ตอนที่ 194
“อาจารย์ฮาราดะครับนี่คือยาสลบใช่มั้ยครับ” ดนัยดึงขวดยาสลบออกมาจากตู้เก็บ
“ชะ...ชะ...ใช่” อาจารย์ฮาราดะพยักหน้าก่อนจะได้สติ
“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิครับอาจารย์ดนัยนี่มันอะไรกันทำไมถึงเอาเด็กนักศึกษาที่บาดเจ็บจากคณะคหกรรมมาที่ห้องเรียนล่ะครับ” อาจารย์ฮาราดะถาม
“เอ่อ...ก็เอามาผ่าตัดไงครับ” ดนัยมองอาจารย์ฮาราดะด้วยสีหน้าแปลกๆเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถามแบบนี้เพราะนี่มันห้องเรียนสำหรับการผ่าตัดก็ต้องเอามาผ่าตัดน่ะสิ
“เรื่องนั้นผมรู้แต่ทำไมไม่ส่งไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลล่ะครับถึงรถโรงพยาบาลจะไม่มีแต่ก็ไปส่งเองก็ได้ไม่ใช่เหรอ” อาจารย์ฮาราดะพูดซึ่งก่อนหน้านี้ที่เขาคุยกับอาจารย์โคบายาชิเขาได้บอกไปแล้วว่ารถโรงพยาบาลมาไม่ได้
“นั่นเพราะห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลเต็มหมดเลยค่ะเราเลยจำเป็นต้องนำมาผ่าตัดที่นี่” อาจารย์โคบายาชิที่เตรียมอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัดอยู่หันมาช่วยพูด
“ที่โรงพยาบาลกลางด้วยเหรอ !!” อาจารย์ฮาราดะในฐานะที่เคยเป็นหมอที่โรงพยาบาลกลางนั้นแปลกใจเพราะที่นั่นเป็นโรงพยาบาลใหญ่ประจำเขตคันโตจึงมีห้องผ่าตัดเยอะมาก (เขตคันโตมี 7 จังหวะ)
“ใช่ค่ะที่โรงพยาบาลกลางก็เต็มหมดเลยเพราะมีอุบัติเหตุใหญ่” อาจารย์โคบายาชิพยักหน้า
“ที่โรงพยาบาลทาเคนากะก็เต็มไปอีกหลายชั่วโมงครับจะให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลเขตอื่นก็เกรงว่าจะผ่าตัดไม่ทันในเวลาเอา” ดนัยพูดเสริมถึงโรงพยาบาลทาเคนากะที่ถึงจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าโรงพยาบาลกลางที่เป็นของรัฐแต่ก็มีห้องผ่าตัดอยู่เกือบ 10 ห้องแต่มันก็เต็มหมดเช่นเดียวกันเพราะด้วยที่รับผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุมาจำนวนมาก
“เข้าใจแล้ว...แต่แบบนี้ผมจะสอนต่อยังไงล่ะเนี่ย” อาจารย์ฮาราดะพูด
“งั้นก็ถือซะว่าคาบเรียนนี้เป็นคาบปฏิบัติจริงเป็นไงครับให้นักศึกษาไปดูการผ่าตัดจากห้องสังเกตุกา...ไม่สิที่นี่ไม่มีห้องสังเกตุการณ์นี่นางั้นให้อยู่ในห้องก็ได้ครับแต่อาจารย์ฮาราดะช่วยควบคุมหน่อยพอจะได้มั้ยครับ” ดนัยพูดพลางมองนักศึกษากว่า 30 ชีวิตที่ยังยืนงงกันอยู่ภายในห้อง
“จะเอาแบบนั้นเหรออาจารย์ดนัย !!” อาจารย์ฮาราดะขมวดคิ้วแปลกใจเพราะตนนึกว่าดนัยจะขอให้ยกเลิกคาบเรียนไปก่อนเสียอีกเพราะการผ่าตัดต้องใช้สมาธิถ้ามีนักศึกษาอยู่ด้วยระหว่างผ่าตัดอาจจะทำให้เสียสมาธิได้
“ครับไม่ต้องกังวลเรื่องที่ผมจะเสียสมาธิหรอกครับทางอาจารย์ฮาราดะสอนนักศึกษาไปได้เลยระหว่างที่ผมผ่าตัดอยู่” ดนัยพยักหน้ายืนยันว่าให้เอาแบบนี้ซึ่งอาจารย์ฮาราดะจะได้ไม่ต้องยกเลิกคาบเรียนนี้ของนักศึกษา
“เข้าใจแล้วอาจารย์ดนัย...งั้นนักศึกษาคาบเรียนนี้จะถือเป็นคาบเรียนพิเศษแล้วกันและนี่ก็คือหนึ่งในการผ่าตัดศัลยกรรมที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในสายอาชีพศัลยแพทย์ขอให้นักศึกษาตั้งใจดูและจดจำไว้ให้ดีนะ !!” อาจารย์ฮาราดะหันไปคุยกับนักศึกษา
“ครับ !!/ค่ะ !!” นักศึกษาพยักหน้าตอบ
จากนั้นอาจารย์ฮาราดะก็บอกให้นักศึกษายืนล้อมเตียงผ่าตัดเอาไว้เพื่อดูการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
ส่วนทางดนัยเองก็เตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับการผ่าตัดพร้อมแล้วก็เดินไปล้างมือและใส่ถุงมือสวมหมวกเก็บผมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดอาจารย์โคบายาชิเองก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกันจึงเดินมาล้างมือด้วย
“พร้อมใช่มั้ยครับอาจารย์โคบาบาชิ” ดนัยถาม
“พร้อมค่ะฉันจะทำหน้าที่ผู้ช่วยให้ดีที่สุดคุณเองเถอะไหวแน่นะคะอาจารย์ดนัยที่นี่น่ะไม่ใช่โรงพยาบาลทาเคนากะที่เต็มไปด้วยบุคลากรชั้นเลิศ” อาจารย์โคยายาชิถามกลับ
“ไม่ต้องห่วงครับผมจะทำเต็มที่” ดนัยตอบอย่างมั่นใจก่อนจะเดินไปประจำที่ท่ามกลางนักศึกษากว่า 30 ชีวิตที่ล้อมมุงดูการผ่าตัดครั้งนี้อยู่
และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วดนัยก็เริ่มการผ่าตัดทันที
“ให้ยาสลบได้ครับ !!” ดนัยสั่งอาจารย์โคบายาชิที่ทำหน้าที่ผู้ช่วย
“กำลังให้ยาสลบค่ะ !!” อาจารย์โคบายาชิจัดการให้ยาสลบกับนักศึกษาจากคณะคหกรรมที่อยู่บนเตียงและเพียงไม่กี่วินาทีสัญญาณชีพจรที่กราฟบนเครื่องก็นิ่งนั่นเป็นสิ่งบ่งบอกว่านักศึกษาบนเตียงสลบและเข้าสู่ภาวะหลับลึกเรียบร้อยแล้ว
“ขอนิ้วมือครับ” ดนัยขอนิ้วมือของนักศึกษาคณะคหกรรมที่ถูกตัดขาดเพื่อนำมาผ่าตัดต่อรักษาให้เหมือนเดิม
“นิ้วมือค่ะ” อาจารย์โคบายาชิหยิบนิ้วมือออกมาจากกล่องน้ำแข็ง
ทางด้านอาจารย์ฮาราดะนั้นเมื่อเห็นการผ่าตัดเริ่มต้นขึ้นก็เริ่มสอนทันที
“จำเอาไว้นะกรณีอวัยวะที่ถูกตัดขาดน่ะต้องรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมมีใครรู้บ้างว่าต้องรักษาในอุณหภูมิเท่าไหร่” อาจารย์ฮาราดะเริ่มการสอน
“ต่ำกว่าศูนย์องศาหรือเปล่าคะ” นักศึกษาหญิงคนหนึ่งยกมือตอบ
“ไม่ถูกต้องถ้าใช้อุณหภูมิต่ำขนาดนั้นความเย็นจะไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อจนหมดซึ่งอุณหภูมิที่ถูกต้องก็คือ 4 องศาเซลเซียสส่วนวิธีการก็คือให้นำอวัยวะห่อด้วยผ้าสะอาดแล้วใส่ถุงพลาสติกรัดให้แน่นและนำไปแช่ในน้ำเย็นห้ามให้อวัยวะโดนน้ำเย็นหรือน้ำแข็งโดยตรงเด็ดขาดจดเอาไว้ด้วยนะตรงนี้อาจจะมีออกสอบ” อาจารย์ฮาราดะเริ่มอธิบายถึงวิธีการเก็บรักษาอวัยวะที่ขาดออกจากร่างกายอย่างถูกวิธี
เหล่านักศึกษาที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบจดข้อมูลที่อาจารย์ฮาราดะสอนทางดนัยได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มพร้อมคิดในใจ
ถูกต้องแล้ววิธีรักษาอวัยวะที่ขาดออกจากร่างกายอย่างถูกวิธีคือวิธีนี้ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าการรักษาอวัยวะที่ขาดนั้นคือยิ่งอยู่ในอุณหภูมิเย็นเท่าไหร่ก็ยิ่งดีแต่นั่นเป็นวิธีที่ผิดเพราะความเย็นจัดจะไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อจนทำให้มันตายหมด ดนัยคิดในใจ
“อาจารย์โคบายาชิครับช่วยจับนิ้วเอาไว้ด้วยนะครับผมจะต่อหลอดเลือดเลย” ดนัยบอก
“ค่ะ” อาจารย์โคบายาชิพยักหน้าจากนั้นดนัยก็เริ่มต่อหลอดเลือด
“นักศึกษารู้เหตุผลที่อาจารย์ดนัยต้องต่อหลอดเลือดก่อนกันหรือเปล่า” อาจารย์ฮาราดะถามหลังจากดนัยเริ่มต่อหลอดเลือดเข้ากับนิ้วที่ขาดออกจากร่างกาย
“เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปที่นิ้วที่ขาดได้เร็วที่สุดหลังจากถูกตัดออกหรือเปล่าครับเพราะถ้าเลือดเริ่มไหลเวียนแล้วก็มีโอกาสสูงที่นิ้วมือที่ถูกตัดขาดจะกลับมาใช้ง”นได้เป็นปกติ" นักศึกษาชายยกมือตอบ
“ถูกต้องการผ่าตัดอวัยวะที่ถูกตัดขาดนั้นยิ่งทำให้เลือดมันกลับไปไหลเวียนได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสสูงมากเท่านั้นที่อวัยวะที่ถูกตัดขาดจะกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม” อาจารย์อาราดะพยักหน้าพอใจหลังจากเห็นว่านักศึกษาของตนตอบถูก
จากนั้นอาจารย์ฮาราดะก็เริ่มอธิบายถึงวิธีการเย็บต่อหลอดเลือด
“อาจารย์คะถ้าหลอดเลือดมันยาวไม่พอล่ะคะ” นักศึกษาหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถามแต่ทว่าอาจารย์ฮาราดะยังไม่ทันได้ตอบดนัยก็ตอบแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“กรณีนั้นก็ให้ใช้หลอดเลือดเทียมเอาครับ...แต่ถ้าไม่ได้เตรียมหลอดเลือดเทียมเอาไว้ให้ใช้หลอดเลือดจากจุดอื่นเช่นบริเวณโคนขาดตรงจุดนั้นนำหลอดเลือดมาใช้งานได้ง่ายที่สุด...อ๊ะเผลอตอบแทรกอาจารย์ฮาราดะเฉยขอโทษครับอาจารย์ฮาราดะ” ดนัยตอบออกไปพลางรู้สึกตัวว่าทำเรื่องเสียมารยาทออกไป
“ไม่เป็นไรอาจารย์ดนัยก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละนะนักศึกษากรณีที่หลอดเลือดมันยาวไม่พอให้ใช้หลอดเลือดเทียมเอาซึ่งการผ่าตัดปกติตามตารางจะมีการเตรียมหลอดเลือดเทียมเอาไว้อยู่เสมอแต่ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉินที่เตรียมไว้ไม่ทันแพทย์ผู้ผ่าตัดก็จะตัดสินใจเอาหลอดเลือดจากโคนขาของผู้บาดเจ็บมาใช้แทน” อาจารย์ฮาราดะพูด
ทางด้านดนัยใช้เวลาต่อหลอดเลือดอยู่เป็นสิบนาทีในที่สุดเขาก็ต่อสำเร็จ
“เรียบร้อยนิ้วมือเริ่มมีสีเลือดบ้างแล้ว” ดนัยยิ้มออกมาพลางมองดูนิ้วมือที่ถูกตัดที่เลือดเริ่มไปเลี้ยง
“ยอดเลย !!” นักศึกษาอุทานด้วยความตกตะลึงที่เห็นการผ่าตัดของจริงครั้งแรก
“การต่อหลอดเลือดเป็นพื้นฐานที่ศัลยแพทย์ทุกคนต้องมีติดตัวพวกเธอเองในอนาคตก็สามารถทำแบบนี้ได้เหมือนกัน” อาจารย์ฮาราดะพูดแต่ก็แอบคิดในใจ
ใช้เวลาต่อหลอดเลือดไป 14 นาทีเป็นเวลาที่เร็วมากศัลยแพทย์ปกติกว่าจะทำเสร็จอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 20 – 25 นาที อาจารย์ฮาราดะคิดในใจ
“เอาล่ะหลังจากต่อหลอดเลือดเสร็จแล้วขั้นต่อไปก็คือการเชื่อมกระดูก” อาจารย์ฮาราดะเริ่มสอนขั้นต่อไปของการต่ออวัยวะ
ทางดนัยเองก็ทำตามขั้นตอนที่อาจารย์ฮาราดะสอนนักศึกษา
“นี่เพลตค่ะ” อาจารย์โคบายาชิยื่นเพลตสำหรับเชื่อมกระดูกให้ดนัย
“ขอบคุณครับ” ดนัยรับเพลตมาและก็เริ่มทำการผ่าตัดเชื่อมกระดูกนิ้วมือที่ถูกตัดขาดให้ติดกับมือของนักศึกษาจากคณะคหกรรมที่นอนอยู่บนเตียงใช้เวลาไม่นานการเชื่อมกระดูกก็เสร็จสิ้น
“ดีนะครับเนี่ยที่เครื่องสไลด์เนื้อมันคมมากเลยไม่ต้องมานั่งตัดแต่งนิ้วมือมากมายอะไร” ดนัยมองดูแผลที่นิ้วมือที่เรียนสนิทจากการถูกตัดด้วยใบมีดที่คมกริม
ซึ่งทางอาจารย์ฮาราดะนั้นก็กำลังอธิบายว่าถ้ากรณีที่แผลที่ถูกตัดนั้นมันเละแพทย์จำเป็นต้องตัดแต่งแผลและเนื้อเยื่อให้เรียบร้อยก่อนที่จะผ่าตัดต่ออวัยวะ
“เอาล่ะนักศึกษาจากนี้คือส่วนสำคัญและยากที่สุดของการผ่าตัดครั้งนี้แล้วห้ามทุกคนส่งเสียงรบกวนเด็ดขาด” อาจารย์ฮาราดะเอ่ยปากเตือนนักศึกษา
“ส่วนสำคัญเหรอคะ” นักศึกษาหญิงทวนคำพูดของอาจารย์ของเธอ
“ใช่ขั้นตอนต่อไปนี้ที่จะได้เห็นคือการต่อเส้นประสาทเพื่อให้นิ้วมือกลับมาใช้งานได้ดังเดิมซึ่งเส้นประสาทนั้นมีขนาดเล็กกว่าหลอดเลือดเสียอีกถ้าพลาดตรงจุดนี้อาจจะทำให้นิ้วมือที่ต่อกลับไปใช้การไม่ได้เลยก็ได้ดังนั้นนี่จึงเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดสำหรับการผ่าตัดต่ออวัยวะ” อาจารย์ฮาราดะพูด
ฟูว...เอาล่ะถึงขั้นตอนยากแล้ว ดนัยพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเหลือบตามองดูอาจารย์โคบายาชิที่พยักหน้าให้เขา
“เริ่มการผ่าตัดเชื่อมต่อเส้นประสาทครับ” ดนัยพยักหน้าพลางยกมือขึ้นตบแว่นขยายกำลังสูงที่สวมอยู่บนหัวลงมาและเริ่มการผ่าตัดเส้นประสาท
ทางด้านอาจารย์โคบายาชิที่ทำหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเธอทำหน้าที่ใช้คีมคีบแยกเส้นประสาทออกจากหลอดเลือดและกล้ามเนื้อและนำมันมาประกบกันเพื่อให้ดนัยเย็บเชื่อมต่อกัน
ซึ่งในขั้นตอนนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้ฝีมือในการเย็บของหมอผ่าตัดหลักอย่างดนัยแต่ต้องใช้ฝีมือและความนิ่งของหมอผู้ช่วยอย่างอาจารย์โคบายาชิด้วย
มืออาจารย์โคบายาชินิ่งมากสมแล้วที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลกลางฝีมือเทียบเท่าพวกหมอมิโฮะในโรงพยาบาลเราเลย ดนัยคิดในใจ
เวลาค่อยๆไหลผ่านไปดนัยค่อยๆเย็บเส้นประสาทที่ถูกตัดขาดทีละเส้นการเย็บเส้นประสาทแต่ละเส้นนั้นใช้เวลาค่อยข้างมากซึ่งปกติแล้วศัลยแพทย์จะต้องใช้เวลาในการเย็นเส้นประสาทไม่ต่ำกว่าเส้นละครึ่งชั่วโมงแต่ทางด้านดนัยนั้นกลับใช้เวลาในการเย็บไปเส้นละไม่ถึงครึ่งชั่วโมงซึ่งนั่นสร้างความตกตะลึงให้อาจารย์ฮาราดะและอาจารย์โคบายาชิเป็นอย่างมาก
แต่ถึงแม้ทั้งสองคนจะตะลึงแค่ไหนก็ไม่ได้ส่งเสียงหรือเอ่ยปากอะไรออกมารบกวนดนัยที่กำลังใช้สมาธิในการผ่าตัด
ทางด้านเหล่านักศึกษาเองถึงจะมองไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะเส้นประสาทมีขนาดเล็กมากแต่พวกเขาก็คอยมองมือของดนัยที่ขยับอยู่ตลอดเวลาด้วยความลุ้นระทึก
“ฟูว...เส้นสุดท้ายแล้วใช่มั้ยครับ” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาหลังจากเย็บเส้นประสาทที่น่าจะเป็นเส้นสุดท้ายเสร็จ
“ค่ะเส้นสุดท้ายแล้ว” อาจารย์โคบายาชิพยักหน้าให้
“เฮ้อ...ค่อยโล่งอกหน่อยถ้างั้นเย็บต่อนิ้วให้เสร็จแล้วปิดงานกันเถอะครับ” ดนัยพูด
“ค่ะ !!” อาจารย์โคบายาชิตอบจากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันเย็บนิ้วที่ขาดออกจากกันให้ต่อกันมือไม่ถึงสิบนาทีการผ่าตัดต่ออวัยวะก็เสร็จสิ้น
หลังจากผ่าตัดเสร็จดนัยก็วางอุปกรณ์ในมือลงในถาด
“การผ่าตัดเสร็จสิ้นขอบคุณมากครับ” ดนัยเงยหน้ามองเพดานยกแขนขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอยู่เต็มใบหน้า
แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! อาจารย์ฮาราดะเริ่มปรบมือให้ดนัยซึ่งพอเหล่านักศึกษาที่เห็นอาจารย์ของตนเริ่มปรบมือพวกเขาก็รีบปรบมือตามจากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วห้องผ่าตัด
“เจ๋งมากเลยครับอาจารย์จบไปผมจะเป็นแบบอาจารย์บ้าง !!”
“เป็นการผ่าตัดที่จะไม่ลืมไปชั่วชีวิตค่ะขอบคุณมากค่ะอาจารย์ !!”
“ขอบคุณครับอาจารย์”
“อาจารย์โคบายาชิยอดมากเลยค่ะ”
เหล่านักศึกษาต่างส่งเสียงชื่นชมดนัยและอาจารย์โคบายาชิจนวุ่นวายทางดนัยก็ได้แต่ยิ้มเขินเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องมาผ่าตัดให้เหล่านักศึกษาดู
จบ...