เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    วิญญาณสาวแสนซน 1

    “การป้องกันแน่นหนาพอสมควร เจ้าหน้าที่ติดอาวุธ เครื่องตัววัดอุณหูมิ สุนัขดมกลิ่น แล้วก็อะไรมากมายที่ขี้เกียจสารธารยายแล้ว ลุยเลยดีกว่าไหม คิกๅ“ 

    เป็นเสียงหัวเราะของหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในมุมมืดของพิพิธภัฒน์ เธอมีเส้นผมสีดำ และดวงตาสีดำขลับ ดูเหมือนกับคนทั่วไป แต่ใบหน้าของเธอกลับเป็นดวงหน้าที่สวยงดงามราวกับดวงจันทร์ ผิวของเธอ ที่ถึงแม้ว่าจะถูกปกคลุมไว้ด้วยชุดรัดรูปที่เผยให้เห็นสัดส่วนของร่างกายอย่างชัดเจน แต่พูดจากผิวตั้งแต่ใบหน้าจนถึงลำคอแล้ว ก็คาดเดาได้ว่า เธอคนนี้มีผิวที่นวลเนียนน่าสมผัสอย่างแน่นอน 

    เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะมัดเส้นผมไว้ด้านหลังเป็นหางม้า มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวอีกไหมนะ การใส่ชุดรัดรูปเอาไว้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ได้ยินเสียงเสียดสีของชุดเวลาเคลื่อนไหว อุปกรณ์ที่พกก็มีได้จำกัด แต่ว่าที่สำคัญคือความสามารในการลอบเร้นต่างหาก 

    เด็กสาวมองลงไปจากระเบียง ตอนนี้เธออยู่บริเวญชั้นสอง ในขณะที่เจ้าหน้าที่มากมายอยู่บริเวณชั้นหนึ่ง เป้าหมายของเธอมีแค่สิ่งเดียว นั่นคือสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ อัญมณีสีฟ้างดงามราวกับมีท้องฟ้าถูกผนึกเอาไว้ เพียงแค่มองจากระยะหลายสิบเมตรเธอก็รู้สึกหลงใหลในตัวมันแล้ว และไม่มีความคิดคัดค้านเลยว่า ทำไมจะต้องมีเจ้าหน้าที่มาคอยคุ้มกันมากมายขนาดนี้ แต่ว่า 

    “เพราะแบบบนั้นถึงสนุกไม่ใช่เหรอ?” 

    เด็กสาวว่าก่อนจะโยนระเบิดควันไปอีกทางหนึ่ง สร้างเสียงที่เรียกให้ทุกคนต่างหันไปมอง พร้อมกับนั้นเธอก็นำระเบิดพริกไทยที่ทำเอาหลายคนต้องไอจามไปตามๆ กันเมื่อมันเกิดระเบิด ก่อนที่เธอจะกระโดดลงไปจากชั้นสอง แล้วใช้ร่างของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งหันไปมองทางระเบิดควันอยู่นั้นเป็นฐานเหยียบ นั่นทำให้ทุกคนต่างหันมามองทางต้นเสียง แต่ก็ไม่เจอเธอเสียแล้ว 

    “มีผู้บุกรุก ขอย้ำ มีผู้บุกรุก” 

    เกิดการกระจายข่าวกันในบรรดาผู้คุมกันอัญมณี ตามมาด้วยชายหนุ่มมากมายในชุดสูทพร้อมกับอาวุธครบมือ และเครื่องตรวจจับความร้อนพวกเขากวาดสายตาหาหัวขโมยที่กล้าจะมาพรากสิ่งของที่พวกเขาต้องรักษา แต่เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็ไม่มี 

    ใช่ นอกจากเพื่อนพ้องของเขาที่นอนสลบจากการโจมตีเมื่อครู่แล้ว ก็ไม่พบความร้อนจากสิ่งมีชีวิตอื่นอีกเลย 

    “ระวังเอาไว้ บางทีอีกฝ่ายอาจจะใส่ชุดสูทปกปิดความร้อนของร่างกาย” 

    การกระจายข่าวเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่นั่นก็ตามมาด้วยเสียงค้าน 

    “เปล่าหรอก ที่เธอใส่ชุดแบบนั้น เพราะมันให้อารมร์เหมือนจอมโจรต่างหาก”

     ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น ทำเอาชายหลายคนต่างหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียวกัน ก่อนที่บรรดาเพื่อนของเขาจะขมวดคิ้ว 

    “พูดอะไรของนาย นายรู้จักหัวขโมยคนนี้เหรอ” 

    “ยิ่งกว่ารู้จักอีก เพราะฉันคือเขาไง” 

    คำพูดนั้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคน แต่แล้วพวกเขาก็ส่ายหน้า 

    “นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ ถ้ารู้อะไรก็รีบบอกมา” 

    “นั่นสินะ ถ้างั้นอันนี้คงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดล่ะมั้ง” 

    ชายคนที่แสดงอาการรพิรุธออกมา เริ่มเคลื่อนไหว เขาตรงไปยังอัญมณีพวกนั้น ก่อนจะทุบกระจก แล้วหยิบมันออกมา ทำเอาบรรดาชายหลายคนต่างเข้าไปจับกุมเขากดลงกับพื้น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายคนนั้นโนอัญมณีขึ้นไป ก่อนที่เขาจะสลบล้มลงไปกับพื้น ตามด้วยร่างของเพื่อนเขาที่มากดพวกเขาเอาไว้ 

    ขณะที่อัญมณีกำลังจะตกลงพื้น ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็มากระโดดคว้าอัญมณีนั้นเอาไว้ ก่อนจะปีนขึ้นไปยังชั้นสอง 

    “ขอบคุณที่ให้ยืมร่างน้า แต่ว่า ร่างกายผู้ชายนี้มันแข็งชะมัดเลย ฉันชอบร่างกายที่อ่อนนุ่มของผู้หญิงมากกว่า” 

    “ยัยนั่น เป็นใครกัน หรือว่าจะเป็นคนที่บอสบอกให้เตรียมตัวรับมือไว้” 

    “บอสเหรอ ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าขอบคุณมากเลยนะ สนุกใช้ได้เลย แต่คราวน่าควรจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้หน่อยนะ อ๋อ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเจ้านี้ด้วย” 

    หญิงสาวว่าก่อนจะชูนิ้วกลางขึ้นมา เผยให้เห็นสลักระเบิดที่ถูกถอดออกแล้วนำมาสวมเป็นแหวน ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มทุกคนต่างเบิกตากว้าง ก่อนจะหันมามองรอบบริเวณของพวกเขา เพื่อตรวจหาว่าระเบิดพวกนั้นอยู่ที่ไหน จนกระทั่งพวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 

    ระเบิดดังอยู่กับชายหนุ่มที่เหมือนจะเสียสติแล้วขโมยอัญมณีไปให้หญิงสาวก่อนหน้านี้ ตรงเอวของเขามีระเบิดลูกหนึ่งที่ถูกดึงสลักออก และตอนนี้มันก็กำลังระเบิด 

    ตูม เสียงของระเบิดดังลั่น ทำเอาเจ้าหน้าที่หลายคนต่างกระเด็นไปตามทิศทางต่างๆ บางคนก็กระแทกกับกระจกจนแตกกระจาย บางคนก็ปะทะเข้ากับกำแพง แต่ว่าไม่ใช่ใครได้รับบาดเจ็บหนักหนาถึงขั้นเลือดตกยางออกเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เป้นเพราะว่า 

    “ไม่ต้องห่วงน่า ม็อดระเบิดไว้แล้ว มีแค่แรงดันเทานั้นล่ะ ฉันชอบขโมยสิ่งของ ไม่ใช่วิญญาณสักหน่อย อ๊ะ แต่ถ้าร่างกายก็อีกเรื่องนึงนะ ขอบคุณที่ใหยืมร่างกายล่ะ” 

    หญิงสาวว่าก่อนจะทำการหลบหนีออกจากพิพิธภัทณ์ ใช้แล้ว ความสามารถพิเศษของเธอคนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความสามารถทางด้านร่างกาย แต่เธอมีความสามารถในการถอดวิญญาณ แล้วไปสิงสู่ในร่างกายคนอื่น และสามารถควบคุมร่างกายนั้นได้อย่างตามใจชอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเครื่องตรวจจับความร้อนไม่สามารถหาตัวเธอได้ในตอนแรก เพราะว่าเธอตอนที่ถอดวิญญาณก็มีสภาพเหมือนตายไปแล้วยังไงล่ะ 

    หญิงสาวปีนขึ้นมาจนถึงหลังคา ก่อนจะโยนบอลลูนขนาดเล็กผูกด้วยเชือก ตามด้วยมือของเธอที่เกาะเอาไว้ จนเธอลอยไปกับบอลลูนอันนั้น ผ่านไปไม่นาน เพียงแค่ชั่วอึดใจ ราวกับมีการนัดกันไว้ เฮลิคอปเตอร์เครื่องหนึ่งก็บินผ่านมาก่อนที่ใครคนหนึ่งจะจับเชือกนั้นเอาไว้ แล้วดึงเชือกนั้นขึ้นมา ทำให้เธอมายืนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ได้เหมือนกับคนอื่นๆ 

    “ทันเวลาพอดีเลยนะ ไม่งั้นคนโดนจับได้ไปแล้ว” 

    หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกร้อนนัก ก่อนจะบิดขี้เกียจอย่างไม่ได้เกรงกลัวเลยว่า ด้านหลังของเธอคือประตูเฮลิคอปเตอร์ที่เปิดทิ้งเอาไว้ เธอสามารถตกลงไปได้ทุกเมื่อ 

    “สมแล้วจริงๆ ที่เป็นจอมโจรที่เขาร่ำลือ แล้วอัญมณีล่ะ” 

    หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม เธอเป็นหญิงสาวที่สวมใส่ชุดราตรี มีรัศมีของชนชั้นสูงแผ่ออกมาอย่างชัดเจน ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยเพิ่มความงามของเธอเข้าไปอีก เธอมองหญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้ม ทางด้านหญิงสาวก็รูดซิปตรงชุดสูทบริเวณหน้าอกของเธอออก เผยให้เห็นผิวพรรณละมุน และเนินหน้าอกอวบอิ่มของเธอเล็กน้อย เธอหยิบอัญมณีที่ใส่เอาไว้ออกมาก่อนจะยื่นให้กับหญิงสาวคนนั้น 

    “สุดยอดมาก ไม่นึกว่าจะทำงานคนเดียวได้” 

    “สบายมาก งานหนักกว่านี้ฉันก็เจอมาแล้ว ว่าแต่ ค่าตอบแทนล่ะ” 

    “นั่นสินะ เอาเป็นกระโดดบันจี้จั๊มแบบไม่ผูกเชือกดีไหม?” 

    “ห๋า?” 

    คำพูดของเธอคนนั้นทำให้หญิงสาวแปลกใจ แต่ก่อนจะได้สงสัยมากอะไรไปกว่านั้น ชายร่างใหย่ก็ทำการผลักหญิงสาวออกจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วปล่อยให้ร่างของเธอตกลงไปกระแทกกับพื้นด้วยความสูงหลายร้อยเมตร