ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 100 ราชันเทวะปรากฏตัว

            “ตงหลี่คัง เจ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นหรือที่แบบนี้”กษัตริย์ผิงลู่พูดด้วยเสียงอันดังก้องด้วยพลังขั้นเทวะระดับสองทำให้ทั่วทุกคนได้ยินทั่ว

            “แต่เดิมแผ่นดินอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้พวกเราตระกูลตงก็มาตั้งรกรากอยู่ก่อนจนกลายมาเป็นอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้ตระกูลผิงมาทีหลังตระกูลตง แต่พวกท่านกลับได้ครองมงกุฎไปมันช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย พระบิดามอบอำนาจทั้งหมดคืนให้กลับตระกูลตงของเราเสียจะดีกว่า แล้วข้าจะปล่อยพวกท่านทั้งหมดไป”ตงหลี่คังตอบกลับด้วยพลังยุทธ์ขั้นราชันสวรรค์ระดับแปด

            “พวกเจ้าตระกูลตง คงวางแผนนี้มานานหลายปีแล้วสิท่าดูมั่นอกมั่นใจกันเหลือเกิน”

            “เมื่อก่อนตระกูลตงของเราต้องยอมให้กับพวกเจ้าแต่ตอนนี้ผู้นำตระกูลของเราได้ก้าวสู่ขั้นราชันเทวะแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงยอมจำนนเสียโดยดีไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าตระกูลตงของเราใจร้ายกับพวกเจ้าก็แล้วกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆๆๆ”ตงหลี่ซวง ปู่ของตงหลี่คัง พลังยุทธ์ขั้นเทวะระดับสอง พลันเอ่ยขึ้นมา

            เหล่าเชื้อพระวงศ์และกษัตริย์ผิงลู่พลันตื่นตระหนก

            “ผู้นำตระกูลตงมีพลังยุทธ์ระดับราชันเทวะแล้วอย่างนั้นหรือ ? ....มิน่าพวกมันถึงได้กล้าลงมือ” กษัตริย์ผิงลู่พึมพำ

            “เสด็จพ่อพวกเราควรทำยังไงกันดีหากยอมจำนนพวกมันชาวเมืองคงต้องทนทุกข์ทรมานจากการกดขี่ข่มเหงของตระกูลตงอย่างแน่นอนแต่หากสู้รบพวกเราไม่มีใครมีฝีมือพอจะต่อกรกับราชันเทวะได้เลย”

            “พวกเราจะปล่อยให้ชาวเมืองตกเป็นเบี้ยล่างของตระกูลตงไม่ได้เด็ดขาดยังไงก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ถึงจะแพ้ก็ต้องทำให้ตระกูลตงเสียหายให้มากที่สุดหากพวกเราแพ้อาณาจักรเมฆาหวนคงรวบอาณาจักรหงส์เพลิงไปได้โดยง่าย ประชากรของเราก็จะพ้นภัยข้าเองก็คาดการณ์ไว้แบบนี้ และเคยพูดกับกษัตริย์เหวินฉิงไว้แล้วยามที่ไปเยือนเมืองจินเฟิง แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะมีไพ่ตายแบบนี้”

            “พระบิดาไม่ต้องกังวล หากศึกนี้เราพ่ายลูกจะปกป้ององค์ชายเหวินเทียนให้กลับอาณาจักรเมฆาหวนพร้อมกับให้พวกเขายกกองทัพมาช่วยเราโดยเร็วที่สุด”

            “อะไรนะ องค์ชายเหวินเทียนอยู่ที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ?”

            “ใช่ พระบิดาองค์ชายเหวินเทียนใช้ค่ายกลมิติมาที่เมืองหงส์เพลิงของเราได้หลายวันแล้วเขาและลูกต่างเตรียมการรับมือพวกเขาไว้แล้วเช่นกันเพียงแต่ว่าเฟิ่งหยูตอนนี้ยังไม่กลับมาเท่านั้นเองหากพระบิดาต้องการรบก็ออกคำสั่งได้เลย เพราะองค์ชายเหวินเทียนได้เตรียมตัวไว้เรียบร้อยแล้วรอเพียงสัญญาณจากพวกเราเท่านั้น”

            “หากเป็นเช่นนั้นก็เยี่ยม อย่างนั้นเจ้าเตรียมคนของเจ้าให้พร้อมรอสัญญาณจากข้า”

            “รับพระบัญชา เสด็จพ่อ”

            “ว่ายังไง ตกลงกันได้หรือยัง ผิงลู่” เป็นตงหลี่ซวง ที่เอ่ยขึ้นมาก่อน

            “ผ่าบาท ทำอย่างไรดี พวกเราจะสู้พวกตระกูลตงได้หรือ?” ขุนนางหลายคนเริ่มกระวนกระวายและรีบเข้าหากษัตริย์ผิงลู่

            “สู้ได้ไม่ได้ก็ต้องสู้ถึงตายข้าก็ไม่ยอมให้ชาวเมืองตกเป็นทาสของพวกตระกูลตง”

            “หากพวกเจ้าตระกูลตงคิดว่าพวกเจ้าแข็งแกร่งนักก็เข้ามาหากคิดจะครองอาณาจักรหงส์เพลิงแห่งนี้ก็ต้องข้ามศพของข้าไปก่อน...!”

            หลังกษัตริย์ผิงลู่ประกาศออกไปเหล่าขุนนางทั้งหลายพลันหน้าซีดกันเป็นทิวแถว หลายคนพวกเขาไม่ต้องการที่จะเสี่ยงแต่เมื่อกษัตริย์ผิงลู่ประกาศออกไปพวกเขาจำใจต้องสู้ด้วยหลายคนพร้อมจะสู้ถวายชีวิตร่วมกับกษัตริย์ผิงลู่ใครเป็นยังไง ย่อมไม่พ้นสายตาของกษัตริย์ผิงลู่ที่คอยสังเกตเหล่าขุนนางของตนเองอยู่

            “ดี ในเมื่อข้าให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้าไม่ไขว่คว้าเอาไว้เองก็อย่าโทษพวกเราเลยก็แล้วกัน”

            “พวกเราบุก!!!” ตงหลี่ซวง ประกาศก้อง

            ทหารม้านับแสนตัวออกมาจากแนวรบของฝ่ายองค์ชายสี่ พุ่งตรงสู่แนวรบของฝั่งองค์กษัตริย์ที่มีร่วมขบวนเสด็จมาจำนวนไม่กี่แสนนาย แต่เมื่อกองทหารม้าเริ่มเคลื่อนพลองค์ชายผิงอานเริ่มส่งสัญญาณทันที

            พรึบบ... !!

            พรึบบ... !!

            พรึบบ... !!

            กองทหารแต่ละหน่วยขององค์ชายผิงอานที่นำโดยองค์ชายเหวินเทียนเริ่มออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับโอบล้อมทหารทั้งหมดของตระกูลตงให้ตกอยู่ภายในวงล้อม

            “พลธนู ยิง !!”

            “ฟิ้ว!!”

            “พลธนู ยิง !!”

            “ฟิ้ว!!”

            “พลธนู ยิง !!”

            “ฟิ้ว!!”

            เสียงคำสั่งยิงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ฝนห่าธนูร่วงหล่นจากฟากฟ้าพุ่งตรงสู่กองทหารม้านับแสน เพียงไม่นานทหารม้านับแสนที่มุ่งตรงมายังกองทหารเพียงไม่กี่แสนของกษัตริย์ผิงลู่เหลือเพียงไม่กี่หมื่นนาย ที่เหลือล้วนถูกห่าฝนธนูสังหาร

            “เจ้า พวกเจ้า !!”

            เมื่อตงหลี่ซวง มองดูสถานการณ์โดยรอบพวกเขาตกอยู่ภายใต้การโอบล้อมของกำลังพลนับล้านเช่นเดียวกันพลันทำให้ตงหลี่ซวงเริ่มหน้าซีด เหล่าทหารม้าเมื่อมาถึงแนวรบของทหารนับแสนจึงถูกทหารพวกนั้นสังหารได้อย่างไม่ยากเย็นทหารม้านับแสนใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองก้านธูปกลับถูกสังหารจนสิ้น

            บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ความเงียบเริ่มปกคลุมไปทั่วพื้นที่ในยามนี้เวลาพึ่งจะผ่านพ้นไปเพียงสองก้านธูป ความสูญเสียนับแสนของฝ่ายตระกูลตงทำให้ทหารฝ่ายกษัตริย์ผิงลู่มีกำลังใจมากยิ่งขึ้น

            “ทำไมพวกมันถึงได้มีกองกำลังมากมายเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้วหรือว่าพวกมันจะรู้ตัวก่อนแล้วท่านปู่”

            “ไม่น่าจะเป็นไปได้ พวกเราทำกันอย่างเงียบๆข่าวคราวไม่อาจจะรั่วไหลออกไปได้อย่างแน่นอน”

            “รีบส่งคนไปแจ้งผู้นำตระกูลเร็ว!!” ตงหลี่ซวงรีบออกคำสั่ง

            “ขอรับ”

            “ท่านปู่พวกเราต้องถ่วงเวลาให้ท่านผู้นำตระกูลมาถึงหากผู้นำตระกูลมาถึงพวกเราก็สามารถชิงความได้เปรียบกลับมาได้แต่ตอนนี้พวกเราต้องถ่วงเวลาให้นานที่สุด”

            เพียงเวลาไม่นานข่าวการกบฏขององค์ชายสี่ก็แพร่กระจายออกไปทั่วเมืองเหล่าชาวเมืองทั้งหลายต่างรีบหาที่หลบภัยกันทั่วเมือง

            “เรียนท่านผู้นำตระกูลตอนนี้องค์ชายสี่และตงหลี่ซวงตกอยู่ในวงล้อมของทหารองค์ชายผิงอานขอรับ”

            “หืม พวกเจ้าว่าอะไรนะ พวกนั้นตกอยู่ในวงล้อมได้ยังไงพวกมันพากองกำลังไปนับล้านแต่ทหารที่ร่วมขบวนเสด็จมีเพียงไม่กี่แสนคนจะตกอยู่ในวงล้อมได้อย่างไร?”

            “เรื่องนั้นเองข้าน้อยก็ไม่ทราบ เพียงแต่ตอนนี้ผู้อาวุโสตงหลี่ซวงส่งข่าวมาว่ากองทหารม้านับแสนถูกสังหารไปแล้ว ขอรับ”

            “ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเรื่องจริง พวกเจ้าสั่งการลงไปเริ่มลงมือยึดเมืองหลวงได้เลย ให้ตงจินเฉิน นำไพร่พลยึดเมืองหลวงไว้ก่อน ข้าจะไปดูทางด้านองค์ชายสี่เอง”

            “ขอรับท่านผู้นำตระกูล”

            ทางด้านของเฟิ่งหยู……..

            หลังจากที่วิหคเพลิงอมตะหายจากอาการบาดเจ็บและดูดซับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดวิหคเพลิงอมตะพลันเลื่อนเป็นสัตว์อสูรระดับห้าได้อย่างง่ายดายหงส์เพลิงเองก็เช่นกันหลังจากปรับสภาพสายเลือดจนกลายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ได้ดูดซับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดไปจนสามารถเลื่อนระดับเข้าสู่ขั้นที่ห้าเช่นกัน

            ทั้งวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงต่างเป็นสัตว์อสูรโบราณดังนั้นเมื่อมันอยู่ในระดับห้า มันจึงไม่ต่างไปจากเสี่ยวหลงมากนักพลังของสัตว์อสูรโบราณนั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ห้าแต่ว่าสามารถสังหารระดับจอมยุทธ์ขั้นราชันเทวะระดับสามได้อย่างง่ายดายเพราะมนุษย์และสัตว์อสูรต่างมีพลังการทำลายล้างต่างกันอย่างสิ้นเชิงยิ่งเป็นสัตว์อสูรโบราณยิ่งพลังทำลายล้างสูงมากกว่าสัตว์อสูรธรรมดาหลายเท่าตัว

             เมื่อวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงก้าวเข้าสู่ระดับห้าได้พวกมันต่างมีสติปัญญามากขึ้นด้วยความที่มันเป็นสัตว์อสูรโบราณทำให้สติปัญญาของมันยิ่งมีมากกว่าสัตว์อสูรธรรมดาทั่วไป

            “ท่านผู้อาวุโสทั้งสองข้าคงต้องรีบเดินทางกลับไปอาณาจักรหงส์เพลิงแล้วข้าเองไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ของอาณาจักรจะก่อการกบฏหรือไม่  แต่ตอนนี้ข้าคงต้องรีบกลับไปก่อนหากมีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นจะได้รีบแก้ไขได้ทันท่วงที”

            “เจ้ารีบไปเถอะ นำเจ้าสองตัวนี่ไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยก็แล้วกันระดับราชันเทวะยังไม่สามารถทำอะไรมันได้เจ้าไม่ต้องห่วงเจ้าสองตัวนี้หรอก”

            เฟิ่งหยูออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์พร้อมกับวิหคเพลิงอมตะและหงส์เพลิงเฟิ่งหยูขึ้นขี่หลังเสี่ยวเลี่ยงพร้อมกับเอ่ย

            “พวกเรารีบไปยังสุสานบรรพชนของอาณาจักรหงส์เพลิง”

            เสี่ยวเลี่ยงและหงส์เพลิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ...

            ทางด้านตงหลี่ซวงและองค์ชายสี่....

            “พวกเราโจมตี.....”

            “ไม่ต้องกลัวพวกมัน ท่านผู้นำตระกูลกำลังเดินทางมาช่วยเหลือพวกเราแล้ว”องค์ชายสี่สั่งการเมื่อเหล่าทหารได้ยินดังนั้นจึงพุ่งตัวออกไปทั่วทุกทิศทางเพื่อกำจัดศัตรูการรบดำเนินการไปอย่างดุเดือด กำลังพลทั้งสองฝ่ายต่างมีพอ ๆ กันจึงทำให้เหล่าทหารต่างบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางฝั่งขององค์ชายสี่ที่ส่วนใหญ่เป็นกำลังพลของตระกูลต่าง ๆ ที่สนับสนุนหรือไม่ก็พวกโจรป่าไม่ได้เป็นทหารที่ฝึกฝนมาจึงทำให้สุญเสียไปมากกว่าทางขององค์ชายผิงอาน

            ทันใดนั้น....ฝ่ามือสีแดงขนาดใหญ่ ดับแสงอาทิตย์  บดบังไปทั่วท้องฟ้า......!

            ครืนนนน! !....

            ฝ่ามือสีแดงยักษ์สีแดงกดทับลงมามีคนของทางฝ่ายองค์ชายผิงอานร่างระเบิดแหลกเหลวไปหลายสิบคนภายในพริบตา

            ฝ่ามือนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทานยิ่ง !........

            “ท่านผู้นำตระกูล ในที่สุดท่านก็มาถึง ข่าวของพวกเรารั่วไหลพวกมันเตรียมตัวรับมือไว้อย่างดี ท่านผู้นำตระกูล รีบสังหารพวกมันให้หมด”เสียงของตงหลี่ซวงและ ตงหลี่คังเอ่ยแทบจะพร้อม ๆ กัน

            “ได้...!  ในเมื่อไม้อ่อนพวกเจ้าไม่ชอบไม่ยอมจำนนให้กับพวกเราก็ต้องใช้ไม้แข็งแล้ว”เสียงของผู้นำตระกูลตงดังไปทั่วทั้งสนามรบความแตกตื่นโกลาหลเริ่มบังเกิดกับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรหงส์เพลิงอีกครั้ง........

            ผู้นำตระกูลตงกล่าวจบก็พุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็วยิ่งพร้อมกับซัดฝ่ามือใส่เหล่าทหารขององค์ชายผิงอานอย่างต่อเนื่อง

            ตูมมม...! 

            ตูมมม...! 

            ตูมมม...! 

            เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วสนามรบ เหล่าทหารขององค์ชายผิงอานเริ่มถูกผู้นำตระกูลตงสังหารอย่างไม่ปราณีตายไปจำนวนหลายร้อยคน ภายในไม่ถึงสิบลมหายใจ

            “ราชันเทวะ ระดับราชันเทวะ พวกเราหลบเร็ว”เหล่าทหารทางฝ่ายขององค์ชายผิงอานเริ่มวิ่งกันระส่ำระสาย

            “พระบิดา ผู้นำตระกูลตงมาแล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดี......”

            เสียงขององค์ชายผิงอานยังไม่ทันจบ พลันมีเสียงวิหคดังขึ้น

            “แกว๊กก.. !  แกว๊กก.. !  แกว๊กก.. !”