ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่59 การจู่โจมที่แสนชั่วช้า!

            เมื่อพักผ่อนพอแล้วกลุ่มของหนิงเฟยหลงก็ออกเดินทางต่อหนิงเฟยหลงเปิดสัมผัสรับรู้ตลอดเวลาทำให้มันไม่กลัวสัตว์อสูรที่จะเข้ามาโจมตีทว่าชายหนุ่มกลับรู้สึกแปลก ๆ เมื่อมุ่งหน้ามาใกล้เทือกเขาแห่งหนึ่งในบริเวณนี้มีเถาวัลย์ค่อนข้างมากแต่กลับไม่มีสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเริ่มตะขิดตะขวงใจ

     

              ทันใดนั้นก็มีเสียงคำสั่งดังขึ้น!

     

              “โจมตี!”

     

              สิ้นเสียงนั้นเถาวัลย์ที่เลื้อยอยู่ตามต้นไม้ก็พลันเข้ารัดกลุ่มของหนิงเฟยหลงทันทีเถาวัลย์นี้เหนียวมากและจู่โจมใส่พวกมันอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกับดัก

     

              “นี่มันอะไรกัน..”

     

              “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ้าพวกนี้ก็ไม่เท่าไหร่นี่” เสียงนี้ดังมาจากป่าทางขวามือของกลุ่มหนิงเฟยหลงไม่นานเงาร่างคนนับสิบก็ได้ปรากฏตัวล้อมรอบกลุ่มของหนิงเฟยหลงไว้

     

              “คุณชายน้อยอันดับหนึ่งท่านสบายดีอยู่หรือไม่?” คำพูดนี้ฟังแล้วช่างเสนาะหูนักทว่ามันแฝงไปด้วยการเยาะเย้ย ไม่นานผู้ที่เอ่ยถามก็ได้เดินออกมาจากวงล้อมนั้นชายผู้นั้นถือพัดอยู่ตลอดเวลา มันไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือหนิงจินคนที่กลุ่มของหนิงเฟยหลงตามล่าอยู่

     

              หนิงเฟยหลงไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใดและก็ไม่ได้มีสีหน้าที่หวาดกลัว แต่เป็นสีหน้าที่เรียบเฉยที่แสดงอยู่ดวงตาของมันช่างเย็นชา ไม่ได้มีความรู้สึกหวั่นเกรงแม้แต่น้อย

     

              การเผชิญหน้ากับหนิงจินสำหรับหนิงเฟยหลงนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายตราบใดที่ไม่มีผู้สูงส่งหรือชายร่างโตนัยน์ตาราชสีห์อยู่มันก็ไม่หวั่นเกรงต่อผู้ใด!

     

              หนิงจินที่เยาะเย้ยก่อนก็เริ่มที่จะหงุดหงิดเมื่อเห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของหนิงเฟยหลง ในเมื่อเล่นงานหนิงเฟยหลงไม่ได้เช่นนั้นก็เปลี่ยนไปเล่นงานคนอื่นแทน

     

              “โอ้นี่มันคุณชายผู้เก่งกาจนี่ที่แท้เจ้าก็รอดมาได้ ไหนว่าตนหยิ่งทะนงเหตุใดจึงเข้าร่วมกับกลุ่มของหนิงเฟยหลงเล่า ที่แท้เจ้ามันก็ไม่ได้เรื่อง แค่สวะคนหนึ่งนี่เอง”เหอไฉเฉินได้ฟังก็บังเกิดโทสะ อยากที่จะสังหารหนิงจินเสียทว่าเถาวัลย์นี่มันรัดแน่นหนานักทั้งยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เถาวัลย์ธรรมดาคงจะเสริมความแกร่งหรือเป็นเถาวัลย์วิเศษก็เป็นได้

     

              หนิงจินมองดูแววตาที่อาฆาตของเหอไฉเฉินด้วยร้อยยิ้มที่ชั่วร้าย

     

              “ต่ำช้ายิ่ง!” เหอเจี๋ยที่เฝ้าฟังอยู่ก็รู้สึกโกรธไม่ใช่น้อยที่หนิงจินหยามเกียรติเหอไฉเฉินเดิมทีมันก็รู้สึกเกลียดหนิงจินอยู่แล้ว ยิ่งมาพบในครานี้ก็ยิ่งเกลียดมากขึ้นใครจะรู้ว่าหนิงจินจะชั่วช้าถึงเพียงนี้ ลอบวางกับดักไว้ ทั้งที่จำนวนคนของตนก็มากกว่าช่างต่ำทรามยิ่ง

     

              ใบหน้าหนิงจินยังคงมีรอยยิ้มมองมาที่เหอเจี๋ย“หึ ๆ ต่ำช้ารึ ต่ำช้าได้อย่างไร นี่ก็เป็นเพียงกลอุบายในสนามรบย่อมไม่หน่ายอุบายไยเจ้าจึงมากล่าวว่าร้ายข้าเช่นนี้”

     

              “หึ สารเลว!”เสียงสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่มของหนิงเฟยหลงดังขึ้นมา การสบถด่าของหนิงอันอันนั้นทำให้สายตาทุกคนล้วนจับจ้องมาที่นางจึงทำให้เหรินอวิ้นอวี้ที่มองดูอยู่นาน ก็ได้เดินเข้ามาอีกคนเมื่อพบว่ากลุ่มนี้มีสตรีที่งดงามยิ่งอยู่ผู้หนึ่ง

     

              “แม่นางน้อยเจ้ากล่าวเกินไปแล้วไยพวกเราจึงกลายเป็นคนสารเลวได้ นี่คือการทดสอบการทดสอบนี้ก็ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้อุบายนี่ แล้วพวกข้าจะสารเลวได้อย่างไร?”เหรินอวิ้นอวี้เมื่อเห็นสาวงาม ก็รีบออกมากล่าวแทนหนิงจินและยังหาข้ออ้างมากล่าวออกอย่างสุภาพ

     

              จูเหยียนที่ได้ฟังก็พลันรู้สึกอยากจะอาเจียน“เหตุใดคุณชายตระกูลใหญ่ถึงไร้ยางอายเช่นนี้หนอ..” จูเหยียนกล่าวเปรยออกมาเหรินอวิ้นอวี้ได้ยินใบหน้าก็พลันเหยเก หันไปมองด้วยสายตาที่ดุร้าย

     

              “จูเหยียนเจ้ากล่าวได้ดีนักกล่าวได้ดีเช่นนี้ก็ฝากแขนไว้ข้างหนึ่งจะเป็นไรไป” เหรินอวิ้นอวี้เคยเจอจูเหยียนมาก่อนในฐานะที่มันทั้งสองเป็นลูกหลานขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหมือนกันย่อมต้องรู้จักกันมาก่อน ทว่าตระกูลจูและตระกูลเหรินนั้นกลับไม่ค่อยถูกกันนักตระกูลจูเอนเอียงไปทางตระกูลหนิงเสียมากกว่า

     

            แม้ว่าทั้งสองตระกูลจะมีหัวหน้าตระกูลซึ่งเป็นเสนาบดีเช่นเดียวกันทว่าตระกูลจูไม่อาจเทียบได้กับตระกูลเหริน ด้วยว่าตระกูลจูไม่มีผู้ใดที่อยู่ขอบเขตแดนพิภพเลยจึงไม่อาจเทียบได้กับตระกูลเหรินที่มีขอบเขตแดนพิภพหาไม่แล้วในแคว้นเยว่คงจะกำเนิดตระกูลใหญ่ขึ้นมาอีกหลายตระกูลเป็นแน่

     

              “สวะ!” หนิงเฟยหลงที่เงียบมาเนิ่นนานก็เอ่ยปากขึ้นเพียงคำเดียวของมัน ก็ทำให้คุณชายหนิงและคุณเหรินมีใบหน้าที่บูดเบี้ยวรอยยิ้มของพวกมันพลันเหี้ยมเกรียมขึ้น!

     

              “หนิงเฟยหลงเจ้าปากดีนักนะเช่นนั้นข้าจะเอาเลือดออกจากปากเจ้า! พวกเจ้าจงตัดแขนพวกของมันออกมาคนละข้าง ยึดเอาแก่นอสูรและของมีค่ามาให้หมด!” หนิงจินและเหรินอวิ้นอวี้เลิกพูดจาและออกคำสั่งกับผู้เข้าร่วมทดสอบกลุ่มอื่น ๆ ที่สวามิภักดิ์กับตน

     

              “แหม ๆพี่หนิงจินเช่นนี้ข้าก็เสียดายแย่เลยนะสิ มีสาวงามเช่นนี้ข้าไหนเลยจะลงมือได้กัน”เหรินอวิ้นอวี้กล่าวพลางมองไปทางหนิงอันอันด้วยสายตาที่เหมือนจะกลืนกินนางไปทั้งตัวทำเอาหนิงอันอันอดขนลุกไม่ได้

     

              ตู้ม!!

     

              “หึ!” หนิงเฟยหลงระเบิดลมปราณทำลายเถาวัลย์ที่พันรอบตัวเองออกไปแล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่หนิงจินพลังหยวนพลันก่อตัวขึ้นเป็นรูปฝ่ามือพุ่งทะยานใส่หนิงจินหนิงจินมีใบหน้าเคร่งขรึมลง “เจ้าทะลวงขอบเขตแล้ว!”

     

              หนิงจินก็โบกพัดทีหนึ่งคลื่นหยวนจำนวนหนึ่งก็โบกพัดตามมาพุ่งปะทะเข้ากับฝ่ามือหยวนของหนิงเฟยหลง

     

              ตูม!!     พลังฝ่ามือหยวนและพลังพัดหยวนนั้นหักล้างกัน

     

              “ก็ไม่เท่าไหร่นี่ รับไป!” หนิงจินไม่เกรงกลัวต่อพลังของหนิงเฟยหลงแม้แต่น้อยมันเหวี่ยงพัดเหล็กออกไปพร้อมกับเคลื่อนเข้าหาหนิงเฟยหลงคลื่นหยวนหมุนวนรอบพัดให้เร็วขึ้น จนกลายเป็นพายุขนาดย่อม พัดเหล็กนั้นก็มีลักษณะคล้ายกงจักรที่หมุนด้วยความเร็วสูง มันทำลายอากาศรอบข้างเกิดเสียงอื้ออึง

     

              ในขณะนั้นเหอไฉเฉินก็หลุดออกจากการควบคุมของเถาวัลย์ได้แล้วจึงเร่งไปช่วยเหลือคนที่เหลือออกมาแต่เหรินอวิ้นอวี้ก็เข้ามาขัดขวางทั้งสองเข้าปะทะกัน กลายเป็นสองต่อสอง ลมปราณที่พุ่งพล่านทำให้ป่าไม้พังพินาศ

     

              ในจังหวะนั้นลูกน้องของหนิงจินก็เริ่มลงมือแล้วอย่างแรกที่พวกมันทำไม่ใช่การตัดแขน แต่เป็นการค้นตัว หนิงอันอันที่กำลังจะถูกค้นตัวโดยชายที่อ้วนท้วมที่มีใบหน้าแววตาที่น่าเกลียดก็พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แววตาของนางนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

     

            นอกจากหนิงเทียน หนิงเฉิงแล้วก็มีเพียงหนิงเฟยหลงนั้นที่เคยสัมผัสตัวของนางนางไม่เคยถูกชายอื่นใดสัมผัสตัวจึงหวาดกลัวเป็นพิเศษ ตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาก็เต็มไปด้วยน้ำที่เอ่อล้น

             

            ชายร่างอ้วนนั้นเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ จนจะสัมผัสนางได้แล้วและสิ่งที่มันเลือกจะจับอย่างแรกก็คือสิ่งสงวนที่ต่ำกว่าคอสูงกว่าท้องของนางแววตาของชายร่างอ้วนเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย

             

            ทว่าในเวลานั้นเองก็มีเงากระบี่พุ่งผ่านลำคอของมันไปโดยที่มันไม่ทันจะได้ร้องขอชีวิต และไม่ทันได้ตกใจ

             

            หนิงอันอันมองดูชายร่างอ้วนที่ศีรษะกระเด็นออกไปด้วยความตกใจ!แต่ในความตกใจนั้นก็ยังรู้สึกโล่งใจด้วย

             

            แต่พวกของหนิงจินไม่ได้คิดเช่นนั้นเมื่อเห็นว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าตายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ก็พากันถอยออกจากกลุ่มของหนิงเฟยหลงแววตาจ้องมองไปยังเงากระบี่นั้นอย่างไม่วางตา พวกมันรู้สึกหวาดกลัวและสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันช่างหนาวเย็นรับรู้ไปถึงอวัยวะภายใน แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่พวกมันก็สัมผัสได้

             

            เมื่อมองไปยังที่มาของเงากระบี่พวกมันก็ต้องตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อยเงาร่างนั้นยืนอยู่บนอากาศ เหยียบย่างสายลม แววตาเยือกเย็น ใบหน้าเฉยชาทว่ารอบตัวกลับมีไปสังหารออกมาอย่างรุนแรง!

             

            ชายคนนั้นก้าวขึ้นไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พลังหยวนก็ยิ่งปะทุขึ้น! หนิงจินที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใส่ก็ต้องชะงักเก็บพัดเหล็กคืนแล้วพัดคลื่นหยวนไปด้านหน้าเพื่อดีดตัวกลับ มาตั้งหลักใหม่

             

            “นั่นมันพลังอะไร?” หนิงจินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนิงเฟยหลงเมื่อสักครู่พวกมันพึ่งจะออกพลังโจมตีกันแบบหยั่งเชิง ทว่าเหตุใดเวลานี้หนิงเฟยหลงจึงเปลี่ยนไปคล้ายว่าจะเริ่มเอาจริงขึ้นมาแล้วไม่เพียงจะเอาจริงเท่านั้นดูเหมือนว่ายังเริ่มมีโทสะขึ้นมาแล้ว

             

            หนิงจินมองลงไปยังเบื้องล่างก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าชายร่างอ้วนขั้นเก้ากลายเป็นร่างไร้วิญญาณโดยที่ตนเองไม่ได้รับรู้แม้แต่น้อย“หนิงเฟยหลงลงมือแต่เมื่อใดกัน...?”แววตาของหนิงจินเริ่มมีความหวาดหวั่นขึ้นมาบ้างแล้ว

             

            แม้แต่เหรินอวิ้นอวี้กับเหอไฉเฉินที่ปะทะกันอยู่นั้นก็สัมผัสได้และในจังหวะที่เหรินอวิ้นอวี้ละความสนใจจากตนเองนั้น เหอไฉเฉินก็ได้ฟันกระบี่ออกเกิดเป็นคลื่นวารีเข้าใส่เหินอวิ้นอวี้เหรินอวิ้นอวี้ก็รีบโคจรพลังหยวนออกมาต้านรับ

             

            ในช่วงเวลานั้นเหอไฉเฉินก็ได้ช่วยเหลือคนในกลุ่มเรียบร้อยแล้ว แววตาของซ่งจิ่นติ้งและคนในกลุ่มเปล่งประกายเมื่อสักครู่พวกมันถูกหยามเกียรตินักตอนนี้ถึงเวลาเอาคืนแล้ว!

             

            คนส่วนใหญ่ของหนิงจินเป็นขั้นเก้าไหนเลยจะต้านทานขั้นที่สิบได้! กลายเป็นการปะทปะที่ดุเดือด!

             

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนิงอันอันที่บัดนี้ได้ระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงวาดกระบี่ไล่ล่าสังหาร! นางเครียดแค้นเจ้าพวกนี้ไปอย่างมากและรังเกียจสายตาของพวกมันที่จดจ้องมาที่นางก่อนหน้านี้ มันทั้งน่ารังเกียจทั้งน่าขยะแขยง ถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องเอาคืนกับสายตาที่ดูหมิ่น!

             

            “อ๊ากกก!!” เสียงร้องโหยหวนดังระงมท่ามกลางความตกตะลึงของสมาชิกในกลุ่มคนที่เหลือ

             

            หนิงเฟยหลงไม่ได้สนใจในเหตุการณ์ด้านล่างอีกต่อไปมันเพียงก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ทุกๆฝีก้าวกลับทำให้หนิงจินรู้สึกหนักอึ้ง! ยิ่งมาก็ยิ่งกดดันอากาศก็คล้ายมีน้ำหนัก เหมือนมีพลังไร้รูปกดทับมันไว้อยู่หนิงจินรู้สึกบีบคั้นในใจ

             

            แววตาของหนิงจินเริ่มสั่นไหวขึ้น ในมือจากที่โบกพัดไปมากลับกำไว้แน่นคล้ายว่าเวลานี้มันไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย เมื่ออยู่ต่อหน้าปีศาจตนนี้ เหตุใดแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?นี่นะหรือพลังของอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูล? น่ากลัวเกินไป เกินไปแล้วจริง ๆ

             

            ทว่าไหนเลยมันจะยอมโดยง่ายในอดีตมันก็ไม่ได้มีความสำคัญเท่าหนิงเฟยหลงผู้ที่ทุกคนในตระกูลยกย่องในเวลานี้มันก็รู้สึกว่าตนเองด้วยค่ากว่า พลังนั้นเทียบชั้นกันไม่ได้เลย ทั้งๆที่มันก็สัมผัสได้ว่าอยู่ขั้นที่หนึ่งระดับกำเนิดพลังเช่นเดียวกัน

             

            ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจกว่าที่มันจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดกว่าที่จะเป็นที่ยอมรับของหนิงเทียนได้ ต้องผ่านบททดสอบมากมาย กว่าที่จะแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ง่ายดายเสียที่ไหนแล้วหนิงเฟยหลงเป็นใคร มันเป็นเพียงขยะที่ถูกทอดทิ้ง! ทอดทิ้งมานาน แล้วจู่ ๆฟ้าก็ประทานความอัจฉริยะให้อีกครั้ง ให้กลับมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปอีกไหนเลยจะยอมไหนเลยจะยอมได้!!

             

            “ย้าก!!!!!”หนิงจินแผดเสียงร้องสุดกำลัง! ระเบิดพลังสุดแกร่งพลังหยวนถาโถมออกมาอย่าบ้าคลั่ง!

             

            “หนิงเฟยหลง เจ้าต้องตาย!!” พัดเหล็กกลายเป็นกงจักรอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นั้นรุนแรงกว่าเดิมมันเพียงชี้นิ้วไปที่หนิงเฟยหลง พัดนั้นก็ปลิวว่อนไปดั่งพายุที่บ้าคลั่ง!  


            กงจักรวายุคลั่ง!!

             

            หนิงเฟยหลงเห็นพายุหมุนเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ใบหน้าก็เผยให้เห็นถึงความตกตะตะลึงกงจักรวายุนี้ไม่ใช่สิ่งที่หนิงเฟยหลงจะต้านทานได้ มันรู้สึกถึงความอันตรายรีบใช้ร่างลมหวนเคลื่อนย้ายหลบหลีกไปอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่ว่าจะหนีไปทางไหนพายุนั่นก็ตามมาและก็คล้ายว่ามันจะเร็วขึ้นและทรงพลังมากขึ้น

             

            “ไม่มีทางที่สวะอย่างเจ้าจะรับมันได้ ตาย ๆไปซะเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่แข็งแกร่งนี้เจ้าไม่มีทางรับมันได้!”

             

            หนิงเฟยหลงได้ฟังก็เกิดมีโทสะคุกกรุ่นอยู่ในใจ ก็ยิ่งวาดกระบี่ออกใช้ท่าสับเปลี่ยนสายลมเบี่ยงเบนตนเองหลบไปหลายทิศทางทว่าไหนเลยหนิงจินจะนิ่งเฉยให้มันหลบหลีกโดยง่ายหนิงจินก็ปล่อยหมัดของตนเองออกมาหลายสิบหมัดก่อเกิดคลื่นหยวนพุ่งชนแหวกอากาศเข้ามา ใบหน้าของหนิงเฟยหลงเคร่งขรึมขึ้นเวลานี้ช่างยากลำบากนัก ไม่ว่าจะหลบหลีกไปทางใดก็มีหมัดหยวนนั้นติดตามมา

             

            “ในเมื่อหลบหลีกไม่ได้เช่นนี้ก็ปะทะ!” แววตาของชายหนุ่มเปล่งประกายขึ้นกระบี่มือขวายังคงวาดลวดลายต่อไปคลื่นดาบเข้าปะทะกับกงจักรวายุคลั่งแม้ว่ามันจะไม่สามารถทำลายได้แต่ก็ทำให้ช้าลงได้บ้าง มือซ้ายก็กำหมัดขึ้นมาพลังหยวนของมันก็พุ่งพล่านขึ้น!

             

            ดวงตาฉายประกายคมกริบ! หนิงจินที่กำลังซัดหมัดออกมาก็ต้องหยุดชะงัก “..นั่น...อะไร?”

             

            ร่างของหนิงเฟยหลงแม้ว่าจะพลิ้วไสวไปกับสายลมมองดูเป็นท่วงท่าที่งดงามทว่าเวลานี้เริ่มปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันเริ่มที่จะแข็งกร้าวขึ้น แข็งกร้าวขึ้น! พลังกระบี่ก็เฉียบคมและรุนแรงขึ้นอีกแต่การเคลื่อนที่กลับช้าลง ใบหน้านั้นไร้ซึ่งความหวาดหวั่น หนิงเฟยหลงค่อยๆยืดอกขึ้นอย่างช้า ๆ สายตาที่เหยียดหยามหนิงจินก็ปรากฏขึ้น!หนิงจินมีใบหน้าที่บูดเบี้ยวทันที

             

            “บัดซบ!เจ้ากล้ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น อยากตายนักรึ!!”หนิงจินกล่าวอย่างเดือดดาล! แล้วมันก็รัวหมัดหยวนใส่หนิงเฟยหลงอย่างไม่หยุดยั้งหวังจะทำลายหนิงเฟยหลงให้ได้ จบการทดสอบนี้จะต้องไม่มีหนิงเฟยหลงอยู่อีกชื่อของมันต้องลบออกไปจากตระกูล! ไม่สิลบออกไปจากแว่นแคว้นจากทวีป จากทั้งหมดที่ควรจะมี!!!

             

            พลังหมัดเข้าโจมตีโดนร่างของหนิงเฟยหลงประจวบเหมาะกับที่กงจักรวายุคลั่งนั้นได้มาถึงแล้ว!!

             

            ตู้ม!!!!!!!

             

            “....!!!!!”

             

            เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาทุกคนหยุดหายใจ ฝูงชนหยุดต่อสู้กันหันมองไปที่ต้นเสียงทันที หนิงอันอันที่กำลังบ้าคลั่งหยุดมือลง ดวงตาปรากฏหยาดน้ำตาร่วงหล่น“...พี่......”

             

            ไม่เพียงแค่หนิงอันอันเท่านั้นคนอื่น ๆก็ยังตกตะลึง “นี่มันเกิดอะไรขึ้นหนิงจินแข็งแกร่งแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อใดกัน?!!”

             

            “ก็ไม่เท่าไหร่นี่ ต่อไปก็ตาเจ้าแล้ว”เหรินอวิ้นอวี้มองดูหนิงเฟยหลงที่โดนพลังของหนิงจินแล้วร่วงลงไป ก็รู้สึกสะใจนักมันยิ้มเยาะขึ้นพลางมองไปยังเหอไฉเฉิน แล้วกล่าวขึ้นอย่างเยาะเย้ย

             

            เหอไฉเฉินที่เห็นหนิงเฟยหลงร่วงหล่นลงไป ก็ต้องตกใจ หนิงเฟยหลงแข็งแกร่งมากหนิงเฟยหลงเอาชนะมันโดยการทำลายปราการสมุทรได้ ทำไมถึงพ่ายแพ้ง่ายดายเช่นนี้? เหตุใดจึงพ่ายแพ้ได้?หรือว่าหนิงจินจะแข็งแกร่งกว่า? เหอไฉเฉินกัดฟันแน่น!มันไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ได้