สิบนาทีผ่านไป
เย่เทียนยังคงฆ่าหมีสงครามหลังดำไม่ได้แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมันจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และเลือดของมันก็ไหลออกมาไม่หยุดจนทำให้พื้นดินทั่วบริเวณเปียกชุ่มไปด้วยเลือดแต่มันก็ยังยืนหยัดต่อสู้อยู่ จิตวิญญาณการต่อสู้ของมันแข็งแกร่งมาก
ในทางกลับกันแม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่พลังของเขาก็ถูกใช้ไปไม่น้อย
ในตอนนั้นเองเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ระดับลึกลับ - พรสวรรค์กลืนกินโลหิต
“กลืน!”
เลือดของหมีสงครามหลังดำจำนวนมากลอยเข้าไปในปากของเย่เทียนและถูกกลืนลงไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและพลังปราณให้เขา
นี่คือความน่ากลัวของพรสวรรค์กลืนกินโลหิตเขาสามารถกลืนกินเลือดเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเองในขณะการต่อสู้ได้ แต่หมีสงครามหลังดำกลับไม่สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและพละกําลังของมันได้
เมื่อเย่เทียนหันกลับไปมองที่ฐานหลินไห่เขาก็ขมวดคิ้วทันที
“มีสัตว์อสูรมากเกินไป อย่างน้อยๆ พวกมันก็สามารถฆ่านักรบได้นับหมื่นคนถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ฐานหลินไห่คงถูกทำลายอย่างแน่นอน!”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็ตัดสินใจ“เคลื่อนย้ายพริบตา!”
เย่เทียนหายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นบริเวณดวงตาของหมีสงครามหลังดำทันที
เขาใช้พลังทั้งหมดแทงดาบออกไปทะลุดวงตาของหมีสงครามหลังดำปราณดาบอันน่าสยดสยองแทงเข้าไปในหัวของหมีสงครามหลังดำ
แต่ในขณะเดียวกัน
ฝ่ามือของหมีสงครามหลังดำก็ตบเย่เทียนจนลอยกระเด็นออกไป
ทันทีที่เขาโดนโจมตีเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์สองอย่างพร้อมกัน
“พรสวรรค์ด้านการป้องกัน!”
“พรสวรรค์กระดูกเพชร!”
สองพรสวรรค์ระดับลึกลับสามารถทนต่อการโจมตีของสัตว์อสูรระดับราชาทำให้เย่เทียนรอดพ้นจากการโจมตีนี้ได้แต่อวัยวะภายในของเขายังคงถูกกระแทกจนได้รับบาดเจ็บ
“พรสวรรค์ในการรักษา!”
อาการบาดเจ็บของเย่เทียนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุด
ในเวลานี้หมีสงครามหลังดำก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมันถูกโจมตีไปยังสมองโดยตรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เย่เทียนใช้โอกาสนี้โจมตีหมีสงครามหลังดำอีกครั้งด้วยการเคลื่อนย้ายพริบตาและทุกครั้งที่โจมตีออกไป เขาก็เล็งซ้ำไปที่บาดแผลตรงดวงตาของหมีสงครามหลังดำ
หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่องกลิ่นอายของหมีสงครามหลังดำก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดมันก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
หลังจากแน่ใจว่าหมีสงครามหลังดำตายแล้วเย่เทียนไม่มีเวลาแม้แต่จะเก็บเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาเขารีบไปช่วยตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆ ทันที
ระยะทางของเขาและฐานหลินไห่ก็ค่อนข้างไกลทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาสามารถเคลื่อนย้ายได้ในระยะ 10 กิโลเมตรหลังจากใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาหลายครั้งเขาก็มาถึงใต้กําแพงเมือง
เขาไม่กลัวใครจะพบว่าเขาใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาเพราะคนเหล่านี้ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของทักษะนี้พวกเขาเพียงคิดว่าเย่เทียนนั้นรวดเร็วเกินไป
“ตาย!!”
เย่เทียนฟันออกไปด้วยดาบในมือแสงจากดาบจำนวนนับไม่ถ้วนปลดปล่อยเจตจำนงแห่งดาบออกมาพุ่งเข้าสังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากแม้แต่สัตว์อสูรชั้นยอดก็ยังไม่สามารถทนต่อการโจมตีนี้ได้
ฆ่า!
ฆ่า!
ฆ่า!
ความเร็วในการสังหารของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมากเขาฆ่าสัตว์อสูรราวกับว่ากำลังสับแตงโม
ด้วยการมาถึงของเย่เทียนแรงกดดันที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของฐานหลินไห่ได้รับก็ลดลงอย่างมาก
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสัตว์อสูรหลายแสนตัวก็ถูกกําจัดจนหมดแม้แต่สัตว์อสูรชั้นยอดก็ถูกเสี่ยวเซวี่ยฆ่าตายไปกว่าครึ่งเหลือไว้เพียงสัตว์อสูรที่เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านความเร็วเพื่อหลบหนีแต่ไม่นานเย่เทียนก็ไล่ตามพวกมันทันและฆ่าพวกมันทิ้งจนหมด
ถึงตอนนี้วิกฤติคลื่นสัตว์อสูรได้สิ้นสุดลงชั่วคราว
เมื่อนักรบเห็นฝูงสัตว์อสูรถอยหนีออกไปพวกเขาก็เริ่มดีใจเเละรับวิ่งออกไปเก็บเลือดสัตว์อสูรและซากศพของสัตว์อสูรทันทีแต่เย่เทียนและตาเฒ่าหลี่ไม่ได้ผ่อนคลาย
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าฝูงสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาหาพวกเขาในตอนนี้เป็นเพียงฝูงสัตว์อสูรกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ไม่ใช่กองกําลังหลักของพวกมัน
กระนั้นคลื่นสัตว์อสูรนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลงชั่วคราวเย่เทียนบินไปยังศพหมีสงครามหลังดำสัตว์อสูรระดับราชาเขารวบรวมเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาได้ทั้งหมดประมาณ 10,000ขวด เพราะหมีสงครามหลังดำนั้นมีขนาดใหญ่มากดังนั้นเลือดของมันจึงมีมากมาย
สำหรับศพของหมีสงครามหลังดำเย่เทียนก็มอบมันให้เสี่ยวเซวี่ย
แม้ว่าเสี่ยวเซวี่ยจะชอบดื่มเลือดของสัตว์อสูรแต่มันก็ชอบกินเนื้อสัตว์อสูรเช่นกันซึ่งนี่เป็นวิธีที่สัตว์อสูรใช้เพิ่มความแข็งแกร่งของพวกมัน
“นายท่าน!”
เสี่ยวเซวี่ยวิ่งเข้ามา
“มีอะไร?” เย่เทียนถาม
เสี่ยวเซวี่ยพูดอย่างอายๆ
“นายท่าน สัตว์อสูรชั้นยอดที่ข้าล่ามาข้าสามารถนำเลือดของพวกมันไปได้หรือไม่?”
เย่เทียนหัวเราะและตบหัวเสี่ยวเซวี่ย
“ได้ พวกมันเป็นของแกทั้งหมด!”
เสี่ยวเซวี่ยดีใจมากแต่มันก็ยังคงไม่ได้จากไป มันออดอ้อนประจบประแจงเย่เทียนต่อ
“นายท่าน ข้าจำได้ว่าท่านมีถุงเก็บของมิติอยู่ไม่น้อย ข้ายังไม่มีสักใบเลยสัตว์อสูรพวกนั้นมีเลือดมากเกินไป ข้าดื่มไม่หมดในครั้งเดียวนายท่านสามารถมอบถุงเก็บของมิติให้ข้าซัก 2-3 ถุงได้หรือไม่?”
“นี่ของแก!”
เย่เทียนหยิบถุงเก็บของมิติสองใบออกมาและใส่สิ่งของด้านในไว้ในมิติส่วนตัวจากนั้นเขาก็ลบรอยประทับมิติและมอบมันให้กับเสี่ยวเซวี่ย
เสี่ยวเซวี่ยรีบรับถุงเก็บของมิติมาอย่างตื่นเต้น
มันจำได้ว่าเสี่ยวจื่อมีถุงเก็บของมิติอยู่ใบหนึ่งเช่นกันทุกครั้งที่เห็นเสี่ยวจื่อหยิบของบางอย่างออกมาจากถุงเก็บของมิติมันก็อิจฉาอย่างมากในที่สุดคราวนี้มันก็ฉวยโอกาสขอถุงเก็บของมิติสองใบจากเจ้านายของมันได้
“ฮึ่ม ถุงเก็บของเป็นของข้าแล้ว ข้าไม่คืนให้นายท่านแน่!”
เสี่ยวเซวี่ยคิดในใจ
พรึบ!
มันรีบบินตรงไปยังศพของเหล่าสัตว์อสูรชั้นยอดทันทีและรวบรวมเลือดจากซากศพของสัตว์อสูรชั้นยอดใส่ไว้ในถุงเก็บของมิติหลังจากนั้นไม่นาน
ถุงเก็บของมิติทั้งสองใบของมันเต็มก็ไปด้วยเลือดของสัตว์อสูร
เลือดของสัตว์อสูรที่เหลือถูกเสี่ยวเซวี่ยกลืนกินอย่างบ้าคลั่งจากนั้นมันก็เริ่มดูดซับพลังจากเลือดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง
เป็นเวลาสามวันเต็มศพของสัตว์อสูรที่อยู่นอกฐานหลินไห่ถูกจัดการเรียบร้อยทุกครอบครัวได้รับเนื้อและเลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากและครอบครัวของผู้ฝึกยุทธ์ที่เสียชีวิตจากสงครามก็ได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ตระกูลหลิน
การประชุมเริ่มต้นขึ้น
“ปรมาจารย์เย่ข้อมูลทั้งหมดถูกสรุปแล้วการต่อสู้ครั้งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด 12,123 คนเสียชีวิตในขณะที่คนธรรมดาเสียชีวิตไปประมาณ 20,000 คน!”หลินว่านหลี่รายงานต่อเย่เทียน
“ทำไมคนธรรมดาถึงตายไปเยอะขนาดนี้?” เย่เทียนขมวดคิ้ว
“เนื่องจากสัตว์ร้ายระดับสูงหลายตัวบุกเข้ามาในฐานทางใต้ดินพวกเขาจึงไม่สามารถซ่อนตัวได้เหลือแต่คนธรรมดาจำนวนไม่น้อยที่ไม่เต็มใจลงไปซ่อนตัวในอุโมงค์ใต้ดินดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบ และเนื่องจากเรามีจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ไม่เพียงพอการสังหารสัตว์อสูรจึงล่าช้าไปเล็กน้อยนี่จึงเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าอนาถเช่นนี้!”หลินว่านหลี่พูดอย่างช่วยไม่ได้
เย่เทียนถอนหายใจ
สัตว์อสูรมีมากมายหลายชนิดภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรนับแสนตัวการที่สามารถปกป้องฐานหลินไห่เอาไว้ได้ก็นับว่าดีมากแล้ว
สำหรับผลการรบสถานการณ์การตายและการบาดเจ็บของฐานหลินไห่นั้นนับว่าเป็นการสูญเสียที่ไม่มากนัก
“ปรมาจารย์เย่ เราจะทำอย่างไรต่อไปคลื่นของสัตว์อสูรคราวนี้น่าจะยังไม่จบใช่หรือไม่?”
ในที่สุดตาเฒ่าหลี่ก็เปิดปากพูด
“มันยังไม่จบ ผมต้องกลับไปดูสถานการณ์ของฐานทัพทะเลมารก่อน สำหรับทางนี้พวกคุณต้องคอยจับตาดูสถานการณ์ในป่าตลอดเวลา นี่คืออุปกรณ์ติดต่อพวกคุณสามารถส่งข้อความง่ายๆ ให้ผมได้แม้ว่าผมจะอยู่ที่ฐานทะเลมารถ้ามีคลื่นของสัตว์อสูรอีกครั้ง พวกคุณต้องรีบติดต่อผมโดยเร็ว” เย่เทียนสั่ง
“ท่านเย่เทียน ท่านกําลังจะไปที่ฐานทะเลมารหรือ? ไม่ใช่ว่าที่นั่นอันตรายกว่าฐานหลินไห่หรอกหรือ?”สีหน้าของตาเฒ่าหลี่เปลี่ยนไปอย่างมาก
ที่จริงเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเย่เทียนแต่เขากลัวว่าเมื่อเย่เทียนจากไปแล้วจะไม่มีใครช่วยปกป้องฐานหลินไห่แม้ว่าเย่เทียนจะสัญญาว่าจะมาช่วยพวกเขาทุกเวลาแต่หากพวกเขาตกอยู่ในอันตรายขึ้นมาจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเย่เทียนไม่สามารถช่วยเหลือได้? ดังนั้นเขาจึงหวังว่าเย่เทียนจะอยู่ที่ฐานหลินไห่ต่อไป
“ผมตัดสินใจแล้ว เอาตามนี้แล้วกัน!”
เย่เทียนพูดจบก็จากไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดเลย