คันศรสีทะมึนทั่วทั้งคัน ไร้ซึ่งความแวววาวความยาวเมตรครึ่งโดยประมาณ ตัวคันศรสีน้ำตาลเข้มคล้ายหินผา ค่อนข้างสากมือให้ความรู้สึกถึงกาลเวลาที่เนิ่นนานห่างไกล
ฉู่เฟิงเฝ้าค้นหาอยู่นาน แต่ก็ไม่พบอะไร
หวงหนิวไม่พอใจ ต้องการให้ฉู่เฟิงยิงธนูต่อแต่ว่าลูกธนูถูกยิงออกไปหมดแล้ว ทั้งหมดหายเข้าไปในภูเขาลูกเล็กที่อยู่ตรงหน้า
กระนั้น ฉู่เฟิงก็ยังวิ่งไปเขาลูกเล็กนั่น คิดจะเก็บกลับมาใช้ต่อจะได้ไม่เสียของ แต่ที่น่าตกใจก็คือ ลูกศรเหล็กถ้าไม่แตกหักก็ระเบิดไม่เหลือที่ดีๆ เลยสักดอกเดียว
พอนึกดู เขาก็เข้าใจได้ ก็พลังรุนแรงขนาดทลายผาหินขนาดยักษ์ได้แล้วหัวลูกศรเหล็กจะทานทนได้อย่างไร
หวงหนิวฮึ่มฮั่ม มันขอให้ฉู่เฟิงไปเอาลูกศรเหล็กมาเพิ่มมันคันหัวใจอย่างยิ่ง อยากรู้เหลือเกินว่าจะหาเคล็ดหายใจแบบสุดยอดได้หรือไม่
ฉู่เฟิงเองก็ไม่ปลื้ม ตั้งแต่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเขาเองก็อยากได้เคล็ดหายใจฟ้าคำราม
ภายในเวลาไม่นาน หนึ่งคนหนึ่งวัวก็กลับไปเอาลูกศรมาจนได้แถมยังคว้าเขี้ยวขาวคมของไทแรนโนซอรัสมาอีกสองอัน มันคมยาวอย่างกับดาบก็ไม่ปาน
จากนั้นไม่นาน ตรงนั้นก็เต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดกระจัดกระจายอึกทึกไปด้วยเสียงฟ้าร้องสะเทือนแก้วหูหวงหนิวแนบหูมันกับตัวคันศรเพื่อคอยฟังการสั่นสะเทือนของมันฉู่เฟิงเองก็คอยจับสัมผัส แม้แต่เวลายิงยังไม่เล็งเป้าเลย
พวกเขาตั้งอกตั้งใจฟังเสียง ทดลองอย่างไม่หยุด จนพบร่องรอยบางอย่าง!
“เจอแล้ว เปลี่ยนเป็นเขี้ยวมังกร!”หวงหนิวให้ฉู่เฟิงฝนเขี้ยวมังกรมันตรงนั้นแหละ เปลี่ยนใช้แทนหัวลูกศรเหล็ก
“จำเป็นด้วยเหรอ?” ฉู่เฟิงรู้สึกสิ้นเปลืองเขี้ยวมังกรก็ใช่ว่าจะมีเยอะ
หวงหนิวผงกหัวหนักแน่น จากนั้นเขี่ยตัวอักษรอธิบาย
มันคิดว่า ลูกธนูชั้นดีนั้นย่อมคู่ควรกับคันศรชั้นยอดเมื่อทั้งสองอย่างอยู่ใกล้กันจะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการสั่นสะเทือนได้พลังทำลายล้างของลูกศรที่ยิงออกไปจะทรงอานุภาพอย่างถึงที่สุด
พอฉู่เฟิงเปลี่ยนหัวลูกศรเป็นเขี้ยวมังกร ก็รู้สึกถึงความแตกต่างในทันทีเสียงแปลบปลาบ สายฟ้ากระจัดกระจาย ฟ้าร้องครั่นครื้น ยามลูกศรพุ่งออกไป
ฉู่เฟิงและหวงหนิวต่างเพ่งสมาธิไปที่คันศรไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพลังทำลายล้างจากลูกศรเขี้ยวมังกรเป็นเช่นไรตั้งใจจดจ่อฟังเสียงชีพจรพิสดารนั่น
“ได้ยินแล้ว จังหวะชัดเจนมาก!”
ฉู่เฟิงลิงโลด เหมือนกับตอนที่เขาฝึกหายใจตามหวงหนิวเขาเองก็รู้สึกคุ้นเคย พยายามจดจำให้แม่นยำ
หวงหนิวเองก็หูตั้ง ดวงตาเป็นประกาย
อีกพักใหญ่ พวกเขาถึงผละออกจากคันศร
“น่าเสียดาย!” หวงหนิวเขี่ยพื้น
จังหวะการหายใจนี้ สามารถสัมผัสได้ แต่ยากนักที่จะเข้าถึง
“ลองอีก!” หวงหนิวเร่ง
เช่นนี้ ฉู่เฟิงจัดการฝนเขี้ยวมังกรยักษ์ทั้งสองอันให้เป็นหัวลูกศรแล้วยิงออกไปจนหมด
ในที่สุด พวกเขาก็จับจังหวะชีพจรของมันได้อย่างชัดเจนเป็นจังหวะการสะท้อนที่ซับซ้อนอย่างมาก หากก็มีหลักเกณฑ์พวกเขาต่างก็จดจำจนหมดสิ้น
หวงหนิวถอนใจเบาๆ ถึงแม้จะจับจังหวะได้ แต่ก็ยังรู้สึกเสียดาย
“น่าเสียดายจริงๆ” ฉู่เฟิงเองก็เอ่ยเช่นนั้น
เคล็ดหายใจนี้จำต้องมีการถ่ายทอดด้วยวิธีลับอย่างในตอนแรกที่เขาตามจังหวะการหายใจของหวงหนิว เลียนแบบได้แต่สุดท้ายก็ยังต้องให้หวงหนิวใช้วิธีลับ เหนี่ยวนำเข้าสู่พลังจิตจึงจะสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของมันได้
หนึ่งคนหนึ่งวัวต่างสงบนิ่ง ทดลองฝึกเงียบๆ
ไม่นานนัก เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นในร่างพวกเขา ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดเหมือนกับมีค้อนสายฟ้ากำลังไล่ทุบกระดูกและอวัยวะภายใน
ฉู่เฟิงแตกตื่นหากไม่ใช่เพราะได้ฝึกเคล็ดหายใจอีกแบบที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมาตั้งแต่แรกเมื่อถูกโจมตีอย่างฉับพลันเช่นนี้คงไม่แคล้วต้องกระอักเลือด
เคล็ดหายใจฟ้าคำราม รุนแรงโหดมากจริงๆ!
“ฟู่!”
เมื่อผ่อนลมหายใจครั้งสุดท้ายก็รู้สึกเหมือนกับสายฟ้าได้ชำระล้างเลือดเนื้อ ปรับระบบภายในหลังจากความรู้สึกรวดร้าวและด้านชา ต่อมาคือความโปร่งโล่งสบายทั่วร่าง
ฉู่เฟิงรู้สึกว่า เคล็ดหายใจนี้พิสดารเกินไป
มันส่งผลให้เห็นในทันที มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง!
มิน่าถึงได้บอกว่ามันรุนแรง ฟื้นฟูร่างกายยกระดับพลังจิตเป็นอย่างนี้นี่เอง
นี่ยังเป็นเพียงแค่ผลจากการทำตามเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้นทั้งยังภายในเวลาอันสั้นอีกด้วย หากสามารถหาเคล็ดหายใจฟ้าคำรามมาได้ทั้งหมดผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรกัน?
ฉู่เฟิงนัยน์ตาร้อนแรง เคล็ดหายใจนี้ร้ายกาจเกินไปแล้วเขาอยากได้เสียเหลือเกิน
หวงหนิวยืนอยู่ตรงนั้น เสียงฟ้าผ่าในร่างสงบลงแล้ว มันเองก็ตกใจแต่ในขณะเดียวกันก็เสียดายสุดประมาณเพราะไร้ซึ่งหนทางที่จะได้มาซึ่งแก่นแท้อันสูงสุดของเคล็ดหายใจแบบสุดยอด
“หวงหนิว มีทางหาเคล็ดหายใจฟ้าคำรามทั้งหมดไหม?” ฉู่เฟิงมองมันอย่างกระตือรือร้น
หวงหนิวรับฟังอย่างจนปัญญา มันส่ายหัวแล้วเขี่ยพื้น “ให้ตายก็หาไม่ได้”
ฉู่เฟิงพอเห็นก็ไล่ถามเป็นพัลวัน
“ผลกระทบรุนแรงเกินไป!” หวงหนิวอธิบาย
เคล็ดหายใจฟ้าคำรามนั้นเป็นวิชาระดับสูงสุด พูดง่ายๆก็คือให้ทำอย่างไรก็ไม่มีทางได้มา ตอนที่มันเห็นคันศรนั้นยังคิดแค่ว่าเป็นเพราะโชคดีเท่านั้นเอง
ในเมื่อความเป็นจริงเป็นเช่นนี้เคล็ดหายใจแบบสุดยอดคงไม่มีทางตกมาสู่โลกภายนอกอย่างแน่นอน
หวงหนิวปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว ยืดตัวตรง ตบไหล่ฉู่เฟิงบอกเขาว่าอย่าคิดมาก แล้วหมุนตัวเดินกลับ
“ภูเขาลูกเล็กนั่นเตี้ยไปเลยเหรอ?!” ฉู่เฟิงอึ้งเขาเพิ่งมาเห็นภูเขาล้านเลี่ยนเตียนโล่ง ที่ถูกทำลายเสียราบคาบจนหดเตี้ยลงหลังจากยิงลูกศรเขี้ยวมังกรไปจนหมด
เมื่อครู่เขาเอาแต่ยิงธนูออกไป แต่สมาธิกลับจดจ่ออยู่ที่คันศรฟ้าคำรามช่วยกันฟังเสียงชีพจรกับหวงหนิว เรื่องอื่นๆ กลับลืมเลือนจนสิ้น
ฉู่เฟิงรีบวิ่งดู ก็พบว่าลูกศรเขี้ยวมังกรยังอยู่ในสภาพดีเก็บกลับมาใช้ต่อได้อีก
กลับถึงบ้าน เขาก็เอาเขี้ยวมังกรออกมาเจียทำเป็นลูกศรส่วนใหญ่ใช้เขี้ยวมังกรเป็นหัวลูกศร ส่วนก้านธนูก็ใช้อย่างอื่นทำ
จนกระทั่งสุดท้าย เขาทุ่มเททำลูกศรเขี้ยวมังกรขึ้นมาสิบสองดอกตัวลูกศรทำจากเขี้ยวมังกรทั้งหมด เสียเวลาไปเนิ่นนานกว่าจะเจียได้ขนาดนั้น
ขนาดฉู่เฟิงในตอนนี้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ยังใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงเสียล้อเจียไฟฟ้าไปอีกหลายอัน เขี้ยวมังกรพวกนั้นแกร่งอย่างกับอะไรดี
พอเสร็จงาน ฉู่เฟิงก็หันไปดูหวงหนิวแวบหนึ่งไอ้หมอนี่ลืมเรื่องคันศรฟ้าคำรามไปนานแล้ว ตอนนี้มันอารมณ์ดีจิ้มเครื่องมือสื่อสารอย่างเมามัน
“หวงหนิว นายก่อเรื่องอะไรอีกล่ะสิ?” ฉู่เฟิงถามไปงั้นๆ
หวงหนิวได้ยินก็สะดุ้ง ทำท่าอย่างกับขโมย กอดเครื่องมือสื่อสารแน่นกีดกันฉู่เฟิง
แค่ปราดตาดู ฉู่เฟิงก็รู้ทันที ไอ้หมอนี้ก่อเรื่องอีกจริงๆ ด้วย!
“เอามาให้ฉันดูหน่อย!” เขาวิ่งมาดู
“มอ!” หวงหนิวร้องต่ำๆ เป็นการเตือน
...
อำเภอเมือง โจวเฉวียนกินอาหารเย็นเสร็จ รู้สึกสบายตัวเพราะเนื้อไทแรนโนซอรัสมันช่างสดอร่อย รสชาติยังคงอบอวลอยู่ในปาก
คนในครอบครัวของเขาต่างชื่นชม บอกว่าเนื้ออย่างนี้ช่างสดใหม่รสชาติดีเยี่ยม กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
โจวเฉวียนฮัมเพลง เดินกลับไปที่ห้องตัวเอง ผ่อนคลายอย่างยิ่งหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาเปิด ไถดูข่าวคร่าวๆ
เขาอารมณ์แจ่มใส ผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด
“รูปนี้ ดูด้านข้างนี่ เท่เหมือนเราอยู่ไม่น้อยแฮะ หมอนี่ใครหว่า? ได้ออกสื่อด้วย แถมยังเหมือนเราอีกต่างหาก”โจวเฉวียนมองดูรูปแล้วมีสีหน้าแปลกใจ จากนั้นก็เบ้ปาก เอ่ยว่า “ไอ้บก.ตาถั่วเอารูปหมอนี่มาใส่ได้ เวลาเลือกรูปน่ะมาหาฉันเซ่!”
เขาส่ายหัวด้วยอาการรับไม่ได้
“เฮ้ย เดี๋ยว!”
เขาตะโกนลั่น เพราะพอจิ้มเข้าไปดูให้ละเอียด ก็ถึงกับใบ้กิน
“แม่งเอ๊ย นี่....มันตูนี่หว่า?!”
แม้แต่เสื้อผ้าก็ใช่ แถมยังมีรูปหน้าตรงอีกรูป โชว์ทรงผมหวีเสยสุดอลัง
โจวเฉวียนตาค้างปากค้าง ช็อกไปชั่วครู่ เขาออกข่าวได้อย่างไรกัน?
เขาสังหรณ์ใจไม่ดี ยังไม่ดูเนื้อข่าว รีบย้อนกลับไปดูหัวข้อข่าวก่อน
พอเห็นชัด เขาก็แทบกระอักเลือด
“เจ้าพ่อมีม กลับคืนวงการแล้ว!” พาดหัวข่าวอย่างนี้โจวเฉวียนถึงกับลุกพรวด จากนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นได้
“ไอ้หนิวหมัวหวัง!” วินาทีต่อมาเสียงตะโกนดังลั่นออกมาจากห้องของโจวเฉวียน สะเทือนไปทั้งชั้นบนชั้นล่างสุนัขทั้งในบ้านตัวเองและบ้านใกล้เรือนเคียงต่างเห่าหอนอย่างกับขานรับเสียงคำรามของเขา
โจวเฉวียนอ่านข่าวตัวสั่นเทิ้ม แน่นอน เป็นฝีมือหวงหนิวอีกแล้ว
ต่อจากโพสในเว็บ ‘รูปเห่ยๆ มาทางนี้’ ที่ครั้งก่อนมีรูปเห่ยๆ ของเขา คราวนี้มีเพิ่มขึ้นอีกหลายรูปดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก
คราวนี้ แอดมินของเว็บไม่ได้ทำแค่ปักหมุดเท่านั้น แต่ยังใส่ไฟกะพริบให้อีกจนกลายเป็นกระทู้ร้อนแรง ที่น่ากลัวก็คือยอดคลิกที่โจวเฉวียนเห็นเข้าก็แทบจะลมจับ
เขาไม่อยากจะนับ ว่าตัวเลขชุดนั้นมันมีกี่หลัก
รูปพวกนี้เป็นรูปที่หวงหนิวแอบถ่ายวันนี้ด้วยมุมกล้องที่มีลูกเล่นทำให้ภาพที่ออกมายังน่าเกลียดได้อีกใกล้เคียงกันกับภาพชุดก่อน เรียกได้ว่ามาสายเดิมเป็นการเติมเต็มให้ครบชุดอย่างงดงาม
“มีรูปพวกนี้เพิ่มเข้ามา มีมชุดนี้เรียกได้ว่าครบอ่ะ ได้หนึ่งซีรีส์ละคำนับท่านหวงหนิว!”
“ผมทรงเสยครั้งนี้มีดัดด้วยอ่ะ ฮ่าๆ...เจ้าพ่อมีม”
“เราเก็บครบแล้ว ขอบคุณท่านหวงหนิว!”
...
ผู้คนต่างพากับชาบูแอคเคาท์เจ้าของรูปพวกนี้ ... ท่านหวงหนิว
“อ๊ากกก...” โจวเฉวียนตะโกนก้อง อารมณ์พลุ่งพล่านอยากพุ่งไปเมืองชิงหยางในทันที จับหวงหนิวมากัดไม่ปล่อย มันแค้นเหลือจะเอ่ย
เพราะรูปพวกนี้เคยได้รับการพูดอย่างล้นหลามมาก่อนครั้งนี้พอมีรูปใหม่เพิ่มเข้ามา บางสื่อจึงหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อข่าวเสียเลย
“หวงหนิว ฉันจะฆ่าแก๊!”
โจวเฉวียนค้นอยู่ครู่ก็พบว่า สื่อไม่น้อยต่างก็รายงานข่าวนี้ตอนนี้ไม่อยากดังดูท่าจะยากเสียแล้ว
เขาโทรหาหวงหนิวทันที แล้วไง มันกดสายเขาทิ้งฉับ ไม่ยอมรับสาย
นี่ยิ่งทำให้โจวเฉวียนคลุ้มคลั่งจนแทบจะกระอักเลือด เขาส่งข้อความหามันประเคนคำด่าสารพัดสาปแช่ง
“หวงหนิว พ่อแกสิ แล้วต่อไปฉันจะอยู่เป็นผู้เป็นคนได้ไงวะ?!” เขาไล่บี้มัน
ในที่สุด หวงหนิวก็ตอบกลับมาสั้นๆ ‘อย่าโศกเศร้าหากเบื้องหน้าไร้ผู้รู้ใจ’1
โจวเฉวียนถึงกับตาโต ไอ้หนิวหมัวหวังหน้าไม่อายนี่รู้จักโคลงกลอนด้วยเหรอ?เรียนรู้ได้เร็วมาก แต่ว่ามันโคตรจะน่าโมโหเลย!
“รู้บ้านแกน่ะสิ!” เขายังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ง
หวงหนิวไม่สนใจเขา จนกระทั่งเห็นว่าเขาตาม “รังควาน” ไม่หยุดจึงต่อท่อนจบกลับไป ‘ใต้หล้าผู้ใดไม่รู้จักท่าน’
โจวเฉวียนตอนแรกยังอื้ง จากนั้นก็คลั่งต่อ
แน่นอน ตอนนี้ใต้หล้าต่างรู้กันทั่ว แต่ว่า นี่มันเป็นเรื่องที่ควรรู้ไหม?เขาโมโหจนไฟลุกท่วม ทั้งปากทั้งจมูกพ่นไฟออกมาได้โดยไม่รู้ตัว
โจวเฉวียนสะดุ้งโหยง จากนั้นรีบเผ่นออกจากบ้าน วิ่งออกไปนอกเมืองตะโกนกู่ร้องยาวนาน เปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่ง แผดเผาป่าจนไหม้เป็นตอตะโกไปแถบ
“อ๊ากกก....”
...
เมืองชิงหยาง ฉู่เฟิงรู้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไอ้วัวบ้านี่ก่อเรื่องจริงๆ ด้วย!
หวงหนิวนิ่งเรียบร้อย ค่อยๆ ไถอ่านข่าวไปด้วยท่าทีเรื่อยเฉื่อยไม่รีบไม่ร้อน
ปังปังปัง!
เสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก
“ฉู่เฟิง เปิดประตู ไหนบอกว่าวันนี้จะเอาของกินไปให้ไง ยังไม่เอาไปให้อีก?!” เสียงตะโกนดังมาจากประตูใหญ่
“ใครน่ะ?” ฉู่เฟิงงุนงง ยามกะทันหันนึกไม่ออก
“คนขายเนื้อแกะย่าง!”เสียงอาเฮียขายเนื้อแกะย่างดังลั่นๆ อยู่นอกบ้าน น้ำเสียงไม่พอใจ แล้วทุบประตูรัวๆอย่างแรงอีกครั้ง
พอได้ยินปุ๊บ หวงหนิวที่ท่าทางเรื่อยเฉื่อย สบายๆ พลันโมโหปรี๊ดมันกระเด้งขึ้นมา จมูกพ่นควันขาว อยู่เฉยไม่ได้แล้วอย่างนี้มันต้องมีเรื่องกันหน่อย
ฉู่เฟิงพุ่งไปขวาง รั้งมันอย่างสุดความสามารถ พลางปลอบมันเสียงเบา“นิ่งไว้ ใจเย็น!”
ใจเย็นกะผีแน่ะ! หวงหนิวหัวร้อนพอรู้ว่าใครอยู่หน้าบ้าน แล้วจะให้นิ่งทำซากอะไร ดีดกีบใส่มันเลย มันดิ้นรุนแรงท่าทางอย่างกับจะออกไปฆ่าเขาอย่างนั้นแหละ
ฉู่เฟิงออกแรงวัวแรงควายดึงมันอย่างสุดความสามารถ พูดห้ามจนน้ำลายแห้งมันถึงสงบลงในที่สุด
หวงหนิวฮึดฮัดฟึดฟัด ไม่สนไม่แคร์เขา
ฉู่เฟิงใช้กระบี่สั้นเฉือนเนื้อราวห้ากิโลกรัมแล้วถือออกไปมอบให้กับอาเฮียขายเนื้อแกะย่าง บอกเขาว่าอาหารแห้งหมดแล้วขอชดใช้ด้วยเนื้อแทน
อาเฮียขายเนื้อย่างไม่พอใจ ท่าทางสงสัยอย่างหนัก ถามว่า“แล้วเนื้อของเธอมีปัญหาหรือเปล่า กินเข้าไปแล้วคงไม่ท้องเสียหรอกนะ?”
ในบ้าน หวงหนิวได้ยินเข้าก็แทบจะพุ่งออกไป
“รีบไปเถอะ!” ฉู่เฟิงรีบผลักอาเฮียขายเนื้อให้กลับไปแล้วปิดประตูใหญ่ดังปัง ลงกลอนแน่นหนา
พอกลับเข้ามาในบ้าน ฉู่เฟิงจะไม่ปลอบมันก็ไม่ได้
“อย่าก่อเรื่องน่า พรุ่งนี้เราต้องขึ้นเขาไท่หังซานแต่เช้าเพื่อไปแย่งลูกไม้วิเศษนะ ฉะนั้น ตอนนี้... เย็นไว้โยม!”
นอกบ้าน
“เฮ้ ฉู่เฟิง แน่ใจนะว่าเนื้อนี่ไม่มีปัญหาน่ะ กินแล้วไม่ท้องเสียแน่นะ?” อาเฮียขายเนื้อย่างยังคงไม่วางใจ ยืนตะโกนถามอยู่หน้าบ้าน
“มอ...” หวงหนิวโมโหแรง กระทืบกีบจะพุ่งออกไป
“เสียงอะไรน่ะ?” อาเฮียขายเนื้อย่างถาม ก่อนจากไปยังอุตส่าห์ตบประตู ตะโกนบอกว่า “ถ้าท้องเสีย ฉันมาเอาเรื่องนายแน่!”
“ไป๊!” ฉู่เฟิงดึงรั้งหวงหนิวสุดแรงที่มี
**********************
1 อย่าโศกเศร้าหากเบื้องหน้าไร้ผู้รู้ใจใต้หล้าผู้ใดไม่รู้จักท่าน 莫愁前路无知己,天下谁人不识君 เป็นสองท่อนสุดท้ายของบทกลอน ลาต่งต้า 1 (别董大 其一) เป็นกลอนที่เกาสือ (กวีในสมัยราชวงศ์ถัง)แต่งให้กับต่งต้า (ต่งถิงหลัน นักดนตรีเชี่ยวชาญเพลงพิณในสมัยราชวงศ์ถัง)ในการจากลา เพื่อปลอบใจว่า อย่าได้เป็นกังวลว่าต่อไปจะไม่พบผู้รู้ใจในเมื่อตอนนี้ฝีมือพิณของต่งต้าเป็นที่เลื่องลือ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักเขา