จุดที่ลูคัสถูกส่งตัวกลับมาคือบริเวณหน้าปากถ้ำ
เขาพบว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาเย็นวันที่สี่ของสงครามสี่หมู่ตึกแล้วหิมะหยุดตกน้ำแข็งละลายทำให้รู้สึกเสียดายอยู่หน่อยๆ เด็กชายคิดว่าตัวเองคงออกมาจากถ้ำเป็นคนสุดท้ายเพราะตามหลักการเหล่าสมาชิกที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจควรรีบเก็บคะแนนแล้วกลับไปเสริมทัพกับหมู่ตึกของตนให้ไวที่สุดเป็นแน่
เขานั้นรู้อยู่แล้วว่าทุกอิริยาบถในสงครามสี่หมู่ตึกล้วนตกอยู่ในสายตาของผู้เข้าชมดังนั้นความสามารถในการเหินบินตอนที่ต่อสู้กับร่างเงาได้ถูกเปิดเผยออกมาเรียบร้อยแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไป
ลูคัสจึงตัดสินใจลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนออกบินไปยังทิศทางของปราสาทเขียวเนื่องจากเป็นเพียงทักษะเลียนแบบไม่ใช่ความสามารถเหินบินที่แท้จริงจึงมีความเร็วไม่มากนัก"ก็ยังเร็วกว่าวิ่ง" ลูคัสคิดในใจ ใช้เวลาไม่นานปราสาทเขียวก็ปรากฏสู่สายตาตนจึงร่อนลงสู่พื้นห่างจากปราสาทหนึ่งไมล์ก่อนออกวิ่งตามปกติ
"ลูคัสนายกลับมาแล้ว" ไบร อันเกรที่เฝ้าประตูอยู่อุทานออกมา
"สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" เด็กชายรีบออกปากถามไบรอัน
"นายเข้าไปหารุ่นพี่โอวี่ก่อนเดี๋ยวเขาจะอธิบายให้ฟังด้วยตัวเอง"ไบรอันตอบ
จากนั้นเด็กชายจึงรีบตรงเข้าไปในโถงปราสาททันทีบรรยากาศในปราสาทเขียวตอนนี้ดูวุ่นวายเป็นอย่างยิ่งผู้คนวิ่งวุ่นกันไปมา เขาพบว่าโอวี่กำลังประชุมแผนการอยู่
"นายมาแล้ว" โอวี่เดินออกมารับเขา
"สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับรุ่นพี่" เด็กชายถามออกไปอีกครั้ง
จากนั้นโอวี่ก็อธิบายว่าในบรรดาคนที่ไปทำภารกิจมีหมู่ตึกที่ทำสำเร็จอยู่สามฝ่ายนั่นก็คือหมู่ตึกคิมหันต์ หมู่ตึกวสันต์ และหมู่ตึกวัสสานะทั้งสามหมู่ตึกล้วนรับคะแนนไปสองหมื่นคะแนนหมู่ตึกเหมันต์คาดการณ์ว่าล้มเหลว
ผู้ทำภารกิจทุกคนล้วนไม่มีใครได้กลับมายกเว้นตัวลูคัสเพียงคนเดียวข้อมูลนี้ทำเขาตกตะลึงเช่นกันเด็กชายไม่ได้อธิบายอะไรออกไปแต่เขาพอจะเดาเหตุการณ์คร่าวๆได้ว่าทั้งฟุสและเฉิน
เมื่อผ่านภารกิจที่สี่แล้วน่าจะเข้ารับการทดสอบภารกิจที่ห้าแต่คงไม่สามารถเอาชนะร่างเงาของตัวเองได้จึงเสียชีวิตและถูกส่งกลับไปยังโลกจริงส่วนมากิน่าจะฝ่าฟันได้ไม่ถึงด่านที่สี่ภารกิจจึงล้มเหลว
เมื่อคิดได้อย่างนี้เขาก็แอบโล่งใจอยู่เล็กน้อยตัวลูคัสเองไม่อยากปะทะกับฟุสและเฉินเลยแม้จะเป็นการต่อสู้ในโลกจำลองก็ตาม
"สถานการณ์ตอนนี้ธงถูกเปลี่ยนมือสลับกันมั่วไปหมด..."
โอวี่เริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ตอนสี่สาวงามต่อสู้ชิงชัยกันเขาเริ่มเล่าถึงตอนฟารีนนำทัพนักรบทรายไปปิดล้อมปราสาทน้ำเงินตามด้วยเซเวียร์ไปปั่นป่วนแคทเธอรีนเป็นสาเหตุให้สุดท้ายฟารีน ฟรานเชสเตอร์เป็นผู้ชิงธงของหมู่ตึกคิมหันต์ออกจากปราสาทน้ำเงิน และยังได้ทำการสังหารอากิโกะเด็กสาวที่มีวิชาเนตรลงสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหมู่ตึกเหมันต์
อีกด้านหนึ่งกองทัพของหมู่ตึกคิมหันต์ที่เหลือรอดพร้อมกับนักรบทรายภายใต้การนำทัพของอาร์โนลด์บุกฝ่าตะลุยปราสาทเขียว จนชิงธงของหมู่ตึกวัสสานะกลับไป
"ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเจ้าสมองทึบนั่นคิดอะไร มีโอกาสชิงธงไปสองผืนแท้ๆแต่ดันเอากลับไปผืนเดียว" โอวี่ยังเล่าถึงท่าทางและคำพูดของอาร์โนลด์ดีนที่ฝากไว้ก่อนไปได้
"เป็นทหารต้องทำตามคำสั่ง ฟารีนสั่งมาเอาธงวัสสานะกลับไป ทุกคนถอยทัพ"ลูคัสเหงื่อตก คนนิสัยบ้าบอแบบนี้ไม่ใช่คนแรกที่เขาเจอในสถานศึกษาอีเดน
"สรุปว่าตอนนี้ทุกหมู่ตึกมีธงคนละหนึ่งผืนจากการประเมินหมู่ตึกเหมันต์น่าจะมีคะแนนต่ำที่สุดเพราะตัวแทนที่ส่งไปถ้ำโบราณปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ"โอวี่สรุปสถานการณ์โดยรวมให้กับเขา
ตอนนี้ทุกหมู่ตึกกำลังไปรวมกันที่ภูเขาเทพเจ้าเพราะช่วงสายที่ผ่านมาทางสถานศึกษาได้ทำงานส่งผลึกปราณระดับต่ำออกมาหนึ่งพันชิ้นทำให้ทุกคนไปแย่งชิงกัน
หลังจากนั้นอีกสี่ชั่วโมงถัดมา
สถานศึกษาก็ทำการส่งผลึกปราณระดับกลางออกมาอีกห้าร้อยชิ้นคาดว่าอีกสี่ชั่วโมงข้างหน้าหากนับตามเวลาก็น่าจะอีกไม่เกินสองชั่วโมงจากนี้สถานศึกษาอาจจะส่งผลึกปราณขั้นสูงออกมาก็เป็นได้ทำให้กองกำลังของทุกฝ่ายยังคงเฝ้ารออยู่จุดเดิม
"ตามที่สายข่าวรายงานมา อาร์โนลด์ดีนเป็นตัวป่วนงานของจริงเขาไล่สังหารคนของทุกฝ่ายโดยไม่สนใจภาพรวม"โอวี่ยังคงอธิบาย
"ประกาศจากทางสถานศึกษาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปทางสถานศึกษาจะสุ่มของมีค่าออกมาเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเที่ยงวันของพรุ่งนี้"
หลังจากประโยคนี้ดังขึ้น
"เป็นไปตามที่เซเวียร์คาดการณ์ไว้ลูคัสนายเตรียมตัวเลยพวกเราจะไปรวมกันที่ภูเขาเทพเจ้า"โอวี่ให้ความสำคัญกับลูคัสในระดับหนึ่งเพราะเขามีความสามารถเอาชนะเซเวียร์วูดส์ในการประลองหนึ่งต่อหนึ่งได้
หลังจากนั้น โอวี่ เบิร์นเนอร์ก็สั่งระดมพลสมาชิกทุกคนในหมู่ตึกให้ทิ้งปราสาทเขียวและนำธงสัญลักษณ์ของหมู่ตึกติดตามไปด้วยคนรับหน้าที่ดูแลธงถูกมอบหมายให้ไบรอัน เกรเป็นผู้ดูแล
"ทุกคนออกเดินทาง"
หลังจากผ่านไปไม่นานภูเขาเทพเจ้าก็ปรากฏสู่สายตาพระจันทร์กลมโตลอยเด่น มีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ
ณ ตีนเขาแห่งนี้เป็นลานหญ้าโล่งเตียนยาวออกไปหลายร้อยไมล์เหมาะสำหรับสู้รบกันเป็นอย่างยิ่งธงผืนใหญ่ทั้งสี่โบกสะบัดตามแรงลม สมาชิกทั้งสี่หมู่ตึกล้วนรวมกันอยู่ตรงสถานที่แห่งนี้โดยแบ่งตำแหน่งการยืนออกเป็นสี่ทิศหันหน้าเข้าหากันเว้นที่ว่างตรงกลางเอาไว้หลายร้อยเมตรเพราะเป็นจุดที่ทางสถานศึกษาจะส่งหีบสมบัติออกมา
เวลานี้กำลังพลของทั้งสี่ฝ่ายมีจำนวนไม่ถึงสองร้อยซึ่งไม่หนีกันเท่าไหร่ทุกคนล้วนอยู่ในโลกจำลองทำให้ไม่มีความรู้สึกหิวไม่จำเป็นต้องขับถ่ายมีเพียงอาการเหนื่อยล้าเมื่อสูญเสียปราณเท่านั้นดังนั้นพวกเขาสามารถยืนรอได้เป็นวันหรือแม้จะหลายวันก็ตาม
"เจ้าพวกลูกเจี๊ยบออกมาสู้กัน" เสียงตะโกนดังมาจากอาร์โนลด์ ดีน
ในที่สุดลูคัสก็ได้พบคนบ้าที่ชื่ออาร์โนลด์ตัวจริงเสียทีคนคนนี้มีรูปร่างไม่ต่างจากฟุสเท่าไหร่เขาถือธงสีแดงที่แลกกับฟารีนมายืนเดินโบกไปมาพร้อมท้าพนันกับทุกหมู่ตึก
"ทำไมรุ่นพี่คนนั้นเขาดูเพี้ยนจัง" ขณะนี้ลูคัสกำลังพูดคุยกับเซเวียร์วูดส์ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน
"หมอนั่นเป็นไนท์ขั้นที่สองทำให้เขากร่างได้ขนาดนี้" เซเวียร์วูดส์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"ใครชนะเอาธงไปได้เลยออกมาสู้กัน"อาร์โนลด์ยังคงแหกปากพร้อมเดินวนไปรอบทิศทางราวกับเขาเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้
"ปล่อยให้เขาบ้าไป" เซเวียร์ พูดสั้นๆเพราะไม่คิดว่าจะมีใครในที่นี้จัดการคนที่กำลังแหกปากอยู่ได้หากมีก็คงจะเป็น...
หลังจากที่ทุกคนกำลังอดทนกับพฤติกรรมของคนบ้า
ในที่สุดประกาศทางสถานศึกษาก็ดังขึ้น
"สมบัติจะออกมาในอีกสี่สิบนาทีรอบนี้เป็นผลึกปราณระดับสูงหนึ่งร้อยชิ้น"
เกิดเสียงฮือฮาในฝูงชนช่วงเวลาแบบนี้ไม่มีใครสนใจผลลัพธ์ของสงครามอีกแล้วเพราะทุกคนต้องการชิงผลึกระดับสูงมาเป็นของตนเองให้ได้ต้องเข้าใจว่าผลึกปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนเท่ากับผลึกปราณระดับกลางหนึ่งก้อนและผลึกปราณระดับกลางหนึ่งร้อยก้อนจะเท่ากับผลึกระดับสูงเพียงก้อนเดียวนั่นหมายความว่าผลึกปราณระดับสูงเพียงหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับผลึกปราณระดับต่ำหนึ่งหมื่นก้อนความคิดในหัวสมองของลูคัสแล่นเร็วจี๋รุ่นพี่บอกเอาไว้แล้วว่าสมบัติในที่นี้ใครชิงได้ก็เป็นของคนนั้นแค่ห้ามทำร้ายเพื่อนร่วมหมู่ตึกก็พอ
"หนึ่งเท่ากับหนึ่งหมื่น" เด็กชายตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องชิงมาให้ได้สักหนึ่งก้อนในขณะที่ทุกคนรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อนั้น
"ถ้าไม่มีใครออกมาสู้พี่ชายอาร์โนลด์คนนี้จะแย่งผลึกไปให้หมดเลยคอยดู" อาร์โนลด์ ดีนเริ่มใช้กลยุทธเพื่อบีบให้ทุกคนออกไปสู้
ประโยคนี้ทำให้ทุกฝ่ายเงียบลงในทันที
"นายหยุดบ้าได้แล้วอาร์โนลด์" ฟารีน ฟรานเชสเตอร์ ตะโกนออกมาชัดเจนว่าเธอเห็นความสำคัญของทรัพยากรตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
"ต่อให้เป็นเธอก็หยุดชั้นไม่ได้หรอกถ้าไม่มีใครยอมออกมาสู้พอผลึกถูกส่งมาลงมาใครก็ตามที่เข้ามาแย่งมันพี่คนนี้จะต่อยมันให้ร่างแหลกละเอียดไปเลย" เขาเริ่มข่มขู่พร้อมทำท่าทางประกอบ
"นายคิดเหรอว่าไม่มีใครเอาชนะนายได้จริงๆ" ครั้งนี้เป็นแคทเธอรีน
บรรยากาศสงครามสี่หมู่ตึกในตอนนี้กลายเป็นสงครามน้ำลายไปเสียแล้วเพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมกันคำพูดเสียดสีถูกสาดใส่กันไปมา
เมื่อเวลาไหลผ่านไปสักพัก
"ต่อให้พวกลูกเจี๊ยบทุกหมู่ตึกเข้ามาพร้อมกันพี่คนนี้ยังไม่หวั่นเลยขอบอก"หลังพูดจบอาร์โนลด์ ก็ทำท่าโบกไม้โบกมือยั่วยุทุกคน
แม้ทุกคนจะรู้ว่าเขาเป็นแค่คนที่คลั่งไคล้ในการต่อสู้มากแต่ประโยคเมื่อสักครู่ล้ำเส้นมากเกินไป ทำให้ทุกคนในที่นี้เริ่มไม่พอใจในตัวเขา
"นายมั่นใจในตัวเองมากเกินไปแล้วอาร์โนลด์จะบอกให้รู้ไว้คนที่ถือธงสีดำในหมู่ตึกของดิชั้นก็สามารถสังหารนายได้ง่ายๆไม่ต่างจากฆ่าหมู่"
เซเวียร์ วูดส์ กล่าวออกมา
น้ำเสียงที่เธอกล่าวออกมานั้นชัดถ้อยชัดคำเป็นอย่างยิ่งทำให้ทุกสายส่งตรงมายังธงดำโดยอัตโนมัติ
"ลูคัส เรน" มองธงดำในมือด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
.