TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 159 สามยอดฝีมือของภาคใต้

    ตอนที่ 159 สามยอดฝีมือของภาคใต้


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ตัวตนอย่างแรงค์ SSS ไม่ใช่อะไรที่จะจัดการได้ง่าย


    แม้เฟิร์สในตอนนี้จะมีพลังรบที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอยู่ดี


    พลังอักขระค่ายกลถูกทำลายเพียงแค่มันกระแทกเพียงครั้งเดียว เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นยังแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะเอาชนะมันได้


    เฟิร์สต้องทำการรั้งสัตว์ประหลาดตัวนี้เอาไว้เพื่อไม่ใช่มันก่อหายนะต่อประเทศของเขา


    ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีเพียงพื้นที่เพียงสามแห่งบนโลกเท่านั้นที่อบิสแตกออกแล้วตัวตนแรงค์ SSS ปรากฏออกมา จนทำให้มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปเยียบย่ำที่นั่นได้อีกต่อไป


    นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อให้มนุษย์โลกจะมีตัวตนแรงค์ SSS ปรากฏขึ้นมา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยึดครองพื้นที่เหล่านั้นกลับมาได้ มิหนำซ้ำยังสร้างความสูญเสียนับไม่ถ้วน จนทำให้ในที่สุดตัวตนเหล่านั้นต่างหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้


    เพราะเหตุนี้หากพื้นที่แห่งใดมีอบิสสีน้ำเงินปรากฏขึ้น พวกเขาก็จะทำทุกอย่างให้มันหายไปโดยเร็ว ประเทศมากมายต่างทุ่มเททรัพยากรและเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อกำจัดปัญหานี้ เพราะหากแก้ไขไม่ได้ ประเทศของพวกเขาจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน


    ตอนนี้ตัวตนแรงค์ SSS ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเฟิร์สแล้ว แม้มันจะมีพลังที่ไม่เสถียรแต่มันก็ยากที่จะจัดการอยู่ดี


    เพื่อรั้งให้พลังของฤทธิ์ยาหมดลง และรั้งเพื่อให้กำลังเสริมเข้ามา


    ดังนั้นเฟิร์สจึงจะต้องพยายามยื้อให้ได้นานที่สุด เขาจึงต้องใช้วิถีกระบี่ที่สองออกมา


    ร่างของเด็กหนุ่มตวัดกระบี่ในมือออกไป กลิ่นอายกระบี่จำนวนมากเปล่งประกายออกมา


    สายลมไร้รูปรอย พัดผันผวนอย่างบ้าคลั่ง


    ร่างจำแลงกระบี่ถึงสามร่างปรากฏออกมา พวกมันไม่เพียงรวดเร็ว แต่มันยังกดขี่เป็นอย่างมาก


    กรรจ์


    เต่ายักษ์ส่งเสียงคำราม ดวงตาแดงกล่ำ ท่าทางดุร้ายถึงขีดสุด


    มันอ้าปากแล้วงับร่างจำแลงกระบี่ร่างหนึ่งเข้าไป


    แต่ร่างจำแลงกระบี่หาใช้สิ่งที่จะกลืนกินได้ง่าย ในปากของเต่ายักษ์จู่ๆ ก็เรืองแสงออกมา


    เต่ายักษ์ส่งเสียงกรีดร้อง คราแรกเป็นเสียงของซีลีปาก้า แต่เมื่อลากยาวต่อมากลับเป็นเสียงของมอนสเตอร์โดยสมบูรณ์


    กรรจ์


    ร่างจำแลงกระบี่อีกสองร่างก็ฟาดฟันกระบี่ออกไปพร้อมกัน พลังกระบี่ที่พลุ่งพล้านเชือดเฉือนไปที่ร่างอันใหญ่โตนั้น


    พลังทำลายราวกับเกลียวคลื่นพัดออกไปเป็นชั้นๆ สร้างแรงระเบิดที่ทำให้ดวงวิญญาณแทบหลุดลอยออกมา


    ทว่าการโจมตีที่ว่ามาทั้งหมดนั้นกลับสร้างได้แค่รอยขีดข่วนให้กับมัน


    เต่ายักษ์ระเบิดโทสะยิ่งขึ้น จนทำให้ร่างกายของมันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่ง 


    หางเหล็กในของมันงอกใหม่ขึ้นมาอีกสองเส้น และกระดองก็มีหนามที่แหลมคมโผล่ออกมา ศีรษะของมันเปลี่ยนแปลงไปดุจสัตว์ร้าย ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก


    กรรจ์


    ปัง! ปัง! ปัง!


    ตูม!


    ร่างจำแลงกระบี่ที่อยู่ในปกถูกบดขยี้ในทันที ส่วนอีกสองร่างก็ถูกเหล็กในทั้งสามกดดันเช่นกัน


    แม้การโจมตีของเหล็กในจะค่อนๆ ข้างทื่อๆ แต่มันกลับทรงพลังและรวดเร็วเป็นอย่างมาก


    ความเร็วของมันราวกับเป็นภาพติดตา


    แต่ร่างจำแลงกระบี่ของเฟิร์สก็รวดเร็วและโจมตีได้อย่างพิศดารไม่แพ้กัน 


    การห้ำหั่นนี้ดุเดือดเป็นอย่างมาก มีหลายครั้งที่เฟิร์สเข้าร่วมด้วยและเกือบพลาดท่าให้กับมัน


    เฟิร์สพยายามใช้พลังอักขระเข้าต่อต้าน ทว่ามันก็ถูกทำลายในแทบจะทันที แต่ก็โชคดีที่มันมีประโยชน์ตรงที่การขัดจังหวะ ทำให้เฟิร์สสามารถหลบหลีกอันตรายไปได้


    ยิ่งต่อสู้นานเท่าไหร่ บาดแผลบนร่างกายของเฟิร์สก็ยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น สภาพของเขาในตอนนี้ดูย่ำแย่เป็นอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าหากเขาต้องต่อสู้กับแรงค์ SSS ตัวจริง ตนเองจะสามารถรับมือได้นานขนาดนี้หรือไม่


    จนกระทั่ง ...


    “เจ้าเต่ายักษ์นี่เริ่มเสื่อมโทรมแล้ว”


    ดวงตาของเฟิร์สสว่างวาบเมื่อมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบนร่างของมอนสเตอร์ยักษ์ 


    หลายจุดบนร่างของเต่ายักษ์ถูกพลังกระบี่ของเฟิร์สทำลาย และการเคลื่อนไหวของมันก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ


    บางจุดกระทั่งมองเห็นการเสื่อมสลายกับตา


    “ถึงอย่างไรมันก็เป็นแค่แรงค์ SSS เทียมเท่านั้น ไม่อาจคงพลังระดับนี้ไว้ได้ตลอด”


    การต่อสู้ของทั้งสองยังคงดุเดือดเหมือนดังเริ่มแรก แม้เต่ายักษ์จะค่อยๆ อ่อนแอลง แต่ทางด้านเฟิร์สก็มีสภาพที่ไม่ค่อยดีไม่ต่างกัน


    หากต้องต่อสู้นานกว่านี้ ไม่แน่ว่าเฟิร์สอาจจะเป็นฝ่ายพลาดพลั้งและตายตกด้วยน้ำมือเต่ายักษ์ตัวนี้ก็ได้


    ทว่าตอนนั้นเอง


    สัมผัสที่เฉียบคมของเฟิร์สก็รับรู้ได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่สามสายกำลังพุ่งตรงมาที่นี่


    หนึ่งสายมาถึงที่นี่ก่อน และอีกสองสายกำลังตามมาติดๆ 


    เมื่อพลังสายนั้นมาถึง เฟิร์สก็พบกับชายชรารูปร่างสูงใหญ่ ผมสีดอกเลาสวมใส่เครื่องแบบของนิวโฮป


    เวลานั้นเฟิร์สไม่ลังเลที่จะสลัดเจ้าเต่ายักษ์นี้ออกไป โดยใช้ร่างจำแลงกระบี่สังเวยเพื่อสร้างจังหวะในการหลบหนี


    เขาใช้ท่าร่างละอองแสงจันทร์ ก้าวพริบตาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของผู้มาใหม่หลายสิบเมตร


    “รับช่วงต่อจากผมที พลังของมันกำลังอ่อนแรงลงแล้ว”


    ทันทีที่กล่าวจบ เด็กหนุ่มไม่รอให้อีกฝ่ายเปิดปาก เขาก็ทะยานลงไปบนเศษก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่แล้วนั่งปิดตา ดึงแกนสปีริตออกมาจากแหวนมิติเก็บของออกมา แล้วดูดซับพลังสปีริตเพื่อฟื้นฟูตัวเองทันที


    วงแหวนฟื้นฟูถูกสร้างขึ้นบนพื้นน้ำแข็งก้อนนั้น มันค่อยๆ รักษาบาดแผลของเฟิร์สให้หายในฉับพลัน และฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้กลับคืนมาอีกด้วย ซึ่งพลังที่ใช้ส่วนใหญ่ล้วนมาจากแกนสปีริตนับสิบที่อยู่ในมือของเขาทั้งสิ้น


    หากเวเนเตอร์ดาราแดงมาเห็นภาพนี้พวกเขาจะต้องกรีดร้องออกมาเพราะนี่คือการใช้แกนสปีริตอย่างฟุ่มเฟือยมาก แกนสปีริตหลายสิบก้อนสามารถนำไปขายเป็นเงินได้เท่าไหร่หรือบ่มเพาะได้เท่าไหร่ แต่เฟิร์สกลับนำมาใช้เหมือนเศษหินข้างทาง


    ไม่นานอีกสองตัวตนก็ปรากฏออกมา พวกเขาคือสองชายหญิงชรา 


    ทันทีที่มาถึงสายตาก็จ้องมาทางเฟิร์สแล้วหรี่ดวงตาแคบลง แต่ก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์แรงค์ SSS อย่างรวดเร็ว


    พวกเขาทั้งสามไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาก็ลงมือจัดการกับมอนสเตอร์ตัวนี้


    ชายชราผู้มาจากนิวโฮป นำไอเทมสปีริตของตนเองที่เป็นกระจกขนาดสองเมตรบานหนึ่งออกมา ทันทีที่กระตุ้นการทำงานของกระจก กระจกก็สร้างภาพสะท้อนร่างของมอนสเตอร์ยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน


    มันคือเต่ายักษ์ที่มีรูปร่างใหญ่โตหลายสิบเมตรไม่ต่างจากของจริง แต่สิ่งที่ด้อยกว่าก็คือพลังรบในระดับ SS เท่านั้น


    ส่วนอีกสองคนคือชายชราและหญิงชรา 


    ชายชราคนนั้นนำหอกสามง่ามออกมา ในทุกครั้งที่เขาวาดหอกออกไป น้ำทะเลจะหนุนนำแล้วเคลื่อนที่ไปพร้อมกับหอกนั้น ทำให้เกิดภาพการต่อสู้ที่ตระการตาเป็นอย่างมาก


    ส่วนอีกหนึ่งก็คือหญิงชรา เธอถือกระพรวนสีน้ำเงินอยู่ในมือ ทันทีที่เธอสั่นกระพรวนสีน้ำเงินในมือ พลังสปีริตที่ผสมกับเส้นไหมสีฟ้าปะทุออกมา ไอเย็นยะเยือก ทำให้อากาศควบแน่นกลายเป็นเกร็ดน้ำแข็งขนาดเล็ก


    ผลึกน้ำแข็งนั้นล่องลอยอยู่กลางอากาศอย่างแปลกประหลาด แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา แล้วหักเหจนเกิดแสงหลากสีสันมากมาย ราวกับอยู่ในโลกแห่งจินตนาการเพ้อฝัน


    กลายเป็นการโจมตีที่เต็มไปด้วยพลังเยือกแข็งอันน่าหวาดหวั่นใจ


    โครม!


    คนทั้งสามโจมตีพร้อมกัน


    การโจมตีของหญิงชรานั้นมีประโยชน์จากการต่อสู้นี้มาก เพราะการโจมตีของเธอทำให้ร่างของเต่ายักษ์เป็นฟองเดือดพล่านอย่างรุนแรง จิตเยือกแข็งสะท้านถึงกระดูกราวกับจะทำให้ช่องว่างบนท้องฟ้ากลายเป็นน้ำแข็ง การไหลเวียนของอากาศโดยรอบหยุดนิ่งลง ให้ความรู้สึกราวกับจมอยู่ในบึงโคลน


    การต่อสู้ที่ยากขึ้นทำให้พลังของเต่ายักษ์เสื่อมสลายลงอย่างรวดเร็ว


    พลังของสามง่ามและร่างคัดลอกของเต่ายักษ์เอง หนึ่งก็มีพลังทำลายล้างที่รุนแรง อีกหนึ่งก็ทรงพลังไม่แพ้กัน


    การต่อสู้ผ่านไประยะหนึ่ง ด้วยพลังที่ใช้มากขึ้นทำให้เต่ายักษ์อยู่ในสภาพที่เสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว


    จนในที่สุดร่างอันรุ่งโรจน์ของเต่ายักษ์ก็ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างรุนแรง


    ตูมมมมมมมม


    เศษร่างกายที่เสื่อมสภาพแตกกระจายกลายเป็นดอกไม้ไฟ


    ความร้ายกาจของนักฆ่ารัสเซียจึงมาถึงจุดสิ้นสุดเพราะเหตุนี้

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน