เสียงแผดด่าของอ.วิภาดึงสายตาของคนทั้งแผนกให้มารวมกันที่จุดเดียว
แพรยืนนิ่ง ปล่อยให้วิภาพ่นคำหยาบคายออกมาจนหอบหายใจ
แววตาของแพรไม่ได้สั่นไหวเหมือนเด็กสาวที่เคยอ่อนแอ แต่กลับเรียบเฉยจนดูเยือกเย็น
“พูดจบหรือยังคะ... อาจารย์วิภา?” แพรเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่กังวานชัดเจนไปถึงหน้าประตู
“ยัง! แกมันหน้าด้าน อี...”
“เลิกใช้คำหยาบคายมาปิดบังความ ‘ขี้ระแวง’ ของตัวเองเถอะค่ะ” แพรพูดขัดขึ้นทันควัน
“ที่อาจารย์เต้นผางๆ อยู่แบบนี้ เพราะรู้อยู่แก่ใจใช่ไหมคะว่าต่อให้ตัวอาจารย์จะติดกับพี่กรเป็นตังเมมาหลายปี แต่ ‘หัวใจ’ ของเขาไม่เคยมีอาจารย์อยู่ในนั้นเลยสักนาทีเดียว!”
วิภาหน้าชาเหมือนโดนตบกลางแยกไฟแดง แพรหันไปมองพี่กรที่ยืนทำหน้าอึกอัก ก่อนจะพูดต่อหน้าทุกคนในห้องพักครู
“พี่กรคะ... ขนมกล่องนี้ หนูตั้งใจซื้อมาขอบคุณที่พี่ช่วยเรื่องรถเมื่อคืน ในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ หนูไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร โดยเฉพาะกับ ‘คนในอดีต’ เพราะหนูไม่อยากให้ใครเก็บเอาไปฝันกลางวัน หรือ ‘สำคัญตัวผิด’ ว่าหนูจะกลับไปหา... ที่ซื้อมาให้เพราะอยากให้จบแล้วต่อกันไป ไม่อยากให้มีเรื่องติดค้างอะไรกันอีกในชาตินี้”
พี่กรที่เมื่อครู่ยังแอบยิ้มด้วยความหวัง ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลงราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดหัวใจ ขนมในมือที่ดูน่าทานกลับหนักอึ้งและขมปร่าขึ้นมาทันที
“แพร... พี่ไม่ได้คิดจะทวงบุญคุณ...” พี่กรพยายามพูดเสียงสั่น
“ดีค่ะที่พี่ไม่คิด เพราะต่อให้ไม่มีพี่ หนูก็รอช่างได้ค่ะ” แพรจ้องตากลับอย่างเด็ดขาด ก่อนจะหันไปหาวิวภาที่ยืนสั่นเทาด้วยความแค้น
“ส่วนอาจารย์วิภา... เลิกด่าคนอื่นว่าร่านเถอะค่ะ เพราะคนที่พยายามแทรกกลางความสัมพันธ์ของคนอื่นจนเป็นนิสัย... มันดู ‘ต่ำ’ กว่าคนที่เขาอยู่เฉยๆ แล้วมีคนมาช่วยเองเยอะเลยนะคะ แล้วก็ช่วยเอากระกร้อ ครอบปากไว้ด้วยนะคะ เพราะมันดูประสาทแดกมากค่ะ”
“แก!!!” วิภาเงื้อมือจะตบแพร
“หยุดนะวิภา!!!” เสียงพี่แอนดังแทรกเข้ามาพอดี
พี่แอนเดินปรี่เข้ามาขวางหน้าแพรไว้ พร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 2-3 คนที่ทนดูพฤติกรรมของวิภาไม่ไหว
“พอได้แล้ว! นี่ห้องพักครู ไม่ใช่ตลาดสด! แพร... ไปกับพี่” พี่แอนคว้ามือแพรแล้วจูงเดินออกมาทันที โดยมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ช่วยกันกันวิภาไว้ข้างหลัง
- ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ข้างตึก -
บรรยากาศข้างนอกร่มรื่นกว่าข้างในห้องนั้นมาก พี่แอนส่งน้ำเย็นให้แพร พลางลูบหลังเบาๆ
เพื่อนร่วมงานอีกคนเสริมขึ้นว่า “เก่งมากแพร เมื่อกี้ฟาดนิ่มมาก สะใจสุดๆ อ.วิภานี่เกินเยียวยาจริงๆ”
แพรรับน้ำมาดื่ม มือเธอยังพอนิ่งอยู่บ้าง แต่น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็เริ่มล้นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่โดนด่า แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
“พี่แอน... หนูเหนื่อยจังเลยค่ะ” แพรซบหน้าลงกับไหล่พี่แอน “หนูทำดีที่สุดแล้วใช่ไหมคะ? หนูพยายามรักษาทางเดินของหนู แต่ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่เลิกราวีหนูสักที”
“แกทำดีแล้วแพร... ดีที่สุดแล้ว” พี่แอนปลอบ
“การที่แกชัดเจนแบบเมื่อกี้ มันคือการช่วยทั้งพี่กร ทั้งวิภา และช่วยตัวแกเองด้วยนะ ต่อไปนี้ใครจะว่ายังไงไม่ต้องสน คนทั้งคณะเขารู้เห็นกันหมดว่าใครเป็นยังไง”
แพรหลับตาลง นึกถึงพี่เอกที่อังกฤษ... ป่านนี้เขาคงกำลังยุ่งกับงานวิจัย
‘พี่เอกคะ... รับสายหนูหน่อยได้ไหม หนูต้องการพี่จริงๆ’
- ตัดภาพมาที่ห้องพักครู อ.กร -
หลังจากแพรเดินออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องพักครูชั่วขณะ
พี่กรยืนนิ่งมองกล่องขนมในมือด้วยสายตาที่เจ็บปวดลึกซึ้ง คำพูดของแพรที่บอกว่า "ไม่อยากให้มีความหวัง" มันเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมจนเหวอะหวะ
แต่ความเจ็บนั้นยังไม่ทันจางหาย วิภาก็แผดเสียงหัวเราะเยาะหยันขึ้นมา
"สมน้ำหน้า! เห็นไหมคะอาจารย์กร... มันให้ขนมอาจารย์เหมือนให้ทานสัตว์นั่นแหละ! มันไม่ได้รักอาจารย์หรอก มันแค่สะใจที่เห็นอาจารย์เป็นหมาหิวโซรอเศษเนื้อจากมัน!"
"พอได้แล้ววิภา..." พี่กรพูดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์จนตัวสั่น
"ไม่พอ! ภารำคาญลูกตา! ของของมัน ภาไม่ให้มันอยู่ในมืออาจารย์หรอก!"
เพล้ง! ปัง!
วิภาใช้มือปัดกล่องขนมในมือพี่กรอย่างแรงจนร่วงกระแทกพื้น ขนมราคาแพงกระจายเกลื่อน กระจัดกระจายไม่ต่างจากศักดิ์ศรีของพี่กรที่ถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่กรจ้องมองซากขนมบนพื้น ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธถึงขีดสุด
เขาเงยหน้าขึ้นจ้องวิภาด้วยสายตาที่วิภาไม่เคยเห็นมาก่อน... มันไม่ใช่สายตาของคนยอมจำนน แต่มันคือสายตาของคนที่ "หมดความอดทน" อย่างสิ้นเชิง
"ออกไป..." พี่กรคำรามเสียงต่ำ
"อะไรนะคะ? อาจารย์ไล่ภาเหรอ! เพราะอีขนมโง่ๆ นี่เหรอคะ!"
"ผมบอกให้คุณออกไป!!!" พี่กรตวาดลั่นจนแจกันบนโต๊ะสะเทือน
อาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มุงดูอยู่หน้าประตูถึงกับสะดุ้งสุดตัว บางคนถึงกับถอยหลังหนีด้วยความอึ้ง เพราะไม่เคยเห็นอาจารย์หนุ่มผู้อ่อนโยนระเบิดอารมณ์ขนาดนี้มาก่อน
"คุณมันบ้าไปแล้ววิภา! คุณมันน่ารำคาญ น่าสมเพช และน่าขยะแขยงที่สุด!"
พี่กรก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว จ้องตาเหมือนจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ "คุณคิดว่าการทำลายของของแพรจะทำให้ผมหันมามองคุณเหรอ? เปล่าเลย! ยิ่งคุณทำตัวต่ำตมแบบนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่า ผู้หญิงอย่างคุณไม่มีวันเทียบแพรได้เลยด้วยซ้ำ!"
วิภาหน้าซีดเผือด ปากสั่นพะงาบๆ "อาจารย์... อาจารย์ด่าภาขนาดนี้เลยเหรอคะ"
"เออ! เพราะผมทนคุณมานานเกินไปแล้ว!" พี่กรชี้ไปที่ประตู
"ไสหัวออกไปจากชีวิตผมซะ! อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม เพราะตั้งแต่วินาทีนี้... ผมกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แม้แต่ในฐานะคนรู้จัก!"
วิภาร้องกรีดออกมาด้วยความอับอายและเสียใจ
เธอหันไปมองรอบห้อง เห็นสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาอย่างดูแคลนและสมเพช เธอปิดหน้าร้องไห้แล้ววิ่งแทรกฝูงชนออกไปอย่างหมดรูป
พี่กรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาก้มลงมองซากขนมบนพื้น น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลลงมาเงียบๆ ต่อหน้าทุกคนที่ยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
เขารู้แล้วว่า... เขาเสียแพรไปตลอดกาล และเขาก็ทำลายชีวิตตัวเองจนพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี