(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 71 ผู้มีพรสวรรค์แห่งยุค

            ท่ามกลางสายตาของนักเรียนภายในห้องโถงใหญ่ดุจลานพิธีแห่งการตัดสินชะตา


            ในที่สุดหวงเยี่ยก็ได้พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มแฉ่งเผยออกมาอย่างเปิดเผยไร้ความหวาดหวั่น


            ดวงตาสีเข้มสะท้อนประกายมั่นใจราวกับเปลวไฟที่ลุกไหม้


            “เข้าใจแล้วอาจารย์!”


            “งั้นข้าหวงเยี่ยจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับท่านละกัน!”


            เสียงซุบซิบในห้องโถงดังขึ้นทันที บางคนหัวเราะคิกคัก บางคนส่งสายตาเย้ยหยัน


            ขณะที่อีกหลายคนกำลังยกสมาร์ตโฟนขึ้นเล็งภาพอย่างไม่คิดปิดบัง


            หวงเยี่ยลุกขึ้นอย่างสงบนิ่ง เดินตรงไปยังมุมหนึ่งของห้องซึ่งวางหอกพื้นฐานเรียงรายอยู่ ปลายนิ้วแตะสัมผัสด้ามหอกเรียบง่าย ก่อนจะหยิบขึ้นมาถืออย่างมั่นคง หอกรูปแบบนี้เหมือนกับสิ่งที่ตนเองเคยใช้ในสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานมาตลอดสองปี


            ทั้งน้ำหนักที่พอเหมาะ ความยืดหยุ่นของด้ามหอก ความสมดุลระหว่างปลายคมกับฐานจับ ทุกสิ่งทุกอย่างคุ้นเคยดั่งลมหายใจ


            หวงเยี่ยขยับข้อมือเล็กน้อย หอกหมุนวนเป็นวงโค้งเล็กๆอย่างแนบเนียน


            เขาไม่จำเป็นต้องปรับตัว ไม่ต้องทดลองจังหวะ เพราะร่างกายของเขาจดจำสัมผัสเหล่านี้ได้ลึกถึงระดับสัญชาตญาณ


            ขณะที่กำลังเดินขึ้นไปบนลานประลองเล็กกลางห้องโถง หวงเยี่ยก็ควงหอกในมือด้วยมือข้างเดียว


            ไม่ใช่การหมุนด้วยแรงเหวี่ยงทั้งแขน


            ไม่ใช่การอาศัยข้อมือเต็มแรง


            เขาใช้นิ้วของตนเองเพียงเท่านั้น


            ปลายนิ้วผลัก ดึง ประคอง และหมุนด้ามหอกให้เคลื่อนไหวราวกับหอกมีชีวิตเป็นของตนเอง


            ภาพดังกล่าวทำให้เหล่านักเรียนที่เห็นต่างต้องอึ้ง


            เสียงหัวเราะบางส่วนหยุดชะงักกลางคัน


            การหมุนเช่นนั้นไม่ใช่เพียงท่าทางโชว์ฝีมือ แต่มันกลับสะท้อนถึงการควบคุมที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าระดับพื้นฐานไปอย่างชัดเจน


            อาจารย์หลานฟงเองก็หรี่ตาลงอย่างประหลาดใจ


            สายตาของเขาจับจ้องไปยังข้อมือและปลายนิ้วของหวงเยี่ย ครุ่นคิดถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของเจ้าชายน้อยตรงหน้า


            “ระดับขั้นพื้นฐาน?”


            “ไม่ใช่..”


            “ระดับขั้นชำนาญหอก!”


            “เจ้าเด็กนี่เป็นขั้นชำนาญหอกได้ตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้เนี่ยนะ?!”


            ความคิดดังกล่าวแล่นผ่านจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว


            หัวใจของหลานฟงเต้นระรัวไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง สัมผัสได้ถึงอัญมณีที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางก้อนหินธรรมดา


            หวงเยี่ยก้าวขึ้นสู่ลานประลองเล็ก เขาหยุดยืนตรงหน้าอาจารย์ ก่อนจะยกมือขึ้นแสดงความเคารพอย่างจริงจัง


            “ขอคำชี้แนะด้วยครับ!”


            จากนั้นชายหนุ่มก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ตั้งท่าในรูปแบบที่ทำให้บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปในทันที


            เขายกหอกขึ้นเหนือศีรษะ ท่วงท่าดูราวกับกำลังถือดาบมากกว่าหอก ขาหน้าถูกเหยียดออกไป เข่ากดต่ำลง ศูนย์ถ่วงของร่างกายลดลงอย่างน่าแปลกประหลาด แผ่นหลังตั้งตรงแต่ไม่แข็งเกร็ง และปลายหอกชี้เฉียงลงเล็กน้อย


            “นี่มัน..”


            หลานฟงรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายด้วยคำง่ายๆ


            ท่วงท่านั้นไม่อยู่ในตำรา ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานของผู้ใช้หอกขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่การจัดท่าแบบขั้นชำนาญทั่วไป


            มันเป็นการประสานแนวคิดเข้าด้วยกัน การถือหอกดุจดาบ การลดระดับลำตัวเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ การเปิดแนวโจมตีที่ไม่ตรงตามคาด


            ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจลึก ความคิดหนึ่งแล่นผ่านจิตใจของเขาอย่างชัดเจน


            “การกระทำของหวงเยี่ยในตอนนี้มันเกินไปกว่าผู้ใช้หอกขั้นพื้นฐานไปไกลแล้ว”


            “ไม่เพียงเท่านั้น มันยังแฝงกลิ่นอายของการคิดค้นและประยุกต์ที่ไม่ใช่สิ่งซึ่งผู้ฝึกหัดทั่วไปจะทำได้!”


            หลานฟงไม่ประมาท ขยับเท้าเล็กน้อยและตั้งท่าของตนเองอย่างมั่นคง


            หอกพื้นฐานในมือเขาแม้ดูธรรมดา ทว่าภายใต้การควบคุมของปรมาจารย์ ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดในลานแห่งนี้


            สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศ


            หนึ่งคือผู้สั่งสอนที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน


            อีกหนึ่งคือเจ้าชายน้อยที่ยังมิได้ผ่านบททดสอบแท้จริงต่อหน้าสาธารณชน


            เสียงซุบซิบรอบข้างค่อยๆจางหาย นักเรียนจำนวนมากกลั้นหายใจ แม้แต่กลุ่มที่ตั้งใจจะบันทึกภาพด้วยความสะใจก็เริ่มเงียบลงโดยไม่รู้ตัว

    ทันใดนั้นหวงเยี่ยก็ได้เคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีการย่อตัวเตรียมท่าให้เห็นล่วงหน้า


            เพียงเสี้ยวพริบตา ร่างของเขาก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าดุจเงาที่หลุดจากแสง


            ปลายเท้ากดพื้นอย่างแม่นยำ แรงส่งถ่ายทอดจากสะโพกผ่านไหล่สู่ปลายนิ้วโดยไร้ความสูญเปล่า


            หอกในมือแทงออกไปสามครั้งซ้อน


            หนึ่ง


            สอง


            สาม


            ทุกครั้งเกิดขึ้นในจังหวะต่อเนื่องราวกับเป็นการเคลื่อนไหวเดียว


            ปลายหอกแปรเปลี่ยนเป็นภาพเงาติดตาประหนึ่งภูติผี เส้นแสงบางเบาฉีกอากาศจนเกิดเสียงหวีดแผ่วๆ


            เหล่านักเรียนที่กำลังจับจ้องอยู่แทบไม่ทันได้กระพริบตา


            หลานฟงถึงกับอุทานออกมาโดยไม่ตั้งใจ


            “เร็วขนาดนี้?”


            เขารีบยกหอกขึ้นปัดป้อง การปะทะกันครั้งแรกดังสะท้อนกลางลานประลอง


            เสียงโลหะกระทบกันแหลมคมจนหลายคนสะดุ้ง


            หลานฟงถอยเท้าเล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะ


            สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปจากความคาดคะเนเดิม การโจมตีที่รวดเร็วและฉับพลันเช่นนี้ทำให้ทุกสิ่งแปรเปลี่ยนไปในทันที


            เขาไม่คิดเลยว่าหอกของหวงเยี่ยจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้


            หลานฟงจึงตอบโต้ทันที หอกในมือของเขาเคลื่อนไหวไร้แบบแผน เส้นทางการโจมตีเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง


            จากแทงตรงกลายเป็นเฉียง จากเฉียงแปรเป็นปัด จากปัดพลิกเป็นสะบัด แต่ทุกการเคลื่อนไหวยังคงเฉียบคมดั่งคมเขี้ยวแห่งมังกร ไม่มีการเสียจังหวะ ไม่มีความลังเล ทุกการโจมตีหมายที่จะจัดการหวงเยี่ยให้ได้ และเพื่อทดสอบความชำนาญหอกของชายหนุ่ม


            หวงเยี่ยเองก็ไม่ถอยหนี เขาขยับเท้าเข้าไป ลำตัวบิดหลบเส้นทางคมปลายหอกเพียงครึ่งฝ่ามือ


            ข้อมือพลิกกลับ ปลายคมของเขาสอดแทรกเข้าสู่ช่องว่างที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที


            เคลื่อนไหวพลิกแพลงไปมา บางครั้งย่อตัวต่ำ บางครั้งหมุนไหล่หลบ บางครั้งสะบัดหอกตอบโต้ดั่งสายฟ้าฟาด


            การตอบสนองแต่ละครั้งไม่ได้มาจากความคิด แต่มาจากสัญชาตญาณที่สั่งสม


            “เจ้าเด็กนี่—!”


            หลานฟงเริ่มรับรู้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น


            หอกของเขาซึ่งเคยควบคุมจังหวะได้อย่างสมบูรณ์ บัดนี้ต้องเร่งปรับตามคู่ต่อสู้ที่อายุน้อยกว่าหลายปี


            “นี่มัน..”


            นักเรียนรอบด้านเริ่มลืมเสียงหัวเราะ


            บางคนเผลอวางสมาร์ตโฟนลงโดยไม่รู้ตัว


            ในจังหวะหนึ่ง หลานฟงแทงตรงไปยังช่วงอกของหวงเยี่ย


            เส้นทางนั้นรวดเร็วและแม่นยำ


            หวงเยี่ยกลับไม่ถอย


            เขาเฉียงลำตัวเพียงเล็กน้อย ปลายหอกของเขาปัดเฉียงด้านข้าง จากนั้นสวนกลับในแนวทแยงทันที


            เสียงลมฉีกอากาศดังสะท้อน ทำให้หลานฟงยกด้ามหอกกันอย่างฉับไว


            นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างผู้ที่เข้าใจหอกอย่างแท้จริง จังหวะการโจมตีดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว


            แทง


            ปัด


            สวน


            หลบ


            ทุกการเคลื่อนไหวเชื่อมต่อกันดุจสายธาร


            แล้วในตอนนั้นหวงเยี่ยได้เห็นจังหวะ เพียงเสี้ยววินาทีที่หลานฟงถ่ายน้ำหนักผิดจุดจากการสะบัดหอกตอบโต้


            ชายหนุ่มรีบย่อตัวลง ลำตัวต่ำจนเกือบชิดพื้น ขาหน้ากวาดออกไปอย่างฉับพลัน


            การเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้คาดคิด เพราะเป็นการใช้ทักษะร่างกายร่วมกับอาวุธ


            “ปัง!”


            ขาของเขากระทบข้อเท้าของหลานฟงอย่างแม่นยำ ทำให้สมดุลของปรมาจารย์ต้องเสียหลักไปในทันที


            ร่างของหลานฟงเอนเล็กน้อย


            เพียงชั่วขณะเดียว แต่สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาส มันเพียงพอแล้ว


            หวงเยี่ยหมุนตัว ควงหอกในมือเป็นวงกว้าง แรงเหวี่ยงถ่ายทอดจากสะโพกสู่ปลายแขนอย่างสมบูรณ์ จากนั้นแทงออกไปดั่งมังกรคำราม เสียงลมระเบิดดังสะท้อน เกิดเป็นคลื่นสายลมที่รุนแรงพุ่งตรงไปข้างหน้า


            “ฟุบบบบ!”


            ปลายหอกหยุดนิ่งอย่างแม่นยำ และอยู่ที่บริเวณหน้าผากของหลานฟงอย่างพอดิบพอดี


            ระยะห่างไม่ถึงคืบ


            เส้นผมของชายวัยกลางคนปลิวสยายจากแรงลมที่ปะทะ


            ทำให้นัยน์ตาต้องเบิกกว้างไปด้วยความตกใจ ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วครู่นึงเลยก็ว่าได้


            ความเงียบปกคลุมลานประลอง ทุกสายตาจับจ้องไปยังปลายหอกที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า


            หลานฟงมองตรงเข้าไปในดวงตาของหวงเยี่ย ภาพเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาอีกต่อไป


            “นี่เจ้า..


            คำพูดหลุดออกจากปากเขา


            “ปรมาจารย์แห่งหอก!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน