The Possible Man

    ตอนที่ 61 : ให้ความช่วยเหลือ ( จบ )

    [ขออนุญาตลบซับออกนะครับ]
    ตั้งแต่ครั้งแรกที่หินได้ลิ้มรสของชาหอม ทั้งกลิ่นที่หอมหวน ทั้งรสชาติที่หวานนิดๆ โดยไม่ต้องปรุงแต่ง แถมจะยังสรรพคุณของมันที่ช่วยให้รู้สึกชุ่มชื่นสบายตัว หลังจากดื่มลงไปหินก็คิดเอาไว้ในใจแล้วว่าจะต้องทำให้ชาชนิดนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หินมั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันจะสามารถตีตลาดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
    หลังจากนั่งดื่มชาไปได้พักใหญ่ ในที่สุดตือโพก็ไปตามคนในหมู่บ้านมาจนครับ มังหน่าจึงได้ออกไปแจ้งชาวบ้านสำหรับการเตรียมตัวในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากมังหน่าเป็นที่เคารพของคนในหมู่บ้านอยู่แล้วทำให้ทุกคนไม่มีปัญหาใดๆ กับการตัดสินใจของมังหน่า หลังจากนั้นมังหน่าจึงได้ให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านไป
    “ในเมื่อหมดธุระแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” หินเอ่ยขึ้น
    “อื้อ...ไป๋ ตือโพ ไปส่งเพิน”
    “เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ คุณหิน” ตือโพยิ้มขึ้น
    “ตือโพก็ไม่ต้องไปส่งผมหรอกมันไกล กว่าจะไป กว่าจะกลับเสียเวลาเราอีก”
    “ทางที่คุณหินมามันไกลครับ ปกติคนหมู่บ้านเราจะใช้ทางลัดในการออกไปน่ะครับ ใช้เวลาแค่ประมาณ 20 นาทีเอง ไม่ต้องเดินอ้อมเขา”
    เหมือนเดวิดจะอ่านความคิดหินออกจึงรีบพูดขึ้นมา
    “ดอกเตอร์ครับ ทางลัดมันไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในแผนที่...”
    ‘ตั้งสามชั่วโมงกว่าเลยนะ...’ หินคิดขึ้นด้วยความคับแค้นใจ
    “งั้นคงต้องรบกวนตือโพแล้วล่ะ” ขณะที่หินกำลังจะเดินออกไป เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้ เขาจึงล้วงหยิบของบางอย่างในกระเป๋าออกมา ก่อนที่ยื่นมันไปให้มังหน่า มันก็คือยากำจัดพิษและสเปรย์รักษาแผลภายนอกนั่นเอง
    “ของพวกนี้ผมให้ ผมคิดว่าพวกคุณจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าผม”
    “อืม...ขอบใจหลาย” มังหน่ายื่นมือไปรับของจากหิน เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธของพวกนี้แม้แต่น้อยเพราะพวกเขาจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ
    “ไปกันเถอะ ตือโพ” หินหันไปพูดกับตือโพ ตือโพพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะเดินนำหินออกไป ซึ่งในระหว่างนั้นหินก็ได้ส่งสัญญาณไปให้โจและเจมส์ตามเขาไป
    ทางขากลับนั้นหินพบว่าทางลัดนี้สะดวกสบายมากกว่าทางที่เขาเข้ามามาก นั่นอาจจะเป็นเพราะชาวบ้านใช้ทางนี้เป็นประจำดังนั้นจึงมีการถางหญ้าและเคลียร์เส้นทางอยู่บ่อยครั้ง
    หินเองก็ได้พูดคุยกับตือโพไปในระหว่างทางเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามถึงปัญหาต่างๆ ที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ ตือโพเองก็ตอบได้อย่างลื่นไหลประหนึ่งรู้ทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านสมกับเป็นลูกของหัวหน้าหมู่บ้าน
    ด้วยการนำทางจากผู้ชำนาญเส้นทางในที่สุด หินก็กลับมาถึงทางเดินขึ้นเขาเข้าหมู่บ้านที่พวกเขาจอดรถเอาไว้
    “ขอบใจมากตือโพ รีบกลับเถอะเดี๋ยวมันจะมืดซะก่อน...และก็อย่าลืมพรุ่งนี้ล่ะ” หินหันไปเอ่ยกับตือโพ
    “ผมไม่ลืมแน่ครับ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับคุณหิน” ตือโพเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะรีบเดินกลับไป
    หินมองตามตือโพไปอยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจแล้วว่าตือโพได้จากไปแล้วจริงๆ จึงหันไปส่งสัญญาณให้โจและเจมส์เบาๆ ครู่หนึ่งพวกเขาทั้งคู่ก็ปรากฏออกมาท่ามกลางความว่างเปล่า
    “รีบไปกันเถอะ ยังเหลืออีกหมู่บ้านหนึ่ง เดี๋ยวจะค่ำเอาซะก่อน” หินพูดขึ้นก่อนจะรีบขึ้นไปยังที่นั่งคนขับ ก่อนที่เจมส์และโจจะตามขึ้นไปนั่งข้างหลัง จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังรู้สึกแปลกๆ ที่นายของนาย (อีธาน) มาเป็นคนขับรถให้พวกเขานั่ง…...เช้าวันรุ่งขึ้น รถบัสของบริษัททั้งหมด 5 คันก็ได้ขับออกไปจากบริษัทเพื่อไปรับผู้โดยสารจาก 7 หมู่บ้าน รอบบริษัทที่หินได้ติดต่อไว้
    ยานพาหนะอื่นรวมไปถึงเครื่องจักรกลต่างๆ ของบริษัทต่างถูกสร้างโดยความร่วมมือกันของ 3 ทีมวิศวกร ได้แก่ 2 ทีมวิศวกรเครื่องกลและ 1 ทีมวิศวกรไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต่างได้รับแปลนการก่อสร้างทั้งหมดมาจากหิน
    หินไม่ได้ให้แปลนการสร้างในยุคของหินออกไปเพราะมันทันสมัยเกินไป แต่เขากลับดัดแปลงมันให้ล้าหลังลงเพื่อจะให้เข้ายุคสมัยของโลกนี้มากขึ้น เพียงแต่ถึงแม้จะบอกว่ามันล้าสมัยลง แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ทันสมัยและล้ำหน้ามากที่สุดของโลกใบนี้อยู่ดี
    อย่างเช่นรถบัสทั้ง 5 คันนี้ เป็นรถพลังงานไฟฟ้า เมื่อชาร์จเต็มที่สามารถวิ่งได้นานถึง 12 ชั่วโมงเต็ม นอกไปจากนั้นบนหลังคาของตัวรถยังติดตั้งแผงเซลล์สุริยะชนิดพิเศษที่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้โดยตรงอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากวิ่งพร้อมกับเปิดใช้โหมดการชาร์จพลังงานด้วยแสงระหว่างวิ่งจะสามารถทำให้วิ่งได้นานขึ้นอีก 6 ชั่วโมง
    ที่สำคัญภายในรถบัสยังถูกออกแบบพิเศษให้เก็บเสียงและการเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี ต่อให้ข้างนอกเสียงจะดังขนาดไหนหรือแม้กระทั่งตัวรถจะเคลื่อนที่ไปบนถนนที่ขรุขระ ก็จะไม่ส่งผลต่อผู้โดยสารภายในตัวรถ ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าคุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังพักผ่อนมากกว่ากำลังเดินทางอยู่ด้วยซ้ำ
    รถบัสพวกนี้ถูกออกแบบมาในระบบกึ่งอัตโนมัติเหมือนยานพาหนะอื่นๆ ของบริษัท กล่าวคือ คุณสามารถปล่อยให้รถขับเองไปให้ถึงจุดหมายด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นจากหินโดยตรงหรือจะขับเองก็ได้ เพียงแต่ต่อให้ขับเองระบบกึ่งอัตโนมัติก็จะยังถูกเปิดใช้งาน ดังนั้นต่อให้คนขับหลับในหรือเมาแล้วมาขับมั่นใจได้เลยว่ามันจะไม่มีทางเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
    ดังนั้นรถบัสทั้ง 5 คันที่ถูกส่งออกไปรับคนตามหมู่บ้านต่างๆ จึงเป็นรถบัสที่ไร้คนขับ!..หน้าทางเข้าหมู่บ้านของตือโพ
    ตือโพ มังหน่า เด็กๆ และชาวบ้านส่วนหนึ่งที่จะเดินทางไปยัง Enterprise พวกเขาไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดจึงมารอตั้งแต่เช้ามืด
    ไม่นานเท่าไหร่นักพวกเขาก็เห็นรถบัสคันสีเทารูปร่างประหลาดตาขับมาแต่ไกลๆ
    “มันแมนบ่ล่ะฮั่น?” มังหน่าเพ่งตามองออกไป
    “ข่อยกะบ่ฮู่” ตือโพเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก เพราะมันไม่เหมือนกับรถบัสปกติทั่วไปที่พวกเขาเคยเห็น อย่างน้อยๆ พวกเขายังไม่แน่ใจเลยว่านี่มันใช่รถบัสหรือไม่
    เพียงครู่เดียว รถบัสก็ขับมาจอดอยู่ตรงหน้าของพวกเขาก่อนที่ประตูรถจะเปิดออกมา
    “.........”
    “จังใด๋ต่อละบานทีนี่” มังหน่าเอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง เมื่อสักครู่เขาลองมองเข้าไปในรถก็ไม่พบเจอใครสักคนแม้กระทั่งคนขับ
    [หลังจากจุดนี้จะแปลภาษาให้อัตโนมัตินะครับ]
    “ขอเชิญ คุณมังหน่า คุณตือโพและทุกคน ขึ้นรถได้เลยครับ” เสียงของเดวิดดังขึ้นเป็นภาษาของพวกเขา วันนี้เดวิดได้รับหน้าที่ให้เป็นไกด์พาทุกคนทัวร์บริษัท
    “เอ๊ะ...คุณพูดภาษาเราได้ด้วยเหรอ? ” มังหน่าถามขึ้นด้วยความสงสัย
    “พวกคุณคงประหลาดใจ แต่เอาเป็นว่าผมขอเชิญให้ทุกคนขึ้นมาบนรถก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะชี้แจงทุกอย่างให้ฟังเองนะครับ” เสียงของเดวิดดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นมังหน่าและคนของพวกเขาก็ทยอยขึ้นไปบนรถจนหมด
    ประตูรถจึงปิดเองอัตโนมัติ
    “ก่อนอื่นผมอยากขอให้ทุกท่าน หยิบแว่นตาและหูฟังจากด้านข้างของพนักพิงขึ้นมาสวมก่อนครับ”
    เนื่องจากช่องที่ถูกจัดเก็บอุปกรณ์เอาไว้นั้นถูกสร้างไว้ให้เห็นได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นใช้เวลาเพียงครู่เดียวพวกเขาทั้งหมดรวมไปถึงเด็กก็ได้สวมแว่นตาและหูฟังเป็นที่เรียบร้อย
    “สวัสดีอย่างเป็นทางการครับ” หลังจากทุกคนสวมใส่แว่นตาแล้ว พวกเขาก็เห็นชายที่หน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า ยืนอยู่ตรงทางเดิน
    “กรี๊ด!!”
    “เห้ย ผี!!”
    “แม่จ๋า!! แงๆๆ ”
    ทุกคนภายในรถต่างอุทานขึ้นด้วยความตกใจ กระทั่งมีเด็กบางคนร้องไห้ออกมา
    ‘ผีอะไรจะหล่อขนาดนี้’ เดวิดนึกขึ้นในใจ ถึงกระนั้นเขาก็ยังยิ้มออกมาด้วยท่าทางที่เขาคิดว่าเป็นมิตรมากที่สุด
    แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะแสดงอาการตกใจกันแบบนี้ เพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นภาพโฮโลแกรมเสมือนจริงมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโผล่ออกมาอย่างไม่มีที่มาที่ไปแบบนี้
    “คุณเป็นใคร!? ” มังหน่าถามขึ้นด้วยความตกใจ
    “ทุกคนใจเย็นๆ กันก่อนนะครับ ผมก็คือคนที่พูดกับคุณ ตั้งแต่ก่อนที่พวกคุณจะขึ้นรถมา” เดวิดอธิบายขึ้น
    “คุณคือเจ้าของเสียงเมื่อกี๊เหรอ? ” ตือโพถามขึ้นบ้าง
    “ใช่แล้ว” เดวิดยิ้มขึ้น
    “ทุกคน อยู่ในความสงบ!” มังหน่าตะโกนขึ้นเหมือนอาญาสิทธิ์ ทันทีทันใดนั้นทุกคนก็หยุดส่งเสียงออกมาทันที แม้กระทั่งเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่
    ‘โอ้...’ เดวิดแปลกใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แสดงว่ามังหน่ามีอิทธิพลกับคนทั้งหมดในหมู่บ้านจริงๆ สินะ
    “ขอบคุณครับ คุณมังหน่า”
    “คุณมีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ” มังหน่าเอ่ยขึ้น
    โฮโลแกรมเสมือนจริงเดวิดมองไปรอบๆ ก่อนจะยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง
    “สวัสดีทุกคนอย่างเป็นทางการอีกครั้งครับ ผมชื่อว่า เดวิด วันนี้ผมได้รับโอกาสมาพาทุกคนไปทัศนศึกษาที่ Enterprise ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทัศนศึกษาครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย”
    “ผมไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ เป็นเพียงโฮโลแกรมเท่านั้น ถ้าหากท่านอยากพักผ่อนขณะที่เดินทางไปยัง Enterprise ก็เพียงแค่แตะเบาๆ ไปที่ขอบแว่นตา ภาพและเสียงของผมก็จะหายไป”
    “แต่ยังไงก็ตามเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วผมอยากให้เปิดมันขึ้นมาอีกครั้ง เพราะอุปกรณ์พวกนี้จะช่วยทุกท่านได้เป็นอย่างมาก”
    “ที่สำคัญ...” โฮโลแกรมเดวิดพูดขึ้นพร้อมทำท่าทางดีดนิ้วขึ้นมา ทันใดนั้น พนักพิงหลังเก้าอี้ของทุกคนก็เปิดออก
    “เรากังวลว่าทุกท่านอาจจะหิวเนื่องจากต้องตื่นมารอแต่เช้า ดังนั้นเราจึงได้จัดเตรียมอาหารเผื่อเอาไว้สำหรับทุกคนและถ้าหากไม่อิ่มสามารถขอเพิ่มได้อีกด้วย”
    หลายๆ คนที่กำลังหิวอยู่พอดีจึงได้ลองเปิดกล่องอาหารตรงหน้าออก
    “หอมจัง...” ชายในเผ่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะลองชิมอาหารของเขา
    “อร่อย..อร่อยมาก!” เขาพูดขึ้น ทันใดนั้น ทุกคนภายในรถจึงรีบลองอาหารตามชายคนนั้นก่อนที่จะพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน“อร่อยจริงๆ !”
    “แซบหลาย แบบนี้ต้องจัดเบิ้ล!”
    มีก็เพียงแต่ตือโพกับมังหน่าเท่านั้นที่ยังมีท่าทีดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอาหารตรงหน้า แม้ท้องของพวกเขาทั้งคู่จะเรียกร้องเป็นอย่างมากก็ตาม
    เดวิดยิ้มขึ้นมาเบาๆ เขารู้ว่าพ่อลูกสองคนนี้กำลังรู้สึกเกรงใจเขาอยู่ เดวิดจึงเดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคนก่อนจะก้มลงไปกระซิบเบาๆ
    ทันทีที่เดวิดพูดเสร็จ ทั้งสองพ่อลูกถึงกับรีบเปิดอาหารกินด้วยความรวดเร็วเหมือนอดอาหารมานานแสนนาน หลายๆ คนในหมู่บ้านมองมาที่ทั้งสองด้วยความแปลกใจว่าทำไมอยู่ดีๆ ทั้งคู่จึงได้มีท่าทีเช่นนี้ แต่เพียงแค่ครู่เดียวพวกเขาก็เลิกสนใจ ก่อนที่จะไปจัดการอาหารตรงหน้าต่อ
    เหลือเพียงแค่เดวิดที่ยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมาเบาๆ เมื่อสักครู่ประโยคที่เขากระซิบกับทั้งสองพ่อลูกก็คือ
    “อาหารพวกนี้ราคาชุดหนึ่งเกือบพันเลยนะ ถ้าหากไม่มีคนรับประทานทางเราก็ต้องนำมันไปทิ้งทั้งหมด เสียดายเงินคุณหินแย่เลย”
    นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาสองพ่อลูกถึงได้รีบทานอาหารอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะพวกเขาไม่อยากทำให้หินต้องเสียเงินทิ้งขว้างนั่นเอง!

    คล้ายกับเรื่องThe Possible Man ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912