บทที่ 21 อุณหภูมิเริ่มลดลง (รีไรต์)
ทันทีที่เหอเสี่ยวรู้เื่เขาก็รีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาติดต่อไปหาลั่วฉิงเทียนทันที
“คุณลั่วฉิงเทียน พวกเขาชวนผมออกไปหาเสบียงด้วยกัน คุณอยากไปด้วยกันไหม ผมมีเสื้อกันฝนสำรองให้ยืม!”
“ไม่ไป” ลั่วฉิงเทียนตอบกลับมาเพียงสองคำ ก่อนจะปิดการสนทนาไป
นี่เป็ครั้งแรกที่เหอเสี่ยวได้ยินเสียงของคนที่อยู่ชั้นสามสิบสามเขาอยากจะตอบกลับอะไรต่อไป แต่ลั่วฉิงเทียนก็ชิงปิดเครื่องหนีไปแล้ว
เขาจึงได้แต่สวมเสื้อกันฝนแล้วออกไปหาเสบียงกับคนอื่น ๆ
ตกเย็นเหอเสี่ยวและคนอื่น ๆ ก็กลับมาพร้อมกับเสบียงมากมาย เขาต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อขนเสบียงที่หามาได้ขึ้นไปยังชั้นสามสิบสอง
ตอนนี้ไฟฟ้าดับสนิทแล้ว สายฝนที่ตกลงมาทำให้อุณหภูมิลดลง ตอนที่เขากลับมานั้นเองมันก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปด้วยความหนาว
เมื่อวานอุณหภูมิสูงถึง 50 องศา แต่วันนี้อุณหภูมิลดลงเหลือเพียง 20 กว่าองศาเท่านั้น
เสื้อผ้าเปียก ๆ แนบติดกับร่างกาย ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างมากเหอเสี่ยวเดินกลับไปที่ห้องอย่างเหนื่อยหอบ ทันทีที่กลับมาถึงห้อง เขาก็รีบต้มน้ำร้อนด้วยไฟฟ้าสำรอง เช็ดตัวั้แ่หัวจรดเท้า
จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้าหนา ๆ มาสวมใส่ และเลือกหม้อไฟอุ่นร้อนด้วยตัวเองสองสามอัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถุง และขนมปังจากเสบียงที่หามาได้
เขาใส่ทุกอย่างลงในถุง แล้วเดินออกจากห้องขึ้นไปยังชั้นสามสิบสาม
เขาเคาะประตูอีกครั้ง แขวนถุงไว้ที่ลูกบิดประตูแล้วหมุนตัวเดินลงบันได
จริง ๆ แล้วเหอเสี่ยวอยากทักทายลั่วฉิงเทียนมาก แต่วันนี้ตอนที่ไปหาเสบียงกับคนในตึก เขาก็ได้ยินพวกเขาพูดถึงเื่ของลั่วฉิงเทียน
พวกเขาบอกว่าเธอฆ่าคนในตึกไปครึ่งหนึ่ง หน้าตาน่ากลัว และเ็ามาก
ดังนั้นจึงรู้สึกกลัวลั่วฉิงเทียนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อนึกถึงว่าการฆ่าคนของผู้อยู่อาศัยชั้นสามสิบสามเป็การป้องกันตัว ก็ตัดสินใจได้ว่าเขาจะแบ่งเสบียงไปให้ชั้นสามสิบสาม
เพื่อที่พวกเราจะได้ออกไปหาเสบียงด้วยกันในอนาคต
เมื่อลั่วฉิงเทียนเปิดประตู สิ่งที่เธอเห็นคือเสบียงเล็กน้อยที่วางอยู่หน้าประตู ตอนที่เธอเปิดวิทยุสื่อสารเสียงของเหอเสี่ยวก็ดังขึ้นมาพอดี
“วันนี้ผมออกไปหาเสบียงมาได้เยอะเลย ผมรู้ว่าคุณไม่ขาดแคลน แต่ยังไงถ้าไม่หามาเพิ่มก็มีวันหมด ดังนั้นผมเลยเอามาฝากนิดหน่อย อย่าดูถูกมันนะ คราวหน้าผมออกไปหาเสบียงอีก สนใจไปด้วยกันไหม?”
ลั่วฉิงเทียนมองดูของเล็กน้อยในถุง รู้สึกแปลก ๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่อยากจะตอบกลับไป แต่เมื่อได้ยินเสียงของเหอเสี่ยว เธอก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“ขึ้นมาหน่อย”
เมื่อเหอเสี่ยวได้ยินเสียงของลั่วฉิงเทียน เขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาถามอย่างระมัดระวังว่า
“เอ่อ คุณ คุณให้ผมขึ้นไปทำไมหรือครับ? ของที่ผมให้คุณไม่อร่อยหรือครับ?”
ลั่วฉิงเทียนไม่ตอบ เธอหยิบยาลดไข้และยารักษาการติดเชื้อออกมาจากพื้นที่มิติ แล้ววางไว้ที่ลูกบิดประตูด้านนอก จากนั้นก็เข้าไปในครัวเพื่อทำธุระของตัวเอง
เหอเสี่ยวรออยู่ที่วิทยุสื่อสารเป็เวลานาน แต่ลั่วฉิงเทียนไม่มีทีท่าจะตอบกลับเขาเลย
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงรวบรวมความกล้าขึ้นไปที่ชั้นสามสิบสามอีกครั้ง
ที่ชั้นสามสิบสาม ลั่วฉิงเทียนไม่ได้รออยู่ที่นั่น แต่เขาก็เห็นถุงที่แขวนอยู่ที่ประตู เมื่อเห็นสิ่งของในถุงชัดเจน
เหอเสี่ยวก็รู้สึกโล่งอกในที่สุด พร้อมกับรู้สึกอบอุ่นในใจ
ดูเหมือนว่าผู้อยู่อาศัยชั้นสามสิบสามจะไม่ได้โหดร้ายอย่างที่พวกเขาพูดกัน ครั้งนี้หลังจากออกไปข้างนอกมา เขารู้สึกไม่สบายตัวจริง ๆ
ที่บ้านตัวเองนั้นเขาก็หาเต็มที่แล้วแต่ไม่พบยาแก้หวัดเลย แต่เดิมเขาตั้งใจจะอดทนไปก่อน แต่ตอนนี้เห็นว่ามียาแล้ว
ในใจเขารู้สึกดีใจมาก
รีบวิ่งกลับไปหยิบวิทยุสื่อสารแล้วเรียกอีกฝ่าย
แต่ตอนนี้ลั่วฉิงเทียนกำลังเล่นกับต้าไป๋อยู่ในมิติพิเศษ จึงไม่ได้ยินเสียงจากวิทยุสื่อสารเลย
ตอนนี้ต้าไป๋ไม่ดื่มนมแล้ว ทุกวันลั่วฉิงเทียนจะบดเนื้อให้เป็โจ๊กป้อนแต่ไม่ว่าเ้าตัวน้อยจะชอบดื่มนมหรือไม่ เธอก็จะให้มันดื่มนมบ้าง
ตอนนี้ต้าไป๋ตัวโตขึ้นมากแล้ว ตอนที่พึ่งจะพามาใหม่ ๆ มันมีขนาดเท่าลูกแมวอายุไม่กี่เดือนเท่านั้น
ตอนนี้ดูแล้วมีขนาดเท่าสุนัขโตเต็มวัยตัวเล็ก ๆ แล้ว
เสือกับคนวิ่งไล่กันในพื้นที่มิติ ลั่วฉิงเทียนเล่นกับต้าไป๋นานมาก แล้วก็เริ่มยุ่งกับการปลูกพืชในมิติพิเศษ หลังจากปลูกเสร็จก็ไปเก็บไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่ห่าน
โดยไม่รู้ตัว ลั่วฉิงเทียนยุ่งอยู่ในพื้นที่มิติอยู่สองสามวัน
ขณะที่ลั่วฉิงเทียนยุ่ง เ้าต้าไป๋ก็เดินตามหลังเธอตลอด เมื่อหิวก็กินไข่ไก่ ไข่ห่าน ไข่เป็ดที่แตกอยู่บนพื้นที่ยังเก็บไม่หมด พอกินอิ่มแล้วก็เดินตามหลังลั่วฉิงเทียนต่อ
กว่าลั่วฉิงเทียนจะออกไปก็กินเวลาไปสามวันแล้ว
เธออาบน้ำอย่างง่าย ๆ แล้วปีนขึ้นเตียงหลับสนิท ข้างนอกฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง
ลั่วฉิงเทียนนอนหลับอย่างสบายในบ้าน แต่ผู้อยู่อาศัยคนอื่น ๆ ในตึกไม่ค่อยสบายนัก วันที่เจ็ด ของฝนตกหนัก ชั้นหนึ่งเริ่มจมน้ำ
ผู้อยู่อาศัยชั้นหนึ่งไม่มีทางเลือก พวกเขาพาครอบครัวย้ายขึ้นไปชั้นสอง
วันที่สิบของการที่ฝนตกหนัก น้ำท่วมมาจนถึงชั้นสองผู้อยู่อาศัยชั้นหนึ่งและชั้นสองเริ่มย้ายขึ้นไปชั้นบนพร้อมกัน
หลายตึกเกิดสภาพคนแออัด แต่ตึกหมายเลขสองดีกว่าเล็กน้อย เพราะครึ่งหนึ่งของคนในตึกนี้ตายไปแล้วในวันที่โจมตีลั่วฉิงเทียน
ส่งผลให้ครึ่งหนึ่งของห้องในตึกว่างลง ดังนั้นคนจากชั้นหนึ่งและชั้นสองจึงหาห้องที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว พวกเขางัดประตูเข้าไปอยู่
อาจเป็เพราะฝนตกหนัก พวกซอมบี้เองก็จมน้ำไปด้วย
เมื่อไม่มีซอมบี้แล้วทุกคนก็ไม่ระมัดระวังในการงัดประตูอีกต่อไป แม้กระทั่งเริ่มมีการปล้นและทะเลาะวิวาทกันเองในตึก
แต่ไม่มีใครในตึกหมายเลขสองคิดจะไปหาเื่ลั่วฉิงเทียนที่ชั้นสามสิบสามอีก เพราะเมื่อเทียบกับลั่วฉิงเทียนแล้วการทะเลาะวิวาทกันเองในตึกเป็เื่เล็กน้อยเท่านั้น
ลั่วฉิงเทียนใช้ดาบในการต่อสู้และคนที่ถูกโจมตีก็ไม่มีโอกาสตอบโต้เลย
ฝนตกติดต่อกันเป็วันที่สิบห้าแล้ว ระดับน้ำท่วมขึ้นมาถึงชั้นสี่ผู้อยู่อาศัยชั้นสี่ถูกบังคับให้ย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นเก้าส่วนผู้อยู่อาศัยชั้นห้าก็เริ่มเก็บข้าวของเตรียมย้ายขึ้นไปหาที่อยู่ใหม่แล้ว
แม้แต่ผู้อยู่อาศัยชั้นหกและเจ็ดก็เริ่มกังวลขึ้นมา
ตอนนี้ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครกล้าออกไปหาเสบียงอีกแล้ว แม้แต่เหอเสี่ยวก็หลบอยู่ในห้องด้วยความกังวลไม่ได้ออกไปไหนมาหลายวันแล้ว
ส่วนคุณยายที่อยู่ตรงข้ามห้องเขาก็มาเคาะประตูขอของกินไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
วันแรกเขายังใจดีให้บะหมี่ไปหนึ่งห่อ
แต่ไม่กี่วันคุณยายก็กินหมดแล้วมาเคาะประตูขออีก เหอเสี่ยวโกรธที่คุณยายได้คืบจะเอาศอก ก็เลยไม่เปิดประตูให้อีก
ยายเจียงขอของไม่ได้ ก็เลยมายืนด่าเหอเสี่ยวหน้าประตูทั้งวัน เหอเสี่ยวถูกด่าจนรำคาญ เลยใส่หูฟังฟังเพลงจากโทรศัพท์ที่เหลือแบตเตอรี่อีกไม่มาก
ยายเจียงด่าอยู่หน้าประตูหลายวัน เห็นว่าเหอเสี่ยวไม่สนใจเลยก็เลยคิดจะทุบประตู