ั้แ่ต้นจนจบไป๋จิ่นห้าวมานั่งข้าง ๆ ฮารุ ไม่ได้ชวนลูกพี่ของตนพูดคุย เขาทำแค่ดูอีกฝ่ายเล่นเกม
ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ลูกพี่ของเขาก็จบเกมได้?!
ถึงจะแย้งว่าแรงค์ต่ำมากก็เถอะ แต่นี่มันจะเกินไปหน่อยแล้ว!
ไม่ตายสักตัว แถมไม่ต้องมีซัพพอร์ตคอยกัน แต่ได้เฟิร์สคิล (ฆ่าได้คนแรกของเกม) ดับเบิ้ลคิล (ฆ่าฝั่งศัตรูไป 2 คน) ก่อนจบเกมยังทำเมกะคิล (ฆ่า 5 คนในเวลาติด ๆ กัน) ไปอีก 2 รอบ
นี่มันเกินไปแล้ว!
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ลูกพี่เขาเทพขนาดไหน
นี่มันนักเล่นระดับโปรเพลเยอร์ชัด ๆ!
ไป๋จิ่นห้าวด้วยความอยากรู้อยากเห็นสกอร์ของฮารุ เขารีบล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเข้าไปเกมไปดูโปรไฟล์เกมของลูกพี่ใหม่คนนี้!
เข้าหน้าเกมได้อย่างแรกที่ทำคือเข้าไปกดรับแอดอีกฝ่ายทันที
เห็นชื่อที่ลูกพี่ของเขาใช้แล้วก็อดจะจิ๊ปากขึ้นมาไม่ได้ ‘ข้าคือบรรพบุรุษของเ้า’ ช่างเป็ชื่อที่กำเริบเสิบสานเหมาะกับลูกพี่ของเขาจริง ๆ!
ไป๋จิ่นห้าวไม่รอช้า กดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์เกมของคนที่เขาเรียกว่า ‘ลูกพี่’ ทันที
หน้าโปรไฟล์เกมของ ‘ข้าคือบรรพบุรุษของเ้า’
เกมที่เล่นทั้งหมด 26 เกม
อัตราการชนะ 100%
โหมดจับคู่ธรรมดา 10 ครั้ง
โหมดจัดอันดับ 16 ครั้ง
แรงค์สูงสุด: แพลตินัมV 2 ดาว (V=5)
MVP ฝ่ายชนะ 26 ครั้ง
MVP ฝ่ายแพ้ 0 ครั้ง
Legendary 50 ครั้ง
Triple kill (ฆ่า 3) 40 ครั้ง
Quadra kill (ฆ่า 4) 37 ครั้ง
Mega kill (ฆ่า 5) 33 ครั้ง
(*Legendary เลเจนดารี่ หมายถึง ฆ่าได้มากกว่า 7 ครั้ง แล้วตัวเองต้องไม่ตายในระหว่างฆ่า 7 ครั้งนั้นหรือมากกว่า ถ้าฆ่าได้มากกว่า 7 ตัวแล้วตัวเองตาย ก็ต้องเริ่มนับใหม่)
ได้อ่านหน้าโปรไฟล์ของฮารุ ไป๋จิ่นห้าวก็นิ่งงันก่อนสบถในหัว
‘นี่มันปีศาจชัด ๆ!’ แล้วที่เขาบอกว่าจะแบกลูกพี่เล่า นั่นมันเื่ตลกชัด ๆ! เขานี่สิต้องให้อีกฝ่ายแบก
จากนั้นก็เอ่ยพูดกับฮารุด้วยความแน่วแน่แฝงความคาดหวัง
“ลูกพี่… พักกินข้าวผมจะพาลูกพี่ไปหาเงินและได้เล่นสนุกทันที!”
ฮารุสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายเดี๋ยวก็หุบเดี๋ยวก็อ้าปากตาโตหรี่ตาเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ท้ายสุดก็เผยสีหน้าจ้องมองมาที่เธอเหมือนเก็งสมบัติล้ำค่าได้อย่างไรอย่างนั้น
เธอหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา ได้แต่คิดว่าไป๋จิ่นห้าวผู้ที่ขอติดตามเธอเป็ลูกน้องจะพาเธอไปเล่นสนุกอะไร ก่อนจะผงกศีรษะแล้วตอบกลับไป “อ่า ได้”
“เนี่ยยยย! มันต้องอย่างงั้นสิลูกพี่ วันนี้แหละ พวกเราจะต้องไปประกาศศักดาให้พวกมันรู้ว่า เป็ใครกันแน่ที่เก่งสุดในโรงเรียน!”
เห็นท่าทีกระตือรือร้นของไป๋จิ่นห้าว ฮารุก็อดยกยิ้มมุมปากขึ้นมาไม่ได้
โรงเรียนมันคงไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นแล้วหรอกมั้ง เธอคิด
เสียงกริ่งพักกลางวันดังขึ้น
ไป๋จิ่นห้าวรีบเก็บสัมภาระบนโต๊ะอย่างรีบร้อน ปากก็พร่ำเรียกร้องเร่งรัดเสียงดังซ้ำ ๆ ให้เธอรีบตื่น และลุกออกจากเก้าอี้ซักที “ลูกพี่ตื่น ๆ พักเที่ยวแล้ว ไปกินข้าวกันก่อน จะได้มีแรงออกรบ”
ฮารุได้ยินอีกฝ่ายเรียก ก็ยืดตัวตั้งตรงราวกับไม้บรรทัดขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเอือมระอา
เธอแค่ฟุบนอนลงบนโต๊ะเฉย ๆ ไม่ได้หลับ
ฮารุได้ยินเสียงอีกฝ่ายพร่ำเรียกั้แ่ครั้งแรกแล้ว
เธอไม่ได้โกรธไป๋จิ่นห้าว ที่เอาแต่เร่งรัดเธอ แค่เบื่อปนระอาก็เท่านั้น
เธอเข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่าย
ไป๋จิ่นห้าวก็เปรียบเสมือนเด็กน้อยคนนึงที่ได้ของเล่นใหม่ ๆ แล้วรีบจะเอาของเล่นนั้นไปโอ้อวดกับเพื่อนก็เท่านั้นเอง
ซึ่งฮารุเปรียบเหมือนของเล่นชิ้นนั้น
“ลูกพี่ตื่นแล้วเหรอ ไป ๆ วันนี้จะพาลูกพี่ไปกินข้าวที่โรงอาหารก่อน จากนั้นผมจะพาลูกพี่ไปเล่นสนุก” ไป๋จิ่นห้าวเห็นว่าลูกพี่ของตนตื่นแล้ว ก็รีบยิ้มประจบประแจงพลางกระดิกหางเดินมาหาเธอที่โต๊ะ
ฮารุตอบกลับสีหน้าเอือมระอาขั้นสุด “นำทางไป”
“น้อมรับคำบัญชา” ไป๋จิ่นห้าวทำท่าตะเบ๊ะตอบรับด้วยน้ำเสียงขี้เล่น แล้วเดินนำฮารุออกไปโรงอาหารของโรงเรียน
ณ โรงอาหาร ของโรงเรียนอินเตอร์ลั่วซินเฉิง
เมื่อมาถึงหน้าโรงอาหารฮารุก็กวาดสายตามองรอบ ๆ พบว่านักเรียนที่มาทานข้าวที่นี่มีไม่น้อยเลย
ส่วนไป๋จิ่นห้าวั้แ่ออกจากห้องเรียนยันถึงโรงอาหาร เขาก็จ้อไม่หยุด อธิบายลักษณะคร่าว ๆ ของโรงอาหารให้ฟัง
โรงอาหารตกแต่งอย่างหรูหรา ตามประสาโรงเรียนของบรรดาพวกลูกเศรษฐี
โรงอาหารมีทั้งหมด 2 ชั้น
ชั้นแรก เป็ร้านอาหารของโรงเรียน ซึ่งทำตามตารางที่เขียนไว้แปะเท่านั้น
ชั้นที่สอง เป็อาหารตามสั่ง ส่วนมากจะเป็ร้านข้างนอกที่โรงเรียนเปิดประมูลเข้ามาขายในโรงเรียน ซึ่งรวมร้านอาหารชื่อดังของเมืองลั่วไว้มากมาย
“ลูกพี่จะกินชั้นแรกหรือชั้นสอง” เขาอธิบายโรงอาหารจบก็หันหน้ามาถามเธอ
“ชั้นสองก็แล้วกัน” ฮารุตอบ
“โอเค จัดไป”
ฮารุกับไป๋จิ่นห้าว ตามมาด้วยเฉียวปินปินที่เดินตามเธอกับไป๋จิ่นห้าวมาั้แ่ออกจากในห้องเรียน
เขาเดินตามพวกเธอมาเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร ทำเหมือนตัวเองเป็ธาตุอากาศ ส่วนไป๋จิ่นห้าวก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้เธอฟัง
ฮารุไม่ได้ถามอะไร เธอไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็น
เธอสรุปกับตัวเองเอาว่า เฉียวปินปินคงทำแบบนี้เป็ประจำ
พอเข้ามาด้านใน พวกเธอสามคนก็ต้องเป็เป้าสายตาของคนในโรงอาหาร
เพราะความหน้าตาดีผิดมนุษย์ของพวกเธอทั้งสามล่ะมั้ง ถึงได้ตกเป็เป้าสายตาแบบนี้
เธอยักไหล่เบ้ปากไม่ให้ความสนใจกับสายตาตกตะลึงพวกนั้น แล้วเดินก้าวเท้าขึ้นบันไดไป
“ลูกพี่จะกินอะไร เดี๋ยวผมไปสั่งให้ หรือจะให้ผมแนะนำก่อนค่อยตัดสินใจ” ไป๋จิ่นห้าวถามเมื่อทั้งสามคนมานั่งที่โต๊ะแล้ว
“มีเกี๊ยวมั้ย”
“มีสิ มีทั้งเกี๊ยวซ่า เกี๊ยวน้ำ ไส้หมูกุ้ยช่าย ไม้ปู ไส้กุ้ง etc. มีซุปใส ซุปหมาล่า ซุปสาหร่าย ซุปต้มยำก็มีนะเป็ซุปที่ขึ้นชื่อของประเทศ T อะ อร่อยมาก ๆ”
“งั้นเอาเกี๊ยวซ่าไส้หมูกับเกี๊ยวน้ำใส่ปูซุปใสแล้วกัน โค้กแก้ว 1 น้ำแร่ 1 นี่เงิน” ฮารุพูดพลางล้วงเงินในกระเป๋าแบงค์ร้อย 2 ใบให้กับไป๋จิ่นห้าว เธอไม่รู้ว่าของที่นี่ราคาเท่าไหร่ แต่คงไม่เกิน 200 หรอกมั้ง
ไป๋จิ่นห้าวหยิบมาแบงค์เดียวเท่านั้นในหัวก็คำนวณค่าอาหาร พอคำนวณเสร็จก็อธิบายให้เธอฟัง “เอามา100 เดียวก็พอแล้ว เกี๊ยวซ่าแค่ 30 เกี๊ยวน้ำ 35 โค้กแก้วใหญ่แค่ 10 น้ำแร่ขวดก็แค่ 20 เอง ทั้งหมดก็แค่95 หยวนเท่านั้น”
ไม่น่าเชื่อ ว่าอีกฝ่ายจะเป็คนละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้ นับถือนับถือ
“ลูกพี่นั่งเฝ้าโต๊ะไว้นะ อย่าไปไหนลุกไปไหน เดี๋ยวมีคนมาแย่งที่ ผมจะรีบไปซื้ออาหารกับไอ้นั่นเอง” ไป๋จิ่นห้าวอธิบายให้เธอฟังจบ ชี้ไปที่เฉียวปินปินที่ฟุบหลับอยู่ จากนั้นก็ใช้มือฉุดกระชากลากถูเฉียวปินปินขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปร้านเกี๊ยวทันที
ส่วนเฉียวปินปินก็เดินตามไปแบบงง ๆ
พอทานอาหารเสร็จ ทั้งสามคนก็หยิบสัมภาระของตัวเองแล้วเดินลงบันไดทันที
จานชามไม่ต้องเก็บเพราะมีแม่บ้านคอยเดินเก็บอยู่แล้ว
ไป๋จิ่นห้าวบอกว่า ได้เวลาไปเล่นสนุกบวกได้เงินกันได้แล้ว
_______
อธิบายแรงค์ในเกม สำหรับนักอ่านที่ไม่ได้เล่นเกมจะได้เข้าใจ~
เรียงลำดับจากแรงค์ต่ำไปถึงสูงสุด
แรงค์บรอนซ์ มี 3 ขั้น ขั้นละ 3 ดาว
แรงค์ในเกมจะใช้เป็เลขโรมัน
Bronze III
Bronze II
Bronze I
จากนั้นก็เป็ แรงค์ซิลเวอร์ มี 3 ขั้น 4 ดาว
Silver III
Silver II
Silver I
แรงค์โกลด์ (Gold) มี 4 ขั้น 4 ดาว
แรงค์แพลตินัม (Platinum) มี 5 ขั้น 5 ดาว
แรงค์ไดมอนด์ (Diamond) มี 5 ขั้น 5 ดาว
แรงค์คอมมานเดอร์ (Commander) มี 5 ขั้น 5 ดาว
แรงค์คอนคิวเลอร์ (Conqueror) เป็แรงค์สูงสุดในเกม มีั้แ่ 1 ขึ้นไปจนถึง 100 กว่าดาวก็มี
แรงค์กลอเรียสรูลเลอร์ (Glorious ruler) เป็แรงค์สำหรับคนที่ติดอันดับ 1-50 ของเซิร์ฟเท่านั้น