บทที่ 59 อิงอิงตัวน้อยปรากฏตัวครั้งแรกที่เกาะฝูโจว
ในตอนที่ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงกังวลเรื่องการกินอาหารที่เดี๋ยวมากเกินไป เดี๋ยวน้อยเกินไปของฉินอิงอิง ตระกูลหนาน ณ หนานเฉิงทางตะวันออกเฉียงใต้
หนานจวินเหอคุณชายใหญ่ตระกูลหนานที่พักร้อนในเกาะฝูโจวก็หายตัวไปอย่างกะทันหัน ตอนที่ผู้ช่วยหาตัวเขาพบก็ส่งเขาไปโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อรับการรักษาฉุกเฉินทันที
แม้จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แต่เขาก็ยังคงนอนไม่ได้สติ
คุณท่านแห่งตระกูลหนานมีลูกชายเพียงคนเดียว มีหลานชายอยู่สามคน
น่าเสียดายที่ลูกชายคนเดียวเสียชีวิตลงด้วยอาการป่วยในวัยสี่สิบปี ลูกสะใภ้ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ภรรยาที่สุขภาพย่ำแย่ได้ยินข่าวร้ายจึงเกิดอาการช็อคจนเสียชีวิตตามไปเช่นกัน
ต่อมาคุณท่านหนานก็ดูแลหลานชายทั้งสามตามลำพัง
หลังเกิดเรื่องกับหลานชายคนโต คุณท่านหนานถึงกับสุขภาพทรุดลง
ถึงตอนนี้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็อยู่ในระยะพักฟื้นมาตลอด
ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณชายใหญ่จนถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะหนึ่งปีพอดี หนานจวินสวี่คุณชายรองแห่งตระกูลหนานจำเป็นต้องออกจากวงการบันเทิงเพื่อรับช่วงต่อบริษัทเล็กใหญ่ของตระกูล
ภาคใต้ฝนตกชุก ตอนนี้ถึงเดือนตุลาคมแล้ว หลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ฝนฤดูใบไม้ร่วงกับความหนาวเหน็บก็มาเยือน
ตอนนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม ความร้อนอบอ้าวที่แผ่กระจายไปทั่วทำให้คนหายใจไม่สะดวก
สายฟ้าฟาดสร้างรอยแยกที่เด่นชัดบนท้องฟ้า ตามมาด้วยฟ้าร้องที่ดังเหมือนระเบิดก้องกระจายไปทั่วราวกับว่าโลกทั้งโลกกำลังสั่นสะเทือนไปหมด
ผู้คนที่สัญจรบนถนนใหญ่เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ พวกเขาต่างพากันรีบร้อนหาที่หลบ
สักพักฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจริง ๆ
สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้าอีกครั้ง จากนั้นเมฆหนาทึบก็ยังคงปกคลุมทั่วทั้งหนานเฉิง
รถสีดำขับมาแต่ไกลและตรงเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นไม่ขาดสาย รถคันสีดำจอดที่ทางเข้าแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาล
โดยไม่รีรอให้คนขับลงมาเปิดประตูรถให้ ประตูหลังรถถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ข้างใน ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ อายุยี่สิบกลาง ๆ ก้าวลงจากรถและเดินฝ่าม่านฝนเข้าไปแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลโดยไม่แม้แต่จะกางร่ม
เขาเข้าไปในลิฟต์ และกดขึ้นชั้นบน
ตอนที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็อยู่หน้าแผนก VIP ด้านขวาสุดบนชั้นเจ็ดแล้ว
ในตอนนี้ เขาถึงได้หันมองซ้ายขวา บนชุดสูทระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบด้วยมือยังคงมีหยาดฝนเกาะอยู่เล็กน้อย
เขาไม่ได้สนใจ แต่มองไปยังประตูห้องผู้ป่วยเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ หนึ่งที
ผู้ช่วยรีบร้อนตามมา ในมือถือผ้าขนหนูสีขาวราวหิมะ พร้อมด้วยสูทชั้นนอกตัวสำรองและถุงเท้ารองเท้า
“คุณชายรอง เปลี่ยนสักหน่อยเถอะครับ”
เด็กหนุ่มวัยรุ่นพยักหน้าและไปยังห้องผู้ป่วยที่อยู่ข้าง ๆ
เมื่อเขาสวมรองเท้า ถุงเท้า และเสื้อผ้าที่ใส่สบายเสร็จเรียบร้อยดีจึงเป่าผมที่เปียกหมาด ๆ จนแห้งและจัดแจงเสื้อผ้าหน้ากระจก จากนั้นถึงได้ไปห้องผู้ป่วยที่อยู่ข้าง ๆ ผลักประตูและก้าวเข้าไป เขาสาวเท้ายาวเดินตรงไปในห้องผู้ป่วย
ห้องผู้ป่วยเป็นแบบหนึ่งห้องนอน ภายนอกมีห้องรับแขกที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันและเรียบง่ายด้านในคือห้องผู้ป่วยที่มีคนไข้นอนอยู่เพียงคนเดียว
ร่างที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเป็นชายวัยสามสิบซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับเขาถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
ใบหน้าขาวซีด ผ่อนลมหายใจเข้าออกคงที่ แต่เจ้าของร่างกลับนอนนิ่งแบบนี้มาหนึ่งปีเต็มแล้ว
ผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยคือหนานจวินเหอ คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหนาน อดีตหัวหน้าตระกูลหนาน ตระกูลที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในหนานเฉิง
แต่คนที่เข้ามาคือหนานจวินสวี่ คุณชายรองแห่งตระกูลหนาน หรือหัวหน้าตระกูลหนานคนปัจจุบัน
ในตอนนี้ เขานั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย มองดูหนานจวินเหอพี่ชายคนโตผู้ซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขาและนวดบริเวณหว่างคิ้วเบา ๆ
“พี่ใหญ่ พี่หลับไปหนึ่งปีแล้ว ยังอยากนอนต่ออีกนานแค่ไหน?”
“พี่รู้ไหม ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องกับพี่จนถึงตอนนี้ก็หนึ่งปีแล้ว คนอื่น ๆ ในตระกูลมองผมราวกับว่าผมเป็นต้นเหตุ”
“เราเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา ผมไม่เคยสนใจเรื่องธุรกิจ ชอบก็แต่การแสดง”
“ผมหวังว่าจะไม่มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับพี่มากกว่าใครทั้งนั้น!”
เขาหัวเราะเยาะตัวเองไปในที “คำพูดนี้ถึงผมจะพูดเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง ก็คงไม่มีใครเชื่อผมอยู่ดี”
ใช่!
ทิศเหนือคือตระกูลฉิน ทิศใต้คือตระกูลหนาน ในฐานะผู้นำตระกูลฉินหรือตระกูลหนาน แค่จามหนึ่งทีก็ทำให้คนทั้งประเทศหวาดกลัวแล้ว ใครบ้างจะไม่อยากเป็นผู้นำของทั้งสองตระกูลนี้?
พี่ใหญ่อยู่เกาะฝูโจวตอนที่เกิดเรื่อง และเขาก็ถ่ายละครที่เกาะฝูโจวพอดี
บังเอิญขนาดนี้ หนานจวินสวี่รู้ว่าต่อให้ตัวเองอธิบายอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งก็พูดให้ชัดเจนไม่ได้
ยังไงสำหรับคนอื่น ท้ายที่สุดแล้วคนที่ประสบความสำเร็จและกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของตระกูลหนานก็คือเขา
หนานจวินสวี่ขมวดคิ้วอย่างหดหู่และถอนหายใจอย่างอดไม่ได้
“เข้าเรื่องเลยละกัน หลัก ๆ คือวันนี้ผมมาเพราะมีเรื่องอยากคุยกับพี่”
เมื่อหนานจวินสวี่พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็จริงจังมากขึ้น
“ผมไม่รู้ว่าหนึ่งปีก่อนพี่รู้เรื่องที่พี่อินอินตายแล้วรึยัง ผมเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ที่จริงพี่อินอินตายตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว คนที่ใช้มือถือของพี่อินอินส่งข้อความหาเรามาตลอดสามปีมานี้คือเจียงอวิ๋นอวิ๋นน้องสาวของพี่อินอิน”
“พี่น่าจะรู้จักเธอละมั้ง ยังไงพี่กับพี่อินอินก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานานหลายปีขนาดนั้น พี่อินอินบอกพี่ใช่รึเปล่า ถึงจะไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ พี่ก็ต้องรู้จักเธออยู่แล้ว”
“พี่อินอินไม่อยู่แล้ว ตอนนี้พี่ก็เป็นแบบนี้ ตระกูลเจียงยังคิดจะแต่งงานเชื่อมระหว่างสองตระกูลต่อไปอยู่ดี เพียงแต่ว่าต้องการให้เจียงอวิ๋นอวิ๋นแต่งกับพี่เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับตระกูลหนานของเรา”
พูดมาถึงตรงนี้ หนานจวินสวี่ก็เฝ้ามองความเปลี่ยนไปของสีหน้าท่าทางหนานจวินเหออย่างละเอียด
ไม่มี…
ไม่มีความผิดปกติอะไรเลย
สีหน้าท่าทางของหนานจวินเหอยังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม เหมือนว่าเขาต้องการจะหลับไปตลอดกาล
ปลายนิ้วมือของหนานจวินสวี่สั่นเล็กน้อย ปากอ้าออก เหมือนไม่มีทางยอมรับได้
ท้ายที่สุดแล้วนี่คือการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวให้พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ชอบพี่อินอินขนาดนั้นจะยอมให้เขาเปลี่ยนเจ้าสาวหลังจากที่ตัวเองนอนเป็นผักอยู่อย่างนี้ได้ยังไง?
เรื่องสำคัญแบบนี้ พี่ใหญ่ได้ยินแล้วกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
นี่หมายความว่า…ไม่มีความหวังแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ?
ประตูห้องคนผู้ป่วยถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมด้วยเสียงของวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจดังลอดเข้ามา
“ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย ไสหัวไปให้พ้น!”
หนานจวินอู้ที่เพิ่งอายุยี่สิบปีบริบูรณ์เปิดประตูเข้ามาและดึงหนานจวินสวี่หรือพี่รองที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียง
หนานจวินสวี่เหลือบมองเขาอย่างสงบ เหมือนกับว่าน้องชายผู้นี้ไม่ได้มีตัวตน
หนานจวินอู้ถูกกระตุ้นเข้าแล้ว
ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องกับพี่ใหญ่ พี่รองก็เผยธาตุแท้ออกมาจริงด้วย
ไม่สนใจไยดีตระกูลหนานอะไรกัน ถ้าไม่ได้สนใจจริง ๆ เขาในฐานะลูกนอกสมรสจะกลับมาที่บ้านตระกูลหนานอีกทำไม?
ตระกูลหนานไม่ได้ขาดแคลนทายาทผู้สืบทอดชาย!
พี่ใหญ่ก็ยังอยู่!
ถึงจะเกิดเรื่องกับพี่ใหญ่ ตอนนี้ก็ยังมีเขา… หนานจวินอู้!
แต่ผู้ที่รับช่วงต่ออำนาจของตระกูลจากพี่ใหญ่กลับไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ที่มีสายเลือดเดียวกัน แต่เป็นลูกชายนอกสมรสของพ่อที่พี่ใหญ่พาเข้ามาบ้านตอนอายุได้สามขวบ
หนานจวินอู้ไม่อยากเชื่อ พี่ใหญ่ดีกับพี่รองขนาดนี้ ถึงปู่กับย่าจะไม่เคยญาติดีกับพี่รอง แต่พี่ใหญ่ก็ยังดูแลพี่รองเหมือนน้องชายแท้ ๆ มาโดยตลอด
เพราะอะไรกัน?
นี่พวกเขาเลี้ยงหมาลอบกัดสินะ!
หนานจวินอู้เหวี่ยงหมัดไปที่ใบหน้าของหนานจวินสวี่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ผู้ช่วยที่อยู่ข้างนอกพุ่งเข้ามารั้งเขาทันที
“คุณชายสาม ไม่ได้นะครับ!”
ดวงตาของหนานจวินอู้ลุกเป็นไฟ “กล้าดียังไงมาขวางฉัน?”
ชายหนุ่มอายุห้าสิบกว่าปีเข้ามาจากข้างนอก หนานจวินสวี่เห็นอีกฝ่ายก็ยืนขึ้นทันที
“ลุงหาน”
ลุงหานยิ้มอย่างเมตตา “คุณชายรองก็มาเยี่ยมคุณชายใหญ่ด้วยสินะ”
หนานจวินสวี่พยักหน้า “ใช่ครับ ยังไงในตอนแรกการแต่งงานระหว่างตระกูลหนานกับตระกูลเจียงคุณปู่ก็ทำขึ้นเพื่อพี่ใหญ่ ตอนนี้เมื่อพบว่าพี่อินอินจากไปตั้งแต่สามปีก่อน ตระกูลเจียงเลยรีบเปลี่ยนเจ้าสาวและดำเนินการแต่งงานปรองดองต่อไป ผมอยากให้พี่ใหญ่รู้เพื่อดูปฏิกิริยาว่าพี่ใหญ่จะฟื้นขึ้นมาได้ไหม ยังไงเขาก็ชอบพี่อินอินมากขนาดนั้น”
ลุงหานมีสีหน้าเรียบเฉย หนานจวินสวี่จึงเข้าใจในทันที
เขาเดาถูก พี่ใหญ่รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับพี่อินอินก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นกับเขา
พี่ใหญ่หายไปที่เกาะฝูโจว และพี่อินอินก็เกิดเรื่องขึ้นที่เกาะฝูโจวเหมือนกัน
เขาเคยพลิกดูเอกสารทั้งหมดที่มี เกาะฝูโจวมีอะไรพิเศษกันแน่?
เหมือนว่าจะไม่มี!
อย่างไรก็ตาม เมื่อสามเดือนที่แล้วพบว่ามีบันทึกเด็กถูกทอดทิ้ง ดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กหญิงอายุสามขวบครึ่งที่ถูกทิ้งบนชายหาดและต่อมาก็ถูกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในเมืองหลวงรับตัวไป