ตอนที่ 18: ภาพลวงตาสีเื
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือยังคงสว่างวาบสะท้อนข้อความคุกคามคุกรุ่นด้วยตัณหาความใคร่จากลุงสถาปนิกใหญ่ที่ส่งมา หัวใจของฉันเต้นกระหน่ำรัวโครมครามประหนึ่งกลองรบจนแทบจะทะลุะเิออกมานอกแผงอก ร่างกายเปลือยเปล่าสั่นเทาราวกับลูกนกต้องลมหนาว สายตาเบิกกว้างจับจ้องไปยังกระจกเงาสะท้อนสลับทาง (One-Way Mirror) บานั์ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอับอายและหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับหลังกระจกอย่างรุนแรง
เสียงลมจากระบบไฮดรอลิกดังขึ้นพร้อมกับบานประตูกลนิรภัยหนาพิเศษที่เลื่อนเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่ากำยำสูงใหญ่ถึง 185 เิเอันคุ้นตา of ลุงนนท์ก้าวเข้ามาในห้องนิรภัยใต้ดินที่เงียบสงัด เขาไม่ได้สวมแว่นสายตาเหมือนเวลาปกติ เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นของชายวัยใหญ่โตคราวพ่อ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยอำนาจควบคุมครอบงำและสัญชาตญาณสัตว์ป่าจอมบงการที่ไร้ความปรานีต่อกุลสตรีอย่างฉัน
ฉันรีบยกสองมือขึ้นมาโอบกอดหน้าอกอวบอัดของตัวเอง พยายามจะก้าวถอยหลังหลบหนีความผิดบาปนี้ แต่ทว่าลุงนนท์กลับก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนคู่เดิมบีบหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของฉันอย่างรุนแรงแล้วกระชากเบาๆ ดึงร่างเปลือยขาวผุดผ่องหอมกรุ่นของฉันเข้าหาแผงอกแกร่งหนาของเขาจนเนื้อแนบเนื้อร้อนรุ่ม
"คุณรินรดาคะ... วิ่งหนีทำไมคะเด็กดี" ลุงนนท์กระซิบเสียงทุ้มต่ำดุดันอยู่ชิดริมฝีปากสั่นระริกของฉัน แววตาของเขากวาดมองเรือนร่างเปลือยขาวผุดผ่องของฉันอย่างหื่นกระหาย "ข้อความที่อาส่งไปชื่นชมเรือนร่างเปียกชื้นของหนูไม่ถูกใจหรือคะ... แย่จังเลย ทั้งที่เมื่อกี้หนูบิดส่ายสะโพกครางหวานช่วยตัวเอง บี้ปุ่มเสียวแตกน้ำรักต่อหน้ากล้องและกระจกของอาได้เซ็กซี่ร่านร้อนขนาดนั้น"
"อึก... ลุงนนท์... ปล่อยรินนะคะ... อย่าทำแบบนี้เลยนะรินขอร้อง..." ฉันละล่ำละลักบอกน้ำตานองหน้าด้วยความตระหนกใอย่างรุนแรง แต่ทว่าความอบอุ่นและแรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือของเขา กลับกระตุ้นความซ่านเสียวในส่วนลึกของมดลูกให้ไหลเยิ้มชุ่มฉ่ำออกมารอบใหม่จนน้ำรักไหลย้อนต้นขา
ลุงนนท์ไม่ฟังคำอ้อนวอน ชายสูงวัยก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงส์ของฉันอย่างรุนแรง ลิ้นชื้นลากไล้ขบเม้มเนื้อนุ่มจนเป็รอยแดงช้ำเด่นชัด ฉันกรีดร้องครางแ่เบาด้วยความรู้สึกเจ็บปนเสียวซ่านสะท้านทรวงอก ลุงนนท์ดันร่างของฉันให้ถอยกรูดไปที่เตียงหนานุ่มบุกำมะหยี่สีแดงสดกลางห้อง ก่อนจะกดร่างเปลือยของฉันลงไปนอนราบกับผืนเตียงเย็นเฉียบที่ตัดกับความร้อนรุ่มของผิวเนื้อ
ภาพร่างบางของคุณหนูรินรดาผู้สูงศักดิ์นอนสั่นเทาอยู่บนเตียงบุกำมะหยี่สีแดงสดช่างเป็ภาพศิลปะกามารมณ์ที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยออกแบบมา แสงไฟสปอตไลท์สีขาวเฉพาะจุดส่องกระทบผิวกายขาวนวลละมุนดุจน้ำนมของเธอ เกิดเป็ภาพคอนทราสต์แสงเงาอันสมบูรณ์แบบพาดผ่านหน้าอกอวบใหญ่ขนาดใหญ่โตส่ายสั่นกระเพื่อมและร่องรักสีชมพูสดที่ยังคงเปียกเยิ้มชโลมน้ำรักสีใสจากการช่วยตัวเองของเธอเมื่อครู่
ผมหยิบสายหนังและผ้าไหมสีแดงที่เตรียมไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดขัดขืนแต่ทว่าข้อมือบางทั้งสองข้างกลับถูกผมรวบขึ้นไปผูกมัดตรึงไว้กับหัวเตียงเหล็กดัดอย่างแ่าจนกระดิกหนีไม่ได้
"ลุงนนท์... อย่ามัดริน... ฮื้อ... ปลดมัดเถอะนะคะ... รินเจ็บ..." เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอ้อนวอน แต่น้ำเสียงแหบพร่าครางกระเส่าและเรียวขางามที่อ้าแยกออกกว้างอย่างหมดทางสู้ กลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายผมให้ลุกโชนยากจะดับ
"การยอมจำนนคือศิลปะชิ้นเอกของหนูค่ะริน..." ผมสลัดกางเกงสูทออก ปลดเข็มขัดและควักแก่นกายใหญ่โตขนาดั์ยาว 7.8 นิ้วอุ่นร้อนผ่าปูด้วยเส้นเืปูดรอบลำเนื้อสีเข้มหัวหยักแแดงชูชันตึงแน่นท้าทายสายตาของเธอ "ดูสิคะ... ร่างกายของหนูต้อนรับอารมณ์กามของอาขนาดไหน ช่องทางรักรูรักลื่นเปียกชุ่มเยิ้มน้ำสวาทขนาดนี้ยังจะบอกให้ปล่อยอีกหรือคะเด็กดี"
ผมก้มลงบีบเค้นทรวงอกอวบอัดล้นมือของรินรดาอย่างแรงจนเนื้อนมปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว สลับกับใช้ปากและเรียวลิ้นชื้นร้อนครอบงำขบเคี้ยวยอดปทุมถันหัวนมสีชมพูตึงเปรี๊ยะจนเธอแอ่นอกส่ายเร่ากรีดร้องครางเสียวลั่นห้องใต้ดิน แขนเรียวสีขาวที่ถูกมัดดึงรั้งตึงเปรี๊ยะ สะโพกผุดผ่องลอยเด่นส่ายบิดหนีความซ่านเสียวที่รุกรานกระชั้นชิดทวีคูณ
ผมจงใจหันหน้าไปทางกระจกเงาสะท้อนสลับทาง ยิ้มให้เงาร่างของธีร์ที่ยืนหอบหายใจชักรูดแก่นกายตัวเองจ้องมองและถ่ายภาพอยู่ในห้องควบคุมด้านหลังกระจกแผ่นนั้น
"ร้องครางดังๆ นะคะคุณริน... ร้องให้ช่างภาพที่อยู่ข้างหลังกระจกบานนั้นได้ยินเสียงครางร่านร้อนของหนูชัดๆ" ผมกระซิบสั่งเสียงต่ำลึก
"อ๊า! ใคร... มีใครอยู่ตรงนั้น... ฮื้อ... อย่ามองนะ... อูย... เสียว..." รินรดากรีดร้องหลับตาปี๋ หน้าร้อนผ่าวด้วยความระแวงอับอายสุดขีด แต่ช่องทางรักกลับบีบรัดตัวตึงแน่นและหลั่งน้ำหวานไหลย้อนง่ามขาเฉอะแฉะเยิ้มเปียกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านทั่วมดลูกเมื่อลุงนนท์จับเรียวขาขาวทั้งสองข้างของฉันแยกออกกว้างจนเห็นร่องรักรูเสียวสีชมพูสดที่เปียกเยิ้มชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน ลุงนนท์จ่อหัวแก่นกายใหญ่โตอุ่นร้อนขนาด 7.8 นิ้วบดเบียดลงบนปุ่มกระสันจุดเสียวของฉัน ลากครูดบดขยี้ไปมาปาดน้ำสวาทจนฉันตัวโยนสั่นคลอนบิดสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านปวดหนึบแสนรัญจวนแทบใจจะขาด
"ลุงนนท์... รินเสียว... จะตายแล้ว... ฮื้อ... ใส่เข้ามาเถอะค่ะ... รินอยากได้แก่นกายของลุง..." ในที่สุดความกดดันและความหื่นกระหายในส่วนลึกก็ชนะศีลธรรม หน้ากากคุณหนูผู้สูงส่งแตกยับเยินเหลือเพียงร่างเนื้อเปลือยเปล่าที่ร่ำร้องหาบทลงทัณฑ์สวาทดิบกระสันสวาท
"อาจะใส่ร่องรักอุ่นๆ ฟิตตึงของคุณรินให้สมอยากเลยค่ะเด็กดี..."
ลุงนนท์กดสะโพกสอบสับแก่นกายร้อนผ่าขยายตัวหนาบดเสียดแหวกกลีบเนื้อนุ่มที่เปียกเยิ้ม เสียบแทรกเข้าสู่ร่องสวาทของฉันลวดเดียวมิดด้ามตอกกระแทกเข้าสู่ช่องคลอดสุดโคนมดลูก ความแน่นคับตึงเกร็งทำให้ฉันเบิกตากว้างเบียดแผ่นหลังเข้ากับเตียงกำมะหยี่สีแดง แอ่นร่อนสะโพกรับท่อนเอวสอบใหญ่โตที่แทรกขยายช่องทางจนคับแน่นเจ็บแปลบปนเปความซ่านเสียวสยิวพุ่งริ้วขึ้นสู่สมองจนตัวสั่นระริก
"อ๊า! เจ็บ... อูย... ใหญ่โตตึงแน่นรูรินเหลือเกิน... ลุงนนท์... ฮื้อ..." ฉันร้องครางเสียงหลงสั่นระริก มือสองข้างบีบเข้าหากันแน่นสายรัดผ้าไหมตึงเปรี๊ยะ
ลุงนนท์บดขยี้สะโพกตอกแก่นกายร้อนเข้าใส่ร่องรักของฉันด้วยจังหวะซอยกระแทกกระทั้นรุนแรงดิบเถื่อน เสียงสะโพกหนากระทบเนื้อแก้มก้นขาวโพลนของฉันดังสนั่นลั่นหอศิลป์ใต้ดินสลัว ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! เนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนผ่านผนังซับเสียงสลับเสียงเปียกแฉะ สวบ... สวบ... ของน้ำรักที่ทะลักทลาย
"อื้ม... ร่องเนื้อคุณรินตึงแน่นบีบขยำแก่นกายอาดีเหลือเกินค่ะ... บีบรัดตอดระรัวขนาดนี้ชอบให้อากระแทกแรงๆ ใช่ไหมคะ" ลุงนนท์ครางต่ำ สอดมือหนามารองใต้ก้นงอนงามของฉัน ยกสะโพกขาวขึ้นสูงแล้วกดซอยแทรกความใหญ่โตตอกย้ำรัวถี่ยิบสับเข้าออกกระแทกเข้าสู่มดลูกลึกสุดตัว
"อ๊า... ใช่ค่ะ... ซอยตอกแรงๆ... อูย... รินเสียว... รินร่านเหลือเกิน... ฮื้อ..." ฉันกรีดร้องยอมจำนนอย่างหมดสภาพปล่อยให้อารมณ์ดิบนำทาง ขยับบิดสะโพกแอ่นสวนตอบรับท่อนเนื้อร้อนที่บดซอยขยี้จุดกระสันด้านในอย่างรุนแรงพายุสวาทกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสมองขาวโพลนไปหมด ร่องรักตอดรัดแก่นกายยาวใหญ่ของลุงนนท์แน่นจนตัวเกร็ง
ผมเร่งจังหวะสะโพกกระแทกกระทั้นสาวท่อนเอ็นขนาดั์เข้าออกช่องทางสวาทที่บีบขยำตอดรัดระรัวโครมครามของคุณหนูรินรดาอย่างบ้าคลั่ง ความแน่นตึงและเสียงครางรัญจวนสยิวใจของเธอทำให้เส้นเืในหัวสมองของผมเต้นตุบ รินรดาแอ่นสะโพกเบียดส่ายตอบรับทุกการตอกอัดของผมอย่างรุนแรง ลมหายใจของเธอหอบระเส่าแหบพร่าดวงตาปรือลอยเยิ้มรักน้ำลายสอขอบปากระบายความใคร่
ผมเงยหน้าจ้องกระจกเงาสะท้อนสลับทาง เห็นธีร์ที่ยืนถ่ายรูปช็อตเด็ดของคุณหนูเ้านายสาวของเขากำลังชักรูดแก่นกาย 7.5 นิ้วของตัวเองระรัวสะท้านด้วยความอารมณ์เตลิดเปิดเปิง
"อาจะปล่อยข้างในร่องรักอุ่นๆ ของหนูแล้วนะคะคุณริน... ตอดแน่นๆ สิคะเด็กดี..." ผมกระซิบสั่งพร่ำขยำเต้าอวบใหญ่รัวๆ สะโพกสอบตอกสะบัดขยี้หนักๆ ห้าหกครั้งสุดท้ายจนสะโพกสอบสับกระแทกมิดโคนเนื้อ
"อ๊า... จะเสร็จ... รินเสร็จแล้ว... กรี๊ด... ปล่อยน้ำเข้ามาเลย..." รินรดาหวีดร้องลั่นตัวเกร็งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่องสวาทตอดรัดขยำท่อนเนื้อร้อนของผมถถี่ระรัวโครมครามพ่นน้ำรักออกมานองเตียง
ผมตอกกระแทกสับสะโพกค้างแก่นกายอัดแน่นลึกสุดมดลูก ปล่อยน้ำสวาทอุ่นร้อนระอุฉีดพ่นพุ่งทะลักเข้าสู่ช่องรักตึงแน่นภายในจนล้นปรี่ฉีดชโลมมดลูกลึกสุดตัวจนล้นทะลักย้อนชโลมง่ามขาและพื้นเตียง ผมแช่ค้างแก่นกายให้มันเต้นตุบๆ ถ่ายทอดความดิบเถื่อนเข้าไปในร่างระหงส์ที่สั่นกระตุกหอบเหนื่อยรวยรินอย่างพึงพอใจ
พายุราคะสงบลง ทิ้งให้ฉันนอนสะอื้นไห้กระซิกหอบรวยรินอย่างเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงกำมะหยี่สีแดงฉาด ทั่วตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำสวาทคาวขุ่นเหนียวข้นที่เปรอะเปื้อนเตียงและซึมย้อนขาขาว ลุงนนท์เอื้อมมือมาปลดสายมัดข้อมือของฉันอย่างอ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่น ก่อนจะช้อนตัวพยุงร่างที่สั่นระริกไร้เรี่ยวแรงของฉันขึ้นมากอดไว้ในแผงอกอุ่นหนากล้ามโตคราวพ่อ
ลุงนนท์โน้มริมฝีปากลงมาจูบแก้มที่เปียกชื้นของฉันเบาๆ สูดดมกลิ่นกายสวาท แล้วกระซิบถ้อยคำลึกลับปนข่มขู่ข้างใบหูที่สั่นระริก
"นี่คือจุดเริ่มต้นของหอศิลป์แห่งนี้ค่ะคุณริน... วันพรุ่งนี้อาจะพาช่างภาพของคุณมาช่วยลงแปรงในร่างบางนี้นะคะ..."
ในวินาทีนั้นเอง... สปอตไลท์ดวงใหญ่ด้านหลังกระจกเงาสะท้อนสลับทาง บานั์พลันสว่างวาบขึ้นสลับสีคราม เผยให้เห็นเงาร่างของ 'ธีร์' ศิลปินหนุ่มเซอร์ผู้ช่วยของฉัน ยืนจ้องมองเตียงนอนสีแดงและสบตากับฉันตรงๆ ในมือของเขาถือกล้องถ่ายรูปตัวโต แก่นกายท่อนเอ็นยาว 7.5 นิ้วปูดเส้นเืของเขายังคงแข็งขึงเปียกเยิ้มน้ำสวาทสีใส แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายและป่าเถื่อนจ้องมองดูเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เลอะคราบน้ำรักของฉันอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ฉันสะดุ้งสุดตัวสั่นระริกในแผงอกของลุงนนท์ด้วยความกลัวแสนสาหัสจนหัวใจแทบหยุดเต้น ทว่าภายใต้ความตื่นตระหนกอับอายขายหน้าจนขีดสุด ท้องน้อยของฉันกลับเสียววาบวูบโหวงรุนแรง กระตุ้นน้ำหวานหวานฉ่ำสีสดไหลเยิ้มย้อนชโลมช่องทางรักสีสั่นสะท้านออกมาเปียกชุ่มอีกครั้งในหอศิลป์บาปแห่งนี้อย่างกระสันสวาท