ตอนที่ 30
ประลองหมากกลศึก 5
ตานี้หยางเฉิงเปิดฉากมาก็เริ่มต้นด้วยความดุเดือดเคลื่อนหมากสี่ตัวพร้อมกลศึก...กระหน่ำประสานซึ่งเงื่อนไขคือการล้อมทางหนีทุกทิศของคู่ต่อสู้เอาไว้ได้หมดเพียงตาเดียวก็ตีจนตัวหมากพลเดินเท้าของหยางอี้ถูกทำลาย แต่ยังเหลือทหารม้าอีกหนึ่งที่รออยู่ด้านนอกเมื่อไม่มีตัวหมากของฝั่งตรงข้ามขวางทาง จึงยกไล่ตามพลเดินเท้าของหยางอี้ได้ทันในตาเดียวพร้อมกับสั่งให้โจมตี ทำให้แต้มชีวิตพลเดินเท้าของหยางอี้เหลือแค่สองจึงค่อยเปลี่ยนไปบังคับตัวหมากกองทหารทั้งสาม ที่ไล่ติดตามทัพม้าของหยางอี้จนสุดแนวเขาสูงเดินย้อนกลับขึ้นไปเพื่อคุ้มครองเนินเขาเช่นเดิม จึงค่อยจบตา
หยางอี้ยิ่งมายิ่งเดินหมากรวดเร็วกลายเป็ไม่เสียเวลาคิดคำนวณ เมื่อเริ่มตาก็เอื้อมไปแตะพลเดินเท้าที่แต้มเหลือแค่สองแวบหนึ่งก่อนจะชักมือกลับ เพราะดูแล้วต่อให้หลบหนี ก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือทัพม้าสองตัวของหยางเฉิงอยู่ดีเมื่อนั้นจึงกลับมาขยับมือหอกที่ทิ้งร้างเอาไว้ ตรงกลางที่ราบั้แ่ต้น ให้ขยับเดินมาขวางทางถอยของกองทัพสามสหายซึ่งไล่ตามตัวหมากทัพม้าของหยางอี้ก่อนหน้า หลังจากนั้นค่อยสั่งการให้พลเดินเท้า้าเขาสูงเตรียมกลศึก...หินถล่มที่จำเป็ต้องใช้เวลาหยุดนิ่งสองตาจึงจะใช้ออกได้สุดท้ายมาถึงแผนการทางน้ำกองเรือที่บรรทุกพลหอกและทหารม้า เลือกปล่อยทัพม้าลงไปที่เกาะก่อนจะเคลื่อนมือธนูที่เดิมอยู่บนเกาะขึ้นมาแทนที่ กลายเป็กองเรือบรรทุกตัวหมากพลหอกและมือธนูส่วนเรือที่พึ่งจะรับทัพม้าหลบหนีลงมา ก็ขยับเข้าไปใกล้เกาะ สุดท้ายค่อยขยับเรือว่างอีกลำเคลื่อนลงมาประชิดที่เกาะเช่นเดียวกันการกระทำครั้งนี้ดูประหลาดพิกลยิ่ง แม้แต่หลิวเหวินหงที่ช่วยหยางอี้เดินหมาก ยังไม่เข้าใจความหมายแต่ก็ไม่ได้เอ่ยซักถามออกไปเช่นเดียวกับหลาย ๆ ตาเดินก่อนหน้า
เมื่อถึงตาของหยางเฉิงก็เป็ดังคาดทัพม้าทั้งสองเข้าโจมตีจนตัวหมากพลเดินเท้าตัวที่สองของหยางอี้ถูกทำลายออกจากกระดานไปอีกตัวเมื่อตัวหมากถูกสังหารไปสองตัว จึงส่งผลให้ตาเดินของหยางอี้ลดลงไปหนึ่งตาแต่หยางเฉิงยังไม่ไว้วางใจ ว่าในป่ามีการซุกซ่อนตัวหมากไว้อีกหรือไม่ เพราะสุดท้ายหยางเฉิงก็ยังไม่เห็นตัวหมากมือธนูอีกตัวของหยางอี้อยู่ดีจึงเลือกขยับตัวหมากมือหอกและพลเดินเท้ากลับคืนตำแหน่งป้องกัน คิดใช้แนวป้องกันซุ่มซ่อนอยู่ริมชายป่าดุจเดิม ส่วนหมากกองทัพอีกสามตัวที่เหลือตรงกลางแผนที่เมื่อปรากฏตัวหมากมือหอกเดินทะเล่อทะล่าออกมาให้เห็น ก็ไม่คิดมากเข้าจู่โจมพัวพันทันทีแม้ในความคิดจะเริ่มมั่นใจว่า หยางอี้คิดเดินหมากรุกคืบทางน้ำ แต่ยังไม่คิดเคลื่อนไหวเพราะอย่างไรการโจมตีทางน้ำมีจุดอ่อนข้อด้อย คือ่จังหวะยกพลขึ้นบกหมากทหารทุกชนิดจะถูกโจมตีรุนแรงสองเท่า ทำให้ป้องกันได้ไม่ยาก
แต่ยังไม่ทันเริ่มตาต่อไปสองพ่อลูกตระกูลหลิวต่างสนใจไปที่ตัวหมากมือธนูซุ่มซ่อนทั้งสองของหยางอี้ เพราะทั้งสองได้ค่าโจมตีสามเท่าจากลบร่องรอยรวมกับผลพิเศษพลธนูในป่ารกชัฏเพิ่มความรุนแรง หากใช้ออกจะสามารถสังหารตัวหมากทหารม้าของหยางเฉิงได้หนึ่งตัวทันที แต่ก็อาจจะเปิดเผยร่องรอย ทำให้ถูกหมากทหารที่ถอยกลับรุกไล่กลับคืนแถมตัวหมากมือธนูจะเสียเปรียบหากถูกประชิด แม้สังหารทหารม้าได้หนึ่งแต่ก็อาจจะต้องแลกด้วยมือธนูหนึ่งตัวเช่นเดียวกันหรืออีกวิธีคือใช้ยิงธนูดอกเดียวในตัวที่อยู่ไกลกว่าส่วนอีกตัวยังคงซุ่มรอหากหยางเฉิงเลือกเดินหน้ากำจัดในตาต่อไป ย่อมติดกับดักถูกจู่โจมในตาเดินหมากตนเองแต่แล้วต่อให้ทั้งสองคิดอีกสิบรอบ ก็คงไม่คาดว่าหยางอี้กลับไม่เดินหมากทั้งสองตัวเพียงอยู่นิ่งซ่อนตัวไว้เช่นนั้นและปล่อยให้ตัวหมากทัพม้าของหยางเฉิงสามารถถอยกลับไปทั้งที่แต้มยังเต็มสิบอยู่
...เพียงแต่การไม่เคลื่อนไหวมิใช่ไม่มีแผน
ครานี้หยางอี้ไม่สนใจตัวหมากในจุดอื่นอีกเพียงสนใจแต่สมรภูมิทางน้ำบังคับเรือลำแรกที่มีมือหอกและธนูขึ้นหน้าล้ำเข้าไปในเขตมองเห็นของฝั่งหยางเฉิง
เมื่อนั้นถึงตาหยางเฉิงซึ่งจดจำตัวหมากของคู่ต่อสู้มาตลอดค่อยฉุกคิดได้ว่า...หยางอี้คงอาจตั้งใจใช้แผนรุกทางน้ำเต็มกำลังแต่ต้นเพราะหากนับรวมที่ผ่านมา เท่ากับทัพเรือของหยางอี้ตอนนี้ บรรทุกทัพม้าสอง ทัพธนูหนึ่งและทัพหอกสองแต่นั่นแค่คาดเดา เพราะหากอีกฝ่ายสับเปลี่ยนตัวหมากหลอกล่อกลางทะเลก็อาจเป็ได้เมื่อถึงตาตนเองจึงไม่ประมาท ถอยทัพกลับมาตั้งรับ พร้อมขยับทัพม้าที่อยู่ในป่าให้กลับออกมารอยังพื้นที่ราบเหนือแนวป่า ส่วนกองทัพที่ซ่อนตัวป้องกันแนวป่ายังคงไว้เช่นเดิมก่อนจะหันกลับมาที่เนินด้านหน้า ซึ่งตานี้ถอยร่นนักธนูทั้งสองที่ก่อนหน้าช่วยรุกไล่ทหารม้าของหยางอี้ให้กลับคืนไปเฝ้าระวังอยู่บนเนินอีกครั้ง ทุกการเคลื่อนที่ของหยางเฉิงเวลานี้ ล้วนมุ่งเป้าไปที่การปกป้องและเฝ้าระวังเพราะหากนับแต้มและขบวนหมากตอนนี้ หยางเฉิงยังมั่นใจว่าตนเองยังเป็ต่อบุตรชายอยู่หลาย่ตัว
หยางอี้เห็นทหารม้าถอยออกจากป่าจึงค่อยขยับมือธนูทั้งสองที่ซ่อนตัวในป่าลึก เคลื่อนขึ้นบนเข้าใกล้ชายป่าแต่ยังไม่คิดเดินเข้าระยะชายขอบ เพราะคาดเดาว่าหยางเฉิงน่าจะใช้รูปแบบการป้องกันในตำแหน่งเดิมกองเรือที่ล้ำหน้าเองก็ถอยกลับมาที่เกาะ ถ่ายมือหอกเดินลงจากเรือลำหนึ่งไปอีกลำที่มีทัพม้าอยู่ก่อนเพราะเรือทั้งสองลำล้วนชิดขอบเกาะทั้งคู่ ทำให้เมื่อโอนถ่ายตัวหมากลงไปแล้ว ยังสามารถเคลื่อนที่ได้อีกครั้งจึงขยับกองเรือที่บรรทุกทัพม้าและทัพหอกล้ำออกไปให้อีกฝั่งเห็นบ้าง เพื่อช่วยยืนยันสร้างภาพลวง...ว่าความแข็งแกร่งกองเรือของหยางอี้เป็ของจริง
ตาต่อมาหยางเฉิงตกหลุมพรางภาพลวงจึงคิดระวังศึกใหญ่ทางน้ำ เคลื่อนกองเรือที่เหลือทั้งสองหดเข้าไปใกล้ฝั่งตนพร้อมทั้งยกทหารม้าที่เฝ้าค่ายแม่ทัพ ออกมาช่วยปกป้องที่ราบฝั่งขวาทหารม้าอีกสองตัวที่อยู่เหนือป่าโปร่ง ก็ขยับเคลื่อนเข้ามาแทนที่บริเวณค่ายแม่ทัพแต่ยังคงแถวแนวปกป้องชายป่าเอาไว้เช่นเดิม ก่อนจะขยับมือธนูตัวแรกที่เฝ้าบนเนินเขาตั้งใจจะให้กลับลงไปช่วยปกป้องค่ายแม่ทัพ
เมื่อจบตาของหยางเฉิงหยางอี้ก็ไม่ลังเล เปิดฉากอลังการ เริ่มต้นด้วยใช้กลศึก...หินถล่ม ในช่องทางถอยกลับจากเนินเขาสู่ค่ายแม่ทัพซึ่งแคบที่สุดหินที่ตกลงมา กลายเป็ปิดทางย้อนกลับค่ายแม่ทัพของมือธนู หากจะเดินจำต้องวกอ้อมลงเขาเลาะขอบป่าโปร่งด้านล่างกลับไปแทน ทำให้กลศึกหินถล่ม ช่วยยืนยันว่าหยางอี้เน้นศึกจู่โจมทางน้ำั้แ่ต้น เพราะมือธนูเป็หมากอันตรายต่อกองเรือที่สุดการเดินหมากเช่นนี้จึงเท่ากับว่า หยางอี้้าตัดขาดมือธนูทั้งสามไม่ให้ยกทัพกลับไปช่วยเหลือได้ทัน อีกทั้งเมื่อกองเรือของฝั่งหยางเฉิงถอยร่นกลับไปฝั่งตนหยางอี้ก็ขยับกองเรือลำแรก เดินหน้าล้ำเข้าไปจนสุดในทันทีส่วนอีกสองลำยังคงตามหลังแต่หลบพ้นการมองของฝั่งหยางเฉิงเอาไว้เพื่อปกปิดจำนวนทหารที่บรรทุกมา
หยางเฉิงคำนวณทิศทางตัวหมากฝั่งหยางอี้และคาดว่าหากหยางอี้ ซ่อนหมากพลธนูอีกตัวเอาไว้ จะทำให้กองเรือมีหมากพลธนูยกมาสองตัวและถ้าเกิดทั้งสองขึ้นบกได้ก่อน ส่วนกองเรือที่เหลือรุมกระหน่ำกองเรือของตนเองนั่นเท่ากับว่าเพียงสองตาก็สามารถกำจัดกองเรือของหยางเฉิงจนหมดแถมเรือที่คุมพื้นที่ชายฝั่งยังยิงขึ้นบกช่วยรบชายฝั่งได้ ตรงกันข้ามกับมือธนูทั้งสามของตนเองซึ่งเป็ดาวข่มของกองเรือ ถูกหินถล่มตัดขาดเส้นทาง กว่าจะยกมาได้ทันก็คงถูกยึดพื้นที่ชายฝั่งไปแล้วแถมยังมีพลเดินเท้าที่ปีนขึ้นเขาไปั้แ่เมื่อใดไม่รู้สามารถวางกับดักหินถล่มได้อีก แม้จะต้องรอระยะเวลานานขึ้น เพิ่มเป็สามตาเพื่อติดตั้งกลศึกแต่ใช้กดดันไม่ให้หยางเฉิงเคลื่อนติดตามหากมือธนูของหยางอี้คิดเคลื่อนย้อนกลับไปที่เนินเขา ยึดชัยภูมิสำคัญของตน เมื่อได้คำตอบ แถมก่อนหน้าหยางเฉิงก็รุกไล่ฝั่งป่าเดินรอบจนชิดของป่ารกชัฏยังไม่ปรากฏหมากพิสดารของหยางอี้ซุ่มเอาไว้ จึงคิดถอนกองกำลังที่ป้องกันชายป่า เดินตามทัพม้าไปยังฝั่งตรงข้ามส่วนมือธนูป้องกันเหตุแปรเปลี่ยน ยังคงยึดอยู่ที่เนินเขาไม่คิดเคลื่อนไหว
สุดท้ายหยางเฉิงเลือกขยับสามสหายรุมสังหารมือหอกฝั่งหยางอี้ไปอีกหนึ่งตัว ตั้งใจว่าตาหน้าจะขยับพลเดินเท้าเข้าประชิดขอบเขาสูงคิดปีนขึ้นไปสังหารพลเดินเท้าของหยางอี้ หรืออย่างน้อยก็ท้าต่อยตีทำให้อีกฝั่งไม่อาจใช้งานกลศึกได้ก็พอส่วนที่เหลืออีกสองจะเสี่ยงบุกเข้าไปยังค่ายแม่ทัพของหยางอี้