ณ ค่ายทหารแคว้นโฮ่วโจว
เมื่อหลี่น่าและเหมยเทียนได้มาถึงค่ายทหารที่ท่านแม่ทัพใหญ่ดูแลอยู่เธอรีบเข้าไปข้างในค่ายนั้นอย่างไม่รอช้า และในระหว่างที่เดินเข้าหาท่านแม่ทัพใหญ่ซึ่งเป็พ่อของเธอของเธอในยุคนี้ เธอก็ได้สังงเกตว่าค่ายทหารยุคนี้มันมีแต่หอกดาบ ธนู ไม่เห็นจะมีปืนผาหน้าไม้เหมือนยุคสมัยใหม่ที่เธออยู่ ในระหว่างที่เธอเดินเข้าไปในค่ายนั้นเหล่าทหารต่างก็มองเธอเป็ตาเดียวกันเพราะตะลึงในความงดงามของเธอ เพราะวันนี้เธอแต่งหน้าอ่อนๆแลให้ดูมีสีสันและเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เป็สีชมพูสลับกับขาวทำให้ขับผิวของเธอไม่น้อย ซึ่งต่างจาก ถิง ถิง แต่ก่อนนางมักจะเก็บตัวอยู่แต่ในจวนไม่ค่อยจะออกมาจากจวนสักเท่าไหร่และหน้าตาของธอก็จืดชืดไม่มีการแต่งแต้มสีสันให้ดูสวยงามเลยแม้แต่น้อย เพราะถิง ถิง คิดว่าไม่รู้จะต้องแต่งไปทำไม แต่งไปเพื่ออะไร หากคบกันแล้วก็ไม่ใช่ที่หน้าตาหากแต่เป็เพียงจิตใจต่างหาก แต่หลี่น่าเธอจะไม่ยอมให้ตัวเองโทรมเพราะเธอเคยชินกับยุคที่เธออยู่เพราะสมัยใหม่ทุกคนก็ต้องดูดีเพราะอย่างน้อยหน้าตาดูดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง และทันทีที่เธอเดินเข้าไปนั้นทหารต่างก็ทักทายเธอด้วยความชื่นชมที่วันนี้หน้าตาของเธอนั้นดูสดใส
“พวกข้าคาราวะคุณหนูใหญ่ขอรับ”
“พวกนายไม่ต้องคาราวะคาราเวอะอะไรฉันหรอก ไปทำหน้าที่ของพวกนายเถอะ”
หลี่น่าใที่เหล่าทหารพากันทำความเคารพเธอเสียงดังลั่นไปทั่วค่ายฝึกและก็พูดออกมาอย่างติดตลกจนเหล่าทหารพากันขำที่นางมีท่าทางแปลก
“คุณหนูมาหาท่านแม่ทัพใหญ่ใช่หรือไม่ขอรับ”
“ใช่แล้วแม่ทัพใหญ่อยู่ไหนหรอ”
หลี่น่าพูดจาห้วนๆตามประสาของเธอ เพราะเธอก็เป็คนพูดจาห้วนๆแบบนี้อยู่แล้ว จะต่างจากถิงถิงจะพูดจาไพเราะอ่อนหวานสมกับที่เป็กุลสตรี
“อยู่ในค่ายกับท่านอ๋องแปดขอรับเดี๋ยวข้าน้อยจะไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่ก่อนว่าคุณหนูใหญ่มาเยี่ยมท่าน”
“โอเคร ฉันจะรออยู่ตรงนี้แหล่ะ”
“อะ อะ ไรนะขอรับ”
“ฉันบอกว่าจะรออยู่ตรงนี้มีอะไรสงสัยหรือ”
“อ้อๆขอรับคุณหนูใหญ่”
“เฮ้อ ทำไมมันต้องใช้คำพูดอะไรแบบนี้กันนะไม่ชินเลย”
เธอก็ได้แต่สบถคำพูดคนเดียวเหมยเทียนที่ตามมาด้วยก็ได้แต่หัวเราะกับท่าทางแปลกๆของเธอ เพราะั้แ่ที่เธอหายดีเป็ปกติเธอก็ทำอะไรกระฉับกระเฉงรวดเร็วว่องไวแม้กระทั่งการเดินการวิ่งของเธอนั้นดูคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อน
“คุณหนูท่านดูท่าทางแปลกๆไปนะเ้าค่ะเปลี่ยนไปเยอะมากเลย”
“เอาน่าเธออย่าได้มาสงสัยกันเองเลยเหมยเทียนฉันก็เป็ฉันนั่นแหล่ะ”
“ก็ได้เ้าค่ะคุณหนูว่าแต่ว่าอ๋องแปดเป็คนที่ช่วยท่านไว้ วันนี้เป็วันดีที่เจอท่านอ๋องคุณหนูอย่าลืมขอบคุณเขาด้วยนะเ้าค่ะ”
“ได้!!! ฉันก็อยากจะเจอเขาเหมือนกันคนที่ช่วยชีวิตฉัน”
และไม่นานทหารรับใช้ก็รีบเข้ามาเชิญให้เธอเข้าไปหาท่านพ่อของเธอ
“เ้ามาหาพ่อมีธุระอะไรหรือไม่”
“ฉันแค่มาเยี่ยมท่านเฉยๆแค่อยากออกมาเที่ยวข้างนอกบ้างอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน”
“เ้าแปลกไปมากนะลูกพ่อพูดจาก็แปลกๆมิหนำซ้ำยังมาหาพ่อที่นี่ปกติเ้าจะไม่ค่อยออกจากจวนไปไหน”
“ท่านก็คิดซะแล้วกันว่าข้าแข็งแรงขึ้นไม่ใช่คนขี้โรคเหมือนแต่ก่อนแล้วฉันก็อยากจะออกไปเที่ยวเป็เื่ธรรมดาของฉัน”
“พ่อก็คิดว่าเป็เื่ดี์ประทานพรให้ลูกพ่อหายดีแล้วเป็แน่อ้อพ่อลืมบอกเ้าไปนี่คือท่านอ๋องแปดที่ช่วยเ้าไว้วันนั้น”
พอหลี่น่าเหลือบไปเห็นเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตอนนี้เขานั่งนิ่งๆก้มหน้าดูหนังสือไม่ได้สนใจใยดีอะไรเธอเลย แม้กระทั่งหน้าของเธอเขายังไม่มองด้วยซ้ำ เธอก็ได้แต่คิดว่าพ่อหนุ่มน้อยสายเืกษัตริย์คนนี้ทำไมเ็าจังดูแล้วน่าเกรงขามชะมัดแต่เธอก็ไม่ได้กลัวหรือเก็บมาใส่ใจอะไร และเธอก็แอบสังเกตใบหน้าของเขาว่าช่างดูหล่อเหล่าอะไรขนาดนี้ผู้ชายในยุคนี้ช่างเหมือนดาราเสียจริง โดยใบหน้าของเขาดูเรียวกรอบใบหน้าได้รูปจมูกสันเป็คม คิ้วดกดำหน้า ริมฝีปากบางได้รูป ดวงตาดูคมดุจเหยี่ยวแต่เธอได้เดาอายุของเขาน่าจะประมาณ20ต้นๆ ไม่น่าจะเกินนี้เพราะด้วยที่เธอช่างสังเกตก็เพราะนิสัยติดตัวมาจากการที่เธออยู่ในหน่วยรบพิเศษนั่นเองเพราะเธอต้องฝึกสังเกตสิ่งต่างที่อยู่บนโลกใบนี้
“ฉันขอบคุณนายมากเลยนะที่ช่วยฉันไว้วันนั้นนะ”
เธอพูดแล้วก็เดินเข้าไปหาเขาที่โต๊ะโดยเขาได้นั่งตรวจงานอยู่ตรงนั้น เหมยเทียนจับแขนเธอไว้และส่ายหน้าให้เธอพร้อมกับกระซิบข้างหูของเธอ
“คุณหนูนั่นท่านอ๋องแปดนะเ้าค่ะคุณหนูควรทำความเคารพท่านอ๋องก่อนและพูดว่าหม่อมฉันขอบคุณอ๋องแปดที่ช่วยชีวิตนะเพค่ะ”
หลี่น่าเธอหยุดชะงักทันทีกับคำพูดของเหมยเทียนเพราะเธอลืมตัวไปด้วยความเคยชิน
“ช่างนางเถอะเ้าไม่ต้องไปสอนอะไรนางมากหรอกเพราะยังไงก็ไม่เข้าไปในหัวนางหรอก”
เขาก็ยังแอบได้ยินที่เหมยเทียนบอกเธอและเขาพูดเหน็บนางเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินกิติศัพท์จากหลายๆคนว่าเป็คุณหนูใหญ่จวนแม่ทัพใหญ่ที่มีนิสัยเอาแต่ใจ นิสัยไม่ดีอารมณ์ร้าย โง่เขลาเบาปัญญา แต่ข่าวนี้ไม่ได้เป็เื่จริงเพราะคนที่ปล่อยข่าวลือเสียๆหายๆให้ถิง ถิง ก็คือลี่อินน้องสาวของนาง เพราะด้วยความอิจฉาริษยาและเกลียดพี่สาวของตนเองจึงต้องปล่อยข่าวให้นางเสียหายแต่ถิง ถิงก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเธอคิดว่าเธอไม่ได้เป็อย่างนั้น แต่ในมุมกลับกันชาวบ้านชาวเมืองต่างก็พากันนินทาว่าถิง ถิงเป็คนเช่นนั้น จึงทำให้เวลาออกไปไหนมีแต่ผู้คนทำท่ารังเกียจเดียดฉันไม่อยากเข้าใกล้นางและด้วยหน้าตาที่ดูจืดชืดนั่นด้วยแล้วยิ่งไม่มีใครอยากคบหาเป้นเพื่อนกับนาง และหลี่น่าเธอได้ยินคำพูดนี้จากเขาเธอก็ตรงปรี่เข้าไปหาเขาที่โต๊ะโดยไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
“นายว่าฉันโง่หรอมาว่ากันอย่างนี้ได้ยังไงยังไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย”
และทันใดนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอทันทีซึ่งก็ทำให้เขาเห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจนก็วันนี้ และเขาก็ได้แปลกใจและตกตะลึงในความสวยของเธอเหตุใดวันนี้นางถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้เพราะอะไรทำให้นางงามจับใจขนาดนี้ ซึ่งใบหน้าของนางนั้นสวยได้รูป ปากนิดจมูกหน่อย ปลายจมูกเชิดสวยเรียว ดวงตาโตคม คิ้วสวยได้รูปและวันนี้ปากของนางชมพูสวยสดใส แก้มของนางมีชมพูระเรื่อชวนให้หลงใหล และหลี่น่าเธอก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเขา ทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอเป็เพราะถุงหอมที่เหมยเทียนจัดหามาให้พลันเขาก็ใรีบผงะออกจากเธออย่างรวดเร็ว ส่วนท่านแม่ทัพใหญ่กับเหมยเทียนที่อยู่ในนั้นก็ได้แต่พากันสะดุ้งใทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำแบบนี้
“ถิงถิง ลูกอย่าล้อเล่นกับท่านอ๋องแบบนี้นะลูกออกมาเถอะ”
ท่านแม่ทัพใหญ่ห้ามลูกตัวเอง
“ก็เขาว่าฉันโง่ฉันอยู่ดีๆของฉัน พ่อหนุ่มน้อยนี่มันน่านัก”
เธอก็ได้แต่โวยวาย ส่วนเขาก็นึกขำแต่ก็ยังต้องทำหน้านิ่งเ็าใส่เธอ
“ก็เ้าโง่เขลาเบาปัญญาดั่งที่เขาเล่ากันมาใช่หรือไม่หล่ะดูจากกิริย่าท่าทางของเ้าตอนนี้ก็ดูหยาบคายไร้ซึ่งความเป็กุลสตรี”
“โห..เจ็บจี๊ดเลย ตอนแรกจะขอบคุณที่ช่วยชีวิตแต่คงไม่ต้องละมั้ง มาว่ากันขนาดนี้”
เธอก็ได้แต่โมโหแต่ก็ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ ส่วนท่านพ่อของเธอก็ได้แต่ใและทำอะไรไม่ถูกเพราะลูกสาวของตนได้ล่วงเกินอ๋องแปดเข้าเสียแล้ว
“ท่านอ๋องโปรดอภัยให้นางด้วยที่นางไม่รู้ธรรมเนียมท่านอย่าได้ถือสานางเลยนางพึ่งหายป่วย”
“ข้าไม่ถือสาเอาความกับนางหรอกข้าให้อภัยนางเพราะนางไม่ปกติ”
เขาพูดเหน็บนางอีกที่
“แหนะๆยังไม่จบยังไม่จบ นะพ่อหนุ่มน้อยเกินไปแล้วนะ”
เธอพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เขาท่านแม่ทัพใหญ่พยักหน้าให้เหมยเทียนและเหมยเทียนก็รีบรวบตัวนางออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูยังไม่รู้ว่าท่านอ๋องน่ะเป็ที่โปรดปรานของฮองเต้นะเ้าค่ะหากท่านอ๋องเอาเื่นี้ไปฟ้องฮองเต้ท่านแม่ทัพใหญ่อาจจะโดนปะาเก้าชั่วโครตเลยนะเ้าค่ะ”
“โห..เก้าชั่วโครตเลยเหรอเกินไปรึเปล่า”
“จริงเ้าค่ะนายท่านจะเดือดร้อนนะเ้าค่ะเช่นนั้นคุณหนูไม่ควรไปต่อกรกับอ๋องแปดนะเ้าค่ะ”
“บ้าไปแล้วมีทุกยุคทุกสมัยจริงๆอำนาจบาตรใหญ่เนี่ยะ”
พูดแล้วเธอก็ได้ออกจากตรงนั้นไปขึ้นรถม้าของเธอเพื่อกลับจวนและในระหว่างที่รถม้าของเธอผ่านตลาดในเมือง เธอเปิดม่านออกดูก็เห็นว่าตลาดนี้มันช่างคึกคักจริงๆและเธอก็ไม่รอช้าที่จะไม่ลงไปเดินเที่ยวและเหมยเทียนก็ได้ตามดูไปแลเธอไม่ห่างด้วยความเป็ห่วง
ส่วนอ๋องแปดซึ่งชื่อของเขาก็คือตงหยางตอนนี้อายุอานามของเขาก็20ปีพอดีแต่บุคลิกท่าทางของเขาดูเป็ผู้ใหญ่นิ่งสุขุมจนดูเ็ามากรูปร่างของเขาสูงโปร่ง ซึ่งสูงถึง185ซม.บัดนี้เขานั่งตรวจบัญชีของค่ายทหารไปแต่อีกใจหนึ่งก็ยังนึกถึงใบหน้าของถิงถิงอยู่ไม่ลืมจะว่าไปพึ่งจะรู้ว่านางช่างงามจับใจขนาดนี้ั้แ่ตอนไหนกันซึ่งแต่ก่อนตอนเขาเป็เด็กมักจะเจอนางกับท่านพ่อของนาง ซึ่งหน้าตาของนางตอนนั้นดูไม่ได้เลยเพราะนางไม่ค่อยจะแต่งตัว แต่วันนี้เหตุใดนางจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้พอเขาตรวจบัญชีที่ค่ายทหารเสร็จเขาก็ขึ้นรถม้าเพื่อกลับตำหนักของเขาทันที