าบางตัวก็มีแบบที่คล้ายคลึงกันต่างกันเพียงการตกแต่งและรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น
เจียงอิ๋งอิ๋งเม้มปากยิ้มบางๆแล้วหันไปทางเจียงชิง "น้าเจียงคะมันเกินจากที่ตกลงกันไว้สองชุดเลยค่ะ!"
เจียงชิงยิ้มอย่างอ่อนใจเธอพอใจเสื้อผ้าพวกนี้ทุกชุด จึงตัดสินใจเอ่ยว่า "เก็บไว้ทั้งหมดนั่นแหละจ้ะ ส่วนจักรเย็บผ้า เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาไปส่งให้แล้วสองชุดที่เกินมานี้ ฉันตีเป็นเงินให้ห้าสิบหยวนแล้วกัน"
เจียงอิ๋งอิ๋งแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ"เอ่อ... แบบนี้ฉันไม่กล้ารับหรอกค่ะ"
เจียงชิงเหลือบมองเธอ"กลัวอะไรกันไม่มีใครมาตรวจสอบหรอกว่าฉันได้สิ่งของอะไรมาจากไหน"
เจียงอิ๋งอิ๋งลอบมองเสิ่นเหยาโดยสัญชาตญาณ
เสิ่นเหยาสีหน้าเรียบเฉยทว่าภายในใจกลับสั่นสะท้านไม่หยุด
หากหักต้นทุนออกไปแล้วเสื้อผ้าพวกนี้ทำกำไรสุทธิได้มากกว่าหนึ่งร้อยหยวนเชียวหรือ!
และที่สำคัญกว่านั้น...ยังเหลืออีกห้าชุดที่ยังไม่ได้ขายออกไปด้วย!
เขาปรายตามองเจียงอิ๋งอิ๋งในทันทีหลังจากรู้สถานะของน้าเจียงแล้ว เขาจึงพยักหน้าให้เล็กน้อย"ขอให้คุณหนูจี้มีความสุขกับการแต่งงานนะครับ"
เจียงชิงแปลกใจเล็กน้อยนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มคนนี้จะเดาตัวตนของเธอได้รวดเร็วเพียงนี้ ก่อนจะยิ้มออกมา"ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ตกลงตามนี้จ้ะ"
เจียงอิ๋งอิ๋งหยิบกระเป๋าผ้าปะต่อออกมาจากอีกห่อหนึ่งอย่างใจเย็น"ครั้งแรกที่ได้ทำความรู้จักกับน้าเจียงจะให้มามือเปล่าคงไม่ดีกระเป๋าใบนี้ถือเป็นของขวัญวันแต่งงานที่ฉันขอมอบให้คุณหนูจี้แล้วกันนะคะ"
กระเป๋าทำมือใบนี้ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือมันเข้ากับเสื้อผ้าเหล่านี้ได้อย่างงดงามลงตัว
จี้ฝูเยว่รับไปถือไว้อย่างรักใคร่ในทันที"สวยจริงๆ เลยค่ะ สวยกว่าพวกสินค้าชั้นนำที่ฉันเคยซื้ออีก!"
พูดจบเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้"กระเป๋านี่ราคาใบละเท่าไรคะ?"
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มตอบ"ใบนี้ไม่แพงค่ะ ใบละห้าหยวน"
จี้ฝูเยว่รีบหันไปมองเจียงชิงทันที"แม่คะ หนูขอซื้ออีกสองใบ เอาไปฝากพวกเสี่ยวเสียได้ไหมคะ?"
"ได้แน่นอนจ้ะ"
เจียงชิงหยิบเงินออกมาทั้งหมดหกสิบหยวน"หนูทิ้งที่อยู่ไว้นะจ๊ะเดี๋ยวเรื่องจักรเย็บผ้าฉันจะให้คนจัดการไปส่งให้เอง"
อันที่จริงเธอไปหาซื้อจักรเย็บผ้าเองได้แต่ติดตรงที่เธอไม่มีตั๋วปันส่วน ซึ่งทำให้เรื่องนี้ค่อนข้างยากลำบาก
เจียงอิ๋งอิ๋งดีใจจนเนื้อเต้นแทบจะปิดซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากไว้ไม่อยู่ "น้าเจียงใจดีจังเลยค่ะมิน่าล่ะลูกสาวถึงได้สวยและน่ารักขนาดนี้ต่อไปต้องมีชีวิตคู่ที่อิ่มเอมไปด้วยความสุขแน่นอนค่ะ!"
การได้รับการชมว่าสวยจากหญิงสาวที่สวยสะคราญเช่นเดียวกันย่อมรื่นหูยิ่งกว่าคำชมจากคนทั่วไปหลายเท่าตัว
จี้ฝูเยว่ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เธอยื่นมือไปจับมือเจียงอิ๋งอิ๋งไว้ พลางเอ่ย "พอถึงฤดูใบไม้ร่วงฉันจะซื้อเสื้อผ้าอีกนะถ้าตอนนั้นคุณมีเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ อย่าลืมมาหาฉันล่ะ! ฉันจะช่วยแนะนำลูกค้าคนอื่นๆให้ด้วย!"
เมื่อผ่านพ้นฤดูร้อนไปนโยบายธุรกิจเอกชนรายย่อยจะเริ่มเปิดกว้างขึ้น...
เจียงอิ๋งอิ๋งใจกระตุกวูบด้วยความหวังพลันรับคำด้วยรอยยิ้ม
ยามที่ออกจากบ้านของจี้ฝูเยว่มาก็จวนเจียนจะเที่ยงวันแล้วแต่เจียงอิ๋งอิ๋งกลับเริ่มกลัดกลุ้ม
ตอนนี้เธอยังมีเสื้อผ้าเหลืออยู่ในมืออีกห้าชุดคงไม่สามารถไปเดินเร่ขายที่ตลาดมืดได้หรอกกระมัง?
ที่นั่นเสื้อผ้าไม่ใช่สินค้าที่เป็นที่นิยมแถมยังทำราคาไม่ได้อีกด้วย
สาวน้อยสองคนที่บังเอิญเจอเมื่อวันก่อนป่านนี้ก็คงกลับไปแล้ว คงต้องหาผู้ซื้อรายใหม่หรือไม่ก็ต้องลองไปเสี่ยงดวงที่ตลาดมืดดู...
เสิ่นเหยาเดินตามหลังเธอพลางคอยบังสายตาจากผู้คนที่มองมาเขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น "ใกล้เวลาโรงงานเลิกงานแล้วเราไปลองเสี่ยงดวงกันที่นั่นดูเถอะ พวกกระเป๋าผ้าน่าจะขายออกได้ง่ายส่วนเสื้อผ้าราคานี้อาจจะจัดการยากหน่อย แต่เดี๋ยวเราค่อยๆ คิดหาวิธีกัน"