มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

ตอนที่ 93 ปลายดาบอนันต์มนตรา (1)

“เธอหมายความว่าไง? เธอจำผิดหรือเปล่า” ดารินสอบถามเทพไทเพื่อแน่ใจ “อาจเป็นกุนซือมารหรือเปล่าที่เรียกอสูรจักรราศีเมษออกมา? จอมพลเขาจะอัญเชิญอสูรจักรราศีได้ยังไงในเมื่อกุนซือมารเป็นคนทรง?”



เทพไทในลูกแก้วดูลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ “ผมมั่นใจครับว่าเห็นเขาเป็นคนอัญเชิญอสูรจักรราศีเมษออกมา และผมไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ ส่วนกุนซือมาร ผมก็มั่นใจว่าไม่เห็นเขานะ”



“จะเป็นไปได้ไง...” ดารินยังคงทำใจเชื่อไม่ได้ ทันใดนั้นเธอก็นึกบางอย่าง เธอจดจำได้ว่าเธอเคยเห็นอะไรที่เป็นกรณีคล้าย ๆ กันนี้เมื่อไม่นานมานี้ เธอจึงพูดออกมาราวกับพูดกับตัวเอง “หรือว่าจอมพลก็เป็นคนทรงกษาปณ์เมษเหมือนกับกุนซือมาร และตอนนี้กษาปณ์ก็อยู่ที่จอมพลแทนที่จะเป็นกุนซือมารก็เป็นได้”



เทพไทไม่ตอบอะไรกลับมา เขาคิดว่าสิ่งที่อาจารย์ของเขาวิเคราะห์ออกมาดูค่อนข้างสมเหตุสมผล



อานนท์ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ เขาไม่ต้องการอธิบายอะไรทั้งนั้นในเรื่องนี้ เขาไม่ต้องการบอกว่าเขาได้จัดการกุนซือมารไปแล้ว และกุนซือมารก็ได้ใช้อสูรจักรราศีเมษด้วย หากประกอบกับข้อมูลจากเทพไท เขามั่นใจแล้วว่าจอมพลคือคนทรงกษาปณ์เมษตัวจริง และเป็นคนที่เขาตามหามาตลอด



และการที่จอมพลจับตัวปลายฝนไปอย่างนี้ เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายสุด ๆ อานนท์ไม่แน่ใจว่าจอมพลรู้เกี่ยวกับตัวตนของปลายฝนมากน้อยแค่ไหน และเขาจับตัวเธอด้วยเหตุผลอะไร หรือเขานั้นจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับปลายฝนแล้ว? แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อานนท์เชื่อว่าการที่จอมพลยังเลือกจับปลายฝนกลับไปเช่นนี้ไม่น่าจะแค่ต้องอาณาจักรธาราอย่างที่ทุกคนเข้าใจแน่ ๆ มันจะต้องเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน



“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ต่อให้เขาอัญเชิญอสูรจักรราศีเมษออกมาได้ก็จริง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เขาจะสามารถเอาชนะอสูรจักรราศีมีนของเจ้าหญิงได้?” ดารินมีสีหน้าที่สับสน



เธอคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ต่อให้จอมพลจะเก่งสักเท่าใด มันก็ไม่ควรมีผลต่ออสูรจักรราศีมากนัก อย่างไรเสียอสูรจักรราศีมีนเป็นธาตุน้ำ ส่วนอสูรจักรราศีเมษเป็นธาตุไฟ แล้วไฟจะไปชนะน้ำได้อย่างไร?



หลังพยายามนึกว่าความเป็นไปได้ด้วยตัวเองแต่ดารินก็ไม่ได้คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ไม่ได้เลย เธอจึงตัดสินใจจะถามบางอย่างเทพไทเพิ่มเติม แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ถาม อานนท์ได้ชิงถามตัดหน้าก่อน “นายรู้หรือเปล่าว่าเจ้าจอมพลอะไรนั่นเอาตัวเธอไปที่ไหน?”



ทันใดนั้นเทพไทก็มีสีหน้ารู้สึกผิด เขาพูดอย่างอ้อมแอ้มออกมา “ฉันขอโทษด้วย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าชั่วนั่นพาเจ้าหญิงไปตอนไหน”



“เธอหมายความว่าไง?” ดารินรู้สึกคำพูดของเทพไทมันฟังดูแปลก ๆ เธอกำลังสงสัยว่าเขาหนีออกมาจึงทำให้ไม่รู้ว่าศัตรูพาตัวปลายฝนไปที่ใดอย่างนั้นหรือ?



“หลังจากผมเห็นอสูรจักรราศีเมษออกมา จู่ ๆ จอมพลบ้าอะไรนั่นก็มีท่าทีแปลก ๆ แต่ผมไม่ทันได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะจู่ ๆ ผมก็ภาพตัดไป กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ทั้งสองคนก็หายไปแล้ว” เทพไทมีสีหน้าที่ขมขื่น เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะรื้อฟื้นความทรงจำในตอนนั้นขึ้นมาให้ได้มากที่สุด



นี่เธอใช้พลังอีกแล้วงั้นเหรอ? แถมยังใช้ต่อหน้าคนที่ไม่ควรเห็นมากที่สุดด้วย



จากที่สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้ว หลังจากได้ฟังสิ่งที่เทพไทเล่าเพิ่มเติม มันยิ่งทำให้อานนท์รู้แล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายถึงขีดสุด ทุกความเป็นไปได้กำลังแล่นอยู่ในหัวของอานนท์ และสิ่งที่เขาเป็นกังวลที่สุดคือจอมพลกำลังพาปลายฝนออกไปสู่โลกภายนอกและถ้าเขาหยุดไว้ไม่ทัน จะมีปัญหาตามมาอีกมากอย่างที่โลกนี้ไม่เคยเจอ



เมื่อคิดได้เช่นนั้น อานนท์เตรียมจะจากไปเพื่อไปยังเกาะอมนตราเพื่อตามหาจอมพลและปลายฝน แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ทำให้รูม่านตาของเขาหดเล็กลงด้วยความตึงเครียด



“งั้นเอางี้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? พวกเราจะได้ไปหาเธอก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” ดารินพยายามค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำตามขั้นตอน



“ตอนนี้ผมยังอยู่แถวชานเมืองหลวงครับ” เทพไทตอบอย่างมั่นใจ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขารู้และจดจำได้



ในขณะที่ดารินและเทพไทกำลังไต่ถามสถานที่ที่เทพไทอยู่เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม ทันใดนั้นอานนท์ก็มีสีหน้าที่ตึงเครียดอย่างที่สุด เขาจ้องมองไปทางทางหนึ่งก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังออกมาว่า “ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วว่าเจ้าหมอนั่นอยู่ที่ไหน”



ดารินและเทพไทรีบประสานเสียงถามออกมาทันที “ที่ไหน?”

คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน