หลินเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่โต๊ะ นอกจากเก้าอี้ที่หญิงสาวกำลังนั่งอยู่ ยังเหลือเก้าอี้ที่สามารถนั่งได้อีก 3 ตัววางเอาไว้โดยรอบโต๊ะ พอเห็นว่าไม่มีคนอีกหลินจึงถือวิสาสะนั่งลงตรงกันข้ามกับเธอก่อนจะกล่าวทักทาย
"สวัสดี เทียร์ เป็นไงบ้าง ทำไมถึงนั่งอยู่คนเดียว แล้วคนอื่นๆ ?"
"ตอนนี้....เหลือแค่เทียร์คนเดียว...." เทียร์ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมา
"ไม่เห็นเป็นไรเลย ทุกคนก็แค่ออกไปก่อนเราเท่านั้น" ความจริงแล้วเขาต้องการจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทางของเธอทำให้เขาเกิดเปลี่ยนใจ
"แล้วหลินกับ...." เทียร์พูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่ว่าดันหลุดปากถามออกไปแล้ว
"กลุ่มของหลินแยกย้ายกันตั้งแต่วันแรกเลย พวกเราเจอกับบอส มันแข็งแกร่งมากเลย การโจมตีปกติไม่สามารถทำอะไรมันได้ จำเป็นต้องใช้ทักษะที่เป็นเวทมนต์ จุดอ่อนคือปากของมัน จำเป็นต้องทำให้มันอ้าปาก หลินเลยโดดขึ้นไปบนนั้น...."
เทียร์ปิดปากหัวเราะเพราะเดาออกว่าเขาทำอะไรลงไป หลิินรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็ยังคงเล่าต่อ
"น้ำลายของมันออกมามากกว่าปกติ หลินเลยลื่นลงไป ยังดีที่กลุ่มของหลินสามารถเอาชนะมันได้ แต่ทุกคนคิดว่าหลินได้ถูกส่งออกไปแล้ว ความจริงคือหลินยังอยู่"
"แล้วข้างในเป็นยังไงบ้าง" เทียร์ถามออกมาด้วยความสงสัย แต่ชายหนุ่มกับไม่ได้ตอบคำถามเธอด้วยการพูดออกมา หลินเอานิ้วบีบจมูกและส่ายหน้า พร้อมกับโบกมือ ทำให้เธออดที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้งไม่ได้
เราสองคนคุยกันอยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน ดีที่ที่พักแห่งนี้เปิดบริการตลอดเวลา โดยไม่ได้สนใจผู้คนที่ผ่านไปมาหรือกำลังนั่งทานอาหารอยู่โต๊ะใกล้กันแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าโลกใบนี้เหลือเพียงแค่เราสองคน หลินไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะสามารถพูดคุยกับเทียร์ได้นานถึงขนาดนี้ อาจจะมีบางช่วงที่เราสองคนต่างเงียบไปแต่เขาก็พยายามชวนคุย ที่เขารู้สึกดีมากคือไม่ใช่เขาเพียงฝ่ายเดียวที่พยายามทำแบบนั้น เทียร์เองก็เช่นกัน
การสนทนาสิ้นสุดลง ด้วยการถูกขัดจังหวะโดยการถูกส่งกลับออกมา ชั่วเวลาเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น เขากำลังยืนอยู่บนพื้นดินรอบข้างเต็มไปด้วยแสงสว่างสีขาวจ้าที่เกิดขึ้นโดยการทำงานของอุปกรณ์ที่ส่งทุกคนกลับมา แสงสว่างยังคงจ้าถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนที่ร่างกายของจะถือกำเนิดใหม่ คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะลืมตาภายใต้แสงสว่างขนาดนี้
ถึงแสงจะบดบังแต่หลินยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทุกคนถูกส่งกับมาพร้อมกันในสถานที่เดียวกัน นับด้วยสายตาแล้วมีมากกว่า 30 คนที่ถูกส่งกับมาพร้อมกับเขา หมายความว่าในจำนวนคนที่เข้าไปในดันเจี้ยนพิเศษมากกว่าครึ่งถูกส่งกลับมาก่อนแล้ว ทุกคนกำลังตกอยู่สภาพมึนงงและไม่สามารถลืมตาได้เพราะแสง บางคนกำลังเดินโซเซโดยไม่รู้ทิศทาง
ใกล้กันหลินมองเห็นเทียร์กำลังยืนหลับตาอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปหาเธอทันทีและดึงเธอหลบออกมาจากคนที่กำลังจะเดินมาชนเธอ หญิงสาวเกิดอาการตกใจ เขาจึงกระซิบที่ข้างหูให้เธอทราบว่าคือเขาเอง หญิงสาวจึงรู้สึกผ่อนคลายลง แต่หลินยังคงกอดเธอเอาไว้ ใบหน้าของเธอกำลังซบอยู่ที่หน้าอกของชายหนุ่มและรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของอีกฝ่าย มันทำให้เธอยิ้มออกด้วยความสุข
กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากตัวหญิงสาว ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนกับว่ามันกำลังจะหลุดออกมาจากตัวเขา ใจหนึ่งเขาก็อยากปล่อยเธอแต่ก็กลัวว่าจะมีใครเดินมาชนเธอ อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกอาย
พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆอีกเขาจึงปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอด แสงสว่างค่อยๆซาจนดับลง
เทียร์ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างยังมองเพียงแค่ชายหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กล้าสบตาเธอ ท่าทางที่ไม่เป็นธรรมชาติของเขาบอกแบบนั้น
หลินไม่กล้าสบตาเธอแม้แต่น้อย แต่ก็อดที่จะเหลือบตาไปมองไม่ได้ หญิงสาวเองกำลังจ้องมองเขาอยู่ทำให้เราสบตากัน เราสองกันต่างหัวเราะให้กัน ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกให้ทุกคนไปขึ้นรถเพื่อจะกลับที่พัก เราสองคนมาจากสถาบันเดียวกันจึงขึ้นรถคันเดียวกันและนั่งด้วยกัน ต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยตลอดเส้นทางจนถึงที่พัก แต่พอได้มองหน้ากันก็อดยิ้มให้กันไม่ได้
พอมาถึงที่พักเราสองคนจึงแยกกัน สิ่งแลกที่เขาต้องการจะทำหลังจากกลับมาคือเปิดโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาและโทรไปหาแม่และพ่อของเขา
"แม่ หลินกลับมาแล้วนะ" เขาพูดออกมาทันทีที่แม่ของเขารับสาย แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย จึงตั้งใจฟังกว่าเดิมและได้ยินเสียงสะอื้นที่แผ่วเบาดังออกมา ก่อนที่ปลายสายจะเปลี่ยนเป็นเสียงของชายคนหนึ่ง
"กลับมาแล้วเหรอ จะกลับมาที่บ้านก่อนหรือต้องไปสถาบันก่อนล่ะ" เสียงของผู้เป็นพ่อถามขึ้น แม้ว่าจะได้ยินผ่านโทรศัพท์แต่ก็ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น
"แม่ไปไหน ทำไมพ่อถึงมารับแทน" หลินถามกลับไปแม้ว่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว เขามั่นใจว่าพ่อของเขากำลังเปิดลำโพงเพื่อให้แม่ของเขาได้ฟังด้วย
"รู้แล้วยังมาถามอีก ไอลูกคนนี้ รีบๆกลับบ้านล่ะแม่เขาอยากเจอ"
พ่อเขาทำท่าเหมือนจะวางสายเพราะไม่อยากรบกวนเขา แต่เขาไม่ยอมวางสายจนได้คุยกับแม่ในที่สุด