ประมุขสำนักพันปี

    ธิดาปีศาจ

    ภายในที่ทำการของตึกมือปราบแขนเสื้อแดงมิได้มีคนมากมายเท่าใด ตามรายทางก็มิได้มีองครักษ์คอยเฝ้าระวังป้องกัน ประการหนึ่งเพราะคงไม่มีผู้ใดขวัญกล้าขนาดจะบุกตึกมือปราบที่ตั้งอยู่ใจกลางการป้องกันอันหนาแน่นเช่นนี้

     

    อีกประการหนึ่งในตึกมือปราบนี้มิทราบซ่อนยอดฝีมือมากน้อยเท่าใด ระดับหัวหน้าชั้นเพลิงยังเป็นผู้ฝึกตนระดับจิตไร้ขอบทั้งหมด เหนือกว่านั้นยังมีอีกคนหนึ่ง เพียงไม่ทราบว่าเหนือหัวหน้าทั้งหมดผู้นั้นมีระดับเท่าใด เป็นยอดฝีมือใดของเมืองหลวง

     

    ไท้หยูเดินตามรายทางเข้าไปบริเวณส่วนแรกก่อนจะเข้าตึกทั้งสามเป็นลานกว้างจัดเป็นสวนดอกไม้ขนาดย่อมเอาไว้ เพียงประดับตึกที่ดูอึมครึมนี้ให้แจ่มใสขึ้นมาเล็กน้อย ตึกทั้งสามหลังนี้ของมือปราบแขนเสื้อแดง สร้างจากไม้แดงที่ราคาแพงและแข็งแกร่ง

     

    สิ่งที่ทำให้ไม้แดงนี้โดดเด่นคือลวดลายที่แปลกประหลาดแฝงความลี้ลับของเนื้อไม้ ยามถูกแสงแดดสาดส่องจะเกิดเป็นริ้วสีดำคล้ายกับสามารถกะพริบได้

     

    ตึกสีแดงทั้งสามนี้จึงดูโดดเด่นที่สุดในเขตราชการทั้งเป็นตึกที่ดูลี้ลับแฝงความสะพรึงเอาไว้ เมื่อเดินไปถึงหน้าประตู เห็นทั้งสามตึกมีป้ายใหญ่แกะสลักเป็นตัวอักษรทาสีดำทะมึนราวกับถ่านเอาไว้ ตึกห้าชั้นแกะสลักเป็นเทพวานร ตึกซ้ายขวาที่ต่ำเตี้ยลงมาแขวนป้ายปักษาและราชสีห์

     

    ไท้หยูมองตึกทั้งสามสลับกันพลางครุ่นคิดในใจว่า

    “แสดงว่าในบรรดาสามหน่วยถือว่าหน่วยวานรมีอำนาจสูงที่สุด มิเช่นนั้นไหนเลยสามารถใช้ตึกใหญ่ห้าชั้น ขณะที่ตึกอื่นมีเพียงสามชั้น” ขณะครุ่นคิดเห็นคนสวมชุดมือปราบสะพายเดินที่แขนเสื้อเป็นสีแดงเดินผ่านตนเองไปมา กลับไม่มีผู้ใดเข้ามาถามไถ่ว่าตนเองมาเพราะอะไร พลันเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย หรือว่าคนเหล่านี้ไม่สนใจว่ามีคนนอกแทรกซึมเข้ามาในตึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย

     

    “มิใช่ว่าหน่วยมือปราบมีข้อมูลสำคัญมากมายหรือ สมควรมีการป้องกันหนาแน่นจึงถูกต้อง”

     

    ยามนั้นเห็นบุรุษอายุไล่เลี่ยกับโบ๋เวินเดินผ่านมาคนผู้นี้เพียงกวาดตามองตนเองแวบเดียวแล้วก็เดินผ่านไป ไท้หยูจึงเรียกให้เขาหยุดและหันมาสนทนากัน บุรุษมือปราบผู้นั้นมิได้แสดงสีหน้าอันใดเพียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

    “ท่านมีธุระอันใดให้บ่าวช่วย”

     

    ไท้หยูขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “มิทราบว่าข้าเป็นใคร ไฉนเรียกตนเองว่าเป็นบ่าว ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่มือปราบผู้หนึ่ง”

     

    บุรุษมือปราบนั้นมองไท้หยูราวกับตัวโง่งมคนหนึ่งกล่าวว่า

    “ท่านสามารถเข้ามายังเขตราชการทั้งยังเดินผ่านเข้ามายังตึกมือปราบแขนเสื้อแดงได้ ย่อมไม่ใช่คนต่ำต้อยไร้อำนาจ อีกประการหนึ่งคนทั่วไปต่อให้เป็นระดับผู้บัญชาการยังไม่คิดมายังตึกมือปราบของพวกเรา”

     

    “เพราะเหตุใด?”

     

    บุรุษมือปราบนั้นหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า

    “คาดว่าท่านคงไม่ทราบ ไม่เช่นนั้นคงไม่เข้ามา ตึกมือปราบเรามีกฎหนึ่ง เข้าง่ายทว่าออกยาก หากจะออกไปต้องรับคำท้าจากผู้ที่ต้องการประมือกับท่าน จนกว่าในตึกนี้ไม่มีคนต้องการประมือด้วย ท่านค่อยสามารถจากไปได้”

     

    ไท้หยูถึงกับตะลึงลาน มิน่าเล่าขณะกู้หวายมาส่งตนเอง พอถึงหน้าประตูก็ไม่ยอมข้ามธรณีเข้ามาส่ง ตอนแรกไท้หยูยังเข้าใจว่าเขามีธุระรัดตัวต้องรีบจากไปทำ ดูท่าเป็นเพราะกฎบ้าบอนี้ ทว่าตึกที่ทำการของมือปราบแขนเสื้อแดงไฉนตรากฎพิลึกเช่นนี้? จากนั้นพลันนึกได้ว่าตนเองหากจะออกไปใช่ต้องประมือจนเหนื่อยล้าก่อนค่อยสามารถจากไปได้หรือไม่? มารดามันเถอะ

     

    “เจ้าเข้าไปบอกปักษาเพลิงอวี้เทียนเฉิน บอกต่อเขาว่าประมุขสำนักพันปีมาตามนัดแล้ว”

     

    บุรุษมือปราบนั้นพอได้ยินว่าเป็นประมุขสำนักพันปีทั้งแตกตื่นทั้งยินดีถึงกับตะโกนว่า

    “ท่านคือประมุขสำนักพันปีหรือ” จากนั้นประสานคารวะศีรษะแทบจรดพื้นกล่าวสืบต่อว่า

    “ได้ยินเรื่องเล่าลือของท่านมานาน เป็นที่นับถือยิ่ง ท่านประมุขมาเยือนตึกมือปราบแขนเสื้อแดงของพวกเรานับว่าเป็นเกียรติยิ่ง”

     

    ถัดจากเสียงตะโกนของบุรุษมือปราบพลันปรากฏเงาคนมากมายถลันวูบวาบ ที่หน้าต่างและประตูแต่ละตึกส่งเสียงตึงตังดังสับสน จากนั้นไท้หยูเห็นเงาศีรษะใบหน้าคนโผล่ออกมาใบหน้าแล้วใบหน้าเล่า แต่ละคนล้วนตาเป็นประกายราวกับเห็นอาหารอันโอชะ

     

    ยามกะทันหันไท้หยูตะลึงลานจนทำอะไรไม่ถูกกลับไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนพลันกล่าวว่า

    “พวกเจ้าไฉนตื่นเต้นยินดีกันถึงเพียงนี้”

     

    บุรุษมือปราบนั้นกล่าวอย่างนอบน้อมว่า

    “ชื่อเสียงของที่ทำการมือปราบของพวกเราเล่าลือกันไปถ้วนทั่ว ดังนั้นมีแต่คนเกรงกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ตึกมือปราบ พวกเรามือปราบนอกจากเป็นมือดีใต้สังกัดของหัวหน้าชั้นเพลิงแล้วไม่มีโอกาสได้ออกไปด้านนอก ปกติมักฆ่าเวลาด้วยการต่อสู้กันเอง จนกระทั่งไม่นานมานี้นายเหนือของพวกเราสั่งห้ามให้ทุกคนต่อสู้กันเอง เมื่อไม่มีคนนอกเข้ามา พวกเราก็ต่อยตีกันเองมิได้ ทุกคนล้วนอึดอัดขัดข้อง ยามนี้มีท่านประมุขหลงเข้ามาทุกคนย่อมตื่นเต้นดีใจ เกรงว่าท่านประมุขคงต้องรั้งอยู่ที่นี่สักหลายวันแล้ว”

     

    เพราะหยั่งระดับฝึกตนของประมุขสำนักพันปีไม่ออกดังนั้นไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องการต่อยตีกับเขาดูสักเที่ยว คนที่ไม่ต่อยตีก็ยินดีเพราะมีสิ่งสนุกสนานเร้าใจให้รับชมคลายเครียด

     

    ไท้หยูไหนเลยคาดว่าตนเองกลายเป็นหนูติดกับดัก กลายเป็นกระทิงแสดงในลานให้ความสนุกแก่ทุกคนทั้งขุ่นเคืองทั้งอยากหัวร่อ จากนั้นมีคนมากมายทยอยเดินลงมาทั้งสามตึก ล้วนแต่งกายเช่นเดียวกันกับบุรุษมือปราบที่ด้านหน้า เพียงแตกต่างกันที่สายคาดเอวและตราสัญลักษณ์ที่ปักไว้ที่หน้าอก

     

    ยามนั้นมีเสียงเข้มแข็งหนึ่งดังขึ้นมาจากนั้นเป็นเสียงสายลมดังพึ่บพับ ไท้หยูทราบว่าอวี้เทียนเฉินมาแล้ว

    “หยุดเดี๋ยวนี้ห้ามเสียมารยาทต่อท่านประมุขพันปี”

     

    อวี้เทียนเฉินเหยียบย่ำอากาศลงมาราวกับเทพเซียนเหินบินลงจากฟ้า ใบหน้าหล่อเหลายิ่งเพิ่มเค้าความสูงส่งเหนือมนุษย์ให้

     

    “ท่านประมุขเสียมารยาทแล้วมิได้ออกมาต้อนรับ”

     

    ไท้หยูเห็นคนผู้นี้ก็นอบน้อมไม่น้อยพลันเพิ่มความรู้สึกสนิทสนมขึ้นหลายส่วนโบกมือกล่าวว่า

    “พี่อวี้กล่าวเกินไป ตึกมือปราบให้การต้อนรับดีเช่นนี้เราประมุขไหนเลยมีโทสะ มีแต่ความยินดี”

     

    “ท่านคือประมุขแห่งสำนักพันปีหรือ” ที่ด้านหลังกลับมีเสียงหนึ่งดังออกมาทำเอาไท้หยูสะดุ้งเฮือกรีบหันขวับกลับไป ที่ด้านหลังตนเองกลับมีคนลอบเร้นมาถึงโดยที่ไม่ทราบ หากมิใช่มีระดับฝึกตนสูงเยี่ยมยิ่งคงมีวิชาตัวเบาท่าร่างอันยอดเยี่ยม ตึกมือปราบสมกับเป็นกำลังอันดับต้นของหน่วยงานบู๊แห่งเมืองหลวง มีแต่ยอดฝีมือซ่อนเร้น.....ความคิดยังไม่ทันจบพลันเห็นใบหน้าผู้มา เจิดจ้าจนสะกดไท้หยูตะลึงลานอยู่กับที่

     

    เป็นหญิงสาวที่หยาดเยิ้มชดช้อยยิ่งนางหนึ่ง ราวกับพุดตานแรกแย้มหิมะแรกของฤดู บริสุทธิ์ทว่ายวนยั่วกระไรปานนั้น ทั้งใบหน้าทั้งบุคลิกล้วนชวนให้คนลุ่มหลง แม้แต่ไท้หยูที่ผ่านชีวิตมายาวนานนับร้อยปีในชาติเก่าพอเห็นใบหน้าที่บริสุทธิ์ผุดผาดใบนี้ยังร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ นี่เป็นความงามที่แท้จริง เป็นความงามของหญิงโตเต็มวัยที่มิได้เติมแต่งด้วยเครื่องประทินโฉมและของประดับ

     

    คาดว่านางอายุยี่สิบห้าถึงสามสิบปี ผิวพรรณนวลเนียนวงพักตร์ใบหน้าหมดจดจนมิอาจหาที่ติ รูปร่างอวบอัดที่อยู่ในชุดรัดรูปเผยสัดส่วนที่เย้ายวนใจบุรุษอย่างที่สุด อกตูมเอวคอดสะโพกเต่งตึงเป็นโฉมสะคราญที่กระชากจิตกระตุกวิญญาณ เมื่ออยู่ใกล้ไท้หยูยังสูดได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้หอมรวยริน

     

    เสน่ห์ของนางมิใช่งดงามสูงส่งราวเทพเซียน ทว่าเย้ายวนบริสุทธิ์ประหนึ่งธิดาปีศาจ โอสวรรค์ ท่านได้ยินคำขอของข้าถึงกับส่งโฉมงามล่มเมืองนางหนึ่งให้ข้ายลโฉมจริงๆ เพียงมิทราบว่านางมีบุตรแล้วหรือยัง น่าเสียดายนักคาดว่าคงมีสามีแล้ว

     

    สาเหตุที่คิดเช่นนี้เพราะคนของโลกใบนี้สตรีแต่งงานตั้งแต่อายุสิบหก สิบแปดปีเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ยี่สิบปีขึ้นไปหากไม่ตบแต่งออกไปก็แต่งไม่ออกแล้ว ธิดาปีศาจที่เบื้องหน้าเกินช่วงเวลานั้นแล้วคาดว่าคงแต่งงานไปนานแล้ว ไท้หยูยังแอบตำหนิคนของโลกใบนี้มิทราบเป็นผู้ใดยึดถือกฎคร่ำครึเช่นนี้ให้แพร่กระจายออกไป หารู้ไม่สตรีงดงามที่สุดช่วงอายุยี่สิบห้าปี ดรุณีอายุสิบหกสิบแปดยังรู้ความอันใด

     

    ไท้หยูจ้องมองนาง นางก็จ้องมองเขา ทั้งสองยืนนิ่งต่างมองกันและกันอย่างเงียบงันพลันทำบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมา หลายคนพอได้ยินเสียงนี่ขณะคิดลงมาชมความสนุกสนานยังเปลี่ยนเป็นหันกลับหลังพุ่งกลับไปที่เดิม ลอบชมอยู่ที่ไกลๆ

     

    “เขาจ้องมองนางเช่นนี้คาดว่าอีกเดี๋ยวคงถูกทุบตีแล้ว”

     

    “พวกเรามาพนันกันว่าเขาจะทนรับได้กี่หมัด พนันเป็นคู่หรือคี่”

     

    “เป็นถึงประมุขสำนักพันปีย่อมเป็นกระสอบที่หนาเป็นพิเศษคงสามารถทนรับได้นานอยู่ ข้าลงพนันเลขคี่”

     

    “ของข้าเลขคู่หนึ่งเหรียญเงิน”

     

    นางเป็นที่หวาดกลัวของทั้งมือปราบแขนเสื้อแดง ทุกคนทราบว่าสิ่งที่นางไม่ชอบที่สุดคือการถูกคนจ้องมองเช่นนี้ นางชิงชังสายตาของบุรุษที่สุดปกติเพียงถูกจ้องมองก็ยกฝ่ามือกราดฟาดใส่ หลายจ้องนานอาจถูกควักลูกตาทิ้ง

     

    เคยมีครั้งหนึ่งมีบุตรหลานชนชั้นสูงพอเห็นหน้านางก็เกิดราคะจิต คิดจะฉุดกลับไปยังจวนตบแต่งนางเข้าบ้านเป็นอนุภรรยาของตน บุตรหลานชนชั้นสูงผู้นั้นถือดีที่บิดาและปู่มีอำนาจในราชสำนัก ดังนั้นกระทำการเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้ทราบว่านางเป็นคนของมือปราบแขนเสื้อแดงก็ไม่เกรงกลัว

     

    ภายหลังของเรื่องนี้ บุตรหลานชนชั้นสูงคนนั้นโดนนางฆ่าทิ้งบริวารและคนคุ้มกันที่มียอดฝีมือด้วยตายอย่างอนาถ ที่จวนของชนชั้นสูงยังถูกนางบุกเข้าไปทำลาย เข่นฆ่าคนในครอบครัวไปหลายคน

     

    ภายหลังบิดาและปู่ของโจรราคะผู้นั้นโกรธเกรี้ยวยิ่ง คิดจะเอาเรื่องนางถึงกับคิดจะถอนรากถอนโคนหน่วยมือปราบแขนเสื้อแดงทิ้ง ยกอ้างเหตุผลและคำพูดมากมายทูลต่อฮ่องเต้ ทว่าถัดจากเหตุการณ์นั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ในวังก็มิได้มีคำสั่งให้จับกุมคนคล้ายกับไม่เคยเกิดสิ่งใดขึ้น

     

    เหตุการณ์นั้นสร้างชื่อให้กับนางจนบุรุษไม่กล้ามอง หวาดหวั่นถูกนางฆ่าทิ้ง

     

    คล้ายกับเรื่องประมุขสำนักพันปี ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500