ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 ฆ่าราชาอสูร วิกฤติคลี่คลายชั่วคราว!

            สิบนาทีผ่านไป

            เย่เทียนยังคงฆ่าหมีสงครามหลังดำไม่ได้แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมันจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และเลือดของมันก็ไหลออกมาไม่หยุดจนทำให้พื้นดินทั่วบริเวณเปียกชุ่มไปด้วยเลือดแต่มันก็ยังยืนหยัดต่อสู้อยู่ จิตวิญญาณการต่อสู้ของมันแข็งแกร่งมาก

            ในทางกลับกันแม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่พลังของเขาก็ถูกใช้ไปไม่น้อย

            ในตอนนั้นเองเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ระดับลึกลับ - พรสวรรค์กลืนกินโลหิต

            “กลืน!”

            เลือดของหมีสงครามหลังดำจำนวนมากลอยเข้าไปในปากของเย่เทียนและถูกกลืนลงไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและพลังปราณให้เขา

            นี่คือความน่ากลัวของพรสวรรค์กลืนกินโลหิตเขาสามารถกลืนกินเลือดเพื่อฟื้นฟูพลังของตนเองในขณะการต่อสู้ได้ แต่หมีสงครามหลังดำกลับไม่สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและพละกําลังของมันได้

            เมื่อเย่เทียนหันกลับไปมองที่ฐานหลินไห่เขาก็ขมวดคิ้วทันที

            “มีสัตว์อสูรมากเกินไป อย่างน้อยๆ พวกมันก็สามารถฆ่านักรบได้นับหมื่นคนถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ฐานหลินไห่คงถูกทำลายอย่างแน่นอน!”

            ทันใดนั้นเย่เทียนก็ตัดสินใจ“เคลื่อนย้ายพริบตา!”

            เย่เทียนหายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นบริเวณดวงตาของหมีสงครามหลังดำทันที

            เขาใช้พลังทั้งหมดแทงดาบออกไปทะลุดวงตาของหมีสงครามหลังดำปราณดาบอันน่าสยดสยองแทงเข้าไปในหัวของหมีสงครามหลังดำ

            แต่ในขณะเดียวกัน

            ฝ่ามือของหมีสงครามหลังดำก็ตบเย่เทียนจนลอยกระเด็นออกไป

            ทันทีที่เขาโดนโจมตีเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์สองอย่างพร้อมกัน

            “พรสวรรค์ด้านการป้องกัน!”

            “พรสวรรค์กระดูกเพชร!”

            สองพรสวรรค์ระดับลึกลับสามารถทนต่อการโจมตีของสัตว์อสูรระดับราชาทำให้เย่เทียนรอดพ้นจากการโจมตีนี้ได้แต่อวัยวะภายในของเขายังคงถูกกระแทกจนได้รับบาดเจ็บ

            “พรสวรรค์ในการรักษา!”

            อาการบาดเจ็บของเย่เทียนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุด

            ในเวลานี้หมีสงครามหลังดำก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมันถูกโจมตีไปยังสมองโดยตรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

            เย่เทียนใช้โอกาสนี้โจมตีหมีสงครามหลังดำอีกครั้งด้วยการเคลื่อนย้ายพริบตาและทุกครั้งที่โจมตีออกไป เขาก็เล็งซ้ำไปที่บาดแผลตรงดวงตาของหมีสงครามหลังดำ

            หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่องกลิ่นอายของหมีสงครามหลังดำก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดมันก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง

            หลังจากแน่ใจว่าหมีสงครามหลังดำตายแล้วเย่เทียนไม่มีเวลาแม้แต่จะเก็บเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาเขารีบไปช่วยตาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆ ทันที

            ระยะทางของเขาและฐานหลินไห่ก็ค่อนข้างไกลทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาสามารถเคลื่อนย้ายได้ในระยะ 10 กิโลเมตรหลังจากใช้งานทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาหลายครั้งเขาก็มาถึงใต้กําแพงเมือง

            เขาไม่กลัวใครจะพบว่าเขาใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาเพราะคนเหล่านี้ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของทักษะนี้พวกเขาเพียงคิดว่าเย่เทียนนั้นรวดเร็วเกินไป

            “ตาย!!”

            เย่เทียนฟันออกไปด้วยดาบในมือแสงจากดาบจำนวนนับไม่ถ้วนปลดปล่อยเจตจำนงแห่งดาบออกมาพุ่งเข้าสังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากแม้แต่สัตว์อสูรชั้นยอดก็ยังไม่สามารถทนต่อการโจมตีนี้ได้

            ฆ่า!

            ฆ่า!

            ฆ่า!

            ความเร็วในการสังหารของเย่เทียนนั้นรวดเร็วมากเขาฆ่าสัตว์อสูรราวกับว่ากำลังสับแตงโม

            ด้วยการมาถึงของเย่เทียนแรงกดดันที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของฐานหลินไห่ได้รับก็ลดลงอย่างมาก

            ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสัตว์อสูรหลายแสนตัวก็ถูกกําจัดจนหมดแม้แต่สัตว์อสูรชั้นยอดก็ถูกเสี่ยวเซวี่ยฆ่าตายไปกว่าครึ่งเหลือไว้เพียงสัตว์อสูรที่เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านความเร็วเพื่อหลบหนีแต่ไม่นานเย่เทียนก็ไล่ตามพวกมันทันและฆ่าพวกมันทิ้งจนหมด

            ถึงตอนนี้วิกฤติคลื่นสัตว์อสูรได้สิ้นสุดลงชั่วคราว

            เมื่อนักรบเห็นฝูงสัตว์อสูรถอยหนีออกไปพวกเขาก็เริ่มดีใจเเละรับวิ่งออกไปเก็บเลือดสัตว์อสูรและซากศพของสัตว์อสูรทันทีแต่เย่เทียนและตาเฒ่าหลี่ไม่ได้ผ่อนคลาย

            พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าฝูงสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาหาพวกเขาในตอนนี้เป็นเพียงฝูงสัตว์อสูรกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ไม่ใช่กองกําลังหลักของพวกมัน

            กระนั้นคลื่นสัตว์อสูรนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลงชั่วคราวเย่เทียนบินไปยังศพหมีสงครามหลังดำสัตว์อสูรระดับราชาเขารวบรวมเลือดของสัตว์อสูรระดับราชาได้ทั้งหมดประมาณ 10,000ขวด เพราะหมีสงครามหลังดำนั้นมีขนาดใหญ่มากดังนั้นเลือดของมันจึงมีมากมาย

            สำหรับศพของหมีสงครามหลังดำเย่เทียนก็มอบมันให้เสี่ยวเซวี่ย

            แม้ว่าเสี่ยวเซวี่ยจะชอบดื่มเลือดของสัตว์อสูรแต่มันก็ชอบกินเนื้อสัตว์อสูรเช่นกันซึ่งนี่เป็นวิธีที่สัตว์อสูรใช้เพิ่มความแข็งแกร่งของพวกมัน

            “นายท่าน!”

            เสี่ยวเซวี่ยวิ่งเข้ามา

            “มีอะไร?” เย่เทียนถาม

            เสี่ยวเซวี่ยพูดอย่างอายๆ

            “นายท่าน สัตว์อสูรชั้นยอดที่ข้าล่ามาข้าสามารถนำเลือดของพวกมันไปได้หรือไม่?”

            เย่เทียนหัวเราะและตบหัวเสี่ยวเซวี่ย

            “ได้ พวกมันเป็นของแกทั้งหมด!”

            เสี่ยวเซวี่ยดีใจมากแต่มันก็ยังคงไม่ได้จากไป มันออดอ้อนประจบประแจงเย่เทียนต่อ

            “นายท่าน ข้าจำได้ว่าท่านมีถุงเก็บของมิติอยู่ไม่น้อย ข้ายังไม่มีสักใบเลยสัตว์อสูรพวกนั้นมีเลือดมากเกินไป ข้าดื่มไม่หมดในครั้งเดียวนายท่านสามารถมอบถุงเก็บของมิติให้ข้าซัก 2-3 ถุงได้หรือไม่?”

            “นี่ของแก!”

            เย่เทียนหยิบถุงเก็บของมิติสองใบออกมาและใส่สิ่งของด้านในไว้ในมิติส่วนตัวจากนั้นเขาก็ลบรอยประทับมิติและมอบมันให้กับเสี่ยวเซวี่ย

            เสี่ยวเซวี่ยรีบรับถุงเก็บของมิติมาอย่างตื่นเต้น

            มันจำได้ว่าเสี่ยวจื่อมีถุงเก็บของมิติอยู่ใบหนึ่งเช่นกันทุกครั้งที่เห็นเสี่ยวจื่อหยิบของบางอย่างออกมาจากถุงเก็บของมิติมันก็อิจฉาอย่างมากในที่สุดคราวนี้มันก็ฉวยโอกาสขอถุงเก็บของมิติสองใบจากเจ้านายของมันได้

            “ฮึ่ม ถุงเก็บของเป็นของข้าแล้ว ข้าไม่คืนให้นายท่านแน่!”

            เสี่ยวเซวี่ยคิดในใจ

            พรึบ!

            มันรีบบินตรงไปยังศพของเหล่าสัตว์อสูรชั้นยอดทันทีและรวบรวมเลือดจากซากศพของสัตว์อสูรชั้นยอดใส่ไว้ในถุงเก็บของมิติหลังจากนั้นไม่นาน

            ถุงเก็บของมิติทั้งสองใบของมันเต็มก็ไปด้วยเลือดของสัตว์อสูร

            เลือดของสัตว์อสูรที่เหลือถูกเสี่ยวเซวี่ยกลืนกินอย่างบ้าคลั่งจากนั้นมันก็เริ่มดูดซับพลังจากเลือดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง

            เป็นเวลาสามวันเต็มศพของสัตว์อสูรที่อยู่นอกฐานหลินไห่ถูกจัดการเรียบร้อยทุกครอบครัวได้รับเนื้อและเลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากและครอบครัวของผู้ฝึกยุทธ์ที่เสียชีวิตจากสงครามก็ได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนมากเช่นกัน

            ตระกูลหลิน

            การประชุมเริ่มต้นขึ้น

            “ปรมาจารย์เย่ข้อมูลทั้งหมดถูกสรุปแล้วการต่อสู้ครั้งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด 12,123 คนเสียชีวิตในขณะที่คนธรรมดาเสียชีวิตไปประมาณ 20,000 คน!”หลินว่านหลี่รายงานต่อเย่เทียน

            “ทำไมคนธรรมดาถึงตายไปเยอะขนาดนี้?” เย่เทียนขมวดคิ้ว

            “เนื่องจากสัตว์ร้ายระดับสูงหลายตัวบุกเข้ามาในฐานทางใต้ดินพวกเขาจึงไม่สามารถซ่อนตัวได้เหลือแต่คนธรรมดาจำนวนไม่น้อยที่ไม่เต็มใจลงไปซ่อนตัวในอุโมงค์ใต้ดินดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบ และเนื่องจากเรามีจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ไม่เพียงพอการสังหารสัตว์อสูรจึงล่าช้าไปเล็กน้อยนี่จึงเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าอนาถเช่นนี้!”หลินว่านหลี่พูดอย่างช่วยไม่ได้

            เย่เทียนถอนหายใจ

            สัตว์อสูรมีมากมายหลายชนิดภายใต้การโจมตีของสัตว์อสูรนับแสนตัวการที่สามารถปกป้องฐานหลินไห่เอาไว้ได้ก็นับว่าดีมากแล้ว

            สำหรับผลการรบสถานการณ์การตายและการบาดเจ็บของฐานหลินไห่นั้นนับว่าเป็นการสูญเสียที่ไม่มากนัก

            “ปรมาจารย์เย่ เราจะทำอย่างไรต่อไปคลื่นของสัตว์อสูรคราวนี้น่าจะยังไม่จบใช่หรือไม่?”

            ในที่สุดตาเฒ่าหลี่ก็เปิดปากพูด

            “มันยังไม่จบ ผมต้องกลับไปดูสถานการณ์ของฐานทัพทะเลมารก่อน สำหรับทางนี้พวกคุณต้องคอยจับตาดูสถานการณ์ในป่าตลอดเวลา นี่คืออุปกรณ์ติดต่อพวกคุณสามารถส่งข้อความง่ายๆ ให้ผมได้แม้ว่าผมจะอยู่ที่ฐานทะเลมารถ้ามีคลื่นของสัตว์อสูรอีกครั้ง พวกคุณต้องรีบติดต่อผมโดยเร็ว” เย่เทียนสั่ง

            “ท่านเย่เทียน ท่านกําลังจะไปที่ฐานทะเลมารหรือ? ไม่ใช่ว่าที่นั่นอันตรายกว่าฐานหลินไห่หรอกหรือ?”สีหน้าของตาเฒ่าหลี่เปลี่ยนไปอย่างมาก

            ที่จริงเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเย่เทียนแต่เขากลัวว่าเมื่อเย่เทียนจากไปแล้วจะไม่มีใครช่วยปกป้องฐานหลินไห่แม้ว่าเย่เทียนจะสัญญาว่าจะมาช่วยพวกเขาทุกเวลาแต่หากพวกเขาตกอยู่ในอันตรายขึ้นมาจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเย่เทียนไม่สามารถช่วยเหลือได้? ดังนั้นเขาจึงหวังว่าเย่เทียนจะอยู่ที่ฐานหลินไห่ต่อไป

            “ผมตัดสินใจแล้ว เอาตามนี้แล้วกัน!”

            เย่เทียนพูดจบก็จากไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดเลย

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน