ปรางค์ปรียาเดินเข้ามาในห้องของประธานบริษัทภูมิชัยเหลือบมองเพื่อนบุตรสาวแล้วเชิญให้นั่งลงเขาเองรู้สึกสงสัยที่บุตรสาวมาขอร้องแทนเพื่อนเกี่ยวกับการย้ายไปทำงานที่สาขาต่างจังหวัด
“เรียกปรางค์มาพบมีอะไรหรือเปล่าคะท่านประธาน?”หญิงสาวถาม
“ปรางค์มีอะไรหรือเปล่าที่ทำให้ลำบากใจบอกพ่อได้นะ เพราะยัยพินมาขอร้องพ่อให้ปรางค์ย้ายไปอยู่สาขาต่างจังหวัดแต่ไม่ยอมบอกเหตุผลกับพ่อ การทำงานทุกอย่างมันต้องมีเหตุผล พ่อไม่สามารถย้ายคนมีฝีมืออย่างลูกให้ไปอยู่สาขาได้หรอกนะปรางค์แต่หากปรางค์มีเหตุผลมากพอพ่อก็ยินดีที่จะทำตามนั้น”
หญิงสาวอึกอักไม่รู้จะพูดออกไปเช่นไรดี เพราะหากบอกความจริง เธอรู้ดีว่าภูมิชัยต้องโกรธมากกับเื่ที่ผู้ชายคนนั้นเคยทำร้ายเธอและต้องยกเลิกสัญญาของบริษัทแน่นอน
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พินคงเป็ห่วงปรางค์เื่ที่ไทม์โดนเพื่อนล้อน่ะค่ะ เลยอยากให้ปรางค์พาลูกไปเรียนที่ต่างจังหวัดแทนจะได้ไม่โดนล้อเท่านั้นเองค่ะ”
“เพราะเื่นี้เองหรอกหรือ แล้ว... ปรางค์ทนได้หรือเปล่า”
เธออยากจะตอบเหลือเกินว่าทนไม่ไหวแล้ว แต่ว่า... รู้สึกเกรงใจและนึกถึงบุญคุณของภูมิชัยมาตลอดหากเธอจากไปทางนี้จะเป็ยังไง ทว่าในความเป็แม่ ไม่อาจทนเห็นลูกถูกพรากไปได้
“จะเป็ไปได้ไหมคะ หากว่าปรางค์จะย้ายไปอยู่สาขา”เธอถามเสียงเบา แม้รู้สึกเกรงใจแต่เธอกลัวผู้ชายคนนั้นมากกว่า
ภูมิชัยถอนหายใจออกมา แล้วกอดอกพร้อมกับใช้ความคิดอย่างหนัก
“ถ้าปรางค์้าไปพ่อก็ไม่ว่าพ่อตกลง แต่ว่า... พ่อขอเวลาสักหน่อยก็แล้วกันพ่อคงต้องหาคนมาแทนปรางค์ แล้วอีกอย่างพ่อก็ตกลงให้ปรางค์ไปเป็เลขาของคุณลุคส์พ่อคงต้องไปคุยกับเขา ตอนนี้ปรางค์ทำงานเป็เลขาของเขาไปก่อนนะไว้พ่อจะจัดการดูสาขาที่จะย้ายไปให้ตกลงไหม?”
หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณภูมิชัย ตอนนี้คงต้องอดทนไปก่อนไม่นาน... เธอคงได้จากสถานการณ์ที่ทำให้เธออึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้