เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 120: สร้อยอัญมณีผนึกคำสาป (Seal the Cruse of Gems)

            และแล้ว ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมายังช่วงเวลาในปัจจุบัน ณ ห้องพักชั้นใต้ดินที่อยู่ภายในร้านกาแฟสุดหรูในบ้านทาวน์โฮมที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยมปลายสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิ

            “จริงสิ” หลังจากสึบากิกับเพื่อนๆ ทั้งสามอย่างริโกะ ซานาเอะ และอาซึสะนั้นโอบกอดกันมาได้สักระยะ ทางด้านสึบากิก็ได้นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาในทันที เธอรีบเดินไปที่ชั้นวางที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งมีหน้าจอ LED Smart TV วางอยู่ที่บนชั้นวาง

            “มีอะไรเหรอ สึบากิจัง” ริโกะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ทางด้านสึบากิก็รีบหยิบกล่องใส่สร้อยคอสีม่วงออกมาจากชั้นวางที่อยู่ถัดลงมาจากชั้นวาง LED Smart TV ที่อยู่บนสุด ก่อนที่เธอนั้นจะทำการเปิดกล่องสีม่วงออกมาดู และได้พบกับสร้อยอัญมณีกันอสูรอีกเส้นที่เซย์เมย์นั้นได้ทำการปลุกเสกขึ้นด้วยพลังเวทย์ของเขา

            ตัวจี้อัญมณีมากะทามะนั้นจะเป็นสีม่วงเข้ม ต่างจากสร้อยอัญมณีที่เทพีอินาริได้ทำการปลุกเสกขึ้นที่เป็นสีเขียวอ่อน ดูเหมือนว่าฤทธิ์เดชของสร้อยอัญมณีที่เซย์เมย์ได้ทำการปลุกเสกขึ้นมานั้นจะมีมากกว่าฤทธิ์เดชของสร้อยอัญมณีที่เทพีอินาริ ผู้เป็นพระมารดาของเขาได้ทำการปลุกเสกขึ้นมาเสียอีก

            ด้วยความที่คุสุโนฮะ แม่ของอาเบะ โนะ เซย์เมย์ ที่เป็นถึงนางพญาจิ้งจอกขาวนั้น เป็นร่างจำแลงของเทพีอินาริ จึงทำให้อาเบะ โนะ เซย์เมย์นั้นเป็นถึงบุตรชายแห่งเทพีอินาริไปโดยปริยาย อีกทั้งยังเป็นบุตรชายในสายเลือดของอาเบะ โนะ ยาสุนะ ที่เป็นทายาทในสายเลือดของมินาโมโตะ โนะ มาโคโตะ ผู้นำคนแรกแห่งตระกูลสมาชิกซากะ เก็นจิ ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 7 แห่งองค์จักรพรรดิซากะอีกด้วย จึงทำให้ตัวเขานั้นเป็นถึงบุตรชายเลือดผสมครึ่งเทพเช่นเดียวกับคางุยะ

            ทางด้านเพื่อนคนอื่นๆ อีกสามคนนั้นต่างก็รีบลุกจากเตียง และรีบเดินเข้ามายืนมุงกันที่รอบๆ ตัวของสึบากิด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น...ว่าสิ่งที่อยู่ภายในกล่องสีม่วงนั้นมันคืออะไร

            สร้อยอัญมณีกันอสูรอีกเส้นนั้น สึบากิได้รับมาจากคานาเมะ ผู้เป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ ซึ่งเธอนั้นได้รับฝากมาจากเซย์เมย์ที่เคยเข้ามาอุดหนุนร้านของเธอเมื่อประมาณตอนบ่ายอีกทอดหนึ่ง

            “สึบากิ มีคนนำของชิ้นนี้มาฝาก”

            หลังจากที่พวกสึบากิเดินเข้ามาในร้านกาแฟ ในขณะที่พวกเธอทั้ง 4 กำลังจะเดินกลับไปยังห้องพักที่อยู่ในชั้นใต้ดิน คานาเมะก็รีบเดินไปหยิบกล่องใส่สร้อยคอสีม่วงออกมาจากที่ใต้ลิ้นชักในเคาน์เตอร์บาร์ที่อยู่ภายในร้าน ก่อนที่เธอนั้นจะรีบเดินมายื่นให้กับสึบากิ ในช่วงประมาณตอนเย็นหลังจากที่พวกเธอทั้ง 4 นั้นทำงานในห้องสภานักเรียนจนเสร็จ

            “มันคืออะไรเหรอคะ”

            สึบากิเอ่ยถามพลางยื่นมือเรียวงามออกมารับกล่องใส่สร้อยคอสีม่วงไว้ ก่อนที่เธอนั้นจะมองไปที่กล่องสีม่วงนั่นด้วยความสงสัย

            “พี่เองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร เพราะพี่เป็นคนที่ไม่ชอบไปยุ่งกับของๆ คนอื่นหน่ะ...”

            คานาเมะพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

            “จริงสิ” คานาเมะเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก

            “คนที่นำของชิ้นนี้มาให้เธอหน่ะ เห็นบอกว่า เขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของพี่สาวเธอด้วยนะ พี่เลยอยากจะถามว่า เธอเคยรู้จักกับเขาคนนั้นมาบ้างรึเปล่า”

            “ไม่เคยนะคะ” สึบากิส่ายหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการตอบกลับไปว่าเธอนั้นไม่เคยรู้จักกับอาจารย์ของยูกินะ พี่สาวของเธอมาก่อน เพราะในความเป็นจริงแล้ว เธอนั้นไม่เคยเห็นหน้าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของยูกินะมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

            “งั้นเหรอ ถ้างั้นพี่ไม่รบกวนแล้ว พวกเธอรีบเอากระเป๋าลงไปเก็บที่ห้องกันก่อนเถอะ”

            จากนั้น พวกเธอทั้ง 4 ต่างก็รีบเดินลงไปเก็บกระเป๋านักเรียนที่ห้องพักชั้นใต้ดิน ก่อนที่พวกเธอนั้นจะรีบเดินขึ้นไปช่วยงานคานาเมะในร้านทันที และเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมายังช่วงปัจจุบันทันที

            ทางด้านสึบากินั้นก็ยังคงมองไปที่สร้อยอัญมณีกันอสูรสีม่วงเข้มที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ภายในกล่องสีม่วงอย่างใจจดใจจ่อ “สร้อยอัญมณี”

            “แล้วไอคนที่พี่คานาเมะบอกว่าเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของพี่ยูกินะเนี่ย เขาคิดยังไงถึงได้นำสร้อยอัญมณีนั่นมาฝากให้เนี่ย” อาซึสะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่งุนงง

            “แต่จะว่าไปนะ พวกเราเองก็ไม่เคยเห็นหน้าอาจารย์มหาวิทยาลัยของพี่ยูกินะมาก่อนเลยนะ”

            “นั่นหล่ะสิ แล้วพวกเราก็ไม่เคยรู้จักกับแกมาก่อนเลยด้วย”

            “มหาวิทยาลัยที่พี่ยูกินะกำลังเรียนอยู่นั้นมันเป็นยังไงพวกเราก็ยังไม่รู้เลย เพราะพวกเราเองก็ไม่เคยเข้าไปในนั้นเลยสักครั้ง” หลังจากที่พวกเพื่อนๆ ทั้งสามของสึบากิคุยโม้กันไปมาได้สักพัก และอยู่ๆ สร้อยอัญมณีกันอสูรสีม่วงที่ถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องใส่สร้อยคอนั้นก็ได้เรือนแสงออกมา และไม่นาน สร้อยอัญมณีกันอสูรสีเขียวอ่อนที่สึบากิกำลังสวมใส่อยู่นั้นก็ได้เรือนแสงออกมาด้วย

            สักพัก สร้อยอัญมณีกันอสูรสีม่วงนั้นก็ค่อยๆ เรือนแสงวาบออกมา ก่อนที่มันจะค่อยๆ เคลื่อนเข้ามายังสร้อยอัญมณีกันอสูรอีกเส้นที่สึบากิกำลังสวมใส่อยู่ตรงบริเวณคองามระหง และทำการผนวกรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง

            จนกลายเป็นสร้อยอัญมณีผนึกคำสาปที่มีตัวจี้อัญมณีมากะทามะหลายสิบกว่าชิ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดถูกประดับไปทั่วสายสร้อย และมีแสงประกายอันวิบวับเรือนออกมาราวกับเพชรส่องประกาย เพื่อนๆ ทั้งสามคนที่เหลือต่างก็มองไปที่สร้อยอัญมณีผนึกคำสาปอย่างใจจดใจจอราวกับถูกมนต์สะกด

            และสักพัก สร้อยอัญมณีผนึกคำสาปนั้นก็ได้เรือนแสงวิบวับออกมา แล้วค่อยๆ เลือนหายไปจากบริเวณคองามระหงของสึบากิทันที จนทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอนั้นไม่ได้ใส่สร้อยใดๆ เอาไว้เลย และไม่นานแสงที่เรือนออกมาจากสร้อยอัญมณีผนึกคำสาปนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับตัวสร้อยอัญมณีที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ตรงบริเวณคอ

            “สร้อยอัญมณีหายไปแล้ว”

            ซานาเอะกล่าวอุทานออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงนิดๆ เมื่อได้เห็นสร้อยอัญมณีที่ถูกสวมเอาไว้นั้นได้หายไปจากตรงบริเวณคอของสึบากิ ส่วนทางด้านริโกะกับอาซึสะนั้นต่างก็เริ่มมีสีหน้าที่ตกตะลึงนิดๆ ด้วยเช่นกัน

            “สร้อยอัญมณีผนึกคำสาปนั้นได้เสริมพลังแห่งการอำพรางไว้แล้ว จึงทำให้ไม่มีสิ่งอื่นใดมองเห็นตัวสร้อยอัญมณีนี้ได้ แม้แต่ปีศาจร้ายในระดับนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ หรือแม้กระทั่งตัวเจ้าเองก็ตาม จึงทำให้ตัวเจ้านั้นมีความรู้สึกที่เหมือนกับว่าไม่ได้ใส่สร้อยเส้นนั้นไว้ แต่แท้จริงแล้ว สร้อยอัญมณีเส้นนั้นถูกสวมไว้ที่คอของเจ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่างหาก...”

            จากนั้น สึบากิก็ได้ยินน้ำเสียงของอาเบะ โนะ เซย์เมย์ ดังขึ้นมาในหัวของเธอผ่านทางกระแสจิต

            “เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ทีนี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เพราะสร้อยอัญมณีผนึกคำสาปนั้นได้ทำการผนึกคำสาปของนางเทวีอสูรฯ ในตัวของเจ้าไว้แล้ว ดังนั้น ต่อให้จะถึงคืนวันเพ็ญ เจ้าก็จะไม่มีวันกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หาง และออกอาละวาดทำลายบ้านเมือง และเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป”

            หลังจากที่กล่าวจนจบ น้ำเสียงของอาเบะ โนะ เซย์เมย์นั้นก็ได้เลือนหายไปในทันที ทางด้านสึบากิเมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว เธอก็เริ่มรู้สึกโล่งใจและก็สบายใจขึ้นมาในทันที หลังจากที่สึบากิต้องทนอยู่กับการที่เธอนั้นต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดเวลา และจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากคำสาปของนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ภายในตัวของเธออยู่นาน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643