เมื่อวานมันเป็นวันปีใหม่
ปีนี้ที่ผม 22 มีหลายอย่างมาก
วีกับวิวแฟนผมเปิดร้านทั้งสองคน
ประกาศตัวผมเห็นเป็นเรื่องรอง
“วันนี้ไปเที่ยวสวนดอกไม้ในวังวาโรกัน”
ผมชวน แล้วพวกเธอดูสนใจแล้วคุยกันเรื่องดอกไม้ที่ชอบ
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องดอกไม้
พวกเธอคุยกันสนุกเรื่องดอกไม้สวยๆ
เพราะชีวิตเก่าผมไม่เคยมีเงินเที่ยวชมสวนหรอก เดือนๆนึงก็หมดแล้ว
แต่ผมชอบเห็นดอกไม้ข้างทางกับดอกไม้ของต้นไม้ของบ้านคนอื่นเหมือนกัน
ผมไม่เคยเด็ดดอกไม้เพราะผมคิดว่ามันน่าเสียดาย
ผมอาจคิดเล็กน้อยเกินไป แต่ผมไม่ชอบเฉยๆ
ผมไปเคาะเรียกหน้าห้องทุกคนแล้วนัดอีกครึ่งชั่วโมง
ทุกคนดูสนใจมาก แล้วถามว่าไปไหนกันหมด
ผมบอกทุกคนว่าเราจะไปสวนดอกไม้ของวาโร
ผมกลับห้อง
“ไปอาบน้ำห้องอ่างกันไหม”
“ไปสิๆ”
วิวเหมือนอยากไป
แต่วีดูเหนื่อยๆ
วันก่อนเธอติดสัตว์ตอนปีใหม่พอดี
ผมไปทำงานทั้งวัน ผมไม่ได้เป็นแฟนเธอเลย
ผมเสียใจที่ไม่รู้
แต่เธอไม่เลือกบอก
เธอเริ่มสู้อาการติดสัตว์เอง
เธอเคยบอกว่าถ้าผมไม่ช่วยเธอจะช่วยตัวเองทั้งคืน
มันแรงขนาดนั้น
ธรรมชาติเผ่าแง๊วมันน่ากลัวจริงๆ
พวกเรานุ่งผ้าเช็ดตัวไปห้องน้ำใหญ่
เมื่อวิวเห็นอ่างวิวไปล้างตัว
วีก็็เหมือนกัน
ผมก็ด้วย
พวกเราแช่อ่างกันผ่อนคลาย
พวกเธอดูไม่กังวลเรื่องกำไร
ผมมาตอนใกล้ค่ำและของวิวเริ่มหมด
เธอน่าจะขายดี
ส่วนคอนเสิร์ตวีน่ารักมาก
ผมดูไปยิ้มไปตลอด
มันไม่เหมือนเธอเลยแต่ผมเห็นว่าเธอพยายามน่ารักจริงๆ
เราแช่อ่างกันจนอิ่มตัว ไม่นาน แล้วเตรียมตัวไปแต่งตัว
ผมสื่อนกรักใหญ่เหมือนเดิม
ลูน่ามาแล้วแค่รอผมพร้อม
ผมว่าจะเริ่มอีกสองสามวัน
“วาโรไปสวนดอกไม้ของเธอมั้ย?”
“กี่คน?”
เมื่อผมชวนเธอถามจำนวนคน
“หกรวมเธอ”
“เจอกันในสวน ฉันแต่งตัวแป๊ปเดียว”
เธอตัดสาย
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ผมเปิดประตูห้องเรา 3 คน เราคุยกันเรื่องเมื่อวานรอ
“ความรู้สึกเมื่อวานมันเป็นยังไงบ้าง”
ผมถามเรื่องความรู้สึกที่เธอรับรู้จากงานเธอ
วีพูดก่อน
“ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะดีขนาดนี้ เมื่อมีแฟนคลับเห็นค่าฉันมันรู้สึกดีมาก ฉันไม่เคยได้ความรู้สึกแบบนี้กับคนอื่นเลย ฉันไม่คิดจริงๆ แต่ฉันทึ่ง”
วีอธิบายเมื่อวาน
แล้ววิวเริ่มพูดหลังจากนั้น
“เมื่อมีคนเห็นของในร้านว่าดีจริงแล้วซื้อมันรู้สึกดีมาก เวลาของขายหมดฉันดีใจมาก ฉันปิดร้านร้องว่าวี้ฮี้วเลยนะ”
วิวพูดเรื่องมอล์ที่เธอเปิดเมื่อวาน
เมื่อนาเห็นคิวงานที่พวกเราต้องทำเมื่อตอนปีใหม่เธอแนะนำให้เราหยุดวันนี้
เธอรู้ล่วงหน้าว่าเราจะเหนื่อยแล้วเราเหนื่อยจริงๆ
วันนี้ที่เราได้หยุดกันเพราะนานัดอย่างเดียวเลย
ผมแค่บอกว่าอยากไปสวนกับทุกคนเท่านั้น
จากนั้นเธอจัดให้เอง
แต่ไม่บอกผมนะว่าผมต้องชวนวันนี้
เธอทำงานแบบนั้นแหละ แต่เธอรู้ใจผม
นาใส่เหมือนไปเที่ยวห้างเข้ามา แต่เธอดูน่ารัก
เธอมาพร้อมหนังสือเล่มหนึ่ง
อายะมา
อายะจัดเต็มเหมือนไปเที่ยวภัตราคารหรู
เรฟเนสมา เธอแต่งตัวน่ารักดี
“ป่ะ”
“““เย้”””
ทุกคนดูมีความสุขหลังผมเรียก
เราเดินกันไปวังเรื่อยๆ เราไม่ได้เลือกขึ่นกฟาเนิคไปเพราะพวกเราแต่งตัวกันเหมือนไปเที่ยว
เมื่อเราเดินถึงสวนดอกไม้ใหญ่ผมเห็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้นานาพรรณ
ผมไม่รู้จักดอกไม้ส่วนใหญ่แต่ทุกดอกสวยงาม
มันมีหลายสี เหลือง, แดง, ม่วง, ชมพู
และผมชอบที่ได้เห็นสีเขียวเยอะๆ ธรรมชาติมันสวยงามอยู่แล้ว
ดอกไม้มีทั้งโตและสูงเท่าตัวคน และกระถางช่อดอกไม้สวยๆเต็มไปหมด
แต่มันมีทางให้เดินแบบให้เห็นดอกไม้สองข้าง
เราเจอวาโรที่สวนดอกไม้
เธอหันหลังรอเราอยู่ตรงที่ดอกไม้ไม่โต และเมื่อเธอเห็นผมเธอหันมา
วันนี้เธอก็ใส่มงกุฎมา
ผมจำรูปเธอ
วันนี้ผมอยากเก็บภาพสวยๆที่พวกเรามาเที่ยวกันในความสุข
ผมจะหาที่วางที่เห็นได้บ่อยๆ
นาเดินเปิดหนังสือแต่ไม่ได้อ่าน ดูดอกไม้
ผมดูวีกับวิว
ทุกคนดูมีความสุข
ผมไล่เก็บรูปทีละคน เริ่มจากวล็อดซีเมีย
เธอใส่เดรสสีขาวประดับด้วยทองเยอะๆ และสวมมงกุฎติดพลอยมาวันนี้
ผมได้รูปที่กล้ามไหล่ชัด เธอดูเข้มแข็งและอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน
ผมเก็บรูปวี
วีใส่เกาะอกสั้นๆสีขาว แต่มีเสื้อคลุมอีกรอบ เธอดูมีความสุข
ผมมองวิวเตรียมถ่ายรูป
วันนี้วิวมีทรงผมเดียวกับเมื่อวาน
เธอเลือกใส่ชุดสีดำไม่เหมือนปรกติที่ชอบใส่ชุดสีสว่างและสดใส กระโปรงขาวดำ
เธอทิ้งภาพลักษณ์น่ารักที่เคยเป็นตอนวัยรุ่น และเลือกดูผู้ใหญ่ขึ้น ทำตัวผู้ใหญ่ขึ้น
ตัวเธอก็ใหญ่ กล้ามชัดเหมือนวี
ผมถ่ายรูปวิว
ผมไปถ่ายรูปนา
เธอใส่เหมือนไปเที่ยวห้าง เสื้อสีขาว กระโปรงสีดำ
นาเป็นคนไม่แต่งตัวเซ็กซี่เธอหยุดอ่านหนังสือแล้วหันหาผม
ผมไปหาอายะ
ผมเก็บรูปอายะ
เธอแต่งเต็มใส่เดรสสีดำประดับทอง
หลายคนเริ่มแต่งกายด้วยทองกันเยอะหลังผมเงินเยอะ
แต่ผมไม่มีทองใส่
ผิวเธอเข้มกว่าวีและวิว
สีผิวเธอเข้มเท่านาที่ตากแดดเยอะ
เพราะเธออายุมากแล้วเจอกับแดดมากกว่าหรือ?
ผมยิ้มให้เธอ แล้วเธอยิ้มน้อยๆแบบมีเสน่ห์
ผมไปหาเรฟเนส
เรฟเนสอยู่ลานต้นซากูระต่างโลก
เธอหันมามองกล้องและผมถ่ายรูป
เธอใส่ชุดออกน่ารักวันนี้ ปรกติเธอแต่งเหมือนยั่วผม
เธอเลือกเสื้อกระโปรงน่ารักลายดอกไม้
เรื่องเสื้อผ้ามันแล้วแต่ที่พวกเธอเลย
ผมเดินตามวาโรชมดอกไม้ไปเรื่อยๆ
ผมวีกับวิวเกาะแขนผมเดินตลอดเมื่อผมเดินไปกับวาโร
วีกับวิวจ้องวาโรเหมือนหยิ่งๆ
วาโรเฉยๆกับความอยากครอบครองของพวกเธอ
เมื่อวานเธอเซ็กส์จัดมากทั้งคู่ แม้แต่วิวที่ไม่มีติดสัตว์
แฟนผมเซ็กส์จัดเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
วาโรก็จัดเพราะเป็นซัคคิวบัส, วีเป็นเผ่าแง๊วที่มีติดสัตว์, วิวเอาอย่างพี่, และอายะก็จัดเพระชอบเรื่องเซ็กส์
แค่ต้องเข้าใจ
แต่นาไม่ค่อยมีแต่อยกได้ความอบอุ่นจากแฟน และเรฟเนสยังไม่เริ่มเลย
“นา”
“หืม?”
“คืนนี้ให้ไปหามั้ย?”
เธอหน้าแดงขึ้นมาไม่เหมือนตอนเธอถามแรกๆ
เธอรู้ว่าหมายถึงอะไร
เธอเอาสมุดปิดปากไม่ให้เห็นและพยักหน้าหลังสมุด
แต่เธอรีบลดสมุดลงผมเลยเห็นปากเธอ
ปากเธอทำท่าเหมือนกำลังอยากจูบ
ผมจูบปากเธอ
เท่านี้ผมก็ได้รูปครบทุกคนแล้ว
ผมเลิกสนใจเรื่องรูปแล้วเดินเล่นกับพวกเธอในสวนดอกไม้ที่สวยงาม
แดดกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาวไป
วันนี้บรรยากาศดีน่าเที่ยวจริงๆแหละ
อยู่ดีๆเรฟเนสก็ดูซึมๆ
ที่ผมรู้ว่ามีอะไรกระทบเธออย่างเดียวที่เธอได้ยินคือที่ผมบอกว่าจะไปกับนา
เรฟเนสต้องการผมหรือ?
ผมเป็นคนคิดว่าเธอต้องการแค่เงินผมอย่างเดียวมาตลอด
“เรฟเนส เป็นอะไรเหรอ?”
ผมไปเดินข้างเธอ จับไหล่เธอด้วยความเป็นห่วง
เธอหันหน้าหนี
“หึ!”
เธองอนทันที
ผมต้องรีบหาสาเหตุ
ผมคิด
“เพราะฉันไม่ไปหาเหรอ?”
เธอหันมามองหน้าผม แล้วน้ำตาซึม
“เธออ่ะ ไม่ต้องการฉันจริงๆหรอก แค่เอาฉันมาประดับ เดี๋ยวพอเบื่อเข้าก็ทิ้ง”
“ฉันไม่มีวันทิ้งเธอหรอก!”
เธอตาเปิดกว้างเมื่อผมตั้งใจพูดเสียงดังขึ้นมาให้ทุกคนได้ยิน
ทุกคนหันมามองผม
เรฟเนสทุบอกผม
เธอเคยทุบก่อนหน้าและแรงเธอเยอะขึ้น การออกกำลังกายได้ผล
และจากแรงเธอผมรู้แน่ได้ว่าเธอตั้งใจออกกำลังกายจริง
ร่างกายเธอสุขภาพดีขึ้น แต่เธอกำลังกลุ้มใจ ผมเป็นห่วง
“เธอรู้มั้ย? วันๆฉันต้องคิดว่าฉันไม่ดีพอเหรอ? ฉันไม่สวยเหรอ?”
ผมปล่อยให้เธอพูด แล้วเธอร้องไห้ปาดน้ำตาเศร้า
“ฉันอายุน้อยสุดแล้ว ฮิค ทำไม วันนี้ก็พี่นา ฮิค”
เธอต่อยท้องผม
ผมไม่เกร็งเพื่อให้การต่อยรู้สึกเจ็บ
เพราะผมให้ตำแหน่งเธอเป็น ‘เมียเก็บ’ เธอคิดว่าเราต้องมีเซ็กส์กันจัดจ้าน
แต่เพราะผมไม่ไปหา
เธอเลยเป็นเมียเก็บที่คิดว่าตัวเองเป็นเมียเก็บที่ห่วยแตก
เธอกำลังกลัวว่าวันหนึ่ง ผมจะไม่เอาเธอ
เพราะเธอเริ่มรักผม
ผมได้รู้ความรักของเรฟเนสแล้ว
“แล้วฉันล่ะ? ฉันเป็นเมียเก็บที่ไม่ได้เรื่องเหรอ? เธอก็รู้ว่าฉันสนใจเรื่องแบบนั้นมาก แต่… พอมาอยู่กับเธอ ฮิค”
เธอร้องไห้คนเดียว
ผมกอดเธอเข้าอกแล้วลูบหัว
อายะกับนาวิ่งมา
วีกับวิวก็มาดูอย่างเป็นห่วง
ผมกอดเรฟเนสตัวเล็กๆในอ้อมอกแล้วเรฟเนสกระซิบใส่หูผม
“เธออ่ะ ทำให้ฉันต้องช่วยตัวเองทุกวัน จนฉันขาดเครื่องนวดไม่ได้ทุกคืน”
จากนั้นเธอสูดหายใจเข้า
“ฉันเหงา!”
นาหลับตาเหมือนถอดใจอะไรไม่รู้
“วันนี้ไม่ต้องมาหาฉันหรอก ไปหาเรฟเนสเถอะ”
ผมคิด
ผมส่ายหน้า
“ไม่ได้ ฉันจะไม่จากใครเพื่อไปกับอีกคน”
ผมจับไหล่เรฟเนส
“เธอน่ะ ช่างซื้อและกำลังซื้อของที่ไม่ได้รัก! ฉันเห็นเธอซื้อนั่นซื้อนี่มาเต็มไปหมด ฉันเห็นเธอซื้อเยอะ แต่เธอไม่เคยใส่ และการไปเที่ยวแต่ละครั้งของเรามันใช้เงินทิ้ง แต่ฉันไม่เคยมองว่ามันเป็นปัญหา! ฉันชอบเธอ ฉันพยามเป็นผัวเลี้ยงที่ดี ฉันทุ่มเงินกับเธอหมด!”
เธอตาเปิดกว้าง
“การไปเที่ยวแต่ละครั้งของเรามันมีค่า คนที่ฉันเรียกว่าคนรักทุกคน มีค่าทุกคน เพราะเธอก็รู้ ชีวิตเก่าฉันไม่เคยมีแฟน”
ผมพูดเสียงเบาลง แต่ทำหน้าเหมือนต้องบอกเธอ
เธอรับฟังแต่ไม่โกรธ เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผมรักเหมือนกัน แต่เธอไม่รู้ว่าทำอย่างไร
เพราะเธอไม่รู้
“รักกันมันต้องการกันเสมอ แต่ไม่ครอบครองเอาไว้กับตัว ถ้าเธออยากแค่ให้ฉันไปหา พรุ่งนี้ฉันไปหาแน่นอน ฉันจะจัดให้เต็มๆ บอกฉันเพราะงานฉันก็เริ่มเยอะเหมือนกัน”
ผมตะโกนเสียงดังมาก ไม่สนว่าใครจะได้ยิน
“จริงๆเหรอ?”
“แน่นอน!”
“ถ้าอย่างนั้นบอกฉัน เสื้อผ้าที่ฉันใส่ยั่ว ตัวฉันที่พยายามสวยประดับประดา ทำไมไม่เข้าตาเธอ?”
หลังเธอถามคำถามที่น่าจะคาใจของเธอนาน
“ฉันแค่ยังไม่รักคนใช้เงินเปลืองๆจริงๆ ฉันไม่ชอบคนล้างผลาญ ส่วนเรื่องเสื้อผ้า แบบเก่าก็เซ็กซี่ดี แต่แบบวันนี้น่ารักกว่า เป็นเธอมากกว่า”
ผมลูบแขนเธอและปล่อย
“ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อฉัน เป็นตัวของตัวเอง ฉันรู้ว่าชุดนี้ไม่ได้แพง แต่เธอตั้งใจเลือกมาเพราะเธอชอบมัน ฉันกำลังรู้ว่าเธอชอบตัวเองที่แต่งตัวแบบนี้มากกว่าชุดหรูๆยั่วๆ”
ผมลูบหัวเธอ
“เห็นฉันเป็นแฟนบ้างได้มั้ย? วารี ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง”
เธอพูดเหมือนลุ้นๆไม่ได้รู้คำตอบเลย
“จริงๆเราเป็นอะไรกันก็ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ฉันคิดว่าสวยอยู่แล้ว ฉันจะเก็บเธอไว้”
ผมกระซิบในหูเธอแค่ได้ยินกันแค่สองคน
“เดี๋ยวฉันจะทำให้แดงเลย อย่ามาบ่นว่าคันทีหลังแล้วกัน”
“ว้าย ลามก”
ผมยิ้มให้เธอ
“เข้าใจหรือยัง?”
ผมบอกเธอ
“เป็นตัวของตัวเองให้ฉันรู้ว่าเธอดี วันนี้ก็ดีกว่าทุกวัน เธอมาถูกทางแล้วแหละ เพราะชุดนี้แหละ!”
ผมจับปลายกระโปรงเพื่อระบุ
“มันบอกว่าเธอเปลี่ยน และพรุ่งนี้ฉันสนใจ แต่เพราะฉันห่างนานาน ฉันอยากมีเวลาให้นา”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า”
ผมบอกที่ผมทำให้นารอนานแล้วนาบอกไม่ได้กังวลอะไร
แต่ผมส่ายหน้า
“คนรักฉันมีค่าทุกคน”
ผมบอกแแค่นั้น
การเกิดมาเป็นกำพร้ายังน่าเสียดาย
เพราะผมมาต่างโลก แต่ผมไม่ได้รับความอบอุ่นของผู้ปกครองตั้งแต่เด็ก
แต่ผมเป็นเต็มตัวไม่ได้หรอก
เพราะชีวิตก่อนผมมีครอบครัว แม้ไม่ครบ
จากนั้นเรฟเนสมองหน้าทุกคนลนลาน
“ทำไงดีอ่ะ ฉันทำพี่ๆทุกคนหมดอารมณ์ดูดอกไม้อ่ะ”
เธอเริ่มน้ำตาซึมอีกครั้งเพราะความเกรงใจที่เธอมี
“ไม่มีปัญหา กลับบ้านไปเอานกฟาเนิคแล้วไปซื้อเครื่องประดับกัน”
“ซื้อไหน?”
เมื่อผมบอกแล้ววาโรถามขึ้นมา
ผมยิ้มเพราะความแน่นอน
“ไม่มีที่ไหนดีกว่าฮาโมนี่”
หลังผมบอก เธอดูคิดๆ
แสดงว่าเธอเคยไปร้านเครื่องประดับในเมือง
เราเดินกันไปไกลเพราะวังใหญ่
ตอนนี้มันเพิ่งเย็นๆ วันนี้ยังเหลือๆก่อนไปเจอนา
วีกับวิวเดินกอดแขนผมสองข้าง
อายะรีบขึ้นมาเดินนำหน้าเธอเดินสะบัดตูดยั่ว
อายะก็เหมือนอยาก ผมเริ่มตามเชิงไม่ทันกับทุกคนแล้วสิ
เราขี่นกฟาเนิคไปฮาโมนี่เพราะพื้นที่ในวังกว้าง และมันไกล
เมื่อเราเข้าไป เราไปร้านใหญ่ของพี่เนตรทิพย์ที่มีร้านทองอยู่
พนักงานหญิงร้านทองกล้ามใหญ่ๆยืนตรงเคาน์เตอร์ที่ไม่มีอะไรป้องกันคนปล้น
เราเลือกทอง มันมีทองลายต่างๆ
ผมเคยสั่งให้เนตรทิพย์ทำสร้อยโซ่คิวบันทอง เพราะผมชอบ
ได้เวลาใส่แล้วไหม?
ผมตัดสินใจซื้อสร้อยทองคิวบันเส้นใหญ่, กลาง, เล็ก และหลายๆเส้นเพื่อให้มีอารมณ์ใส่ทุกไซส์
ทุกคนซื้อกันหลายเส้น
“ของคุณวารีลด 10% ค่ะ”
“ไม่ต้องลด เก็บไว้เป็นค่าบริการให้ทุกคน”
“ขอบคุณค่ะ”
ผมบอกพนักงานหญิงที่กล้ามโตแต่เสียงน่ารัก
เหล่าสาวๆเลือกเครื่องประดับกันใหญ่
ทุกคนเลือกทั้งแบบที่ตัวเองอยากใส่ หรือคิดว่าเข้ากับเสื้อผ้าทุกคน
การเอาทองมาเปลี่ยนลายก็เป็นเรื่องที่ทำได้ถ้ามีค่าแรงและค่า ‘ซิ’ หรือค่าทองที่หายไปเมื่อเข้ากระบวนการ
ถ้าใช้บริการร้านทองต้องจ่ายให้น้ำหนักเท่าเดิม
เพราะทุกอย่างเป็นงานจากฝีมือคน
ทุกคนไปเลือกหิน วีเปิดสมุดอธิบายหินต่างๆข้างหน้าร้านหินเพื่อเลือกสร้อยที่จะใส่ติดมือ
“มันมีหลายอย่างจัง”
“ใส่อะไรดีพีวี”
วีคุยกับวิว
ผมคิด
“ถ้าให้แนะนำบรรยากาศตอนนี้ก็ใส่โรสควอตซ์สิ”
“มันคืออะไร”
“เขาว่าหินมันจะช่วยเรื่องความรัก”
“แต่รักเราดีอยู่แล้วนี่”
“มันจะดีขึ้นอีกถ้าเธอเชื่อในหิน”
หลังวีพูดเรื่องความรัก ผมบอกเรื่องความเชื่อ
วีกับวิวไปดูโรสควอตซ์
ทุกคนตามไปดูจากที่เลือกใส่เส้นนั้นเส้นนี้
ทุกคนหยิบหลายๆเส้นลองดู
“เอาลายหินที่ชอบ อย่าเลือกแต่ใส่พอดี ถ้าไว้ใจคนขายก็ให้เขาเปลี่ยนขนาดสร้อยว่าเขาจะเลือกเม็ดไม่สวยออก หรือถ้าไม่เรื่องมากก็แล้วแต่ เลือกแค่ลายที่ชอบ”
ผมบอกพวกเธอ
พวกเธอพากันเพ่งดูหิน ยกมันเข้าแสงมุมนั้นมุมนี้เดินเข้าเดินออกจากแสงกันหลายคนแล้วเมื่อไม่ถูกใจหยิบไปวางที่เดิม
พนักงานก็ตามติดแนะนำ เสนอขายกันทุกคนจนหัวหมุน
อายะไม่เลือกลาย แต่หาขนาดที่พอดี เธอลองใส่เยอะหลายเส้นมากๆ
เพราะเธออวบแล้วมีกล้าม ข้อมือเธอเลยใหญ่กว่าปรกติหรือ?
ผมมองทั่วร้าน มันเหมือนแบ่งเป็นเขตๆในร้านใหญ่สามห้องร้านเดียว
โซนหนึ่งเป็นเครื่องประดับจากหิน มันมีหมดทั้งประดับข้อมือ, ข้อเท้า, คอ, และหู
และโซนที่เราไม่ได้ดูเป็นโซนของทำมือ แต่อายะมีเดินไปซื้อตรงนั้นบ้าง
และอีกโซนหนึ่งเป็นร้านทอง
แต่โซนอื่นไม่ใช่ร้านทอง ก็มีทอง
อย่างสร้อยหินที่ก็มีเม็ดทองคั่นลายนั้นลายนี้
เมื่อทุกคนได้ลายที่พอใจ ก็เอาไปปรับขนาดให้พอดี
แม้แต่อายะก็ยังปรับขนาด
เราหิ้วถุงกระดาษแข็งกันเต็มไม้เต็มมือทุกคน ในถุงมีเครื่องประดับหินหลายอย่าง พวกเราเอาใส่ที่วางของในนกฟาเนิคและออกเดินทางกลับบ้าน
เมื่อทุกคนแยกย้าย ผมอาบน้ำ แต่งตัวหล่อๆออกเซ็กซี่เห็นกล้ามชัดๆ
แล้วผมไปเคาะห้องนา
*ก๊อก ก๊อก*
เมื่อเข้ามาสิ่งที่ต้อนรับผมคือนาที่ใส่ชุดชั้นในสุดเซ็กซี่เพื่อรอรับผม
ผมจูบปากเธอก่อนอื่นเพื่อบ่งบอกว่าคืนนี้จะอยู่ด้วยกัน
“กล้ามใหญ่ขึ้นเหรอ?”
“ไม่รู้สิ แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอ”
“ชอบแต่กล้ามใหญ่ๆเหรอ?”
หลังผมบอกว่าผมอาจกล้ามใหญ่ขึ้นแล้วนาถามความชอบขึ้นมา ผมก็ส่ายหน้า
“มีกล้ามมันบอกว่าแข็งแรง เพราะการทำให้ตัวเองแข็งแรงมันยาก มันต้องตั้งใจรักษา มันทำให้เห็นว่าเราเคารพตัวเองสูงสุด”
เธอพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าถ้าฉันมีกล้ามใหญ่ เธอชอบไม่ชอบ แต่ฉันเลือกมีกล้าม”
นาหน้าแดงแล้วหยิกแก้มผม มองไปทางอื่น
เธอหยิกแรง
“ไม่มีใครเขามาถาม ‘ฉันหล่อไหม ฉันสวยไหม’ กันหรอก”
“ก็เธอสวยอ้ะ ให้ทำไง”
“เธอก็หล่อจ้ะ”
ในที่สุดหลังผมชมเธอก็มองหน้าแล้วพูดเหมือนอยากให้ผมรู้จริงๆ
ผมจูบเธอและพาไปเตียง