เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 97 เคล็ดวิชาบัญญัติชีวา

    หลังจากที่เวลาผ่านไปทั้งวันทั้งคืน  เขาก็สามารถย่อยสลายแกนผลไม้ที่แข็งดุจเหล็กกล้าได้สำเร็จเสร็จสิ้น


    ขณะที่แกนผลไม้วางแน่นิ่งอยู่ภายในปราณแท้จริงสีแดงอ่อน ๆ  รอยร้าวเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นจนมันสลายออกจากกันราวกับเม็ดยา  พลังอันรุนแรงโคจรไปตามวิถีอันเป็นเอกลักษณ์และไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรของหลงเฉิน


    “จำเส้นทางโคจรของพลังนั้นให้ดีล่ะ!”


    คำเตือนของหลิงซีทำให้หลงเฉินนึกขึ้นได้ว่าเขาเรียนรู้ทักษะไปแล้วสองอย่าง  คือทักษะ [สกัดโลหิตสลายปราณ] และ [แปลงร่างวิญญาณมังกร]  ด้วยการจดจำเส้นทางโคจรของปราณแท้จริงในเวลานี้  ผนวกกับสิ่งที่เขาเคยทำมาแล้วในอดีต  เขาจึงสามารถจดจำเส้นทางของพลังชนิดใหม่ที่กำลังไหลผ่านร่างกายของตนเองได้อย่างเชี่ยวชาญ


    พลังนั้นอันตรธานหายไปหลังจากเวลาผ่านไปไม่นานนัก หลงเฉินสัมผัสได้ว่าร่างกายของตนเองผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก  อาจเป็นเพราะสรรพคุณทางยาของผลหวนคืนอย่างแน่นอน


    อย่างไรก็ตาม  เคล็ดวิชาใหม่ที่ว่านั้น…


    หลิงซีดูปีติยินดีขณะพินิจพิจารณาหลงเฉิน นางเอ่ยขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ


    “เจ้าจะขอบคุณข้าอย่างไรดี? เคล็ดวิชานี้รู้จักในชื่อ ‘เคล็ดวิชาบัญญัติชีวา’ นับว่าหายากอย่างที่สุด และข้าคิดว่าเจ้าไม่มีทางเจอเคล็ดวิชาเช่นนี้ที่นี่หรอก!”


    “เคล็ดวิชาบัญญัติชีวา?”


    หลงเฉินไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน


    เมื่อเห็นสายตางุนงงของหลงเฉิน หลิงซีจึงเริ่มหัวเราะ


    “เคล็ดวิชาบัญญัติชีวา หรือที่รู้จักกันในฐานะเคล็ดวิชาเยียวยานั้นเป็นหนึ่งในสิ่งหาได้ยากที่สุดในบรรดาทักษะยุทธ์ทั้งหมดที่มีอยู่  ท่ามกลางทักษะยุทธ์นับพันอาจจะมีทักษะการเยียวยาอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น  ทีนี้เจ้าเห็นหรือยังล่ะว่ามันมีค่ามากมายเพียงใด?”


    เมื่อได้ยินดังนั้นหลงเฉินจึงเริ่มรู้สึกตื่นเต้น


    “เสี่ยวซี เป็นไปได้ไหมว่าทักษะการเยียวยานี่สามารถทดแทนสมุนไพรวิญญาณ และข้าสามารถเยียวยาตัวเองได้? แม้กระทั่งตอนที่กำลังต่อสู้เช่นนั้นหรือ?”


    “มันก็ไม่ถูกเสียทีเดียวหรอก  เมื่อเจ้าใช้ทักษะการต่อสู้ประเภทนี้  มันจะดีที่สุดหากเจ้าไม่ขยับตัว เรียกได้ว่าเป็นการเยียวยารักษาที่ไม่ต้องเสียเงิน เจ้าสามารถใช้มันที่ใดและเมื่อไรก็ได้ แม้ว่าเคล็ดวิชาบัญญัติชีวาจะไม่ใช่ทักษะชั้นสูง  แต่มันก็เป็นสิ่งที่คนหลายคนยอมต่อสู้กันเพื่อให้ได้มาเชียวนะ!”


    “อย่างนี้นี่เอง...”


    หลังจากได้ครอบครองเคล็ดวิชาบัญญัติชีวาแล้ว  ชีวิตของเขาก็นับว่ามีหลักประกันมากกว่าเดิม  หลงเฉินรู้สึกขอบคุณหลิงซีจากก้นบึ้งของหัวใจ


    “เสี่ยวซี เจ้านี่พึ่งพาได้จริง ๆ ฮ่าฮ่า เร็วเข้า บอกข้ามาว่าทักษะนี้ชื่อว่าอะไรและอยู่ระดับใด!”


    “เคล็ดวิชาที่ซ่อนอยู่ภายในแกนของผลหวนคืนเรียกว่า [กายาย้อนกลับ] น่าจะเป็นทักษะระดับลึกล้ำขั้นกลาง และหากพูดอีกอย่างหนึ่ง... เมื่อเจ้าบรรลุขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์  เจ้าก็จะยังสามารถใช้ [กายาย้อนกลับ] เพื่อเยียวยาตนเองได้”


    หลิงซีกลอกตาและตอบหลงเฉินอย่างเสียไม่ได้


    “ข้าใช้คะแนนผลงานยี่สิบคะแนนแลกกับทักษะระดับลึกล้ำขั้นกลาง นี่มันคุ้มค่ามาก ๆ เลย  เสี่ยวซี เจ้านี่เป็นยอดยาหยีของข้าจริง ๆ ...”


    “เลิกพูดเพ้อเจ้อแล้วก็รีบแข็งแกร่งขึ้นเร็ว ๆ เถอะ และรีบเอาสมุนไพรบำรุงวิญญาณที่สัญญากับข้าไว้มาให้เร็วที่สุดด้วย!”


    หลิงซีไม่สนใจความพยายามประจบสอพลอของเขานัก แม้ว่านางจะมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือหลงเฉินก็ตาม


    “ลองใช้เคล็ดวิชานั่นดูสิ  ก่อนหน้านี้เจ้าเคยได้รับบาดเจ็บมาหลายครั้ง จะดีกว่าหากเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บพวกนั้นให้หมด เผื่อว่ามีอาการบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย”


    “เข้าใจแล้ว!”


    ในห้องด้านบน หลงเฉินนั่งขัดสมาธิและหลับตาสนิทเพื่อใช้เคล็ดวิชาบัญญัติชีวา --- [กายาย้อนกลับ]


    แสงสีขาวจาง ๆ แผ่กระจายเป็นระลอกคลื่นไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า  พลังนั้นพินิจพิเคราะห์ไปทั่วทุกอณูและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของเขาให้ดีดังเดิม…


    “ทักษะ [กายาย้อนกลับ] นี่ได้ผลชะงัดจริง!”


    หลงเฉินรู้สึกตื่นเต้นสุดหัวใจ  ในเมื่อเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน  การทดลองก็ทำให้พลังในร่างกายของเขาฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง  ตามด้วยเส้นทางการโคจรที่เป็นเอกลักษณ์ภายในร่าง  พลังรักษานั้นทำให้บาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ หายดีอย่างรวดเร็ว


    ‘เมื่อมี [กายาย้อนกลับ] ตราบใดที่ข้าไม่ถูกโจมตีจนถึงตาย ข้าก็ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ของคู่ต่อสู้ได้!’


    ด้วยความคิดเช่นนี้และเมื่อนึกไปถึงการแข่งขันในมิติห้วงนภาที่กำลังใกล้เข้ามา  หลงเฉินก็รู้สึกมั่นใจอย่างมาก


    ‘พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่พอจะไปที่ลานประลองเป็นตายกับพวกเจ้าในเวลาเช่นนี้รึ?  การแข่งขันที่แท้จริงอยู่ในห้วงมิตินั่นต่างหาก  เพียงเท่านั้นก็ตื่นเต้นมากพอแล้ว!’


    ขณะที่เขากำลังใช้ทักษะ [กายาย้อนกลับ]  เวลาก็ผ่านไปอย่างช้า ๆ หลงเฉินค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับเคล็ดวิชานี้  หลังจากผ่านไปได้ครึ่งวันก็มีเสียงคนมาเคาะประตู  เมื่อหลงเฉินเปิดดูก็พบกับกานหลิน


    ขณะที่เขาตามกานหลินมาที่หอฝึกยุทธ์  กานหลินก็เริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และในที่สุดก็ถอนหายใจ


    “นี่เจ้าบรรลุถึงขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์แล้วจริง ๆ รึ? เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เจ้ากลับสามารถบรรลุได้ถึงสองระดับ ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าทำได้อย่างไร”


    หลงเฉินทำได้เพียงส่ายศีรษะและยิ้มเจื่อน ๆ 


    “โชคช่วยล้วน ๆ เลย หากมันเกิดขึ้นอีกครั้งข้าอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกก็เป็นได้”


    กานหลินรู้ว่าหลงเฉินปิดบังอะไรบางอย่างไว้  เขารู้เกี่ยวกับเรื่องที่หลิวหลานต้องการให้หลงเฉินเข้าไปในมิติห้วงนภา และยังรู้อีกว่านางเป็นคนบอกเฟิงอู่เทียนเรื่องที่เขาฆ่าหวงเฟยหยาง


    “อย่างไรก็ตามแต่ หลงเฉิน ข้าได้ยินว่าเจ้าไปสัญญากับเฟิงอู่เทียนว่าจะต่อสู้กับเขาที่ลานประลองเป็นตาย  แต่แล้วเจ้ากลับปล่อยให้เขารอเก้องั้นรึ?”


    “ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะ?  ข้าไม่ได้ไปตกปากรับคำอะไรเสียหน่อย”


    หลงเฉินผงะไป


    กานหลินทำได้เพียงยิ้ม


    “ก็ข่าวลือบอกว่าเจ้ารับคำแล้วนี่ แต่เจ้าก็ไม่กล้าพอจะรักษาสัญญา  ชื่อเสียงของเจ้าในสำนักสุริยันมรกตตอนนี้ไม่ดีเอาเสียเลย... โดยเฉพาะกับน้องสาวของผู้คุมกฎ  นางป่าวประกาศไปทั่วว่าเจ้าเป็นคนขี้ขลาดตาขาว”


    รอยย่นปรากฏขึ้นที่หน้าผากของหลงเฉิน แต่เขาก็ยังนิ่งเงียบอยู่


    “เจ้าไม่ออกไปแก้ข่าวพวกนั้นสักหน่อยรึ?”


    “แก้ข่าว? เพื่ออะไรกัน? ข้ารู้กำลังตัวเองดี แล้วเหตุใดข้าจะต้องไปพิสูจน์ตนเองกับคนที่ไม่คู่ควรด้วยล่ะ?”


    หลงเฉินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    ความชื่นชมปรากฏอยู่ในสายตาของกานหลิน  เขาพยักหน้าและเอ่ยขึ้น


    “จุดประสงค์ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อจะบอกเจ้าเกี่ยวกับการแข่งขันในมิติห้วงนภา มันคือการแข่งขันระหว่างยอดฝีมือที่มากด้วยพรสวรรค์ในระดับแก่นมนุษย์ของเหล่ามรกต”


    “อีกตั้งเจ็ดวันมิใช่รึ? แล้วคนที่เข้าแข่งขันก็มีแต่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ของเหล่ามรกตเท่านั้นใช่ไหม?”


    การหลินพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม


    “มันเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งและอย่างน้อยต้องอยู่ในระดับสามดาวขึ้นไป  สำหรับตัวข้าเอง แม้ข้าจะบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ แต่ข้าก็อายุมากเกินไปและไม่ได้มีศักยภาพเท่าไรนัก  ดังนั้นข้าจึงไม่มีโอกาสได้ร่วมแข่งขัน...”


    เมื่อพูดมาถึงจุดนี้  กานหลินมีท่าทีขมขื่นเล็กน้อย เมื่อโชคชะตากำหนดให้เขามาได้สุดทางเพียงเท่านี้ แม้ว่าจะต้องการไปให้ไกลกว่า  ทว่ามันก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว


    “ภายในเหล่ามรกตมีอยู่ด้วยกันแปดสำนัก ในกรณีนี้ก็คือการแข่งขันระหว่างแปดสำนักนั่นเอง เหล่าผู้ติดตามของสำนักสุริยันมรกตจะแข่งขันเป็นกลุ่มโดยมีเฟิงอู่เทียนเป็นผู้นำ  ภายใต้การควบคุมของผู้คุมกฎทั้งห้า  ก็เท่ากับมีคนทั้งหมดสิบคนและสามคนจากหอพักต้นหลิวมรกต  หนึ่งคือเจ้า อีกสองคนคือเฟิงอู่เทียนและหลิวหลิง”


    “เขาเป็นผู้นำงั้นรึ? เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าต้องฟังคำสั่งเขาน่ะสิ?”


    เมื่อนึกถึงเฟิงอู่เทียน  หลงเฉินเริ่มรู้สึกไม่สบายใจนัก  อีกทั้งคู่ต่อสู้ก็แข็งแกร่งอย่างมากในขณะที่พวกเขาก็ถือเป็นศัตรูของกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาต้องฟังคำสั่งของเฟิงอู่เทียน มันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากทีเดียว


    เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของหลงเฉิน  กานหลิงก็ยิ้มและเอ่ยขึ้น


    “หากเป็นคนอื่น ๆ ข้าคงต้องบอกว่าพวกเขาต้องฟังคำสั่งของเฟิงอู่เทียน  แต่สำหรับเจ้า... ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อให้คำแนะนำ เมื่อเวลานั้นมาถึงเจ้าไม่ต้องสนใจคำสั่ง  หลังจากที่เข้าไปในมิติห้วงนภาแล้วก็พยายามหาทางออกและซ่อนตัวเสีย  เฟิงอู่เทียนคงง่วนอยู่กับการแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งกระบี่แก้วสิขรและคงไม่มีเวลามาสร้างปัญหาให้เจ้าหรอก”


    สิ่งที่หลงเฉินต้องการจะรู้ คือเขาสามารถทำอะไรเองโดยลำพังได้หรือไม่  แต่จากสิ่งที่กานหลินอธิบาย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้


    ในเมื่อเป็นไปได้ที่เขาจะฉายเดี่ยว  ทุกอย่างก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น  อย่างไรก็ตาม คำถามที่แท้จริงคือเฟิงอู่เทียนจะอนุญาตให้เขาทำเช่นนั้นหรือไม่?


    สิ่งที่กานหลินแนะนำก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งเหตุผลไปเสียทั้งหมด  ที่แน่นอนก็คือหลงเฉินไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงอู่เทียน และไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยที่จะปะทะกับเขาในมิติห้วงนภา  หากมีโอกาสที่พวกเขาจะต่อสู้กัน  คงต้องรอให้เขาไล่ตามเฟิงอู่เทียนทันและสะสางเรื่องนี้เสียให้จบสิ้น


    “พี่กาน กระบี่แก้วสิขรที่ว่าเป็นรางวัลของการแข่งขันครั้งนี้รึ?”


    กานหลินพยักหน้า  ดวงตาเผยให้เห็นถึงแรงปรารถนา


    “กระบี่แก้วสิขรคือกระบี่วิญญาณระดับลึกล้ำขั้นกลาง ภายในกระบี่แก้วสิขรนั้นยังมีเพลงกระบี่ที่รู้จักกันในนาม [วิถีแก้วสิขร] แม้แต่ในบรรดาขุมทรัพย์ระดับลึกล้ำขั้นกลาง  กระบี่แก้วสิขรและ [วิถีแก้วสิขร] นั้นถือว่าไม่ธรรมดาและมีค่ามาก  แม้แต่ข้ายังอยากได้เลย”


    หลงเฉินถอนหายใจเงียบ ๆ และนึกชื่นชมความใจกว้างของตระกูลหลิงอู่  ไม่เพียงแต่จะมอบกระบี่วิญญาณให้  พวกเขายังมอบชนิดที่มีเพลงกระบี่ให้อีกด้วย


    “แล้วข้าจะได้กระบี่แก้วสิขรนี่มาได้อย่างไร?”


    กานหลินเอ่ยตอบอย่างอ่อนแรง


    “ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม  ผู้อาวุโสใหญ่ของเหล่ามรกตจะเก็บกระบี่แก้วสิขรไว้ในถุงมิติ  จากนั้นก็ซ่อนมันเอาไว้ในมิติห้วงนภา มันจะอยู่ในท้องของสัตว์อสูรกร่อนจิตที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์และเป็นสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่  สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือตามหา ‘สิงห์ทองเพลิงอัคคี’ ฆ่ามันเสีย และขโมยกระบี่แก้วสิขรออกมาจากท้องของมัน  ผู้ที่ครอบครองมันได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน”


    ‘อย่างนี้นี่เอง’  หลงเฉินพยักหน้า


    สัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นสี่นั้นแข็งแกร่งเกือบจะเทียบเท่าได้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับแก่นปฐพีเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตาม  ด้วยความสามารถที่โดดเด่นของผู้ติดตามระดับแก่นมนุษย์จากสำนักทั้งแปดที่ล้อมมันเอาไว้และโจมตีพร้อมกัน  ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ถึงเพียงนั้น


    หลงเฉินคิดคำนวณในหัว  เขาข้ามขั้นและสังหารหวงเฟยหยางจนได้รับการประเมินศักยภาพในระดับสามดาว ก็หมายความว่าภายในเหล่ามรกตยังมีคนอีกนับร้อยที่มีพรสวรรค์ระดับเดียวกับเขามิใช่หรือ?


    ความกดดันนี้ช่างหนักหนายิ่งนัก…


    “หลงเฉิน  ช่วงสองสามวันนี้เจ้าอย่าเพิ่งออกไปไหนจะดีกว่า อยู่แต่ในหอพักและฝึกวิชาให้ดี เมื่อการแข่งขันในมิติห้วงนภามาถึงก็พยายามติดต่อกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด  หลังจากสู้กันจนตาย เจ้าจะถูกเยาะเย้ยจากคนทุกคนที่ได้เจอ และด้วยนิสัยหุนหันพลันแล่นของเจ้าก็ไม่ส่งผลดีต่อตัวเจ้าแน่  หากเจ้าไว้ใจพี่กานผู้นี้ก็จะฟังคำข้าเถอะ ตกลงไหม? ”


    หลงเฉินรู้สึกชอบพอกานหลินผู้นี้  เขาเป็นคนสบาย ๆ ไม่หยิ่งทระนง และสามารถตอบคำถามได้ชัดเจนไม่ว่าหลงเฉินต้องการจะรู้เรื่องใด แม้แต่ในตอนนี้ เขาก็ยังเป็นห่วงหลงเฉินมาก


    หลงเฉินเองก็เกียจคร้านเกินกว่าจะออกจากหอพักอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า


    “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะไม่ออกไปข้างนอก”


    อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเรื่องการสู้กันจนตาย  หลงเฉินก็รู้สึกเอะใจเล็กน้อย  วันนั้นเขายังไม่ได้ตอบรับเสียหน่อย มาตอนนี้กลับถูกหาว่าเป็นคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าลุกขึ้นสู้เสียอย่างนั้น


    ‘ต้องเป็นฝีมือของยัยจิ้งจอกนั่นแน่ ๆ แม้นางจะยังเด็กอยู่  แต่นางก็มีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเอาไว้มากมาย การแข่งขันในมิติห้วงนภาข้าคงต้องระวังนาเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะเมื่อมีคนที่มีอิทธิพลหนุนหลังนางอยู่’


    ทั้งหลิวหลาน ยอดฝีมือจากสำนักสุริยันมรกต และผู้อาวุโสหลิวเยวี๋ยนนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่หลงเฉินจะรับมือได้


    หลังจากให้คำแนะนำอีกเล็กน้อย กานหลินก็จากไป  ไม่นานหลังจากที่หลงเฉินเดินออกไปแล้ว  กานหลินก็พาคนผู้หนึ่งมาด้วย และเมื่อมองดูให้ชัด ๆ หลงเฉินก็จำได้ว่านางคืออาวเสวี่ยจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง


    ‘หากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งมาตามหาข้า จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลฟื้นฟูวิญญาณหรือเปล่านะ?’


    สำหรับหลงเฉินแล้ว  ยิ่งได้ผลฟื้นฟูวิญญาณมาได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี


    **************************

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390