บทที่ 139: คู่ชิงชนะเลิศ
ความวุ่นวายจากการพ่ายแพ้ขององค์ชายรองค่อยๆ สงบลง ทหารรีบหามร่างที่โชกเลือดขององค์ชายไปรักษา ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้ง ฮ่องเต้เมฆาครามนั่งกำหมัดแน่นบนบัลลังก์ พระพักตร์บิดเบี้ยวด้วยความอัปยศอดสู แต่สายตาที่มองไปยังกู่เทียนฉิงกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทำให้พระองค์ไม่กล้าสั่งลงโทษหลิงเซียวในทันที
"คู่ที่สองของรอบรองชนะเลิศ... 'เจี้ยนเฉิน' แห่งนิกายกระบี่คราม ปะทะ 'พยัคฆ์คำราม' เล่ยเป่า!"
เสียงประกาศเรียกสติของทุกคนกลับมาสู่ลานประลอง
เล่ยเป่า เป็นยอดฝีมือม้ามืดที่ใช้วิชาหมัดมวยอันทรงพลัง เขาผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยพละกำลังที่ดิบเถื่อน แต่เมื่อต้องมายืนอยู่ต่อหน้าเจี้ยนเฉิน ร่างกายของเขากลับสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
เจี้ยนเฉินเดินขึ้นเวทีด้วยรอยยิ้มที่ดูแคลนทุกสรรพสิ่ง เขาไม่แม้แต่จะชักกระบี่
"เริ่มได้!"
"ย๊ากกก! หมัดพยัคฆ์ทำลายภูผา!" เล่ยเป่ารวบรวมความกล้า พุ่งเข้าชกด้วยหมัดที่ห่อหุ้มด้วยปราณสีเหลืองทอง รุนแรงปานหินผาถล่ม
เจี้ยนเฉินยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งไขว้หลัง มืออีกข้างยกขึ้นรับหมัดนั้น... ด้วยฝ่ามือเปล่าๆ!
หมับ!
แรงกระแทกที่ควรจะป่นกระดูกกลับหายวับไปราวกับก้อนหินจมลงในบ่อโคลน เจี้ยนเฉินรับหมัดของเล่ยเป่าไว้ได้อย่างง่ายดาย
"มีแรงแค่นี้รึ?" เจี้ยนเฉินถามเสียงเย็น
ทันใดนั้น ปราณสีแดงฉานก็พุ่งออกจากมือของเจี้ยนเฉิน ไหลย้อนกลับเข้าไปในแขนของเล่ยเป่า!
"อ๊ากกกก! แขนข้า! มันร้อน! มันกำลังกัดกินข้า!" เล่ยเป่ากรีดร้อง แขนของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตถูกสูบออกไป!
เจี้ยนเฉินสะบัดมือเบาๆ ร่างของเล่ยเป่าก็ปลิวไปกระแทกกำแพงสนามประลองดัง โครม! หมดสติไปในสภาพที่ร่างกายซีกขวาเหี่ยวแห้งราวกับซากศพ
"กระจอก"
เจี้ยนเฉินกล่าวสั้นๆ ชัยชนะของเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งลมหายใจ รวดเร็วและน่ากลัวไม่แพ้หลิงเซียว
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่ารอบชิงชนะเลิศกำลังจะเริ่มขึ้นโดยไม่มีการพักเบรก เพราะทั้งคู่แทบไม่ได้เสียพลังงานไปเลย
"ขอเชิญคู่ชิงชนะเลิศขึ้นสู่เวที!"
หลิงเซียวลุกขึ้นยืน เขาปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินขึ้นบันไดฝั่งซ้าย
เจี้ยนเฉินยืนรออยู่กลางเวทีแล้ว รังสีอำมหิตสีแดงจางๆ แผ่ออกมารอบตัว
ทั้งสองมายืนประจันหน้ากันกลางลานประลองหยกขาว
ฝั่งหนึ่งคือ "อสูรผมเงิน" ผู้สังหารอย่างไร้ความปรานี ชุดดำผมเงินสงบนิ่งดุจหุบเหวลึก
อีกฝั่งคือ "มารกระบี่" ผู้ดูดกลืนชีวิต ชุดครามรอยยิ้มวิปริตดุจเปลวเพลิงจากนรก
สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน เกิดเป็นแรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกไปทั่วสนาม ผู้ชมบนอัฒจันทร์รู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด
"ในที่สุด..." เจี้ยนเฉินแลบลิ้นเลียริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความกระหาย "ข้าจะได้เด็ดหัวเจ้าเสียที เจ้าสวะบ้านนอก"
"พูดมาก" หลิงเซียวตอบกลับสั้นๆ มือวางลงบนด้ามกระบี่วิญญาณ "รีบเข้ามาตายได้แล้ว ข้ามีธุระต้องไปทำต่อ"
"ปากดี!" เจี้ยนเฉินหัวเราะลั่น "วันนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง 'อัจฉริยะ' กับ 'ขยะ'!"
บนพลับพลาประธาน กู่เทียนฉิงจ้องมองลงมาด้วยแววตาเป็นประกาย
"เริ่มได้เลย... สังเวยเลือดของพวกเจ้า เพื่อบันไดสู่วิถีเทพของข้า!"
เสียงระฆังยกสุดท้ายดังขึ้น! ศึกชิงเจ้ายุทธภพที่จะตัดสินชะตากรรมของแคว้น ได้เปิดฉากแล้ว!