ตอนที่ 56 มีคนแอบมอง
"ฟุ่บ!"
หลินชิ่งจู๋คุกเข่าลงตรงหน้าหลินเยี่ยพร้อมอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง “ท่านอาจารย์ โปรดยอมรับฉันเป็นศิษย์!”
หลินชิ่งจู๋รู้ดีว่าการเป็นศิษย์หลินเยี่ยจะทำให้ได้เรียนรู้ทักษะวิชาหมัดมากมายซึ่งไม่สามารถเรียนรู้หรือฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง
“ไปซะ!”
หลินเยี่ยโบกมือไล่พร้อมปฏิเสธ “บอกกี่ครั้งแล้วว่าผมจะไม่รับคุณเป็นศิษย์”
“ถ้าคุณไม่ยอมรับ ฉันก็จะคุกเข่าอยู่แบบนี้แหละ” หลินชิ่งจู๋กล่าว
“ตามใจ!” หลินเยี่ยไม่อยากต่อปากต่อคำ เขาก้มหน้ากินอาหารต่ออย่างเอร็ดอร่อย
หลินชิ่งจู๋ยังคงคุกเข่าพร้อมจ้องมองหลินเพื่อสร้างความประทับใจ
ทันใดนั้นหลินเหม่ยชินขึ้นมาบนภูเขาและเห็นเหตุการณ์จึงอดล้อเลียนพี่สาวไม่ได้ “พี่ นี่กำลังคาราวะหลินเยี่ยอยู่เหรอ?”
“ฉันกำลังขอร้องให้เขารับเป็นศิษย์” หลินชิ่งจู๋เอาผมทัดหูพร้อมถามน้องสาว “เหม่ยชิน มาทำอะไรที่นี่?”
“ลุงสั่งให้ฉันมาหาหลินเยี่ย มีบางอย่างต้องคุยกับเขา” หลินเหม่ยชินกล่าวพร้อมเดินไปหาหลินเยี่ย “มาเถอะ ไปบ้านตระกูลหลินกับฉัน”
หลินเหม่ยชินกล่าวด้วยน้ำเสียงดุเหมือนเจ้านายสั่งคนใช้ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล
ลูกคนรวยก็มักเอาแต่ใจแบบนี้
“กลับไปบอกลุงคุณซะว่าผมไม่มีเวลา” หลินเยี่ยยังคงเพลิดเพลินกับอาหารโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลย
"คุณ…"
เมื่อเห็นหลินเยี่ยไม่พอใจ เธอจึงเปลี่ยนโทนเสียง “หลินเยี่ย คุณปู่มีเรื่องต้องคุยกับคุณจึงให้ฉันมาเชิญด้วยตัวเอง”
“นายใหญ่หลินมีธุระอะไรกับผม?”
“มีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”
“ตกลง ไปเถอะ!” เมื่อเห็นหลินเหม่ยชินเปลี่ยนโทนเสียง หลินเยี่ยจึงยอมรับคำเชิญพร้อมพาหญิงทั้งสองลงจากภูเขา
เมื่อมาถึงบ้านของตระกูลหลิน พบว่าหลินจงเทารอต้อนรับอยู่
เขากล่าวทักทายหลินเยี่ยด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหลิน คุณพ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ เข้ามาข้างในก่อนเถอะ”
เมื่อพูดจบ เขาโค้งตัวราวเก้าสิบองศาเพื่อแสดงความเคารพ
“ไปกันเถอะครับ!” หลินเยี่ยพยักหน้าพร้อมตามหลินจงเทาไปยังห้องโถง
ห้องโถงเต็มไปด้วยสมาชิกตระกูลหลิน นายใหญ่หลินนั่งจิบชาบนโซฟาใหญ่ เมื่อเห็นหลินเยี่ยเดินเข้ามาจึงลุกขึ้นกล่าว”หลินเยี่ย นั่งก่อนสิ”
“นายใหญ่หลิน ได้ยินว่ามีธุระจะคุยกับผมเหรอครับ?” หลินเยี่ยถามอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะนั่งลง
“ถูกต้อง” นายใหญ่หลินพยักหน้าพร้อมกล่าวอย่างหนักแน่น “เมืองหยุนเฉิงและเมืองปีนังกำลังจะจัดการประชุม นายรู้เรื่องนี้ไหม?”
"พอได้ยินมาบ้างครับ"
“การประชุมครั้งนี้จะเป็นการตกลงรวมตัวกันระหว่างสองเมืองผ่านแม่น้ำแยงซีตอนใต้ และตระกูลหลินได้รับเชิญให้เขาร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย”
“หากนายใหญ่หลินต้องการความช่วยเหลือจากผมก็บอกมาได้เลยครับ” หลินเยี่ยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ใช่แล้ว” นายใหญ่หลินยิ้มพร้อมกล่าวอย่างอ้อนวอน “ฉันอยากให้นายเข้าร่วมประชุมในนามตัวแทนตระกูลหลิน”
“ทำไมต้องให้ผมไปล่ะครับ?”
“นายเป็นคนแข็งแกร่ง ชัดเจน และเด็ดขาด การเข้าร่วมของนายถือเป็นเกียรติแก่ตระกูลหลินและเมืองหยุนเฉิง” นายใหญ่หลินกล่าวก่อนจะเสริม “หากเข้าร่วม การตัดสินใจทุกอย่างเกี่ยวกับหยุนเฉิงจะเป็นของนายและยังได้รับรางวัลตอบแทนมากมายอีกด้วย”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา” หลินเยี่ยครุ่นคิดก่อนจะตอบตกลง
เขายอมตกลงเพราะเห็นแก่ความดีและหน้าตาทางสัมคมของนายใหญ่หลิน
“ดีมาก” นายใหญ่หลินดีใจก่อนจะตบขาบอกหลินจงเทา “ไปสั่งคนครัวให้เตรียมงานเลี้ยง”
"ไม่มีปัญหาครับ"
หลินเยี่ยยืนขึ้นขัดจังหวะทันที “ผมมีธุระต้องจัดการ ขอตัวก่อนนะครับ”
“ไม่เป็นไร” นายใหญ่หลินกล่าว “ถ้าอย่างนั้น ไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวนายวันประชุมและจะประกาศข่าวดีในวันนั้นด้วย”
“ผมไปก่อนนะครับ” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมหันหลังเดินจากไป
นายใหญ่หลินสั่ง “ส่งแขกคนสำคัญให้ฉันที เร็วเข้า”
"หนูไปเอง…"
หลินเหม่ยชินและหลินชิ่งจู๋ลุกขึ้นพูดพร้อมกัน
“ฉันไปเอง!” หลินจงเทากล่าว เขารับหน้าที่ไปส่งหลินเยี่ยที่บ้านด้วยตนเอง
หลินเยี่ยกลับมาถึงพบว่ายี่ยี่แต่งตัวในชุดนักเรียนและหลงซือหยิงกำลังจะไปส่งเธอ
“ป่าป๊า...”
ยี่ยี่โผเข้ากอดต้นขาของเขาพร้อมกระเป๋านักเรียนใบเล็กก่อนจะพูดอย่างอารมณ์ดี “เมื่อคืนป่าป๊าไม่กลับบ้าน หนูคิดถึงป่าป๊ามาก”
“งั้นคืนนี้ป่าป๊าจะอยู่กับลูกที่บ้าน ตกลงไหม?” หลินเยี่ยอุ้มลูกสาวอย่างชำนาญ
“โอเคค่ะ ป่าป๊าต้องห้ามผิดสัญญานะคะ เกี่ยวก้อยกัน” ยี่ยี่กล่าวพร้อมยื่นนิ้วก้อยออกมา
“ได้สิ เกี่ยวก้อยกัน” หลินเยี่ยเกี่ยวก้อยล๔กสาวด้วยความเต็มใจก่นจะวางเธอลงกับพื้น “เอาล่ะ ห,โรงเรียนได้แล้ว แม่ทูนหัวรออยู่”
“ไม่เอา หนูอยากให้ป่าป๊าไปส่ง” ยี่ยี่กระโจนเข้าในอ้อมแขนหลินเยี่ยอีกครั้ง
“ได้สิ วันนี้ป่าป๊าจะไปส่งยี่ยี่ที่โรงเรียนเอง” หลอนเยี่ยกอดลูกสาวพร้อมบอกลาหลงซือหยิงก่อนจะขับรถไปโรงเรียน
ทันทีที่ไปถึงหน้าโรงเรียน หญิงผมหญิงจูงแขนลูกชายเข้ามาถาม “หลินยี่ยี่ เมื่อวานหนูรังแกลูกฉันรึเปล่า?”
“เขาตีหนูก่อน” ยี่ยี่ตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว
แม้เธอจะยังเด็ก แต่ก็รู้จักผิดชอบชั่วดี
“ดูหน้าลูกชายฉันสิ โดนเธอข่วนเต็มไปหมดเลย” หญิงผมหยิกจับหน้าลูกชายพร้อมกล่าวด้วยความโกรธ
บนใบหน้าของเด็กชายมีเพียงรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ไร้ซึ่งแผลเหวอะหวะ
“เขาดึงผมหนูก่อน หนูเลยผลักคืน แค่นั้นเองค่ะ” ยี่ยี่ก้มหน้าอธิบาย
“หนูน้อย มันใช่เหตุผลที่หนูจะมารังแกลูกฉันเหรอ?” หญิงสาวมือท้าวเอวราวกับเสือโคร่งรอกินเนื้อ
ทันใดนั้นครูเฉาเยี่ยนเดินออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างรวดเร็วพร้อมพูด “เป็นเรื่องปกติที่เด็กจะทะเลาะกัน ฉันว่าให้ทั้งสองขอโทษกันดีกว่าค่ะ”
“หลินยี่ยี่ตีลูกฉัน ทำไมลูกฉันต้องขอโทษด้วย” สาวผมหยิกถามครูเฉาเยี่ยด้วยความขุ่นเคือง
“เด็ก ๆ แค่เล่นกัน ไม่ได้บาดเจ็บอะไร ฉันคิดวว่าคงไม่เป็นไร!” เฉาเยี่ยพยายามหว่านล้อม
"ไม่!"
หญิงสาวผมหยิกปฏิเสธการหว่านล้อมพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียง “หลินยี่ยี่ต้องขอโทษลูกชายฉันต่อหน้าทุกคน”
“นี่…” เฉาเหยี่ยนขุ่นเคืองต่อพฤติกรรมของหญิงผมหยิก
เธอเป็นครูที่เกลียดผู้ปกครองเช่นนี้มาก พวกเขาไร้เหตุผลและน่าปวดหัว
เมื่อเห็นว่าเฉาเหยี่ยนเงียบไป หญิงผมหยิกจึงตำหนิยี่ยี่อย่างก้าวร้าว “นังหนู ขอโทษลูกชายฉันเดี๋ยวนี้”
“หนูไม่ผิด ทำไมต้องขอโทษด้วยล่ะคะ?” ยี่ยี่ถามอย่างสุภาพ
หากผิดจริง ยี่ยี่จะยอมขอโทษ แต่สาเหตุที่ปฏิเสธเนื่องจากเธอไม่ได้ทำอะไรผิด
“นังหนู” หญิงผมหยอกชี้หน้ายี่ยี่พร้อมด่าทอ “พ่อแม่ไม่สั่งสอนรึไง…”