โรงเตี้ยมกลางเมืองหลวง
มุมปากน้อย ๆ ของอวี่ซีซวนยกขึ้นแย้มยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยใจเหม่อลอย นึกถึงท่าทีของคนตำหนักองค์ชายห้ามาที่ร้านเฟิ่งหงกับสิ่งที่นางได้เคยทำเอาไว้
ย้อนไปตอนที่เป็ลี่หลินหราน บุตรีขุนนางชั้นสูงมีมารดาผู้งดงามมาจากสกุลคหบดีที่ฐานะทางสังคมต่ำกว่าแต่บิดากลับรักมั่นมารดาั้แ่แรกพบ มีพี่ชายร่วมมารดาที่เฉลียวฉลาดหนึ่งคน
ยามเล็กเติบโตมาอย่างดีด้วยความรักเอาใจใส่ของครอบครัว นางจึงมักนิสัยร่าเริง ขี้อ้อน เอาแต่ใจเล็กน้อยใช้ชีวิตด้วยความสุขในทุกวันที่ผ่านไป
แต่แล้วความสุขนั้นก็ค่อยๆ เบาบางลง ความกังวลกล่ำกลายแทนที่มารดาเริ่มป่วยร่างกายอ่อนแอลงอย่างมิอาจหาสาเหตุได้และจากไปตอนนางสิบหนาว
ฮูหยินรองเข้ามาทำหน้าที่ดูแลงานภายในจวนแทนมารดาของนางฮูหยินรองจงเจียวเหมยแต่งงานเข้ามาหลังมารดาสามปีด้วยเหตุผลทางการเมืองฮูหยินรองได้ให้กำเนิดบุตรีและบุตรชายอย่างละหนึ่งคน
นางเติบโตมาเป็โฉมสะคราญผู้เพียบพร้อมถูกตั้งฉายาว่า หนึ่งบุบผาของแคว้น ใช้ชีวิตเรียบง่าย กระทั่งถึงเกือบเลยวัยต้องออกเรือนก็ยังไม่ยอมเลือกบุรุษที่แต่งงานเพราะบิดาและพี่ชายตามใจ หากนางไม่ยินยอมก็ไม่มีใครจะบังคับนางได้ นอกเสียว่าสิ่งนั้นมาจากเ้าแห่งแคว้น
เมื่อแรกได้รับสมรสพระราชทานแต่งงานเข้าตำหนักองค์ชายห้าหลงเหยียน นางอาจไม่เต็มใจนัก แต่ก็ต้องกระทำตามอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
หลังแต่งงานนางได้รับการปฏิบัติดูแลอย่างเอาใจใส่สามีรักใคร่เอ็นดูและตามใจนางยิ่งนัก แม้นางไร้รักเฉกเช่นชายหญิงแต่ก็มิอาจโกหกได้ว่านางรู้สึกดีแก่สามีไม่น้อย
นางเลือกที่จะทำหน้าที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเคารพและให้เกียรติอย่างที่พึงกระทำ แบ่งเบาภาระยามสามี้าตามที่ความสามารถนางมีแม้บางเื่มีบางอย่างดูไม่สมเหตุสมผลในความรู้สึกของนางแต่ไม่สร้างความเดือดร้อน นางก็เลือกที่จะไม่ก้าวก่าย คิดเสมอว่าทุกคนย่อมมีเหตุผลของตน
จนกระทั่งเมื่อตอนที่ได้รู้ความจริงที่เก็บซ่อนเอาไว้ท่าทางสูงส่งสุภาพอ่อนโยน เอาใจใส่ ทุกการกระทำที่ดูจริงใจที่แสดงออกมา เป็เพียงละครฉากหนึ่งที่ล่อลวงมัวเมาให้ตายใจจนทำให้นางต้องพบกับสิ่งที่เ็ปราวกับใจแตกสลาย การสูญเสียที่มิอาจหวนคืน
หากรู้เร็วกว่านี้แม้แลกด้วยชีวิต นางจะทำทุกวิถีทางไม่ยอมให้เกิดการสูญเสียนั้นขึ้น กลายเป็ความผิดบาปในใจมิอาจลบเลือน
ทั้งน้องสาวที่นางเอ็นดูมากล้น มักแสดงออกอย่างเนียมอายเรียบร้อย อ่อนหวาน กลับมิต่างจากดอกบัวขาวเคลือบพิษ สร้างความร้าวรานให้นางไม่น้อย
เหตุการณ์ในอดีต
ยามรติกาลโอบล้อม ความมืดมนปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ภายในวังหลวงคลื้นเครงจัดงานเลี้ยงสังสรรค์สนุกสนาน
ต่างจากความเงียบงันของตำหนักพระชายาเอกลี่หลินหรานสามร่างเงาดำสวมชุดลัดกุมะโเข้าในตำหนักโดยไร้เสียง ยืนตัวตรงแล้วก้มศีรษะลงเล็กน้อยทำความเคารพ
โถงห้องภายในตำหนักว่างเปล่าเหล่านางกำนันทั้งหลายไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมพำนักเฝ้ารับใช้ นอกจากสองนางกำนันคนสนิทสินสมรสข้างกายเหมยต้านและจางเพ่ยเพ่ยคอยรับใช้
“มากันแล้วหรือ” ลี่หลินหรานกล่าวทักทายเสียงเบามือเรียวนั่งลูบหน้าท้องที่ป่องนูนเล็ก ๆ ของตัวเองขึ้นลงไปมา มุมปากแย้มยิ้มอ่อนโยนั์ตากลมโตแฝงความคิดมองไปที่บุคคลทั้งสามที่พึ่งเข้ามา
“พระชายา”หนึ่งบุรุษตัวสูงรูปร่างสูงกำยำพูดกลับน้ำเสียงนอบน้อมนับถือ
สามบุรุษเหล่านี้ต่างเป็เด็กกำพร้าส่วนหนึ่งที่ลี่หลินหรานเคยขอให้ลี่ฮูหยินช่วยไว้ยามเป็เด็กที่น่าสงสารถูกส่งให้ผู้มีความสามารถอบรมเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ให้คอยช่วยเหลือบุตรีเด็กเหล่านี้ไม่เป็ที่รู้จัก
‘ท่านแม่ช่วยพวกเขาได้หรือไม่ เขาน่าสงสารให้มาเป็คนของข้าเช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ที่มีพวกท่านลุงท่านป้าเ่าั้คอยดูแลทำงานให้ข้าโตไปจะได้มีคนช่วยข้า’ลี่หลินหรานวัยห้าหนาวถามมารดาขณะกำลังเดินเล่นที่ตลาดเห็นเด็กชายแบกเด็กหญิงน่าสงสารคู่หนึ่งกำลังอ้อนวอนขอความช่วยเหลือไปทั่วแต่ไม่มีใครสนใจ
‘คุณหนูช่างคิดนะเ้าคะ ฮูหยิน’จือรั่วสาวใช้ของลี่ฮูหยินมองคุณหนูของนางด้วยความเอ็นดู
‘ลูกข้า ช่างจำนรรจาจริงเชียว’ ลี่ฮูหยินมองบุตรสาว แล้วคิดตามสิ่งที่บุตรสาวพูดก็มีประโยชน์ให้แก่นางในอนาคตได้‘ตามใจเ้า’
ได้ยินมารดาเห็นด้วยในสิ่งที่ตนขอเด็กน้อยลี่หลินหรานยิ้มดีใจจนตาหยี่ แก้มแดงระเรือราวกับตุ๊กตาจนผู้เห็นใจอ่อนยวบอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มพองนั้นเล่น
หลังจากวันที่ได้รู้ว่าตนเองเป็คนโง่เขลาที่โดนภาพลวงตาของสามีปิดหูปิดไว้ ยามนางตั้งสติได้ค่อยครุนคิดอย่างถี่ถ้วน เหตุการณ์ความน่าสงสัยต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่นางสงสัย ยิ่งสืบลึกลงไปยิ่งได้รู้ถึงถึงความน่ากลัวของโฉมหน้าแท้จริงที่ซ่อนอยู่ของสามี
โฉมหน้าขององค์ชายห้าหลงเหยียนจิ้งจอกห่มหนังแกะซ่อนความชั่วร้ายไว้ภายใต้ความสง่างาม อ่อนโยนจริงใจ รักสงบ ตบตาผู้คน
หลักฐานมากมายต้องเก็บซ้อนไว้ให้มิดชิดคนของนางเสี่ยงชีวิตมิใช่น้อย ทั้งนางยังต้องคอยแสดงละครฉากผู้เป็ภรรยาแสนดีเก็บตัว เพื่อความปลอดภัยของลูกกำลังจะกำเนิดมาและคนที่นางห่วงใย
เื่ที่นางได้รู้ นางยังมิอาจบอกใครได้แม้แต่บิดาที่ห่วงว่าอันตรายจะไปถึงและพี่ชายที่ยามนั้นกำลังยุ่งการศึกชายแดนต้องใช้สติปัญญามากมายร่วมขจัดแผ่นดิน
“ข้ามีงานให้พวกเ้าทำข้า้าให้พวกเ้าขายทรัพย์ส่วนของข้าออกไป”
“ขายทรัพย์สิน? พระชายา้าทำไปทำไมพะยะค่ะ”จางหมินถามกลับอย่างสงสัย
จางหมิน บุรุษร่างสูงกำยำท่าทางจริงจังเ็า นิ่งสงบอยู่เสมอ จางหมินพี่ชายของจางเพ่ยเพ่ย ทั้งสองคนถูกช่วยไว้ยามเด็กตอนนั้นมีเด็กชายผอมบาง อายุเจ็ดหนาว วิ่งแบกน้องสาววัยสามหนาว ขอความช่วยเหลือให้ช่วยมารดาที่ป่วยหนักไปทั่วไร้ซึ่งบิดาได้จากไปจากการณ์ไปรบในา
“จากข้อมูลที่พวกได้มา พวกเ้าคงเห็นแล้วว่ายามนี้องค์ชายห้ากำลังมีแผนบางอย่างจากที่ข้าดูข้อมูลเ่าั้ ข้าคาดว่าองค์ชายห้าคงต้องใช้ทรัพย์อีกไม่น้อยไม่โกหกพวกเ้า ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเลย”
จากที่นางดูแลงานในฐานะพระชายาแน่นอนว่าเื่จำนวนทรัพย์สินของตำหนักแห่งนี้ นางย่อมรู้ ระยะหลังมานี้มีหลายครั้งที่ทรัพย์สินถูกเบิกออกไปด้วยเหตุผลนานาประการ
แล้วจากข้อมูลที่สืบได้มา ทำให้นางต้องคิดคำนวณถี่ถ้วนจนปวดหัวคนอย่างสามีของนางต้องทำทุกวิถีทางให้บรรลุเป้าหมายนางเกรงว่าอีกไม่ช้านางที่เป็เพียงหมากในมือตัวหนึ่งในมือย่อมต้องถูกใช้อีกครั้ง
นางมิอาจรู้ได้ว่าความปลอดภัยที่ยึดมั่นไว้ได้จะสิ้นสุดเมื่อใดทุกอย่างที่สามีนางจะทำต้องขาวสะอาด ไม่ให้สิ่งปนเปื้อนใดสาวมาถึงมือพระองค์แน่ หากสิ่งที่นางคิดได้เกิดขึ้นย่อมส่งกระทบหลายฝ่าย ทั้งครอบครัวของนางก็มิอาจลอดพ้นได้ นางจึงตัดสินใจปิดรอยสิ่งที่อาจเกิดขึ้นส่งผลมาถึงได้เสียก่อนการเปลี่ยนทรัพย์สินในมือของตนออกเป็หนึ่งทางเช่นกัน
แววตาลี่หลินหรานกวาดมองทั้งหมดนิ่งสงบ“ข้าไม่จะขายทรัพย์สินจริง ๆ ข้าอยากเก็บไว้ให้ลูกข้า แผนการของข้า คือ พวกเ้า”
“พวกกระหม่อม?” ไห่ต้าฟงเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ
ไห่ต้าฟง ถูกช่วยไว้จากพ่อค้าทาสหลังจางหมินและจางเพ่ยเพ่อยสองปีพร้อมกับลู่เหลียนและลู่หาน ทั้งสามกำลังต่อสู้เพื่อเป็อิสระจากพวกเดนมนุษย์ถูกกระชากลากถูราวกับเดรัจฉาน
“ใช่”
“อย่างไรพะยะค่ะ” น้ำเสียงลู่หานราบเรียบมองหน้าผู้มีพระคุณ
ั้แ่วันนั้นมาลี่หลินหรานได้ค่อย ๆจัดการเปลี่ยนทรัพย์สินในมือหรือเปลี่ยนชื่อออกไป ทั้งกิจการและเครื่องประดับมี่มีมากมายหลายรายการโดยทำทีว่าขายบางกิจการแก่คหบดีต่างถิ่น
ซึ่งคหบดีเ่าั้ก็คือกลุ่มคนของนางช่วยเหลือไว้ยามเด็กให้พวกเขาได้สลับการดูแลอย่างที่เคยเป็มา แต่ที่ผ่านมาไม่เคยออกหน้ามีเพียงเสี่ยวเฮ้อดูแลร้านสามคนเท่านั้นที่รู้จัก
โดยนางแต่งตั้งให้จางหมินที่เป็พี่ใหญ่คอยควบคุมดูแลงานและแบ่งรายละเอียดย่อยกิจการให้แต่ละคนดูแลตามความเหมาะสม ไม่ให้เป็ที่จับตาได้ง่าย
กิจการหรือทรัพย์อื่นบางรายการนางได้เปลี่ยนออกไปเข้าบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของพี่ชาย
ส่วนเครื่องประดับทั้งหลายก็ทำทีเป็ขายออกไปเพื่อเก็บซ่อนไว้หรือสิ่งของที่ไม่มีค่างวดเท่าไรก็ให้เป็รางวัลคนในตำหนักเพื่อไม่ให้เกิดการผิดสังเกตเกินไป
อวี่ซีซวนนั่งลิ้มรสชาติอาหารอย่างเอร็ดอร่อยในโรงเตี้ยมมุมส่วนตัวบนชั้นสอง สายตามองเพลิดเพลินบรรยากาศโดยรอบของเมืองหลวงที่นางไม่เคยได้ออกมาััยาวนานข้างกายมีจินถงและเจียหน่ายคอยรับใช้ดูแลไม่ห่าง
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านเฟิ่งหวงเมื่อก่อนหน้าที่นางได้เห็นแม้ได้ยินเพียงประโยคอันเบาบางหน้าร้าน มิอาจรู้เื่ราวทั้งหมด แต่หากได้ฟังเพียงเท่านั้นก็พอทำให้นางเบิกบานใจได้แล้ว แววตาเปล่งประกาย มุมปากยกขึ้นน้อยนิด อย่างอารมณ์ดี
นางนึกปรามาสในใจ ‘องค์ชายห้า ช่างน่าเสียดายสิ่งที่พระองค์้ามิอาจเป็ได้ดังหวังไว้แล้วเพคะหวังว่าพระองค์คงมิหัวจนเกินไปนะเพคะ’