“นะ...น้องเฉินอี้เหตุใดเจ้าถึงกล่าวเช่นนั้น!?..” จางหยวนมีสีหน้างงงวยจนพูดไม่ออกไปเดี๋ยวหนึ่งกับคำตอบของเฉินอี้ หรือว่ามันคิดจะปล่อยให้บิดาตนที่กำลังอาการสาหัสใกล้ตายได้อย่างเลือดเย็นกัน!
เฉินอี้มองด้วยสายตาเย็นชายืนเอามือไขว้หลังไม่กล่าวสิ่งใดกับจางหยวน..
“นี่...มันเรื่องอะไรกัน!?...”เฉินตงหมิงและทุกคนในที่นี่นั้นยังคงสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์เลวร้ายนี้เกิดขึ้นได้!
สถานการณ์เริ่มสับสนวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ!
“เจิ้งหู่!...นี่มันหมายความว่ายังไง!?...อธิบายมาซะ!” อาวุโสจิ๋นอิ่งรู้สึกเดือดดาลที่มีคนกล้าลอบโจมตีกะทันหันต่อหน้าเช่นนี้...และถึงจะเป็นแค่บิดาของลูกศิษย์สำนักตนก็เท่ากับว่าไม่เห็นหัวมันอยู่ในสายตาชัดๆ!
สายตาทุกผู้คนมองไปยังศิษย์สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ที่ไร้ยางอายผู้นั้น..
“เฉิงคุน!...เจ้าต้องอธิบายการกระทำที่น่ารังเกียจนี้มาซะ!?...ไม่งั้นคงจะรู้ผลที่ตามมานะ!”อาวุโสเจิ้งหู่เองก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกันต้องการคำอธิบาย..ไม่งั้นอาจส่งผลต่อชื่อเสียงสำนัก
“ท่านอาจารย์..ศิษย์ทำผิดจริงอยู่..แต่เป็นมันที่จงใจเล่นไม่ซื่อกับพวกเราก่อนตั้งแต่แรกแล้ว!..” เฉิงคุนน้ำเสียงไม่พอใจยกกระบี่ชี้ไปที่จางหยวนกล่าวต่อ “มันเคยอยู่เมืองนี้มาก่อน!...ถ้ามันบอกให้รู้สักหน่อยว่าแม่นางเฉินผู้นั้นเป็นใคร...ศิษย์น้องซือห้าวก็ไม่ต้องโชคร้ายถึงเพียงนี้!”
เฉิงคุนรู้ว่าจางหยวนเป็นคนของเมืองเซียงหนานมาก่อนย่อมจะรู้จักคนตระกูลเฉินอยู่บ้าง...ที่ไม่บอกแก่พวกตนไม่ใช่เพราะว่าไม่กล้าเหมือนคนอื่นๆเพราะมันก็เป็นศิษย์สำนักใหญ่เหมือนกัน..หากกลับจงใจปิดบังเป็นความลับคิดทำให้อีกฝ่ายต้องเสียหน้าแต่แรกแล้ว!
อะไรนะ!!...ผู้คนเมื่อได้ยินก็รู้สึกแปลกใจกันถ้วนหน้า!
“อืม...” อาวุโสเจิ้งหู่ได้ฟังเฉิงคุนบอกกล่าวมาพลันเริ่มเอะใจขึ้นมาขมวดคิ้วกล่าวถามอาวุโสจิ๋นอิ่ง“น้องจิ๋น!..เป็นอย่างที่ศิษย์ข้าว่ามาจริงรึ?...แล้วเจ้ารู้อยู่ก่อนแล้วรึไม่!?...” เพราะมัวแต่สนใจเรื่องของเฉินซูย่วนอยู่เลยไม่ทันได้สังเกตเบื้องลึกของคนที่นั่งตรงข้ามกับมัน..
“หนอยแก!...เจ้าสารเลว!..” เหลียงซือห้าวที่ฟังอยู่มีใบหน้าซีดเซียวท่าทางโมโหมองด้วยสายตาอาฆาตแค้นคิดโยนความผิดให้จางหยวนที่ทำให้ตัวเองต้องแขนขาดไปข้าง!
“อึก!...” จางหยวนเหงื่อแตกซกรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก..ไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องนั้นมันจะผลกรรมร้ายแรงเช่นนี้..ตนพยายามปกปิดไม่บอกใครเพื่อไม่ให้ต้องมีพิรุธแล้วแท้ๆ
“เหอะ!...ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วยังไงมันเล่า!...ศิษย์ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนักของพวกเจ้าสักหน่อย!..เหตุใดต้องบอกกล่าวอะไรด้วย!” อาวุโสจินอิ้งกล่าวอธิบายน้ำเสียงมีโทสะไม่สบอารมณ์ในข้อเท็จจริงบางส่วนและพร้อมที่จะสู้ได้ตลอดเวลา!..ถึงแม้คนที่มันลอบโจมตีจะเป็นเจ้าตระกูลธรรมดาๆแต่ก็นับว่าเกี่ยวกับชื่อเสียงสำนักสุสานทมิฬเพราะเขาเป็นบิดาของลูกศิษย์..จินอิ้งไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกง่ายๆแน่!
“เจ้ายอมรับแล้วสินะ!...” อาวุโสเจิ้งหู่เข้าใจแล้วว่ามันเป็นศิษย์ที่มาด้วยกันกับจิ๋นอิ่งย่อมต้องรู้เรื่องนี้ก่อน..คิดวางแผนร้ายเอาเปรียบเพื่อแย่งชิงตัวเฉินซูย่วนไว้แล้ว..ถึงสุดท้ายนางจะไม่เข้าร่วมกับใครก็เถอะ..
เฉินอี้ที่รู้อยู่ก่อนแล้วจากความทรงจำเฉินอี้คนเก่าว่าจางหยวนและจางหมิงเป็นใครยังคงไม่กล่าวอะไรเพียงมองดูสถานการณ์เฉยๆพลางสังเกตอาการของจางหมิงในใจ“แผลไม่ลึกขนาดตัดกระดูกสันหลังขาด...แต่หลังหักถูกปราณกระบี่ตัดโดนเส้นลมปราณส่วนใหญ่ไปหลายจุด..ถ้าไม่รักษาภายใน1 ชั่วยาม (2ชั่วโมง) ล่ะก็..คงไม่รอดแน่..”
เฉินอี้สามารถวิเคราะห์อาการได้แม่นยำในทันทีเพราะชาติก่อนเคยอยู่ในระดับเทพโอสถและเคยมีผู้คนเรียกขานมันว่า“หมอเทวดา” อีกด้วย!
“ ชักน่าสนุกแล้วสิ ฮิๆ ”เซี่ยซูเหยาเผยรอยยิ้มมีเสน่ห์รอดูพวกมันทั้งสองสำนักใหญ่ที่ใกล้ทะเลาะวิวาทกันเอง..ไม่ทุกข์ร้อนใดๆ
ควับ! “ เห็นไหมล่ะท่านอาจารย์!..พวกมันจงใจจริงๆด้วย!” เฉิงคุนสบัดกระบี่ลงล่างกล่าวยืนยันข้อเท็จจริงของตน..มันอดทนมามากพอแล้วจึงอยากปลดปล่อยอารมณ์เต็มทีไม่สนใจอะไร
“น่ารำคาญ!..พวกเจ้าอยากจะหาเรื่องก็เข้ามา!..หยางเค่อ!..อู่ซือ!..อู่หลง!เตรียมสู้ซะ!” อาวุโสจิ๋นอิ่งตัวมันยังไม่ลงมือเองกล่าวเรียกเหล่าลูกศิษย์เพียงสามคนให้เตรียมพร้อมยกเว้นจางหยวนที่กำลังสภาพจิตใจย่ำแย่มากกว่าบาดแผลที่ได้รับ..
จางหยวนมีระดับพลังแก่นแท้มนุษย์ลมปราณขั้น3 น้อยกว่าเฉิงคุนที่อยู่แก่นแท้มนุษย์ลมปราณขั้นที่ 5จึงเป็นเรื่องยากที่จะรับมืออยู่แล้ว
““ รับทราบท่านอาจารย์! ”” อู่ซือ อู่หลงที่เป็นศิษย์สายในเช่นเดียวกับจางหยวนแต่ไม่ได้สนิทกันตอบรับคำสั่งทันที...ทั้งสองมีพลังลมปราณระดับเดียวกับเฉิงคุน
อาวุโสเจิ้งหู่ขมวดคิ้วตึงเครียดมากขึ้นไม่รู้ว่าจะรับมือสถานการณ์นี้ยังไงแถมศิษย์สำนักมันก็มีน้อยกว่าซะด้วย!..ไม่กล้าตัดสินใจลงมือผลีผลาม
“พวกเจ้าไม่ต้อง....ข้าคนเดียวพอ....”
หยางเค่อกล่าวประโยคแรกตั้งแต่มานี่ก่อนลุกจากเก้าอี้ทั้งที่โต๊ะพังไปแล้ว...มันก้าวเดินช้าๆมาเบื้องหน้า..ผมสีดำยาวสยายออก..เผยให้เห็นนัยน์ตาแดงกำและผ้าปิดปากรูปหัวกะโหลกสีแดงที่แสดงฐานะศิษย์สายหลักระดับพลังแก่นแท้สวรรค์ลมปราณแห่งสำนักสุสานทมิฬ..
“ เอาล่ะสิ....ตัวอันตรายออกโรงเองแล้ว! ”หย่งเฉิงศิษย์สายหลักสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์รับรู้ได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ..ตัวมันมีระดับพลังแก่นแท้สวรรค์ลมปราณขั้นที่4 เช่นเดียวกับหยางเค่อแต่มันไม่อยากสู้กับชายหนุ่มที่แสดงท่าทางน่าหวาดกลัวผู้นี้เลย
เซี่ยซูเหยาได้เห็นผู้ชายคนนี้ปลดปล่อยคลื่นพลังลมปราณแปลกพิกลพลันต้องขมวดคิ้วรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกคิดกล่าวในใจ“มันเป็นใครมาจากไหนกัน...ทำไมข้ารู้สึกได้ว่าเหมือนมันไม่ใช่มนุษย์!?..”
เฉินอี้ยังยืนนิ่งที่เดิมคอยระวังลูกหลงจากแรงกดดันและการโจมตีอยู่ใกล้ๆพวกเฉินเหม่ยเย่...ตนรับรู้บางอย่างที่ต่างออกไปจากตัวหยางเค่อ..
“ พี่ชายคนนี้มีสายเลือดปีศาจรัตติกาลหรือนี่!.. ” เฉินอี้สัมผัสรู้ได้จากคลื่นพลังผันผวนแปลกประหลาดในบรรยากาศที่ปั่นป่วนไม่ค่อยจะสม่ำเสมอซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของลมปราณมัน..
ในชาติก่อนของเฉินอี้เคยได้พบกับปีศาจรัตติกาลในร่างที่แท้จริง...ที่ไม่ใช่มนุษย์มาแล้ว...ผู้มีสายเลือดอย่างหยางเค่อนี้จะสามารถกลายร่างเมื่อเจ้าตัวโกรธจัดหรือบาดเจ็บสาหัสได้เสมอ...แต่จะทำให้ต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะไป...ไม่อาจแยกมิตรหรือศัตรูได้...ทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทาง!
ส่วนเรื่องพลังของมันนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึง...เพราะมนุษย์ผู้ฝึกตนระดับเดียวกันทั่วไปไม่สามารถเอาชนะได้แน่นอน...ยิ่งตอนกลายร่างพลังยุทธ์ลมปราณจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว!
เฉินอี้เหล่ตามองที่เฉินเหม่ยเย่และกลับมามองหยางเค่ออีกทีพลันเกิดคำถามในใจ“เหตุใดพี่ชายหยางเค่อผู้นี้ถึงตั้งใจจะช่วยนางตอนนั้นกันนะ?...หรือทั้งคู่เคยรู้จักกันมาก่อน?”
แม้ผู้มีสายเลือดปีศาจรัตติกาลจะเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ..แต่ก็มีจิตใจเป็นมนุษย์ตรงนี้ที่เฉินอี้ไม่คิดจะใจแคบขนาดแบ่งแยกรู้สึกรังเกียจอะไร...ยิ่งหยางเค่อเจตนาคิดช่วยเหลือคนในตระกูลเฉินของตนด้วยแล้ว..ยังนับว่ามีจิตใจดีกว่ามนุษย์บางคนซะอีก!....ทำให้เฉินอี้อยากจะคบหาเป็นสหายด้วย
ระหว่างที่การต่อสู้ของสองสำนักใหญ่กำลังเริ่มขึ้น..
จางหยวนค่อยๆพยายามวางจางหมิงผู้เป็นบิดานอนคว่ำลง..เอียงใบหน้าไปด้านข้างแนบกับพื้นพรมเพื่อไม่ให้กระทบต่อบาดแผล...
ตุบ! “นายน้อยเฉินอี้...ข้ามีท่านพ่อและท่านแม่เพียงสองคนที่สำคัญกับข้าในชีวิต....ข้าขอร้องเจ้าล่ะ!...ได้โปรดช่วยพ่อของข้าด้วยเถอะ...ไม่งั้นท่านแม่ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นหม้ายไปตลอดแน่!..ฮือออ ”
จางหยวนหมอบคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องสุภาพกว่าเดิมอีกครั้งกล่าวทั้งน้ำตาไหลนองหน้า
เฉินอี้ถอนสายตาจากเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานกลับมามองจางหยวนที่ทำตัวดูน่าสงสารอยู่ข้างล่าง..กล่าวอย่างไม่แยแสอีกครั้ง“หึ!...ข้าถึงได้ถามเจ้าอยู่นี่ว่า...เหตุใดข้าถึงต้องช่วยพ่อเจ้าด้วย...ในเมื่อไม่นานมานี้พี่สาวเฉินเหม่ยเย่ข้ากำลังได้รับความเดือดร้อน..ใยเจ้ายังนิ่งไม่คิดยื่นมือช่วยเหลืออะไรนางเลยเล่า!..”
เฉินอี้ต่อว่าเอาคืนมันอย่างแรงในอีกเรื่อง..ไม่คิดจะให้อภัยคนแล้งน้ำใจผู้นี้ง่ายๆและอยากจะรู้เจตนามันที่มีต่อตระกูลเฉินด้วยว่าได้กำลังคิดประสงค์ร้ายอะไรอยู่รึไหม!?...ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่มีทางที่ตนจะต้องให้ความช่วยเหลือแม้แต่น้อย!
“ หึ!..อย่างที่หลานเฉินอี้กล่าวมานั่นแหละ! ” เฉินซูย่วนก็เพิ่งรู้สึกตัวจากคำพูดของเฉิงคุน..จึงกล่าวเห็นด้วยพร้อมมองส่งสายตาสมน้ำหน้ามัน!
“ระ..เรื่องนั้น..ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ..ข้าต้องขอโทษแม่นางเฉินและพวกท่านตระกูลเฉินที่ไม่ได้ช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย!..ต่อไปในครั้งหน้าเมื่อคนตระกูลเฉินเดือดร้อนเรื่องอะไร..ข้าจางหยวนและคนตระกูลจางทุกคนจะไม่นิ่งดูดายรีบให้ความช่วยเหลือแก่พวกท่านทันที...ข้าให้สัญญา!” จางหยวนร้อนใจตะกุกตะกักกล่าวขออภัยสำนึกผิดอย่างหนัก..มันไม่น่าคิดหาผลประโยชน์จากเฉินเหม่ยเย่ตั้งแต่แรกจนโดนจับได้แล้วพบเจอเรื่องแบบนี้เลย
เฉินเหม่ยเย่ที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายเริ่มรู้สึกสงสารจางหยวนลุกขึ้นจากพื้นที่นั่งอยู่เดินไปจับกระตุกแขนเสื้อเรียกเฉินอี้จากด้านข้างก่อนกล่าว“นายน้อยเฉินอี้...ข้าไม่เป็นไรหรอกนะ..ขอบใจที่คิดถึงความรู้สึกของข้า...แต่...”นางหันมองจางหยวนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นก้มหน้าขอขมาแนบติดบนพื้นเต็มไปด้วยเลือดทำให้ตนต้องเผยใบหน้าเศร้าเวทนาออกมากล่าวต่อ“..แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของมันและไม่เกี่ยวกับท่านประมุขจาง..เพราะฉะนั้นข้าไม่ได้โกรธแค้นอะไรพวกเขาหรอก..เจ้าช่วยรักษาท่านเถอะนะ!..”
เฉินเหม่ยเย่กล่าวขอร้องเฉินอี้..ไม่คิดมากเรื่องที่จางหยวนเมินเฉยไม่คิดช่วยเหลือนางตอนนั้น..และยังให้อภัยมันด้วย
“เฮ้อ...ลูกอี้..เจ้าก็ช่วยรักษาประมุขจางหมิงเขาไปเถอะ...พี่จางเคยเป็นสหายกับปู่เจ้ามาก่อน..สร้างบุญคุณกับมันไว้ก็ไม่เสียหายนี่!..” เฉินเหว่ยหงช่วยพูดกล่าวขอร้องอีกแรง..การมีบุญคุณช่วยรักษามันตอนนี้ดีกว่าต้องมาโกรธแค้นมีเรื่องบาดหมางต่อกันเพราะปล่อยให้มันสิ้นลมตายทีหลัง
“ฮึก...ฮึก..ขอบคุณท่านประมุขเฉินและแม่นางเฉินที่เมตตา...น้องเฉินอี้..ถ้าเจ้าช่วยรักษาพ่อข้าล่ะก็..ชีวิตของข้าต่อจากนี้จะตกเป็นของเจ้าทันที!..”จางหยวนกล่าววาจาสะอึกสะอื้นขอมอบชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตบิดา!
“ศิษย์จางหยวนหยุดนะ!...นี่เจ้า!...” อาวุโสจิ๋นอิ่งที่กำลังจ้องตากับอาวุโสเจิ้งหู่อยู่บังเอิญได้ยินคำกล่าวน่าตกใจจึงหันมาจะกล่าวห้ามจางหยวนมันในฐานะที่เป็นศิษย์สำนักสุสานทมิฬทำอะไรโดยพลการ
แล้วการต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
พรึ่บ! “มีดเงาเพรชฆาตสังหาร!..” หยางเค่อยกแขนปาใบมีดสั้นขนาดเล็กโจมตีออกไปทางเฉิงคุนฉับพลัน!
เห็นได้ชัดว่าหยางเค่อต้องการเอาคืนเรื่องเมื่อครู่..
ฟิ๊ว! ฟิ๊ว! ฟิ๊ว! ฟิ๊ว! ฟิ๊ว! ใบมีดสั้นจำนวนถึง 5 ใบ บินพุ่งตรงเคลื่อนที่วนไปมาทำให้สับสน
“ตายแน่ข้า! ”
เฉิงคุนเห็นการจู่โจมรีบตั้งกระบี่ขึ้นรับมือออกอาการสั่นเทา..มันรู้ว่าไม่มีทางเอาชนะ..จึงสวดภาวนารอรับความตายเอาไว้แล้ว!