“เ้าไม่สบายทำไมไม่บอกข้า” ซูหยุนหรานบ่นสาวใช้
“คุณหนูถูกนายท่านหักเงินเดือนไปแล้วครึ่งหนึ่ง หากจะรักษาอาการป่วยของบ่าว คุณหนูก็ต้องจ่ายเงินออกไปเป็จำนวนมาก แล้วบ่าวจะกล้ารบกวนคุณหนูได้อย่างไรเ้าคะ” เซียงเซียงบอกเ้านาย
“เงินทองเป็ของนอกกาย ใช้หมดก็หาใหม่ได้ แต่ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องรักษา หากไม่รักษาให้หายแล้วกลายเป็โรคเรื้อรัง ถึงตอนนั้นต่อให้เ้าอยากช่วยข้าดูแลลูกหลานก็คงจะทำไม่ได้แล้ว ยื่นแขนมา ข้าจะตรวจชีพจรให้เ้าก่อน” ซูหยุนหรานจับไปที่ข้อมือสาวใช้ “ดีที่เป็แค่ไข้หวัด ่นี้เ้านอนพักผ่อนให้ดี ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปรับใช้ข้า”
“ไม่ได้เ้าค่ะ! ดูแลคุณหนูคือหน้าที่ของบ่าว เป็หวัดแค่นี้บ่าวทนไหวเ้าค่ะ” เซียงเซียงพยายามลุกลงจากเตียง
“อย่าดื้อน่า” ซูหยุนหรานกดไหล่สาวใช้ให้นอนกับเตียง “เชื่อข้าเถอะ...หากไม่เชื่อฟังเ้าก็จะหายป่วยช้าลง แต่ถ้าเ้าเชื่อฟังข้าดีๆ นอนพักแค่วันสองวันเ้าก็จะกลับไปรับใช้ข้าได้แล้ว”
“แต่ว่าคุณหนู...” เซียงเซียงยังอยากพูดแย้ง
“ไม่ต้องพูดแล้ว ทำตามที่ข้าบอกก็พอ เ้านอนพักก่อนนะ เดี๋ยวข้าให้คนไปซื้อยามาให้” ซูหยุนหรานเดินออกจากห้องพักของสาวใช้แล้วกลับไปห้องของตนเอง ขณะหยิบเงินออกมาจากกล่อง นางรู้สึกปวดหัวมากจนต้องหลับตา
หลังจากอาการปวดหัวเริ่มดีขึ้น เมื่อซูหยุนหรานลืมตาขึ้นมา “อย่าบอกนะว่าที่นี่คือมิติวิเศษในตำนานที่นิยายข้ามมิติชอบมีกัน แต่ว่าห้องสี่เหลี่ยมว่างเปล่านี้จะมีประโยชน์อะไร”
หลังจากซูหยุนหรานพูดจบ ห้องสี่เหลี่ยมก็เปลี่ยนเป็ห้องจ่ายยาที่นางคุ้นเคย “นี่...นี่มันคือห้องจ่ายยาในโรงพยาบาลที่ฉันเคยทำงานไม่ใช่เหรอ”
ซูหยุนหรานเดินไปหยิบยาเพื่อเอาไปใช้รักษาอาการไข้ของเซียงเซียง เมื่อได้ยาครบตามที่้า นางจึงออกจากมิติ แต่ก่อนที่จะเอายาไปให้เซียงเซียง นางก็หลับตาแล้วเข้าไปในมิติวิเศษอีกครั้ง แต่คราวนี้ห้องยากลับหายไป คงเหลือไว้เพียงห้องสี่เหลี่ยมว่างเปล่าเหมือนเดิม “อะไรกัน ห้องยาหายไปแล้วหรือ?”
ซูหยุนหรานเก็บความสงสัยไว้แล้วรีบเอายาไปให้เซียงเซียง
เมื่อได้กินยาสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพดี ทั้งได้นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ เซียงเซียงก็หายจากอาการไข้ภายในเวลาแค่สองวัน
“คุณหนู ยาที่คุณหนูให้บ่าวกินได้ผลดีจริงๆ เลยนะเ้าคะ แค่สองวันบ่าวก็หายไข้แล้ว ยาเม็ดขาวๆ ก็ไม่ขมและยังกินง่ายกว่ายาต้มมากเลยเ้าค่ะ” เซียงเซียงมองเ้านายอย่างรู้สึกผิด “แต่ค่ายาคงแพงมากนะเ้าคะ คุณหนูไม่น่ามาเสียเงินเสียทองเพราะบ่าวเลย”
“พูดอะไรอย่างนั้น ข้าเคยบอกแล้วว่าเงินทองใช้หมดแล้วค่อยหาใหม่” ซูหยุนหรานยิ้มกว้าง “อีกไม่นานข้าก็จะแต่งเ้าจวนฉิงอ๋องแล้ว ต่อไปเราไม่ต้องกังวลเื่เงินอีกแล้วล่ะ”
เซียงเซียงมองเ้านายอย่างลังเล “พูดถึงเื่นี้...เหตุการณ์ที่ฉิงอ๋องช่วยคุณหนูขึ้นจากน้ำก็ผ่านมานานแล้ว ทำไมยังไม่เห็นมีราชโองการให้คุณหนูกับฉิงอ๋องแต่งงานส่งมาถึงจวนอีกเ้าคะ”
ั้แ่ซูหยุนหรานถูกบิดาสั่งกักบริเวณ หลังจากนั้นมารดา อนุหลิน รวมถึงซูชิงหว่านก็ไม่ได้มาสร้างปัญหาให้นางอีก ซูหยุนหรานจึงใช้ชีวิตในจวนอย่างสบายใจ ทำให้นางไม่ได้นึกถึงเื่นี้ขึ้นมาอีก
“นั่นสินะ เวลาก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ทำไมเื่ยังเงียบอยู่” ซูหยุนหรานทำท่าคิด “วันนี้เราไปจวนฉิงอ๋องกัน”
“จะดีหรือเ้าคะคุณหนู” เซียงเซียงกังวล “หากมีใครรู้ว่าคุณหนูบุกไปหาฉิงอ๋องถึงจวน ต้องมีข่าวลือเสียหายเกิดขึ้นอีกแน่”
“ชื่อเสียงของข้าทุกวันนี้มันดีมากเลยหรือไง” ซูหยุนหรานจูงมือสาวใช้ “ไปเถอะ เราไปจวนฉิงอ๋องกัน”
ณ จวนฉิงอ๋อง
“อาการท่านอ๋องเป็อย่างไร” เผยหยวนจื่อถามเสียงเครียด
“าแของท่านอ๋องทั้งกว้างทั้งลึก ข้าใช้ยาห้ามเืไปแล้วแต่เืยังไม่หยุดไหล” ไป๋เซียนเยี่ยส่ายหน้า “หากยังห้ามเืไม่ได้ ข้าเกรงว่า...”
“ไม่ได้! ไม่ใช่ว่าเ้าเป็หมอที่เก่งที่สุดในกองทัพหรือ แล้วทำไมเ้าถึงช่วยท่านอ๋องไม่ได้” เผยหยวนจื่อเขย่าตัวสหาย “เ้าต้องช่วยท่านอ๋องให้ได้ เข้าใจหรือไม่”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ข้าช่วยไม่ได้จริงๆ” ไป๋เซียนเยี่ยส่ายหน้า “เ้ากับข้าใช้ชีวิตในสนามรบมากี่ปีแล้ว เ้าเคยเห็นใครที่ถูกกระบี่ฟันเป็แผลยาวขนาดนี้แล้วยังรอดชีวิตไปได้บ้าง”
“หากข้าไม่ประมาท ท่านอ๋องก็คงไม่ต้องาเ็เพราะเอาตัวเข้าไปขวางอาวุธแทนข้าแบบนี้” เผยหยวนจื่อโทษตัวเอง
“เ้าออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ ข้าจะพยายามหาทางช่วยท่านอ๋องให้ได้” ไป๋เซียนเยี่ยบอกสหาย
“คุณชายหยวนจื่อ คุณชายเซียนเยี่ย มีคนมาขอพบท่านอ๋องขอรับ” เสียงบ่าวรับใช้รายงาน
“ใคร?” ไป๋เซียนเยี่ยหันไปมองสหาย “เ้ารู้หรือไม่ว่าใครมาขอพบท่านอ๋อง”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า” เผยหยวนจื่อตอบก่อนจะหันไปถามบ่าวรับใช้ “ผู้ใดมาขอพบท่านอ๋อง”
“นางบอกว่านางคือคุณหนูใหญ่ซูขอรับ”
“คุณหนูใหญ่ซู? คนที่จื่อฉิงตกลงจะแต่งด้วยน่ะหรือ” ไป๋เซียนเยี่ยถาม “ว่าแต่นางมาหาจื่อฉิงทำไม”
“ไม่เรียกท่านอ๋องแล้วเล่า” เผยหยวนจื่อกลอกตาใส่สหาย
“พวกเราเป็สหายกันมานานแล้วไม่ใช่หรือไร เรียกชื่อแค่นี้ไม่เป็อะไรหรอก”
เผยหยวนจื่อหันไปพูดกับบ่าวรับใช้ต่อ “เ้าออกไปบอกนางเถอะว่าเวลานี้ท่านอ๋องไม่สะดวกออกมาต้อนรับ รอให้ท่านอ๋องมีเวลาว่าง ท่านอ๋องจะไปพบนางเอง”
บ่าวรับใช้ออกไปรายงานซูหยุนหราน แต่เพราะซูหยุนหรานสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของบ่าวรับใช้ และนางก็ไม่เชื่อว่าฉิงอ๋องจะหลบหน้าตน นางทำทีชวนบ่าวรับใช้คุยจนบ่าวรับใช้เผลอบอกความจริงว่าฉิงอ๋องได้รับาเ็สาหัส แม้แต่ท่านหมอไป๋ยังไม่มีทางรักษา
ซูหยุนหรานไม่สนใจมารยาท นางถือวิสาสะสั่งให้บ่าวรับใช้พานางไปยังเรือนพักของฉิงอ๋องทันที
“คุณหนูใหญ่ซู! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร” เผยหยวนจื่อถาม
“ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องาเ็ อาการของเขาเป็อย่างไรบ้าง” ซูหยุนหรานรีบถาม
“คุณหนูใหญ่ซู ข้ามีนามว่าไป๋เซียนเยี่ยเป็หมอรักษาอาการให้ท่านอ๋อง” ไป๋เซียนเยี่ยแนะนำตัว “ท่านอ๋องถูกกระบี่ฟันที่ท้อง แผลกว้างและลึกมาก ห้ามเืเท่าไหร่ก็ไม่หยุด ข้าคิดว่า...คุณหนูเข้าไปดูอาการท่านอ๋องได้ บางทีกำลังใจจากคุณหนูอาจทำให้ท่านอ๋องฟื้นขึ้นมาก็ได้ขอรับ”
“เซียนเยี่ย! เ้าหมายความว่าอย่างไร” เผยหยวนจื่อถามเสียงหลง “เ้าคงไม่ได้หมายความว่า...”
“อาการของจื่อฉิงสาหัสนัก บางทีหากเขาได้ยินเสียงคุณหนูใหญ่ซู เขาอาจมีกำลังใจต่อสู้กับความเ็ปแล้วฟื้นขึ้นมาก็ได้” ไป๋เซียนเยี่ยไม่ได้พูดออกไปตรงๆ ว่าฉินจื่อฉิงอาจไม่รอดแล้ว
ซูหยุนหรานได้ฟังอย่างนั้นก็ไม่รอช้า นางเดินเข้าห้องและเห็นฉินจื่อฉิงนอนจมกองเือยู่ ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่ง หากมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน าแนี้นางย่อมรักษาได้ เมื่อนึกถึงมิติวิเศษ “พวกเ้าออกไปก่อน รอจนกว่าข้าจะเรียกค่อยเข้ามา”
“เ้าคิดจะทำอะไร ตอนนี้ท่านอ๋องอาการเป็ตายเท่ากัน หากเ้าคิดจะมาก่อกวนแล้วทำให้เซียนเยี่ยพลาดโอกาสดีที่จะรักษาท่านอ๋อง ข้าจะจัดการเ้าเดี๋ยวนี้!” เผยหยวนจื่อเป็ห่วงเ้านายจึงไม่คิดเกรงใจซูหยุนหรานอีก
ซูหยุนหรานย่อมเข้าใจ นางเป็สตรีไร้ประโยชน์ในสายตาผู้อื่น ในเมื่อไม่มีเวลาอธิบายและไม่มีใครเชื่อใจ เช่นนั้นก็มีวิธีเดียว “ข้าเกิดในตระกูลแพทย์จะไม่รู้วิชาแพทย์อย่างไร เอาเป็ว่าข้าจะกลับไปเอาของที่รถม้าก่อน ระหว่างนี้พวกเ้าสั่งให้คนมาเปลี่ยนผ้าเปื้อนเืออกไปให้หมด รอจนข้ากลับมาเรามาเริ่มรักษาท่านอ๋องกัน”
ซูหยุนหรานพาเซียงเซียงเดินกลับไปที่รถม้า จากนั้นนางก็หลับตาแล้วเข้าไปในมิติวิเศษ คราวนี้ห้องสี่เหลี่ยมว่างเปล่ากลับมีอุปกรณ์ผ่าตัดอยู่ครบ รวมถึงยาจำเป็ที่ต้องใช้ในห้องผ่าตัดก็มีครบเช่นกัน
ทันทีที่ซูหยุนหรานกลับมาถึง นางสั่งให้เซียงเซียงออกไปรอที่ด้านนอก ส่วนเผยหยวนจื่อกับไป๋เซียนเยี่ยถูกสั่งให้เปลี่ยนไปใส่ชุดปลอดเชื้อ
“คุณหนูใหญ่ซู ท่านรักษาาแท่านอ๋องได้จริงหรือ” เผยหยวนจื่อยังลังเล
ซูหยุนหรานไม่มีเวลามาสนใจเผยหยวนจื่อ นางหันไปถามไป๋เซียนเยี่ย “หมอไป๋ เ้าเคยเย็บแผลหรือไม่”
ไป๋เซียนเยี่ยส่ายหน้า “ข้าเคยอ่านวิธีการรักษานี้แค่ในตำรา และข้ายังไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดรักษาด้วยวิธีนี้สำเร็จ”
“พวกเ้ารู้อาการของท่านอ๋องดีแล้ว หากปล่อยไว้ก็มีแต่รอให้เขาสิ้นใจ วิธีเดียวที่จะทำให้เขารอดคือพวกเ้าต้องเชื่อใจแล้วปล่อยให้ข้ารักษา” ซูหยุนหรานจ้องสองหนุ่ม “ที่เืไหลไม่หยุดเพราะแผลของเขาทั้งกว้างและลึก ข้าต้องรักษาด้วยวิธีการเย็บแผล”
เผยหยวนจื่อกับไป๋เซียนเยี่ยเห็นสายตามุ่งมั่นก็ไม่คิดจะห้าม อีกทั้งสิ่งที่ซูหยุนหรานพูดมาก็ถูก หากไม่รีบทำการรักษา ท่านอ๋องอาจสิ้นใจ ส่วนวิธีรักษาแบบเย็บแผลนั้นพวกเขาทำได้แค่ต้องลองดู
ซูหยุนหรานกดแผลเพื่อห้ามเื ต่อด้วยการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดแผลโดยรอบ จากนั้นนางก็เริ่มทำการเย็บแผล ท่าทางชำนาญและเป็มืออาชีพของนางทำให้เผยหยวนจื่อถึงกับตะลึง และคนที่ดูจะตื่นเต้นที่สุดคือไป๋เซียนเยี่ย ในตำราแพทย์มีเขียนบอกวิธีเย็บแผลไว้ก็จริง แต่ยังไม่เคยมีใครรักษาด้วยวิธีนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้เขาได้เห็นวิธีรักษาอันแสนวิเศษนี้ด้วยตัวเอง
เวลาสองชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“การรักษาเสร็จเรียบร้อย เดี๋ยวข้าจะเขียนวิธีดูแลาแและเขียนวิธีกินยาไว้ให้ด้วย พวกเ้าแค่ทำตามแล้วดูอาการท่านอ๋องให้ดีก็พอ” ซูหยุนหรานบอก “ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกจวนอย่างอิสระเหมือนเมื่อก่อน หากคืนนี้ท่านอ๋องมีไข้หรือมีอาการผิดปกติ เ้าให้คนไปพาข้ามาดูอาการให้ท่านอ๋องได้ แค่อย่าให้คนเห็นก็พอ”
ซูหยุนหรานเห็นว่าเป็เวลาบ่ายแก่แล้ว หากไม่รีบกลับจวนคงถูกคนเอาเื่นี้ไปเล่นงาน นางรีบพาเซียงเซียงไปขึ้นรถม้า โดยที่เผยหยวนจื่อกับไป๋เซียนเยี่ยไม่มีโอกาสถามสิ่งใดต่อด้วยซ้ำ