วังหลวง
“ ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋องขอเข้าพบ “ นางตอนนี้กำลังตรวจบัญชีของวังหลังอยู่เมื่อเห็นขันทีคนสนิทบอกการมาของลูกชายนางที่่หลังๆมานี้พูดคุยกันบ่อยขึ้น
“ เสร็จแม่ “
“ มาๆมิต้องอันใดมากหรอก “ นางเองก็พอรู้เื่เกี่ยวกับลูกชายเพิ่มขึ้นมาบาง เพราะเหลียงซานส่งเสี่ยวซานมาแจ้งฮองเฮาอยู่บ่อยครั้ง เพราะมิอยากปิดปังผู้เป็มารดาสักเท่าไหร่
“ หืมมาหาแม่เช่นนี้มีอันใดรึ “
“ เป็เสร็จแม่ที่รู้เสมอมา “ ่นี้ในตลาดใครๆก็พูดถึงกัน ก็คงมิพ้นเื่คุณหนูเฉินอีกเป็แน่
“ เสร็จแม่ ก็ยินข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูเฉินมาบ้างแล้ว “
“ อืม มามาเล่าให้แม่ฟังแล้ว “
“ เสร็จแม่จะเป็อันใดมั้ย ถ้าลูกคิดจะกำจัดตระกูลเฉิน “ นางใอยู่มิน้อย แต่ก็รู้ว่าลูกชายของนางคงมีเหตุผล ตัวนางอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ทางหนิงอ๋องอาจจะใช้เื่นี้มาโจมตีลูกของนางเอาได้
“ ลูกบอกเหตุผลให้แม่ฟังได้มั้ย “
“ ตระกูลเฉินขายข้อมูลให้กับหนิงอ๋องเพื่อแลกกับทรัพย์สินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “ ฟังดูดูน่าสมเพชมิน้อย พอมิมีเงินก็มิรู้จักทำมาหากินเอง อย่างว่าแหละรู้จักแต่ใช้แต่มิรู้จักหา
“ แม่ตามใจลูก “ ความทรงจำของนางที่ตระกูลเฉินก็มิได้ดีอย่างที่คิดหรอก นางพอใจมากด้วยซ้ำที่สภาพตระกูลเป็เช่นนี้ โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่าที่น่ารังเกียจนั้น อยากจะเห็นสีหน้าของนางจริงๆ
อัครเสนาบฝ่ายขวาคนปัจจุบันที่อยู่มาถึงทุกวันนี้เพราะเหยียบคนมาตั้งเท่าไหร่แล้ว นางเองก็กำเนิดจากมารดาผู้เป็ถึงฮูหยินเอก เมื่อมารดาเสียไปบิดาของนางก็ยกนางอนุที่ไปซื้อมาจากหอนางโลมแห่งหนึ่งขึ้นมาเป็ฮูหยินแทนมารดาของนาง นั้นเป็การไม่ไว้หน้านางเป็อย่างมาก
ก็พอเข้าใจแหละว่ามารดาของนางมิได้ให้กำเนิดบุตรชายออกมา แต่นางที่เป็อนุกับให้บุตรชายได้นั้นจึงเป็เหตุให้บิดายกนางโลมนั่นขึ้นมาเป็ฮูหยิน และมอบอำนาจให้นางโลมนั้นดูแลจวน บัญชีอันใดน่ะหรอจะทำเป็ ดูแลอันใดกันแค่ก็ชี้นิ้วสั่งๆ เท่านั้นแหละ ที่เหลือก็เป็หน้าที่ของพ่อบ้านที่ต้องจัดการ ชีวิตของนางในจวนจึงขัดสนมิน้อย
แต่พอมีการขัดเลือกสนมออกมาก็ส่งนางไป ทั้งๆที่นางก็มีคู่หมั้นหมายั้แ่ยังเล็กแล้ว แต่บิดาของนางก็ยกเลิกสัญญานั่นแทน ก็เพื่ออำนาจที่ได้มา แล้วบิดานางก็คงสมใจแหละ เพราะนางได้เป็ถึงฮองเฮา ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนแรกแห่งราชวงศ์ขึ้นมาได้
พอบิดาเป็เช่นนี้ ฝ่าาก็รำคาญมั้งเลยหันไปสนใจสตรีที่มีแต่เสแสร้งอย่างกุ้ยเฟยแทน นางก็มิได้อันใดหรอก หัวใจก็นางมีไว้ให้ลูกๆเท่านั้นแหละ เพราะคงบิดาที่น่ารังเกียจอย่างฮ่องเต้เช่นนี้ นางยิ่งต้องรักลูกและตัวเองให้มากๆ
“ ลูกเป็ห่วงเสร็จแม่ “ เหลียงซานเองก็รู้ดีว่าตระกูลเฉินเป็เช่นไร แม้จะเป็ตระกูลที่อยู่ฝั่งพระเอกก็ตามใช่ว่าจะเป็คนดีเสมอไปนี่
“ แม่มิได้เป็อันใด ลูกอย่าคิดมากเลย “
“ เสร็จแม่จะเป็อันใดหรือไม่ หากลูกอยากให้น้องสามขึ้นเป็รัชทายาท “
“ หืม “ นางมองไปยังในดวงตาของลูกชาย ก่อนจะยิ้มออกมา “ คุยกับเ้าสามแล้วหรือยัง “
“ ลูกคุยแล้ว เสร็จแม่ลูกมีคนที่ลูกรักแล้ว “ ดวงตาของฮองเฮาเบิกกว้างมิรู้จะใหรือดีใจก่อนดี ที่ลูกของนางสนใจเื่แบบนี้ลงด้วย
“ ใครหรือ “ นางชักจะเห็นนางในดวงใจแล้วสิว่าคนนางผู้นั้นเป็ใคร
“ เสร็จแม่เองก็รู้จักดี “ แม่ก็รู้จักเหล่าคุณหนูแทบทุกตระกูลนั่นแหละเ้าลูกบ้า
“ ฮ่าๆ “
“ ยังจะมาหัวเราะอีก “ นางตีไปที่แขนของเหลียงซานทีหนึ่ง
“ แม่ทัพเลี่ยง นั่นคือชื่อของคนที่ลูกรัก “ รู้สึกว่าหูของนางเหมือนได้ยินอันใดมิชัดเจนสักเท่าไหร่ แต่เหมือนเหลียงซานก็รู้ว่าแม่ของตนอาจจะยังใอยู่จึงพูดอีกครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับแม่ของตนดิ้นอีกครั้ง
“ เหลียงซาน “ นางแทบจะเป็ลม ลูกนางชมชอบบุรุษหรอกรึ มิน่ามิสนใจสตรีนางไหนเลย
“ เสร็จแม่ค่อยๆหายใจเข้าออกช้าๆ เถิด “
“ ไหนลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ คนรักของลูก “ แน่นอนว่าเหลียงซานเล่าแทบทุกอย่าง รู้เลยว่าเห่อคนรักของตัวเองเป็อย่างมาก เลยทำเอานางไม่อยากเชื่อสายตากับหูของตนที่ได้มาเห็นและได้ยิน
“ เสร็จแม่มิต้องเป็ห่วง หากมีเวลาว่างลูกจะพาหรงเอ๋อร์มาหาเสร็จแม่ด้วยตนเอง “ หนักจริงๆ หมายถึงลูกชายของนางน่ะที่อาการหนัก
“ ได้ แล้วแม่จะรอ “ นางเองก็มิคิดมากหรอก แต่เ้าพวกที่ชอบแส่หาเื่น่ะสิ พวกมันคงโจมตีทุกเมื่อเมื่อมีโอกาสนางอยากให้ลูกระวังถึงให้เื่นี้
เหลียงซานเพียงส่งยิ้มให้กับเสร็จแม่ ไม่ใช่เพียงเท่านั้นเหลียงซานยังทำขนมมาให้อีกด้วย หากเสร็จแม่อยากทานอีกเหลียงซานก็ให้สูตรกับพ่อครัวที่จวนไว้เรียบร้อย
อืม ให้เสี่ยวซานเอาไปให้เลี่ยงหรงด้วยดีกว่า
ตอนนี้เลี่ยงหรงทานของหวานมากกว่าอาหารเสียแล้ว จนลู่เฟินเองก็อยากทานด้วย แต่ติดตรงที่ว่าคนที่ทำดั้นเป็ชินอ๋องเนี่ยสิ
วันต่อมารุ่งเช้าในท้องพระโรงยามประชุมกับเหล่าขุนนาง ชินอ๋องก็ขอเข้าเฝ้าอย่างมิคาดคิดมาก่อน พร้อมกับกล่าวเื่ของคดีโจรที่ผ่านมารวมถึงเื่ของตระกูลเฉินด้วย ทำเอาเหล่าขุนนางหลายคนถึงกลับโดยฝ่าาโกรธเกรี้ยวกันเลยทีเดียว
เริ่มแรกจากตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวกับตระกูลกวนก่อน เสนาบดีกรมพระคลัง1 หรือเสนาบดีจางและเสนาบดีกรมกลาโหม2 หรือเสนาบดีเติ้ง ทำให้ทั้งสองตระกูลโดยยึดทรัพย์และถูกปลดออกจากตำแหน่งเสนาบดีทันที นั่นทำให้ใบหน้าของหนิงอ๋องดูเหมือนอยากจะฆ่าชินอ๋องให้ตายเสีย แต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้
เหลียงซานยังมิได้ลงรายละเอียดของเื่ตราั แร่สีขาว และนายท่านที่ว่าผู้นั้นเป็ใคร แค่อยากให้พวกมันดิ้นรนเยอะๆเพียงเท่านั้นเอง อีกส่วนคือถือเป็การตรวจสอบจวนของขุนนางเ่าั้ด้วยว่ามีกลไกประตูหรือไม่
ส่วนตระกูลเฉิน ยื่นหลักฐานการทุจริตการสอบจอหงวนที่ปัจจุบันได้เป็ถึงขุนนางขั้นหก นั้นทำให้อัครเสนาบดีฝ่ายขวามถูกฝ่าาตำหนิอย่างแรง แถมยังโดนลงโทษยึดทรัพย์ที่จากปกติก็มิมีอยู่แล้ว มิให้เข้าร่วมประชุมหกเดือน ถึงบทลงโทษจะมิได้ใหญ่โตมากนัก แต่เื่หน้าตาของตระกูลคงมิเหลือชิ้นดีแน่
หึ ยุ่งไม่เข้าเื่
อยู่เฉยๆกันไม่เป็ก็จงรับผลกรรมที่ทำเอาไว้เถอะ
“ ชินอ๋องอย่างน้อยข้าก็เป็อาของท่าน “ ตอนนี้ตระกูลเฉินมิมีเงินคอยจุนเจือมากนักเพราะเงินที่มีอยู่ไปลงกับพวกเครื่องประดับของสตรีในจวนกันเยอะเลยทีเดียว
“ อ่อ อืมเปิ่นหวางจำมิได้ว่าเสร็จแม่มีน้องที่เป็ลูกของนางโลมด้วย “ เหลียงซานรู้ดีว่าตระกูลเฉินปกปิดชาติกำเนิดดั้งเดิมเอาไว้
แล้วไง ต้องเห็นใจหรือ
ขุนนางที่อยู่ท้องพระโรงก็พากันใ นั้นแสดงให้เห็นว่าฮองเฮามิได้มีมารดาเป็คนเดียวกับอัครเสนาบดีฝ่ายขวาน่ะสิ เช่นนั้นผู้เฒ่าตระกูลเฉินตอนนี้ก็คงเป็นางโลมที่ว่านั่นสิ มิน่าล่ะมารยาถึงได้ดูเยอะนัก
“ เช่นนั้นเปิ่นหวางขอตัว “ หมดธุระลงก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ต่อ เพราะแค่นี้ก็สะใจมากแล้ว
ดิ้นรนเยอะๆเหล่า เปิ่นหวางรอกำจัดพวกขยะเน่าเหม็นอยู่เลยล่ะ
หลังจากการประชุมเสร็จก็มีข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลเฉินมากมาย ไม่ว่าจะเป็อัครเสนาบดีเกิดจากนางโลม เช่นนั้นเท่ากับว่าคุณหนูเฉินก็เกิดจากลูกของนางโลมอีกทีนี่เอง ตรงนี้เรียกได้เป็ส่วนด้อยของตระกูลเฉินตอนนี้ก็ว่าได้
เหล่าคุณหนูทั้งหมายที่ต่างมิชอบขี้หน้าคุณหนูเฉินกันอยู่แล้วก็ต่างพากันนินทาสนุกปาก แถมยังเยาะเย้ยทั้งเสียดสีเสียซะมากมาย เล่นทำเอาบุรุษมากมายรวมถึงแม่สื่อต่างมิอยากพากันมายุ่งเกี่ยวด้วย
ตระกูลเฉิน
“ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน “ ฮูหยินผู้เฒ่าโยนแจกันลงพื้นอย่างแรงด้วยความโมโห นางอุตส่าห์วางแผนไว้อย่างดี ไยถึงเป็เช่นนี้ไปได้ ต้องเร่งแต่งกับแม่ทัพเลี่ยงแล้ว ตระกูลของนางจะได้รอดพ้น
“ ท่านแม่ใจเย็นๆก่อนเ้าค่ะ “ ฮูหยินเอกมารดาของคุณหนูเฉินเข้าพร้อมกับน้ำชามาให้ใจร่มๆก่อน ตอนนี้เื่มันบานปลายไปหมดแล้ว หน้าของนางก็มิรู้ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนแล้วด้วยซ้ำ
มิอยากจะเชื่อเลยว่าสตรีตรงหน้ามันก็แค่นางโลมที่นายท่านคนก่อนโปรดปราน
หึย นางเหมือนถูกสาดน้ำเน่าๆใส่ยังมิพอ
สามีของนางก็ลูกที่เกิดจากนางโลมอีกที ลูกของนางก็มิต่างกัน จากคุณหนูสูงศักดิ์กลับมาหมัวหมองเพราะมีสายเืของนางโลม
เพราะนางเฒ่านี่แท้ๆเลย
“ ฮูหยินเ้าค่ะ นายท่านกลับมาแล้ว “
“ ท่านพี่ ยินดีต้อนรับกลับเ้าค่ะ “
“ ไปเรียกทุกคนมารวมให้หมด “ เพราะตอนนี้ตระกูลเฉินมิมีเงินเหลืออยู่มากนัก จึงจำเป็ต้องขายบ่าวรับใช้ที่ไม่จำเป็ออกไปถึงครึ่งหนึ่งกันเลยทีเดียว
“ นี่มันบ่าวรับใช้ของแม่เ้าจะขายพวกนางไปมิได้ “
“ บ่าวพวกนี้มันไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ขายออกไปน่ะดีแล้ว “ ฮูหยินผู้เฒ่าที่พึ่งถูกลูกชายตะคอกใส่เป็ครั้งแรกก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิมอีก
“ เ้าลูกโง่ “ บ่าวไพร่บางคนที่ถูกใช้แรงงานอย่างนักเมื่อเห็นแบบนี้ก็ได้แต่ยิ้มอย่างสะใจ
“ ถ้าท่านแม่อยากให้พวกมันได้อยู่ก็รู้จักใช้ให้ทำงาน มิใช่วันๆเอาแต่ทำเื่ไร้สมองไปวัน “
“ เ้า !! “ ดูท่าคราวนี้ต่างคนต่างโมโหใส่กัน ทำเอาฮูหยินเอกถึงกับเหนื่อยใจกันเลยทีเดียว นางเองก็เป็คนที่ได้ผลกระทบเช่นเดียวกันตอนนี้บิดามารดาของนางคงสาปแช่งเสียแล้วกระมัง มิน่าเลย เป็นางดันทุลังที่มาแต่งเข้าตระกูลเฉิน
จบแล้วชีวิตของนางต่อจากนี้
สุดท้ายฮูหยินผู้เฒ่าก็เริ่มหายใจมากขึ้น เพราะโมโหอย่างรุนแรงรวมถึงอายุของตัวนางเองด้วย ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสลบลงไป สุดท้ายเพราะมิอยากแม้ลูกอกตัญญูจึงไปหมอมาให้รักษา
ต่อให้ขายบ่าวไพร่ไปแล้วก็ตามเงินก็ยังมิพอใช่ด้วยซ้ำ เกรงว่าตอนขายข้อมูลให้หนิงอ๋องเพิ่มขึ้นหน่อย
ตอนนี้แม้กระทั่งเครื่องประดับของฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินเอก รวมถึงของคุณหนูเฉินก็ถูกนำมาขายให้หมด มิเช่นนั้นแม้แต่ข้าวก็ยังมิพอทานด้วยซ้ำ สถานการณ์ของตระกูลเฉินตกต่ำเป็อย่างมาก เกรงว่าต่อให้กอบกู้มาได้ก็ถูกเหลียงซานเหยียบเอาไว้อยู่ดี
ถ้าอยู่เฉยๆ ทำตัวดีๆ เื่แบบนี้มันคงมิเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
เลี่ยงหรงบอกลู่เฟินไปว่าอีกสองวันให้เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อถึงเวลาให้มารอที่จวนได้เบยจะได้เดินทางไปพร้อมกัน
สองวันต่อมา
เมื่อลู่เฟินมาถึงก็ออกรถทันที ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยามมาถึงเมืองกวนจู
" พักที่ไหนดี " เพราะเป็่เทศกาลอาจจะหาโรงเตี๊ยมยากหน่อย
เมืองกวนอูถือเป็เมืองท่องเที่ยวที่มีคนมากมายต่างมากัน มีแม่น้ำ ทำให้บรรยากาศดูเย็นสบาย เหมาะสมแก่การมาพักผ่อนมิหน่อย
" ลองหาดู " เป็ครั้งแรกที่มาที่นี่ เมืองกวนอูอยู่คนฝากกับแดนใต้เลยมิได้มาบ่อยมากนัก
ใช้เวลากว่าสองเค่อจึงได้โรงเตี๊ยมดีๆมาพัก
" ไปเดินเล่นเถอะ " เป็ลู่เฟินที่มาชวน จริงๆเลี่ยงหรงกำลังจะไปชวนอยู่พอดี
" อืม "
" หืมดูสิ ว่าเปิ่นหวางเจอใครกัน " ทั้งเลี่ยงหรงและลู่เฟินหันไปยังเสียงที่ได้ยิน
" ชินอ๋อง!! "
มินึกเลยว่าพี่จะมาอยู่ที่นี่ด้วย