ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 57
เสิ่นเจ๋อหยวนรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า นอกจากนี้เขายังรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของเมิ่งจือหลันอีกด้วย เพราะเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีเรื่องให้น่าตกใจมากถึงขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นอีกใจหนึ่งของเสิ่นเจ๋อหยวนก็รู้สึกเป็นกังวลเช่นเดียวกัน เพราะว่าเขากลัวว่าจะมีคนอื่นรู้เรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา และอาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่ปลอดภัยขึ้นมาก็เป็นได้
หลังจากที่เสิ่นเจ๋อหยวนสำรวจบริเวณรอบๆ ว่าปลอดภัยจากสายตาของคนอื่นแล้วนั้น เขาก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปแสดงตัวให้เมิ่งจือหลันได้รับรู้ได้ทันที และแน่นอนว่าการกระทำของเสิ่นเจ๋อหยวนนั้น ทำให้เมิ่งจือหลันรู้สึกตกใจและเป็นกังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่าเสี่ยวเป่าของเธอไม่ได้บอกกล่าวถึงการมีตัวตนของเสิ่นเจ๋อหยวนเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว อีกฝ่ายมักจะคอยเป็นหูเป็นตาให้กับเธออยู่เสมอ
‘เสี่ยวเป่า ทำไมนายถึงไม่บอกว่าเจ๋อหยวนอยู่บริเวณนี้’
[เพราะคุณเสิ่นเจ๋อหยวนไว้ใจได้ครับ ดังนั้นผมจึงไม่ได้บอกกล่าวกับคุณเมิ่งจือหลันครับ]
เมิ่งจือหลันอยากจะส่ายหน้าให้กับความช่างคิดของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าเสิ่นเจ๋อหยวนจะต้องไม่นำเรื่องเหล่านี้ไปบอกกล่าวกับคนอื่นเด็ดขาด แต่เธอก็ยังไม่พร้อมที่จะให้มีคนอื่นมารับรู้ถึงความน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอนั่นน่าเหลือเชื่อมากจนเกินไป และเธอก็เป็นกังวลด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ทำไมคุณถึงไม่ระมัดระวังตัวแบบนี้ ถ้าหากคนที่อยู่ตรงหน้าของคุณตอนนี้ไม่ได้เป็นผม มีหวังว่าคุณคงจะถูกจับตัวไปทรมานแล้วละมั้ง”
เสิ่นเจ๋อหยวนเดินเข้าไปหาเมิ่งจือหลันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองเข้าไปภายในตะกร้าที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสนใจและอยากรู้อยากเห็น ถึงแม้ว่าเขาจะได้เห็นอีกฝ่ายนำสิ่งของออกมาจากความว่างเปล่ากับตาตัวเองแล้วนั้น แต่เสิ่นเจ๋อหยวนก็ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่ดี
“คุณทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วคุณเข้ามาที่ตลาดมืดแห่งนี้บ่อยหรือเปล่า”
เมิ่งจือหลันถอนหลายใจออกมาเล็กน้อย เห็นทีครั้งนี้เธอคงไม่สามารถปล่อยผ่านไปอย่างง่ายๆ ได้อย่างแน่นอน
“หลังจากตื่นขึ้นมา ฉันก็สามารถทำแบบนี้ได้แล้วละ”
เมิ่งจือหลันก้มลงมองมือของตัวเอง พร้อมกับที่มีพวงองุ่นปรากฏขึ้นมาบนมือของเธอหนึ่งพวง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับเมิ่งจือหลันแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเสิ่นเจ๋อหยวนแล้วนั้น การกระทำของเมิ่งจือหลันทำให้เขารู้สึกตกใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเสิ่นเจ๋อหยวนก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด
เมื่อได้เห็นท่าทางของเสิ่นเจ๋อหยวน เมิ่งจือหลันก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะว่าเธอไม่ได้เห็นท่าทางน่าตลกของเขาแบบนี้มานานมากเท่าไหร่แล้ว เนื่องจากเวลาปกติเสิ่นเจ๋อหยวนมักจะชื่นชอบทำหน้านิ่งเป็นเสียส่วนใหญ่ น้อยครั้งที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจะมีความเปลี่ยนแปลงจนน่าตลกเหมือนอย่างครั้งนี้
“ส่วนเรื่องการเข้ามาขายของที่ตลาดมืด ฉันก็ทำมาสักพักแล้ว แต่ทุกครั้งที่ฉันแวะมาที่ตลาดมืดแห่งนี้ก็จะตรวจสอบบริเวณรอบๆ เป็นอย่างดี”
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เสี่ยวเป่าของเธอบอกเมื่อครู่นี้ เมิ่งจือหลันก็อดที่จะเบ้ปากขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้เสิ่นเจ๋อหยวนเล็กน้อยไม่ได้
“ถ้าไม่เป็นเพราะเสี่ยวเป่าเห็นนายเป็นคนรู้จักคุ้นเคยของฉันแล้วละก็ เขาคงจะแจ้งถึงการมีอยู่เมื่อครู่นี้ของนายให้กับฉันรับรู้แล้วละ”
เสิ่นเจ๋อหยวนขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่เขาไม่รู้จักหรือเคยได้ยินมาก่อนจากปากของเมิ่งจือหลัน
“เสี่ยวเป่า”
เมิ่งจือหลันนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อเธอเผลอหลุดปากเรื่องของเสี่ยวเป่าออกมาให้เสิ่นเจ๋อหยวนได้ยิน ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ เห็นทีอีกฝ่ายคงจะได้รับรู้ถึงความลับของเธอเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างเสียแล้ว หลังจากที่คิดขึ้นมาได้ เมิ่งจือหลันก็สบสายตากับเสิ่นเจ๋อหยวนอีกครั้ง
“อย่างที่ฉันบอกไปเมื่อครู่นี้ หลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมาก็สามารถนำอาหารและข้าวของต่างๆ ออกมาด้านนอกได้ เป็นเพราะว่ามีเสี่ยวเป่าเป็นคนช่วยเหลือ ถ้าในยุคสมัยนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ช่วยฝีมือดีคนหนึ่ง แต่ในยุคสมัยของเสี่ยวเป่านั้น เขาเป็นเพียงระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตนเหมือนอย่างพวกเรา”
“ไม่มีตัวตนเหรอ”
เมิ่งจือหลันพยักหน้าให้กับคำพูดของเสิ่นเจ๋อหยวน “ใช่แล้ว เสี่ยวเป่าไม่มีตัวตน เพราะว่าเขาได้หลอมรวมเข้ากับตัวตนของฉันแล้ว ดังนั้นเขาจึงอยู่ภายในร่างกายของฉันและมีเพียงฉันคนเดียวที่รับรู้ถึงตัวตนของเขา”
เมื่อเสิ่นเจ๋อหยวนได้ฟังคำพูดของเมิ่งจือหลัน เขาก็รู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายขึ้นมาในทันที
“อยู่ในร่างกายของคุณ แล้วแบบนี้จะไม่เกิดอันตรายขึ้นกับคุณเหรอ”
[ผมเป็นระบบที่ดี ไม่ทำอันตรายกับคนที่ผมติดตั้งระบบอยู่แล้ว คุณเมิ่งจือหลันรีบบอกให้ผู้ชายคนนั้นรู้เร็วเข้า ถึงยังผมก็เป็นระบบที่ดีนะครับ อย่ามาใส่ร้ายผมแบบนี้เด็ดขาด]
เมิ่งจือหลันหัวเราะขึ้นมาทันที หลังจากที่เธอได้ฟังคำพูดของเสี่ยวเป่า ดูท่าแล้วอีกฝ่ายคงจะน้อยใจขึ้นมาเป็นแน่ที่ถูกเสิ่นเจ๋อหยวนเข้าใจผิดแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเสี่ยวเป่าของเธอพึ่งจะบอกว่าอีกฝ่ายไว้วางใจได้และเป็นคนดีอยู่เลย
“ดูเหมือนว่านายจะทำระบบของฉันเสียใจขึ้นมาแล้วนะ เพราะเมื่อครู่นี้เขาพึ่งจะบอกว่านายสามารถไว้วางใจได้และเป็นคนดีอยู่เลย แต่พอตอนนี้เขากลับถูกคนดีๆ อย่างนายกำลังใส่ร้ายขึ้นมาเสียแล้ว”
เสิ่นเจ๋อหยวนก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะสบสายตาเข้ากับเมิ่งจือหลันด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าท่าทางและการกระทำของอีกฝ่าย ทำให้เมิ่งจือหลันรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาของอีกฝ่าย รวมไปถึงท่าทางที่เป็นห่วงเป็นใยเธอมากขนาดนั้น เมื่อทั้งสองอย่างรวมเข้าด้วยกัน ถึงแม้ว่าเมิ่งจือหลันจะเคยพบเจอกับผู้ชายหลายคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เคยมีใครทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้เท่ากับเสิ่นเจ๋อหยวนเลยแม้แต่คนเดียว
“ผมก็แค่เป็นห่วงคุณ”
เมิ่งจือหลันหันหน้าหนีไปทางอื่นเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะทำเป็นนำอาหารออกมาใส่ตะกร้าสะพายหลังของเธออีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะได้สะพายตะกร้าใบนั้นขึ้นหลังของเธอตามเดิม ตะกร้าของเธอก็ถูกใครบางคนยึดไปสะพายเสียก่อน
“ถ้าหากคุณต้องการที่จะขายของในตลาดมืด ต่อไปถ้าหากผมอยู่ด้วย คุณจะต้องพาผมไปด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าหากผมไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย คุณก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้ใครจับได้เด็ดขาดว่าคุณนำของมาขายในตลาดมืดแห่งนี้ ไม่อย่างนั้นต่อให้ผมและน้องชายของคุณเป็นทหาร ก็อาจจะหาหนทางช่วยเหลือคุณยากอยู่เหมือนกัน”
เมิ่งจือหลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ก็ได้ ถ้าหากนายอยู่ที่ตำบลนี้ ฉันจะแวะไปบอกนายที่บ้านก่อนทุกครั้งที่ฉันจะมาที่ตลาดมืด และจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ทำให้นายและน้องชายของฉันต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน”
เสิ่นเจ๋อหยวนกระชับตะกร้าที่อยู่ด้านหลังของตัวเองอีกครั้ง “ไม่ใช่เพราะผมจะกลัวความเดือดร้อน แต่ที่ผมบอกไปก็เป็นเพราะผมเป็นห่วงคุณต่างหาก”
เมิ่งจือหลันจ้องมองแผ่นหลังของเสิ่นเจ๋อหยวน ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาเกาะกุมหน้าอกของตัวเองเล็กน้อย
[ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มในยุคสมัยนี้ จะมีคำพูดที่กินใจมากถึงขนาดนี้ แถมยังพูดได้อย่างหน้าตาเฉยอีกต่างหาก น่านับถือจริงๆ เลย]
‘เงียบไปเลยเสี่ยวเป่า’
[ก็นานๆ ทีผมจะได้เห็นคุณเมิ่งจือหลันเขินอายนี่ครับ ช่างเป็นบุญตาของผมเสียเหลือเกิน]
‘เสี่ยวเป่า’
ถึงแม้ว่าเมิ่งจือหลันจะต่อว่าระบบของตัวเองออกไปแบบนั้น แต่ใบหน้าของเธอก็ยังปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เธอถูกอีกฝ่ายกำลังล้อเลียนอยู่แบบนั้นก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกพอใจกับคำพูดของเสิ่นเจ๋อหยวนเช่นเดียวกัน
“คุณกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ไปขายของแล้วเหรอ”
เสิ่นเจ๋อหยวนหันกลับมามองเมิ่งจือหลันอีกครั้ง หลังจากที่เขาเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนอยู่ที่เดิม ก่อนที่เสิ่นเจ๋อหยวนจะยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกำลังแดงก่ำอยู่พอสมควร ซึ่งเสิ่นเจ๋อหยวนก็ขอเข้าข้างตัวเอง ว่าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายกำลังแดงแบบนี้ เป็นเพราะคำพูดเมื่อสักครู่นี้ของเขานั่นเอง
“ไปสิ”
เมิ่งจือหลันกระชับผ้าคลุมศีรษะของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเดินมาหยุดอยู่ข้างกายของเสิ่นเจ๋อหยวน
“แต่ฉันขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ห้ามนายบอกกับครอบครัวของฉันเด็ดขาด ฉันยังไม่อยากทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
เสิ่นเจ๋อหยวนยกมือขึ้นลูบศีรษะของเมิ่งจือหลันอย่างลืมตัว “ถ้าหากคุณทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผมได้หมดทุกอย่าง ผมก็จะรอให้คุณบอกกับครอบครัวของคุณด้วยตัวเองดีไหม”
เมิ่งจือหลันยื่นนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตอบอีกฝ่ายกลับไป หลังจากนั้นเมิ่งจือหลันก็รีบเดินเข้าไปยังบริเวณที่ผู้คนกำลังซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่านอกจากเธอจะต้องการหลีกหนีความอับอายก่อนหน้านั้นแล้ว เมิ่งจือหลันยังต้องการหลบหนีความเขินอายที่เสิ่นเจ่อหยวนพึ่งจะลูบศีรษะของเธอเมื่อครู่นี้อีกด้วย
“สวัสดีค่ะพี่สาว ไม่ทราบว่าพี่สาวกำลังหาอะไรอยู่เหรอคะ”
เมิ่งจือหลันเดินเข้าไปทักทายหญิงสาวคนหนึ่งทันที หลังจากที่เธอขายของให้กับลูกค้าก่อนหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเธอกำลังมองเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตามหาบางสิ่งบางอยู่
เหอหลิวหลานหันไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาทักทายเธอ ก่อนที่สายตาของเธอจะปะทะเข้ากับชายอีกคนที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของผู้หญิงคนดังกล่าว ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจำเป็นที่จะต้องตามหาเนื้อสัตว์กลับไปยังบ้านของเธอ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้พ่อแม่ของสามีเธอจะแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านนั่นเอง เพราะว่าในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สามีของเธอจำเป็นที่จะต้องทำงาน ดังนั้นจึงไม่ได้กลับไปร่วมฉลองกับครอบครัว
โชคดีของเธอที่ครอบครัวสามีรักใคร่เธอเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง ดังนั้นเหอหลิวหลานจึงอยากจะดูแลอีกฝ่ายให้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการให้พ่อแม่สามีของเธอได้ทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++