[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    38 ปฎิเสธ

    “ ฮึบ! ”


    โยฮันมองน้องสาวพยายามยกซากบ้านออกจากตำแหน่งห้องใต้ดินที่เขาขุดขึ้น อีกฝ่ายพยายามยกเศษบ้านชั้น 2 ที่พังลงมาจนหน้าแดงแต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดขยับ เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปเตะเศษซากของบ้านด้วยเท้าข้างขวาจนทำให้เห็นทางเดินลงไปยังห้องใต้ดิน ช่วงนี้เขาจำเป็นต้องงดใช้แขนทั้งสองข้างไปก่อนเพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากแผล


    เมื่อแอลลี่มองเห็นทางเดินลงไป เธอจึงใช้ผ้าปิดจมูกแล้วส่องหน้าเข้าไปในห้องใต้ดิน ไม่นานเธอก็หันมองพี่ชายพลางแสดงท่าทางราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา


    “ ไม่เหลือเลยเหรอ ”


    แอลลี่พยักหน้าสองสามครั้ง ทุกอย่างที่บรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติกถูกย่อยสลายจากหมอกสีม่วงไปทั้งหมด ขนมที่เธอตุนเอาไว้กินถูกย่อยสลายกลายเป็นสีดำ นอกจากนั้นแล้วข้าวในถุงพลาสติกและของกินอื่นๆอีกมากมายถูกย่อยสลายไม่เหลือชิ้นดี  โยฮันจึงกระโจนเข้าไปในห้องใต้ดินแล้วใช้จมูกสูดดมกลิ่นภายในนี้แล้วบอกให้น้องลงมาเมื่อไม่มีสารพิษตกค้าง


    “ ลองค้นตรงนั้นหน่อย ”


    ฝั่งทิศเหนือของห้องมีกองอาหารเน่าเสียกองสูงเท่าหัวเข่า โยฮันจำได้ว่าเขานำอาหารกระป๋องวางเรียงกันเอาไว้ตรงส่วนนั้น แอลลี่จึงทำตามคำขอของพี่ชายด้วยการใช้เล็บหนูเขี่ยสิ่งที่ถูกเรียกว่ากองขยะไปมา ทันใดนั้นกระป๋องอาหารก็หล่นออกมาจากกองขยะ เธอจึงเบิกตาโตเมื่อรู้ว่ามีแค่ฉลากถูกย่อยสลายไป กระป๋องยังคงมันเงาเช่นเดิมไม่มีรอยบุบสลายเธอจึงหันมองพี่ชายแล้วใช้แรงบีบกระป๋องเพื่อดูสิ่งที่อยู่ด้านใน


    บ๊อก!


    “ กระป๋องนี้เป็นลิ้นจี่ พี่ลองชิมดู ”


    “ ทีอย่างนี้รักฉันขึ้นมาเลยนะ ฉันไม่อยากขยับแขนป้อนหน่อยก็ดี ”


    แอลลี่เช็ดมือไปกับชายเสื้อตนเองจนดูสะอาด จากนั้นเธอจึงหยิบลิ้นจี่ภายในกระป๋องออกมาหลายชิ้นแล้วยื่นเข้าปากพี่ชาย โยฮันรับลิ้นจี่มาแล้วจึงค่อยๆเคี้ยวแล้วใช้ความสามารถของหอยเชลล์ในการตรวจสอบคุณภาพสิ่งที่กินเข้าไป หากมีพิษเขาสามารถคัดกรองมันได้ทันที หากมีสิ่งอื่นปนเปื้อนเช่นไรวัสเขาสามารถแยกแยะได้เช่นกัน หลังจากกลืนลงไปในท้องจนหมดเขาจึงขออีกคำ แอลลี่จึงหยิบลิ้นจี่ออกมาให้มากกว่าเดิมจนเธออดกลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อเห็นพี่ชายกำลังเคี้ยวอย่างสบายใจ


    เสียงกลืนอาหารดังขึ้นจนได้ยิน แอลลี่จึงรอคำตอบจากพี่ชายว่ามันกินได้หรือเปล่า เมื่อเห็นพี่พยักหน้าเธอจึงขอลิ้นจี่ที่เหลือทั้งหมด จนกระทั่งเธอกินลิ้นจี่หมดกระป๋องจึงพยายามเขี่ยหากระป๋องอาหารอื่นๆภายใต้เศษซากอาหารที่ถูกย่อย


    “ พี่คะ หลายกระป๋องถูกกัดเข้าไปข้างในแล้ว เหลือกระป๋องที่ยังปกติแค่ 78 กระป๋องเองค่ะ เราอาจจะอยู่ได้ราว 15 - 20 วัน ”


    โยฮันพยักหน้า อย่างน้อยอาหารเหลือมากพอให้พวกเขาใช้ชีวิตไปอีกครึ่งเดือน แม้จะรู้สึกเสียใจที่อาหารสำหรับ 3 เดือนเหลือเพียงเท่านี้ เขากลับต้องยอมรับความจริง


    “ ช่วยดูหน่อยว่ามีอะไรพอจะใส่พวกมันได้ไหม เราคงต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ ”


    แอลลี่ส่ายหน้า เสื้อผ้าและกระเป๋าถูกย่อยสลายหายไปหมด ต่อให้สภาพของมันจะเหมือนเดิม แต่หากเธอออกแรงดึงเล็กน้อย เสื้อผ้าที่มองเห็นจะขาดออกจากกันราวกับว่ามันผ่านเวลามายาวนานหลายปี หมอกของหนูระดับ 3 ทั้ง 2 ตัวนับว่าร้ายแรงมากต่อผ้าและพลาสติก แอลลี่จึงขอไปดูบ้านข้างเคียง เผื่อจะมีกระเป๋าใหญ่พอจะใส่อาหารกระป๋อง


    ในขณะที่น้องสาวของเขาวิ่งออกไปค้นข้าวของบ้านคนอื่นที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเพราะเจ้าของกลายเป็นซอมบี้ โยฮันก็ได้ขึ้นมานั่งบนห้องลับใต้ดินพลางมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายที่เดินเข้ามาหาตน


    “ ขอแนะนำตัว พวกเราเป็นหน่วยปราบทรราชที่ 7 ฉันเป็นหัวหน้าชื่อพล ขอแสดงความเสียใจที่เราเป็นต้นเหตุที่ทำให้บ้านของนายพังเสียหาย ”


    ตำรวจทั้ง 5 คนมองใบหน้าของโยฮัน พลางมองไปยังดวงตาของเขาเพื่อดูท่าทางของอีกฝ่าย การไล่จับผู้ร้ายทำให้พวกเขารู้ว่าผู้คนมีนิสัยเช่นไรผ่านดวงตาและการอ่านสีหน้า ซึ่งสิ่งที่โยฮันแสดงออกมาให้เห็นคือรอยย่นระหว่างคิ้วที่ดูเหมือนจะไม่พอใจและเหมือนจะมีความสงสัยในตัวพวกเขาพร้อมๆกัน หัวหน้าหน่วยปราบเมื่อเห็นท่าทางของโยฮันเขาจึงพูดเข้าประเด็นในทันที


    “ เราขอเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน ทางเราอยากขอให้นายเดินทางไปด้วยกัน เรากำลังจะไปรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ หากเราสามารถรวมกลุ่มได้ใหญ่มากยิ่งขึ้น โอกาสที่เราจะรอดมีสูงมาก ”


    “ ผมขอขอบคุณ แต่ผมยังไม่ได้วางแผนว่าจะร่วมมือกับใคร ”


    “ ทำไมล่ะ ” พลพูดด้วยใบหน้าสงสัย เขาอยากรู้เหตุผลของโยฮันที่ปฎิเสธการเข้าร่วมกลุ่ม


    “ อย่างแรกเลย เราต้องแบ่งอาหารให้กับทุกคน คุณมั่นใจแค่ไหนว่ามีอาหารมากพอ ผมขอพูดในมุมมองเห็นแก่ตัวก็แล้วกัน ถ้าสมมติผมมีอาหารพอจะประทังชีวิตผมและน้องสาวไปราวๆ 7 วัน ถ้าเรารวมกลุ่มเราก็ต้องแบ่งอาหารให้ทุกคนในอัตราส่วนที่เท่าๆกัน นอกจากเราจะได้กินน้อยลงแล้ว เรายังมีโอกาสที่จะได้อดอาหารด้วย ”


    ตำรวจเข้าใจสิ่งที่โยฮันพูดเป็นอย่างดี ตอนนี้พวกเขารู้ถึงปัญหาในข้อนี้ดี ต่อให้ตอนนี้พวกเขาจะเหลืออาหาร มันกลับหมดลงทุกวัน อาหารที่เจอตามร้านสะดวกซื้อส่วนมากติดเชื้อ ต่อให้จะลองค้นบ้านหลังต่างๆก็เจอในปริมาณที่น้อย ในสักวันพวกเขาจะต้องหิวตาย


    “ อย่างที่สอง ผมคิดว่ามันมีปัญหาเยอะเกินไป แต่ละคนมีความต้องการของตัวเอง บางคนเคยเป็นหัวหน้ามีคนคอยเลียแข้งเลียขา เมื่อต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้แทนที่เขาจะปรับตัวกลับทำให้สถานการณ์การรวมกลุ่มมันแย่ลง ผมขอปฎิเสธการรวมกลุ่มก็แล้วกัน ”


    “ สิ่งที่นายพูดมาล้วนแล้วเป็นปัญหาจริงๆ แต่เราอยากให้นายเข้าร่วมด้วยเพราะศาสตราจารย์ในกลุ่มของเราวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่อจากนี้เอาไว้ว่าถ้าเราอยากรอดต้องรวมกลุ่มให้ใหญ่ที่สุดเพราะซอมบี้กำลังพัฒนาตัวเอง นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีตัวที่ทำลายตึกได้ ”


    “ เรื่องนั้นผมรู้แล้ว ซอมบี้มันวิวัฒนาการตัวเองได้ ”


    “ ถ้านายมากับเรา โอกาสรอดชีวิตจะสูงมาก ”


    “ เพราะพลังของผมงั้นเหรอ ” ตำรวจพยักหน้า แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขารอดตาย


    “ แต่มันก็มีอีกสิ่งที่ทำให้เรารอด นอกจากพลังของนายแล้ว ยังมีศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องสัตว์และแมลง เขาสามารถคาดเดาการกระทำหลายๆอย่างของพวกมันได้ เราเดินทางมาจากทิศใต้ของเมืองน่าจะราว 10 กิโลเมตรได้ นายตกใจใช่ไหมล่ะที่เรารอดมาจนถึงที่นี่ ”


    โยฮันขมวดคิ้วมากยิ่งขึ้น เขามาจากทางใต้เช่นเดียวกันเพราะบริษัทอยู่ทางฝั่งนั้น การที่คนเหล่านี้รอดมาจนถึงบ้านของเขาและเกือบจะข้ามสะพานไปยังเมืองที่อยู่ทิศเหนือของแม่น้ำนับว่าน่าทึ่งไม่น้อยเพราะระหว่างทางเต็มไปด้วยซอมบี้มากมาย 


    “ เรารอดมาที่นี่ได้ก็เพราะศาสตราจารย์พยายามวางแผนให้เรา เขาคอยใช้สารเคมีต่างๆไล่กลิ่นและล่อซอมบี้ ”


    “ สารเคมีไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายสุดท้ายก็หมด ”


    “ ใช่ นายพูดถูก แต่ก็มีสารเคมีหลายตัวในร้านสะดวกซื้อ น้ำยาฟอกขาว น้ำยาขัดห้องน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย มันสามารถนำมาใช้ผสมกันเพื่อให้เกิดปฎิกริยาบางอย่าง ด้วยความสามารถของศาสตราจารย์และนายเราจะปลอดภัยมากขึ้น นายยังไม่ต้องให้คำตอบเราก็ได้เพราะคืนนี้เราว่าจะพักบนดาดฟ้าตึกหลังนั้น นายสามารถมาร่วมทานข้าวกับเราได้เพราะยังเหลืออาหารพอให้กินได้อีกอาทิตย์หนึ่ง ”


    ตำรวจเดินจากไปหลังจากโยฮันพยักหน้ารับฟังสิ่งที่พวกเขาพูด จากตัวเลขบนศีรษะตำรวจที่เขามองเห็น ยืนยันได้ว่าพวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับการวิวัฒนาการของมนุษย์เหมือนที่น้องสาวของเขาเล่าให้ฟังก่อนหน้า คงเป็นเพราะการใช้ปืนมากเกินไปทำให้ระยะการฆ่าอยู่ไกลเกินกว่าเชื้อซอมบี้ที่ตำรวจฆ่าระหว่างทางจะแพร่เข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการ ทันใดนั้นน้องสาวของเขาก็กลับมาพร้อมกระเป๋าสะพายหลัง 2 ใบที่น่าจะใส่อาหารกระป๋องทั้งหมดได้พอดี


    “ ตำรวจมาเหรอคะ ”


    “ ใช่ พวกเขามาชวนเราเข้ากลุ่มแล้วข้ามแม่น้ำไปรวมกลุ่มกับคนที่รอดชีวิตทางฝั่งนั้น ”


    “ พี่ตกลงไหม ”


    “ ไม่ แต่พวกเขาก็ให้พี่คิด 1 คืน ”


    “ พี่สนใจจะรวมกลุ่มหรือเปล่า พวกเขาเป็นถึงตำรวจอาจจะมีข้อมูลดีๆก็ได้นะ ”


    “ ก็สนใจอยู่หรอก พวกเขาบอกว่ามีศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์และแมลง เขาเป็นคนที่คอยวางแผนให้กลุ่มมาถึงที่นี่ ระยะทางในการเดินทางราว 10 กิโลเมตรเลยนะ ”


    “ โห ไกลมากๆเลยนะคะ แสดงว่าสัตว์ที่กลายเป็นซอมบี้จะต้องหลงเหลือสัญชาตญาณเดิมของพวกมันจนศาสตราจารย์เดาทางได้  ”


    “ อืม น่าจะเป็นเช่นนั้น ”


    โยฮันมองดูน้องสาวเก็บอาหารกระป๋องลงไปในกระเป๋าทั้ง 2 ใบจนเต็ม เขาจึงรับใบที่ใหญ่มาสะพายหลัง วันนี้คงต้องหาที่หลบซ่อนใหม่ เขาจึงเลือกว่าจะหลบที่ตึกฝั่งตรงข้าม อย่างน้อยยังมีตึกที่อยู่ในสภาพดีให้หลับนอน แต่ก่อนจะทิ้งบ้านเขาบอกให้น้องสาวเก็บกระป๋องอาหารที่ถูกเจาะ เนื่องจากบางกระป๋องถูกเจาะจากหนูท่อระดับ 2 เท่านั้น เขายังคงกินมันได้จึงต้องกินให้ได้มากที่สุด


    “ ร่างกายพี่เป็นยังไงบ้าง ”


    “ ยังเจ็บอยู่ ส่วนอัตราการติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือ 8 % ”


    แอลลี่พยายามใช้มือปิดประตูไปทีละชั้น ระหว่างเดินทางเธอก็พบเตาแก๊สและหม้อจึงหยิบจับติดมือมาด้วยเพื่อทำอาหาร จนกระทั่งมาถึงดาดฟ้าห่างจากจุดที่ตำรวจพักไปราว 3 ช่วงตึก พอมองไปทางฝั่งทิศตะวันตกเธอก็พบว่าท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีแดงแล้วจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า 


    “ พี่จะให้หนูทำอาหารยังไง ”


    แอลลี่มองไปยังกระป๋องอาหารทั้ง 10 มันมีทั้งของคาวและของหวานปะปนกันไป  โยฮันจึงบอกให้เธอแยกของหวานและของคาวออกจากกัน จากนั้นเขาก็ให้เธอโยนของคาวทั้งหมดลงไปในหม้อ โดยไม่รู้ว่ารสชาติจะออกมาเป็นเช่นไร ส่วนของหวานจำพวกผลไม้กระป๋องเขาจะกินมันโดยไม่ต้องปรุงเพื่อตัดเลี่ยน


    ในระหว่างนี้เองแอลลี่ก็ได้เปิดกระป๋องอาหารเพื่อกินในส่วนของเธอ โยฮันจึงบอกให้เธอกิน 2 กระป๋องได้ถ้าหากว่ากระป๋องแรกเป็นผลไม้ เธอจึงยิ้มด้วยความดีใจเพราะกระป๋องแรกเป็นเงาะ เธอจึงเปิดกระป๋องที่ 2 พบว่ามันเป็นทูน่าสามารถเติมพลังให้กับร่างกายได้


    “ อยู่ๆอาหารก็กลายเป็นกระป๋องสุ่มซะงั้น ”


    ---------------------------------------------------------------


    “ เขาไปไหนแล้ว ”


    ตำรวจทั้ง 10 นายหันมองหน้ากัน หนึ่งในคนที่ได้รับหน้าที่ให้จับตามองดูโยฮันจึงชี้มือไปยังจุดที่เขาพบควันลอยขึ้นไปบนฟ้า ต่อให้จะเป็นควันจางๆ เขากลับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังใช้แก๊สหุงต้มทำอาหาร


    “ หัวหน้า เขาอยากจะมากับเราหรือเปล่า ”


    “ ไม่ แต่ฉันให้เวลาเขาได้คิดคืนนี้อีกวัน ”


    “ พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันใช่ไหมหัวหน้า ”


    “ ยังก่อน ตอนนี้ดูเหมือนว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตราย ฉันจึงอยากจะตกลงกับพวกนายใหม่ ไม่แน่พรุ่งนี้เราอาจจะส่งคนไปตรวจสอบข้างหน้าก่อน ฉันยังไม่คิดพาทุกคนไปเสี่ยง อย่างน้อยอยู่ที่นี่เรายังคงปลอดภัยถ้าสองคนนั้นยังอยู่แถวๆนี้ ”.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน